ถึงกระนั้นลู่เอินก็ยังอดจะแหย่พวกเขาไม่ได้ “คู่หมั้นของข้าช่างร่ำรวยยิ่งนัก! หรือเราควรไปหาท่านโหวดีเ้าคะท่านแม่”
ปิงเหอยิ้มค้าง เด็กหนุ่มด้านหลังตัวเกร็งขึ้น ปิงเหอหันมามองคุณหนูลู่ผู้แสนอวบด้วยทีท่าไม่เป็ธรรมชาติ
“คุณหนูล้อเล่นสินะขอรับ”
“แน่นอนสิ เงินตั้งห้าร้อยตำลึงทอง ข้าจะไม่เอาได้อย่างไร มันพอให้ข้ากินดีอยู่ดีได้ทั้งชาติ!” ลู่เอินทำสีหน้าจริงจังราวกับไม่ได้เพิ่งพูดเื่น่ากลัวเมื่อครู่
“ฮ่า ๆ ๆ นั่นสิขอรับ ห้าร้อยตำลึงทองไม่ใช่เงินน้อย ๆ” ปิงเหอหัวเราะแห้ง ๆ เอียงหน้าหลบเพื่อลอบถอนหายใจ
คุณหนูผู้นี้ช่างพูดจาให้คนหวาดกลัวจริง ๆ เชียว
“ท่านแม่ เรารับไว้เถอะ เื่การหมั้นก็ยกเลิกไป ข้าไม่อยากแยกจากพวกท่าน ท่านพี่ก็ยังาเ็ ท่านก็ตั้งท้อง ต่อไปข้าจะดูแลพวกท่านเอง เชื่อมือข้าได้เลยเ้าค่ะ” ลู่เอินตบอกตัวเองหนัก ๆ สองสามที “อีกอย่าง คุณชายผู้นั้นหน้าตาเป็เช่นไรข้าก็ไม่เคยรู้ จู่ ๆ ท่านโหวอะไรนั่นบอกให้ข้าแต่งกับเขาได้ยังไง อย่างไรก็น่าสงสัย” ลู่เอินกระซิบกับมารดาแต่ไม่เบานัก “ไม่แน่ว่าคุณชายผู้นั้นอาจมีปัญหาบางอย่างก็ได้ หากเขาขี้เหร่จะทำอย่างไร ข้าชอบคนหล่อเ้าค่ะ”
ปิงเหอหุบยิ้มฉับ คุณหนูผู้นี้เป็อย่างที่ได้ยินมาจริง ๆ
เป็สตรีไม่รู้ความ ขนาดพูดถึงท่านโหวยังเอ่ยวาจาเช่นนี้ได้
หน็อย! ช่างกล้าสบประมาทคุณชายของเขา คุณชายทั้งเฉลียวฉลาดทั้งรูปงาม ติดก็แค่ผอมไปหน่อยเท่านั้นเอง กล้ากล่าวว่าคุณชายของเขา ช่างไม่ก้มดูตัวเองเสียบ้างเลย
ตัวนางเท่ากับคุณชายสี่คนรวมกันได้!
“เอินเอ๋อร์เ้าไม่โกรธแม่ ใช่หรือไม่” หลี่หลิงฟางยังคงไม่สบายใจ
“ข้าจะโกรธท่านทำไม” ลู่เอินมองมารดาอย่างไร้เดียงสา
หลี่หลิงฟางโล่งใจ บางทีการที่นางยังโง่งมอยู่ก็อาจจะไม่ใช่เื่ไม่ดี อย่างน้อยนางก็ไม่เห็นแก่ตัว นางยังนึกถึงพี่ชายที่นอนเจ็บอยู่
“แต่ท่านแม่เ้าคะ ท่านบอกข้าว่าท่านโหวเคยส่งของหมั้นมาให้ พอถอนหมั้นแล้วพวกเราต้องคืนของหมั้นหรือไม่ ตอนพวกเราถูกไล่ออกมา ก็ออกมาตัวเปล่า ไม่ใช่ว่า...” ลู่เอินถามด้วยสีหน้าสงสัย
“จริงสิ” หลี่หลิงฟางก็ลืมไปแล้ว
ปีนั้นมีของหมั้นถูกส่งมาจำนวนหนึ่ง ก็ไม่มากมายอะไร สามีนางบอกว่าของเ่าั้ล้วนเป็ของดีที่หายาก บางอย่างหาได้ที่เมืองหลวงเท่านั้น แสดงว่าแต่ละชิ้นต้องแพงมากแน่ ๆ หลี่หลิงฟางดูของไม่เป็ นางไม่รู้ราคาที่แท้จริงแต่เมื่อสองบ้านนั้นไม่ยอมให้นางเอาอะไรออกมาเลย นี่ก็น่าจะเป็ข้อพิสูจน์ได้แล้ว
“ไม่ต้องห่วงขอรับ ของหมั้นพวกนั้นไม่ต้องคืน ถือเป็ของชดเชยด้วยเลยแล้วกัน” ปิงเหอพยายามไม่ให้อีกฝ่ายเครียด
แต่ใครจะรู้ว่าสตรีอวบอ้วนกลับเต้นผางขึ้น ไขมันทั่วร่างของนางขยับตามจังหวะร่างกาย
“เช่นนั้นก็แย่กว่าเดิมสิ! นั่นเป็ของของข้านะ ลุงใหญ่ลุงรองจะเก็บไว้เองได้อย่างไร ไม่ได้! อย่างไรก็ต้องเอาคืนมา”
ลู่เอินยิ่งโมโหหนัก คนพวกนั้นช่างน่ารังเกียจจริง ๆ นางมองชายหนุ่มนามปิงเหออย่างเดือดดาลก่อนกล่าวว่า “ถ้าอยากให้ข้าถอนหมั้น ท่านต้องไปเอาของหมั้นที่บอกจะให้ข้า คืนมาด้วย ได้มาเมื่อไหร่ก็ถอนหมั้นเมื่อนั้น”
ปิงเหอเงยหน้ามองอย่างตกตะลึง นี่จู่ ๆ นางก็เพิ่มเงื่อนไขขึ้นมาอีกข้อแล้ว
เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังใช้มือสะกิดเขาโดยไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็น
ปิงเหอกระแอมกระไอแล้วกล่าวว่า “ได้ขอรับ ถึงตอนนั้นคุณหนูลงนามให้ด้วย”
“แน่นอน หนังสือหมั้นก็คงอยู่ในนั้นด้วย ไม่มีหนังสือหมั้น จะถอนหมั้นได้หรือ”
ปิงเหอพยักหน้า รู้สึกรับได้ขึ้นมาบ้าง
“แต่ตอนนี้ต้องเร่งรักษาขาของพี่ข้าก่อน พวกท่านรีบไปเชิญท่านหมออะไรนั่นมาเถอะ แล้วอย่าลืมตีคนให้ข้าด้วย บ้านข้าคับแคบคงต้อนรับพวกท่านไม่ไหว ได้ของหมั้นมาแล้วค่อยกลับมา เชิญ”
พอคุยจบก็ถูกไล่ ปิงเหอตามอารมณ์ของคุณหนูอ้วนผู้นี้ไม่ทันเลยจริง ๆ พยายามเข้าใจว่าพวกนางคงร้อนใจเื่อาการาเ็ของเด็กหนุ่มที่นอนอยู่ อีกทั้งในบ้านก็มีแต่เด็กและสตรี บุรุษหลายคนมาเยือนเช่นนี้คงไม่สะดวกต้อนรับนานจริง ๆ นั่นแหละ ปิงเหอจึงขอตัวลากลับ
พวกเขาเดินออกจากบ้านหลังเล็กที่แสนคับแคบพร้อมคนอื่นที่รออยู่ด้านนอก ทั้งห้าคนกลับไปยังที่พักที่ติดต่อเอาไว้
“ทำอย่างไรต่อขอรับ” ปิงเหอกล่าวกับเด็กหนุ่มร่างผอมแห้งอย่างนอบน้อมเมื่อจากมาไกลแล้ว
“จัดการตามที่นาง้า ส่วนคนก็ไปจัดการซะ ขาของพี่ชายนางหัก ขาคนทำก็ต้องหักด้วย ส่วนหมอโหยวก็ส่งคนไปเชิญมา เื่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดข้าจ่ายเอง” เซียวอี้หยางบอก
“ขอรับ” ปิงเหอเป็หัวหน้าคนคุ้มกันและเป็คนสนิทของเซียวอี้หยาง เขามีไหวพริบมากพอจะสั่งการทุกอย่างต่อได้
ครั้งนี้พวกเขาเดินทางมาเพียงห้าคนรวมคุณชายด้วย ปิงเหอจึงสั่งคนหนึ่งไปเชิญหมอโหยว อีกสองคนให้ไปจัดการคนที่ทำร้ายพี่น้องคู่นั้น
“แล้วเื่ของหมั้นจะทำเช่นไรขอรับ” ปิงเหอถาม
เื่อื่นยังพอจัดการเงียบ ๆ ได้ แต่ของหมั้นที่อยู่ในจวนสกุลลู่จะทำอย่างไร
พวกเขามาอย่างเงียบ ๆ เนื่องจากไม่้าให้ท่านโหวรู้เื่นี้ ถึงขนาดชิงจดหมายก่อนจะทันส่งถึงมือท่านโหวมาเลย ไม่รู้ถ้าท่านโหวรู้เื่เข้าจะเป็อย่างไร
“ในเมื่อทวงซึ่งหน้าไม่ได้ก็ไปขโมยมา” เซียวอี้หยางตอบอย่างไม่แยแส
ขโมยเลยนะขอรับ ท่านจะกล่าวเหมือนไม่ใช่เื่ใหญ่เช่นนี้ไม่ได้
เด็กหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “ไม่สิ เอาทรัพย์สินที่เป็ของพวกนางรวมมาด้วยเลยแล้วกัน จะได้จบ ๆ ไป”
“นั่นจะดีหรือขอรับ” ปิงเหอไม่เห็นด้วยสักเท่าไหร่
“บอกให้ทำก็ทำไป” เซียวอี้หยางเอ่ย ท่าทางเขาหงุดหงิดขึ้นพร้อมเสียงท้องร้องดัง
ปิงเหอรู้ทันทีว่าคุณชายของเขาเริ่มหิวแล้ว เขาบอกกับเซียวอี้หยางว่า “แถวนี้มีร้านอาหารร้านใหญ่อยู่ขอรับ มีชื่อเสียงพอสมควร คุณชายจะลองไปดูหรือไม่”
“อืม” เซียวอี้หยางพยักหน้า ตัวของเขาค้อมลงเล็กน้อย ขนาดตอนเดินยังโซเซไม่มั่นคง
ร้านอาหารที่ว่าเป็ปิงเหอไปสืบหามาอย่างยากลำบาก ร้านไม่ได้ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ แต่เป็ร้านที่ผู้คนบอกว่าอาหารหลายจานอร่อยมาก
ปิงเหอสั่งอาหารมาเป็สิบอย่าง โต๊ะขนาดใหญ่เต็มไปด้วยอาหารที่ส่งกลิ่นหอมกระจายไปทั่วห้องส่วนตัวนี้ ปิงเหอมองแล้วน้ำลายไหล ทว่าเซียวอี้หยางกลับขมวดคิ้ว แล้วเอามือปิดจมูก ชี้นิ้วไปที่แกงปลาถ้วยหนึ่ง
“เหม็นคาว เอามันออกไป”
“ขอรับ” ปิงเหอไม่รอช้ารีบยกแกงปลาถ้วยนั้นไปส่งให้พนักงานที่อยู่หน้าห้อง “เอาแกงปลาถ้วยนี้ออกไป”
พนักงานคนนั้นถามอย่างระวังว่า “อาหารมีปัญหาอะไรหรือไม่ขอรับ ข้าน้อยจะให้พ่อครัวทำมาเปลี่ยนดีหรือไม่”
ปิงเหอถอนหายใจ “คุณชายของข้าบอกว่ามันคาว เอาไปเก็บก็พอ ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก”
“ขอรับ” พนักงานยกแกงปลาไปคืนที่ครัว
ระหว่างทาง เขามองถ้วยแกงปลาไปด้วย ถ้วยยังสะอาดเหมือนยังไม่ถูกแตะต้องแล้วลูกค้ารู้ได้อย่างไรว่ามันคาว ด้วยความสงสัยเขาเลยก้มลงไปดมกลิ่นดู ปรากฏว่ามันมีกลิ่นคาวหน่อย ๆ จริง
“เอาแกงปลากลับมาทำไม หรือมีปัญหาอะไร” พ่อครัวประจำร้านเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาถืออาหารที่ตนเองทำกลับเข้ามา และพอดูแล้วก็พบว่ามันยังไม่ถูกกินแม้แต่คำเดียว
“ลูกค้าบอกว่ามันคาวขอรับ”
“คาว?” พ่อครัวขมวดคิ้วแล้วเอาช้อนมาตักชิม ปรากฏว่ามีความคาวของปลาอยู่เล็กน้อยจริง ๆ “แต่ลูกค้ายังไม่ได้กินแม้คำเดียว แล้วรู้ได้อย่างไร หรือเพราะมันมีกลิ่น”
แต่กลิ่นมันก็จางมาก คนปกติจะรู้ได้รึ
“แล้วลูกค้าว่าอย่างไร เขาเรียกร้องอะไรหรือไม่” พ่อครัวถาม
“ไม่เลยขอรับ ข้าถามว่าอยากให้เอาถ้วยใหม่มาเปลี่ยนหรือไม่ เขาบอกว่าไม่ต้อง แค่เอากลับมาก็พอ”
เช่นนั้นก็คงไม่ใช่พวกก่อกวน
“เ้าไปคอยดูแลพวกเขาให้ดี หากเขา้าอะไรเพิ่มให้รีบมาบอกข้า หรือถ้าอาหารมีปัญหาอีกก็รีบมาบอก เข้าใจหรือไม่” พ่อครัวกำชับ
“เข้าใจแล้วขอรับ”