โม่อวี้เฉินรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกใช้
กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าการถูกขัดจังหวะระหว่างการรักษาจะทำให้พิษเหมันต์กำเริบหนักขึ้นแต่นางกลับหันหลังเดินจากไปอย่างไม่ลังเล
“ทั้งหมดนี้ก็เกี่ยวกับเ้าด้วยเช่นกัน” โม่อวี้เฉินจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างเ็า
“ฝ่าา” แววตาของกู้ชิงเฉิงมืดครึ้มลงเหลือเพียงความเ็าและความมืดมิด “ท่านคงชินกับการเป็ที่จับตามองของผู้คนจำนวนนับหมื่นดั่งดวงดาวที่ถูกล้อมรอบกระมังท่านลืมไปแล้วกระมังว่าที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวง ไม่ใช่ราชสำนักอันหยวนถังของข้ากำลังจะถูกทำลาย แล้วเหตุใดข้าจึงยังต้องมาเชิดชูท่านเล่า?”
คำกล่าวนี้ไม่ได้เหลือความเกรงใจให้แม้แต่น้อยเฟิงฮ่วนที่ยืนอยู่ข้างกายถึงกับขมวดคิ้วแน่น สตรีผู้นี้ไม่ได้เสแสร้งนางช่างเหี้ยมโหดนัก
คำกล่าวของนางทำให้โม่อวี้เฉินถึงกับตะลึงไปชั่วขณะเป็ความจริงดั่งที่นางว่า เขามองตนเองสำคัญเกินไป ทว่าในใจของสตรีผู้นี้อันหยวนถังสำคัญกว่าเขานัก
นี่เป็เื่ปกติของมนุษย์ปมในใจของเขาคลายลงในทันที เขาจึงยิ้มออกมา “ในเมื่อเ้า้าให้ข้าคุ้มครองเ้าย่อมทำได้ แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่งเ้าและเซวียนเอ๋อร์ต้องไปอยู่ที่ตำหนักรัชทายาท แล้วข้าจะคุ้มครองพวกเ้าเอง”
“ไม่เพคะ!” กู้ชิงเฉิงปฏิเสธในทันทีนางอยากจะพึ่งพาอำนาจของเขาแต่การเข้าไปอยู่ในตำหนักรัชทายาทเป็สิ่งที่ไม่สามารถทำได้
หากเป็เช่นนั้นฐานะของนางอาจจะถูกสืบพบได้ในไม่ช้า นางไม่ปรารถนาเช่นนั้นตอนนี้นางใช้ชีวิตอย่างอิสระในฐานะหมอกู้ผู้ปราดเปรื่องซึ่งเป็สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
“ถ้าเช่นนั้น ก็อย่าได้โทษที่ข้าไม่อาจคุ้มครองเ้ากับเซวียนเอ๋อร์ได้”โม่อวี้เฉินผู้ภาคภูมิไม่อาจยอมก้มหัวให้ใครได้มีเพียงผู้อื่นที่ต้องก้มหัวให้เขาเท่านั้น
“เอาเถิด ชีวิตและความตายย่อมเป็ไปตามโชคชะตา” กู้ชิงเฉิงไม่ได้ดึงดันสิ่งที่ควรจะกล่าวนางก็กล่าวไปแล้ว โม่อวี้เฉินจะทำอย่างไร เขาย่อมต้องพิจารณาเอง
นางพลันรู้สึกว่าตนเองอาจสามารถร่วมมือกับฮ่องเต้แคว้นหลินได้ดี
หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้แคว้นหลินแอบสั่งให้คนมาวางยาพิษโม่อวี้เฉินก็คงไม่มีวันที่โม่อวี้เฉินจะถูกนางควบคุมบงการได้
ในนิยายเื่นี้ผู้เขียนได้สร้างโม่อวี้เฉินซึ่งเป็พระเอกให้เก่งกาจเกินไป ยากที่จะหาใครเทียบได้เขาอยู่เหนือกว่าทุกสิ่ง กลายเป็เทพบุตรในใจของผู้อ่านแต่ตอนนี้เขากลับกลายเป็อุปสรรคของนาง อีกทั้งการจะกำจัดเขานั้นก็ยากยิ่งนัก
“เฟิงฮ่วน ส่งหน่วยองครักษ์เงาไปคุ้มกันคนของอันหยวนถังห้ามให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย” โม่อวี้เฉินไม่พอใจอย่างยิ่งแต่ก็ไม่ได้แสดงออก บนใบหน้าของเขากลับเผยรอยยิ้มจางๆ
กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่านี่คือสัญญาณโม่อวี้เฉินกำลังไม่พอใจ เมื่อเขาไม่พอใจ เขาคงจะตอบโต้ในอีกไม่ช้าแต่ตอนนี้นางยังไม่มีเวลามาคิดมากเื่นั้นนางจะต้องผ่านพ้นเคราะห์กรรมนี้ไปให้ได้
การทะลุมิติครั้งนี้ช่างน่าเศร้ายิ่งนักนางไม่ได้เป็นางเอก แต่เป็นางร้ายที่ไม่มีรัศมีใดๆแม้จะรู้เื่ราวในอนาคตก็ยังยากที่จะเปลี่ยนแปลง
“ขอรับ!” เฟิงฮ่วนตอบรับตอนนี้เขาช่างชื่นชมกู้ชิงเฉิงนัก ช่างกล้าพูด กล้าทำทุกสิ่งนางยื่นมือเข้ามาแตะหนวดัหลับอย่างองค์รัชทายาทผู้เ้าเล่ห์ไร้เทียมทานแห่งต้าฉินแล้ว
“คราวนี้ เ้าพอใจแล้วใช่หรือไม่?” โม่อวี้เฉินยังคงยิ้มแต่รอยยิ้มนั้นไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา เขาเกลียดการถูกข่มขู่และตอนนี้กู้ชิงเฉิงกำลังข่มขู่เขา
“ขอบพระทัยเพคะฝ่าา” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนักทำเอาโม่อวี้เฉินอยากจะฆ่าคนเสียให้ได้ นี่มันท่าทีแบบไหนกัน จะมากเกินไปแล้ว
“หากไม่มีเื่ใด องค์รัชทายาทเชิญเสด็จเถิดเพคะ” จากนั้นกู้ชิงเฉิงก็เอ่ยปากขับไล่
เฟิงฮ่วนเกือบจะกัดลิ้นตัวเองโลกนี้ช่างกว้างใหญ่ ทั้งยังมีสิ่งแปลกประหลาดมากมายแต่สตรีผู้นี้ช่างทำให้เขาเปิดหูเปิดตาเสียจริง
“เช่นนั้นไว้พบกันใหม่!” โม่อวี้เฉินหุบยิ้มรอยยิ้มของเขาค่อยๆ จางหายไป หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินอ้อมกู้ชิงเฉิงตรงไปยังประตู
ขณะที่เดินผ่านกู้ชิงเฉิงเขาก็ยื่นมือออกไปคว้าคอของนาง คล้ายกับถูกโทสะเข้าครอบงำ
กู้ชิงเฉิงรีบยกมือขึ้นปกป้องลำคอตามสัญชาตญาณแต่ไม่ทันระวัง ผ้าคลุมหน้าบนใบหน้าของนางกลับถูกกระชาก จนหลุดลงมา...
แววตาของกู้ชิงเฉิงฉายแววเ็ายามนี้นางไม่อาจปกป้องผ้าคลุมหน้าได้ทันการณ์
มือที่กำลังจะคว้าจับผ้าคลุมหน้ากลับกลายเป็ว่าคว้าจับคอเสื้อของโม่อวี้เฉินเสียแล้วนางดึงรั้งร่างของบุรุษตรงหน้าเข้ามาใกล้อย่างแรง ดูท่านางคงโกรธเป็อย่างมาก
ทว่าสิ่งที่ทำให้โม่อวี้เฉินคาดไม่ถึงคือสตรีนางนี้กลับมีเรี่ยวแรงมหาศาลถึงเพียงนี้
เวลานี้ทั้งสองใบหน้าประชิดกันดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันแน่วแน่
โม่อวี้เฉินเห็นเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของกู้ชิงเฉิงราวกับจะะเิเปลวไฟออกมาได้ทุกเมื่อ
เฟิงฮ่วนเองก็ร้อนใจเช่นกัน“บังอาจ!” เขาไม่คาดคิดว่านางจะกล้าลงมือกับองค์รัชทายาทนางเบื่อหน่ายชีวิตแล้วหรือไร
โม่อวี้เฉินโบกมือให้เฟิงฮ่วนเขามองกู้ชิงเฉิงโดยไม่ละสายตา และเอ่ยขึ้นว่า “ถอยไป”
“ฝ่าา!” เฟิงฮ่วนร้อนรนเล็กน้อยเขาต้องคุ้มครองผู้เป็นายให้ดีที่สุด
ทว่าโม่อวี้เฉินไม่ได้เอ่ยสิ่งใดอีกเพียงแต่เลิกคิ้วมองกู้ชิงเฉิง
สายตาของเขาเปลี่ยนไปหลายครั้งแต่กลับไม่ได้แสดงอาการใแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับทำราวกับว่าทุกสิ่งเป็ไปตามที่คาดไว้แล้ว
เฟิงฮ่วนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะไม่กล้าเอ่ยสิ่งใดอีก เขาขบกรามแน่นแล้วถอยออกไป
“เป็เ้าจริงๆ ด้วย…” โม่อวี้เฉินยกมุมปากขึ้นยิ้มพลางยกมือลูบไล้าแบนแก้มของนางอย่างแ่เบา “ชายาของข้า”
“ท่านจำคนผิดแล้ว!” กู้ชิงเฉิงโมโหเป็อย่างมากนางปล่อยมือจากเขาแล้วถอยไปหนึ่งก้าว เพื่อสร้างระยะห่างระหว่างคนทั้งสองพลางยกมือสวมผ้าคลุมหน้ากลับคืนอย่างรวดเร็วจากนั้นนางก็เผลอกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
บุรุษผู้นี้ช่างน่าตายนักช่างต่ำทรามถึงเพียงนี้
“เซวียนเอ๋อร์เป็ลูกของเราสินะ” โม่อวี้เฉินไม่ได้ฟังคำอธิบายของนางแม้แต่น้อยหากแต่ถามขึ้นเอง พลางยกมือจัดคอเสื้อของตนเองให้เรียบร้อย
“ไม่ใช่!” กู้ชิงเฉิงยังคงโกรธแค้น “เซวียนเอ๋อร์ไม่เกี่ยวข้องกับท่านแม้แต่น้อย”
โม่อวี้เฉินเพียงยิ้มออกมาบางๆ“ใบหน้าของเ้า… เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่เกี่ยวกับท่าน” กู้ชิงเฉิงยังคงโมโหเป็อย่างมากนางไม่เคยถอดผ้าคลุมหน้าเลย แม้แต่กู่ซินและกู่จื่อก็ไม่เคยเห็นใบหน้าของนางดังนั้น นางจึงรู้สึกว่าโม่อวี้เฉินผู้นี้ช่างน่าตายนัก
“ถูกไฟไหม้ในเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้นใช่หรือไม่?” โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงต่ำใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไปมาอย่างไม่อาจคาดเดาได้ว่ายามนี้เขากำลังรู้สึกเช่นไร
กู้ชิงเฉิงอยากจะะเิอารมณ์ออกมาแต่ยามนี้ไม่อาจทำได้ นางยังคงต้องเกาะขาของเขาไว้
กู้ชิงเฉิงไม่ได้ตอบหากแต่จ้องมองโม่อวี้เฉินอย่างระแวดระวัง เดิมทีทั้งสองคนก็ไม่ได้มีความรู้สึกดีๆต่อกัน ทุกสิ่งล้วนเป็แผนการของเ้าของร่างเดิม
ตามที่ผู้เขียนกำหนดไว้พระเอกผู้นี้เกลียดนางร้ายเป็อย่างมาก หากไม่ใช่เพราะเขาเกรงใจตระกูลไป๋ป่านนี้คงสังหารนางไปนานแล้ว
แล้วเขาจะใส่ใจนางทำไมกัน!ในยามนี้เขากลับไต่ถามถึงเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้น
“วันนั้นข้ามาช้าไป” โม่อวี้เฉินเอ่ยเสียงต่ำ
คำพูดนี้ทำให้กู้ชิงเฉิงอยากจะหัวเราะนักต่อให้เขามาทัน ก็คงไม่ช่วยนางหรอกกระมัง เขาเกลียดนางมาโดยตลอดการที่นางต้องตายในกองเพลิง ก็คงเป็สิ่งที่เขาปรารถนาเช่นกัน
ดังนั้นกู้ชิงเฉิงจึงเพียงแต่แค่นเสียง ‘ฮึ’ แล้วยักไหล่
“พาเซวียนเอ๋อร์กลับไปพร้อมกับข้าเถิด” เสียงของโม่อวี้เฉินลดต่ำลงเล็กน้อยและเต็มไปด้วยความจริงใจ
“ข้าบอกว่าท่านจำคนผิดแล้ว” กู้ชิงเฉิงกลับมีอาการหวั่นไหวอยู่บ้างหรือนี่อาจเป็เพราะอารมณ์ของร่างเดิม ที่ทั้งขื่นขมและอึดอัดใจยิ่งนัก
นางหันหลังกลับและเอ่ยออกมาเบาๆ “ฟ้ามืดแล้วองค์รัชทายาทเชิญตามสบายเถิดเพคะ”
ขณะเดียวกันนั้นนางก็ยกมือกุมหน้าอก ตอนนี้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างมากทั้งที่ร่างกายนี้เป็ของนางแล้ว แต่ผ่านมาหลายปีเ้าของร่างเดิมกลับแสดงอารมณ์ออกมาอีกครั้งอาจเป็เพราะคำพูดของโม่อวี้เฉินเมื่อครู่กระมัง
นี่น่าจะเป็คำพูดที่เ้าของร่างเดิมปรารถนามากที่สุดในชีวิตนี้แล้วทว่านางไม่อาจรับฟังได้
“ชิงเฉิง!” โม่อวี้เฉินไม่ยอมแพ้ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลางคว้าข้อมือของนาง “กลับไปกับข้าข้าจะคุ้มครองเ้าและลูกให้ปลอดภัย”
ที่เขาให้เฟิงเจ๋อไปสืบเื่กู้จิ่งเซวียนก็เพราะเขาสงสัยบางอย่าง ครั้งแรกที่เขาเห็นเด็กคนนั้นเขาก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
กู้ชิงเฉิงสะบัดมือของโม่อวี้เฉินออก“องค์รัชทายาทโปรดสำรวมด้วยเพคะ! ข้ากับท่านหาได้คุ้นเคยกันไม่!”