หญิงวัยกลางคนดูภูมิฐานเดินอย่างกระฉับกระเฉงเข้าบ้าน หล่อนชะโงกหน้าทักทายลูกชายคนกลาง เขานั่งตรงขอบสระน้ำร่างกายเปียกชุ่มั้แ่ศีรษะจรดตัว
นางสงสัยเล็กน้อย หนุ่มไม่โสดทำไมถึงคลุกตัวอยู่บ้านตอนเย็นวันศุกร์แทนที่จะออกเดตกับแฟน
“สวัสดีครับแม่”
มารดาเพิ่งกลับจากพักร้อนกับเพื่อนสมัยเรียนนานร่วม 2 สัปดาห์ กลับมาบ้านพร้อมใบหน้าแช่มชื่น ดูกระชุ่มกระชวยจนคนวัยหนุ่มยังนึกอิจฉา
“กลับมารอแม่เหรอ”
คิดว่าลูกคงคิดถึง นางเดินเข้าไปใกล้ วางกระเป๋าหนังใบใหม่เอี่ยมอ่องที่ช็อปมาจากช็อปในปารีสบนโต๊ะ แล้วไขว้หลังมองดูลูกชาย
ปริณธวัฒน์ยังหายใจหอบๆ เพิ่งว่ายจากอีกฝั่งแตะขอบอีกฝั่งด้วยความเร็วทำลายสติใหม่ของตัวเอง
เขากลับมาอยู่บ้านั้แ่คืนแรกที่แม่เดินทางไปทริปพักร้อนที่ต่างประเทศ เพียงแต่ไม่อยากเล่ารายละเอียดขยายความเพราะคงไม่วายโดนซักเสียสะอาด หากรู้ว่าเขาไม่กลับไปนอนคอนโดมิเนียมเลยตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
“หนูปิ่นไม่ว่างหรือไงถึงไม่นัดเจอกัน” ปกติคู่นี้ต้องพากันออกเดทไม่ใช่หรือไง ตามที่เคยสัญญากันว่าตาปัณจะผละจากงานบางอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งให้แฟนคุณหมอซึ่งมีเวลาส่วนตัวน้อยมากๆ ไม่ให้เป็เื่เป็ราวงอนเกือบเลิกรากันไปอีก
“ครับ ปิ่นแลกเวรกับเพื่อน”
นางพยักหน้ารับรู้ หมดห่วงลูกชายคนโตที่ไปได้ดีกับภรรยามีหลานน่ารักน่าชังให้นางอุ้มถึง 2 คน จากแม่สามีสายเขี้ยวมองสะใภ้ดวงตาเขียวปั๊ดคอยยุยงกลั่นแกล้งกดดันจนพวกเขาหย่าร้างกันหนหนึ่งกลับกลายเป็คุณย่าที่ให้การสนับสนุนครอบครัวพวกเขา มีเวลาว่างแทบจะไปรับไปส่งหลานที่โรงเรียนด้วยตัวเองทุกวัน แถมกลายเป็แม่สามีที่พลิกจากหน้ามือเป็หลังมือเข้ากับบารมิตาภรรยาของตาปรินซ์ได้ดีจนใครๆ อดแซวไม่ได้ว่าคุณนายมรกตเพิ่งได้ลูกสาวเพิ่มอีกคน
“มีปัญหาอะไรกันอีกหรือเปล่า” นางจับสังเกต ลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้รองต่างเป็ผู้ใหญ่ ก้าวหน้าในหน้าที่การงานหากแต่ความสัมพันธ์ฉันท์คนรักนั่นง่อนแง่นราวกับเด็กมัธยมปลายหัดมีแฟน
ชายหนุ่มกระแอม ไม่ยอมมองสบตา ี้เีเล่าว่าเพิ่งทะเลาะ เขาถึงระเห็จกลับมาอยู่บ้านตั้ง 2 อาทิตย์ ง้อแล้วแต่ปวริศาไม่ยอมฟังเหตุผลที่เขาเบี้ยวนัดไม่ไปดูหนังเพราะเสียเวลากับปัญหาระหว่างซัพพลายเออร์เ้าใหม่ที่ตุกติกจะขึ้นราคาวัตถุดิบก่อนนัดเซ็นสัญญาเพียงวันเดียว
เขาเหนื่อยเหลือเกินเพราะนิสัยโลกหมุนรอบตัวเองของคู่หมั้น แต่ก็ยอมลดราวาศอกให้ด้วยรู้ว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายสมบูรณ์เพอร์เฟคทำให้เธอมีแต่ความสุขได้เช่นกัน จึงต้องยอมรับทั้งข้อเสียของตัวเอง รวมถึงเข้าใจความเรียกร้อง้าของปวริศาด้วย
“ลิ้นกับฟันครับแม่ กระทบกระทั่งกันบ้างเป็ธรรมดา”
ปวริศาไม่ถึงขั้นย้ายไปอยู่กับเขาที่คอนโดมิเนียม แต่เมื่อว่างจากงานเธอจะแวะไปค้างกับเขา อยู่ด้วยกันบ้างในวันหยุด
เธอเป็ผู้หญิงที่เขาอยู่ด้วยแล้วรู้สึกดี แต่บางครั้งกลับรู้สึกไม่สบายใจ ไม่เหมือนตอนอยู่กับนราริน เขาชอบที่สามารถเป็ตัวของตัวเอง ไม่ต้องฝืนทำสิ่งที่ไม่ชอบ ปล่อยตัวเองทำตัวไร้สาระบ้างไม่ใช่ทะเลาะทุ่มเถียงกันด้วยเื่เล็กๆ น้อยๆ เช่น เขาต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกินแทนที่จะสั่งอาหารเพื่อสุขภาพมาทานทุกมื้อ หรือระเบียบจัด ขวางหูขวางตาไปหมดหากไม่ทำตามกรอบที่เธอวางไว้และคิดว่าดีที่สุด
“มีอะไรก็ยอมก็อะลุ่มอล่วยให้เธอบ้างก็ได้นะลูก”
“ครับ” ชายหนุ่มใช้นิ้วเรียวยาวสางผมเร็วๆ พลางตอบรับเหมือนเช่นทุกครั้งเมื่อมารดาฝากฝังปวริศากับเขา
เขาไม่ละเลยเพราะจำได้แม่นว่า่เวลาที่หัวใจของเขาปวดแปลบจากนรารินก็ได้เธอช่วยเยียวยารักษา โดยเริ่มจากการเป็เพื่อน ค่อยๆ พัฒนาเป็ความใกล้ชิด อย่างค่อยเป็ค่อยไปในเวลาหลายเดือนให้หลัง แต่การหมั้นหมายยังไม่อยู่ในความตั้งใจของเขาหากแต่ด้วยความเห็นของผู้ใหญ่ทั้ง 2 ครอบครัว ว่าพวกเขาถึงวัย ถึงเวลาที่จะทำทุกอย่างให้เป็กิจจะลักษณะเสียที และเตรียมพร้อมมองภาพอนาคตร่วมกันจึงเริ่มต้นจากการหมั้นหมายเมื่อปีที่แล้ว
“คิดเื่แต่งงานไว้บ้างหรือยัง อายุเรามากขึ้นทุกวันนะปัณ แม่อยากอุ้มหลานอีกสักคน แล้วก็ไม่ต้องไล่ให้แม่ไปอุ้มลูกตาปรินซ์นะ เพราะแม่หมายถึงหลานที่เกิดจากแก” นางดักทางก่อนลูกชายปลิ้นปล้อนหัวหมอจะเอ่ยอย่างยียวนกวนประสาทเหมือนอย่างเคยทำ
ชายหนุ่มไม่ได้หวั่นไหว แม่พูดแบบนี้กับเขาสักพักแล้ว ่แรกใช้เื่บริษัทมาเป็ข้อแลกเปลี่ยน แต่เมื่อเขาสามารถสร้างผลงานเข้าตาแม่ก็เต็มใจยกตำแหน่งกับหุ้นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ที่ท่านถือให้เขาอยู่ดี ลูกจะมีหรือไม่มีก็ได้ เขาไม่เร่งรัดอีกต่อไปแล้ว ตราบใดก็ตามที่ความเชื่อมั่นในตัวผู้หญิงสักคนยังมีไม่มากพอเขาจะไม่คิดเื่แต่งงาน รวมถึงไม่คิดเื่การเป็พ่ออีกด้วย
…
กรุงเทพฯ ก็ยังคงความเป็เมืองแห่งรถติดอย่างเดิมไม่เคยเปลี่ยน
หญิงสาวเดินลงน้ำหนักบนรองเท้าส้นสูง ยกหลังมือขึ้นซับเหงื่อตรงขมับแต่ละข้างเบาๆ ป้องกันไม่ให้เมคอัพหลุด โรงเรียนของน้องยูกิห่างจากคอนโดมิเนียมเพียงเดินราว 5 นาที แต่เวลา 5 นาที สำหรับเมืองเขตร้อนเป็เื่ไม่น่าพิสมัยเลยสักนิด มาอยู่เมืองไทยแป๊บเดียวชักคิดถึงสภาพอากาศชวนเหมาะกับการเดินทอดน่องอย่างญี่ปุ่นเหลือเกิน
เลือกแล้วก็ต้องทนกันต่อไป! เมื่อก่อนยังอยู่ได้ปรับตัวอีกพักคงชินไปเอง
ออฟฟิศของเธออยู่ทางฝั่งซ้ายมือขณะที่โรงเรียนของลูกอยู่ทางฝั่งขวาของคอนโดมิเนียม นับว่าเป็ทำเลทองลงตัวสำหรับคนเป็แม่และเป็เวิร์คกิ้งวูแมนในคนคนเดียวกัน
ตั้ง 40 นาที กว่าจะถึงเวลาเข้างาน คิดถึงกลิ่นกาแฟหอมๆ เ้าของเรือนบางสวยสมบูรณ์จึงเลี้ยวเข้าร้านกาแฟสไตล์มินิมอลมีชื่อที่อินฟลูเอนเซอร์กับดารามาถ่ายภาพรีวิวบ่อยๆ
“ลาเต้เย็นหวาน 75 เปอร์เซ็นต์ 1 ที่ค่ะ” เสียงหวานร้องสั่งเช่นปกติ มือเรียวยกกระพือเสื้อสูทลำลองสีดำสนิทไล่ความร้อน ไม่ได้สนใจสายตาของหนุ่มๆ หลายคู่รวมถึงบาริสต้าหนุ่มที่มองด้วยความชื่นชม กับใบหน้าสะสวย เรือนผมสีดำยาวสะดุดตา รวมถึงการแต่งกายด้วยชุดสีดำทันสมัยจรดปลายเท้า
คนเหล่านี้มองเธอจากรูปกายภายนอกหากรู้ว่าเธอมีลูกสาวตัวเล็กๆ เป็เรือพ่วงคงขยาดถอยหลังกันหมด
ความสวยสะดุดตาดึงความสนใจจากสายตาคู่หนึ่งซึ่งพิเศษเหนือกว่าผู้คนอื่นในร้าน
เขารู้จักผู้หญิงคนนี้!
ชายหนุ่มร่างสูงสง่าผุดลุกจากเก้าอี้ทรงสูงคล้ายกับถูกดึงดูดด้วยเวทมนตร์ใดสักอย่าง
เขาเดินเข้าไปหยุดใกล้คนเรือนร่างสวย กลิ่นน้ำหอมราคาแพงกลิ่นอ่อนจางลอยเข้าจมูก เธอขยับเบี่ยงตัวหลบยังไม่ทันมองคนที่เข้ามาใกล้กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มเอ่ยเรียก
“อิง…”
ดวงหน้ารูปไข่เครื่องหน้าเด่นสวยเงยมองคนตัวสูงเพรียว แล้วเบิกตาโตด้วยความประหลาดใจระคนใ
เธอจำเขาได้!
“ลาเต้เย็นหวาน 75 เปอร์เซ็นต์ได้แล้วค่ะ” พนักงานตรงเคาน์เตอร์แคชเชียร์เอ่ยแทรก
นรารินรีบจ่ายเงิน แล้วรับแก้ว
“อิง เดี๋ยวสิ!” ชายหนุ่มเอ่ยเรียก กำลังจะก้าวตามหากแต่โทรศัพท์ในมือสั่นจากสายเรียกเข้าสกัดเขาเอาไว้จึงจำใจปล่อยหญิงสาวจากไปโดยไม่ทันได้ถามสารทุกข์สุกดิบ
...
.
.
โชคชะตาเป็แค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเองค่ะ คนใจแข็งอย่างน้ำอิงนอกจากพยายามผลักไสให้คุมพี่ออกไปห่างจากตัวแล้วยังปิดบังเื่ลูกได้แเีมิดชิดอีกต่างหาก พี่ปัณรู้ก็ตอนที่...
.
.
ขออนุญาตแจ้งค่า หลังจากตอนที่ 3 เป็ต้นไปไรท์ขออนุญาตทยอยลงรายตอนโดยจะแบ่งเป็ 3-4 พาร์ทย่อยๆ เพื่อให้เราได้พบกันนานยิ่งขึ้นนะคะ ^^