
เครดิตภาพจาก https://wallup.net
ุ์ที่เคยสวยนำพาร่างบางเข้าหานายตำรวจวัยกลางคน ใบหน้าซีดเผือดของมันแสยะยิ้มชั่วช้าดวงตาขาวขุ่นก็มองมาที่เหยื่ออารมณ์ ด้วยอาการประสงค์ร้าย
“ฮึ่ม…..แบบนี้ ต้องลองอีกที ” นายตำรวจวัยกลางคนชะงักงันไปอึดใจ ก่อนจะฟื้นตัวเพราะเขาผ่านความเป็ความตายมาพอสมควร จึงสวนกลับด้วยการรัวปืนใส่ คราวนี้เล็งไปที่ศีรษะ
“ ปังปัง ปัง…..”
สามนัดที่แม่นยำเกาะกลุ่มไปที่ใบหน้าและกะโหลก ส่งผลใหุ้์ผงะถอยหลังไปหลายก้าวแต่สุดท้าย ปีศาจสาวก็เงยหน้าขึ้นมา พร้อมแลบลิ้นเลียปาก โชว์อีกหนึ่งชุดใหญ่
“ หึ หึหึ ขนาดเจอสถานการณ์ที่กดดันแบบนี้ ยังยิงได้แม่นยำ นับว่ามีสติที่ดีเยี่ยมข้าชักจะชอบเ้าแล้วสิ ”
ถึงถูกชมซึ่งหน้า แต่นายตำรวจวัยกลางคนกลับไม่รู้สึกยินดี เพราะตนเองกำลังเผชิญกับตัวอะไรก็ไม่รู้และนั่นก็ทำลายความเชื่อของเขาจนหมดสิ้น
“ เป็ไปไม่ได้ในโลกนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดที่รอดตายจากการถูกเป่าขมอง เพราะนั่นคือจุดตายของทุกสิ่ง”
“ หึ หึหึ ก็เพราะข้าไม่ใช่สิ่งมีชีวิตไง ก็เลยไม่ตายด้วยลูกปืนของเ้า ”เสียงเล็กแหลมของุ์ดังเสียดแก้วหูทุกถ้อยคำล้วนตรงกับสิ่งที่นายตำรวจขบคิดอยู่ภายใน ประมาณว่ามันน่าจะอ่านใจของอีกฝ่ายออก
นายตำรวจวัยกลางคนไม่รู้จะทำยังไง แต่ในใจยังไม่ยอมแพ้จึงยกปืนกระบอกโตขึ้นมา หวังกระหน่ำยิงให้หมดแม็ค แต่ไม่ทันได้ทำการปีศาจสาวก็พุ่งเข้ามา ด้วยความเร็วที่สูงจนมองไม่เห็น
“ เฮ้ย!” นายตำรวจวัยกลางคนร้องได้คำเดียว ปีศาจสาวก็เข้าถึงตัว มือขวาที่ถือปืนถูกุ์เกาะกุม จากนั้นมันก็บิดเต็มแรง ส่งผลให้กระดูกข้อต่อหัก อาวุธร้ายจึงร่วงหล่นลงสู่พื้น
“ อ้าก…….มือของกู ” นายตำรวจร้องโหยหวน แต่ไม่ทันได้แหกปากจนสมใจมือบางก็พุ่งมาล็อคคอ ก่อนจะออกแรงดันให้กระแทกกับกำแพงปูนที่ด้านหลัง
“ โครม ”
“อั้ก….” นายตำรวจจุกเสียดจนพูดไม่ออก มันรุนแรงไม่ต่างจากถูกรถยนต์พุ่งใส่แต่เขาก็ไม่แปลกใจ เพราะผู้กระทำนั้นเป็ปีศาจจากขุมนรก
“ยอมแพ้ซะดีๆ ไอ้มนุษย์ ” ปีศาจสาวพ่นคำเสียงกร้าว คิ้วเรียวขมวดนิ่ว เป็เชิงขู่ทว่าจอมดื้อด้านอย่างนายตำรวจไม่ยอมง่ายๆ จึงข่มความเ็ปแล้วปล่อยหมัดซ้ายใส่ใบหน้าของุ์
“ ตุ้บ ”
เสียงปะทะดังสนั่น บ่งบอกถึงพลังหมัดที่ค่อนหนักเพราะมาจากแรงเฮือกสุดท้ายของคนกลัวตาย แต่ไม่ทำให้ปีศาจสาวเ็ปเลยนายตำรวจจึงประเคนใส่อีกหลายดอก
“นี่แน่ะ ปล่อยกูนะโว้ย ไอ้ผีบ้า ไปลงนรกซะ ” ถึงนาทีนี้นายตำรวจวัยกลางคนเริ่มบ้าเืแล้ว เพราะถ้าเขาไม่สู้ตาย ก็คงสิ้นลมปราณอย่างแน่นอนและการกระทำดังกล่าว ก็เอาชนะใจของปีศาจอำมหิต
ปีศาจสาวปล่อยให้นายตำรวจต่อยอีกหลายสิบหมัดเพราะอยากรู้ว่ามนุษย์น้อยตรงหน้าจะทำได้แค่ไหน พอเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มอ่อนแรงมันก็รวบมือข้างที่ปล่อยกำปั้นเด็ด แล้วดันติดกำแพง
“ อึก….”นายตำรวจเ็ปอย่างแสนสาหัส เพราะแรงกดที่พันธนาการข้อมือซ้ายนั้นแกร่งราวกับคีมเหล็ก ทำให้ขยับไม่ออก แต่ไม่ทันได้กล่าวคำใด ใบหน้าของเขาก็เงยสูงเนื่องจากถูกมือบางที่ล็อคลำคอ ดันขึ้นมา
“อึก…..” นายตำรวจวัยกลางคนเริ่มอึดอัด และหายใจไม่ค่อยออกร่างสูงใหญ่ค่อยๆลอยเหนือพื้น เขาใที่ถูกยกขึ้นมาอย่างง่ายดายทั้งที่ตนเองมีน้ำหนักตัวเกือบ 80 กิโล
ทว่านั่นไม่ใช่สิ่งสุดท้ายที่นายตำรวจจะต้องหวาดกลัว เพราะในวินาทีต่อมาปีศาจสาวได้ชะโงกหน้าเข้ามากัดลำคอแกร่งของเขาอีกครั้ง
“อึก…..” ความรู้สึกเดิมกลับคืนสู่มโนทวารของนายตำรวจวัยกลางคนนั่นก็คือเ็ปผสานเป็สุขอย่างประหลาดคล้ายกำลังดำดิ่งกับยาเสพติดชนิดหลอนประสาท ทำให้คลายอาการแข็งขืน
ทันทีที่ปีศาจสาวฝังเขี้ยวคมลงบนซอกคอมันก็ลงมือดูดเืสดของเหยื่ออย่างตะกละตะกลาม เสมือนว่าอดอยากมานับร้อยปีและเมื่อโลหิตใกล้จะหมดตัว ุ์ก็วางมือ พร้อมกระซิบที่ข้างหู
“วางใจได้ ข้าจะไม่ฆ่าเ้า เพราะนับถือในหัวใจนักสู้ ดังนั้นจงมาร่วมเป็เผ่าพันธุ์เดียวกันเถอะ ”
นายตำรวจวัยกลางคนยอมรับว่าไม่อยากเป็ปีศาจเพราะลักษณะของเ้าตัวที่ยังชีพด้วยเืสด ช่างน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุดแต่ถ้าให้เลือก ระหว่างความตายกับการกลายพันธุ์เป็ุ์เขาย่อมต้องเล็งไปที่อย่างหลัง ถึงกระนั้น ผู้รักษากฎหมายก็เก๋าพอ จึงยอมต่อรองด้วยเสียงที่แ่เบา
“ละ…แล้วกะ…กูจะได้อะไร ”
คำตอบนั้น ทำให้ปีศาจสาวแสยะยิ้มเพราะมันอยากได้พรรคพวกที่มีจิตใจห้าวหาญและโฉดชั่วซึ่งมนุษย์ตรงหน้าก็มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ ุ์จึงแถลงไขให้หายสงสัย
“เ้าก็จะได้ชีวิตนิรันดร์ ไม่แก่ ไม่ตายไปตลอดกาล ”
นายตำรวจนิ่งคิดอยู่อึดใจ ภายในจะรู้สึกอย่างไร ไม่อาจทราบได้แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของเขา ก็รู้ทันทีว่าผู้รักษากฎหมายจอมเก๋าตัดสินใจเช่นไร
“ ตกลงกูยอมรับข้อเสนอของมึง จัดมาเลย ”
………………….
พอหรั่งเข้ามาในผับ เขาก็ตรงไปหาสองสาว ในใจภาวนาให้คุณเธอไม่ไปไหนซึ่งก็นับว่าฟ้าเป็ใจ เพราะทั้งแอนและจ๊ะจ๋ายังคงนั่งประจำในจุดเดิม
“ ฟู่……โล่งอกไปที เพราะสองสาวนี่ก็น่ารับประทานอยู่ไม่หยอกถ้าปล่อยให้พวกหล่อนหลุดมือไป คงเสียเชิงชาย ”
บรรยากาศรอบสองสาวดูมาคุ เพราะทั้งสองเชิดใส่กัน ประมาณว่าเตรียมชิงชัยในศึกใหญ่ซึ่งนั่นก็ไม่พ้น…การแย่งผู้ชายเกรดเอ แต่ก่อนที่พวกเธอจะขยายขอบเขตไปถึงขั้นโต้เถียงหรั่งก็ตรงเข้ามาทักทาย
“ขอโทษครับ รอนานมั้ย พอดี มีคนใช้บริการห้องน้ำหนาแน่น เลยเสร็จช้าไปหน่อย ”
“ไม่นานเลยค่า…..”สองสาวหันมาขานรับพร้อมกัน กระแสเสียงหวานใส ไม่ต่างจากน้ำผึ้งเดือนห้า ทว่าแอนผู้มีวัยวุฒิสูงกว่า ได้โชว์สกิลขั้นเทพ ด้วยการทอดสะพานให้ผู้เกรดเอ
“ถ้าเป็หรั่ง ต่อให้ต้องรอนานกว่านี้ แอนก็จะไม่ปริปากบ่นเพราะรู้ดีว่าเรานั้นคู่กัน ” แอนพูดจบ เธอก็เชิดหน้าเล็กน้อย ดวงตาเรียวเปล่งประกายหยาดเยิ้มอย่างมีนัยยะอันชวนให้คนคิดลึก
จ๊ะจ๋ารู้สึกชาไปทั้งกาย เพราะถูกสาววัยน้าชิงตัดหน้าด้วยการหยอดคำหวานใส่หนุ่มหล่อ แต่เธอไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จึงดิ่งเข้าไปเกาะแขนของหรั่งพร้อมดันกายแนบชิด ปากก็ร้องออเซาะ ประหนึ่งจะกลายเป็ลูกแมวน้อยขี้อ้อน
“พี่หรั่งก็จากไปนานจริงๆ รู้มั้ยคะว่า.....จ๊ะจ๋าคิดถึงแค่ไหน ”
“ อื้อ….” หรั่งกระสับกระส่าย เพราะอีกฝ่ายรุกหนักชนิดถึงตัวแถมัันุ่มนิ่มที่เบียดเสียดกับท่อนแขน ก็ชวนให้หวั่นไหว (ไม่ต้องบอกก็รู้นะครับว่าอะไรถูแขนของพระเอกหนุ่ม)
ด้วยสัญชาตญาณหญิง ทำให้สองสาวรู้ทันทีว่าจ๊ะจ๋ากำลังได้เปรียบแต่แอนก็สมกับเป็สาววัยสะคราญจึงแก้เกมด้วยการเคลื่อนตัวเข้าไปลูบไล้แผงอกแกร่งของหรั่งแล้วกระตุ้นเร้าด้วยวาจา
“แอนก็คิดถึงหรั่งเช่นกัน และถ้าเป็ไปได้ เราควรทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ ”
ถ้อยคำดังกล่าว ทำให้หัวใจของหรั่งเต้นแรงจนแทบจะทะลักออกจากอกแต่ที่ร้ายกว่านั้นก็คือ....แม่เสือสาวทรงเสน่ห์ได้ก้มตัวลงเล็กน้อย ทำให้เห็นลำคอเรียวงามที่ขาวเนียน
“ อู้ว…..นะ…นี่มัน โอโม่ชัดๆ ” หรั่งมองตาไม่กะพริบ
จ๊ะจ๋ารู้รับทันทีว่าตนกำลังเสียเปรียบ และถ้าปล่อยให้เป็แบบนี้ผู้เกรดเอย่อมถูกคว้าตัวไปรับประทาน แต่ด้วยความที่เยาว์วัยจริตจะก้านจึงไม่มากเท่าสาวรุ่นพี่ (หรือน้า) เลยต่อสู้ด้วยกรรมวิธีที่แหวกแนวนั่นก็คือ…..
“ ว้าย!” จ๊ะจ๋าแกล้งกรีดร้องเบาๆ แค่พอได้ยิน พร้อมปล่อยสายเดี่ยวหนึ่งเส้นที่คล้องไหล่ขวาให้หลุดออก เผยให้อาภรณ์ผืนบางตกลงข้างนึง
“อุ…ว้าว…..” ดวงตาของหรั่งเบิกโพลงราวไข่ห่าน เพราะสิ่งที่ประสบ คือหัวไหล่กลมกลึงที่ผุดผ่องไม่แพ้กัน ชวนให้หนุ่มหล่อเคลิบเคลิ้ม
“อือ…หือ…น้องคนนี้ก็นับว่าพิมพ์นิยม ”
สาวหมวยผมบรอนด์รู้สึกคับแค้น เพราะรู้ดีว่าตนสู้เด็กสาวในด้านความสดไม่ได้ด้วยเ้าหล่อนมีวัยที่สูงกว่า เธอจึงละทิ้งความอาย แล้วขยับตัวเข้าไปโอบกอด
“ อึก…..” หรั่งสะดุ้งโหยง เพราะไม่คิดว่าหมวยอินเตอร์จะกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้โดยหารู้ไม่ว่าสาวเ้าเองก็เขินอายมิใช่น้อย แต่เมื่อรุกหนัก ก็จำต้องปล่อยของให้สุดเธอจึงโหมไฟตัณหาให้พัดกระพือ ด้วยการยกนิ้วมือขึ้นมาระดับปากแล้วโลมเลียที่ปลายนิ้ว
“ อ้า….ขอเสนอ ถ้าคืนนี้ หรั่งไปกับหมวย จะได้พบกับความสุขที่ลืมไม่ลง ”
กายล่ำสันของหรั่งเริ่มสั่นเทา กำแพงแห่งความละอายใกล้จะแตกเต็มทีถ้าไม่ติดว่ามีผู้คนรายล้อมนับร้อย ชายหนุ่มคงซัลโวแม่เสือสาวนางนี้ไปแล้ว
จ๊ะจ๋ารู้สึกอึ้งกิมกี่ เพราะไม่คิดว่าหมวยสาวรุ่นพี่ (หรือรุ่นน้า) จะแน่ถึงเพียงนี้เธอยอมรับว่าไม่กล้าทำแบบนี้ในที่สาธารณะแน่ ใบหน้าเรียวเล็กจึงเริ่มแดงก่ำ เพราะถูกความอายและสิ้นหวังเข้าครอบงำจิตใจแต่ไม่ทันไร เกมก็พลิกโดยพลัน เมื่อได้ยินน้ำคำของนายหรั่ง
“ เอาล่ะ ในเมื่อพวกคุณแต่ละคน มีดีกันคนละแบบงั้นเราไปด้วยกันทั้งหมดเถอะ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
