“นี่คือต้นตะไคร้และข่าเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้หยิบต้นข่ากับตะไคร้อย่างละต้นขึ้นมาให้เถ้าแก่เมิ่งได้พิจารณา
“ข้าเคยเห็นมันขึ้นตามชายป่าอยู่บ้างแต่ปกติชาวบ้านแถบนี้ไม่นำมันมาใช้ทำอะไร” เถ้าแก่เมิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ทางบ้านข้าใช้ประโยชน์จากมันหลายอย่างเชียวเ้าค่ะต้นนี้เรียกต้นตะไคร้หรือหนิงเิเฉ่า มีสรรพคุณ1ช่วยแก้อาการเบื่ออาหารช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยย่อยอาหาร ล้างพิษในร่างกายเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบประสาท และอื่นๆ อีกหลายอย่างเชียวเ้าค่ะส่วนต้นข่าหรือหนานเจียงใช้เป็ยาขับลม บำรุงธาตุ เป็ยาระบายอ่อนๆ แก้โรคปวดข้อและอื่นๆ อีกหลายอย่างเช่นกันเ้าค่ะ ปกติจะขึ้นในพื้นที่แถบร้อนแต่ข้าเจอในป่าหมื่นอสูรด้วย นอกจากนี้ทั้งตะไคร้และข่ายังสามารถนำมาปรุงอาหารได้อีกด้วยวันนี้ข้าตั้งใจนำมาให้เถ้าแก่เมิ่งได้ทดลองก่อน... หากเถ้าแก่ท่านสนใจจะลองนะเ้าคะ”หยางเถาอวี้ทิ้งท้าย
เถ้าแก่เมิ่งค้าขายสมุนไพรมาเนิ่นนาน ได้ฟังแล้วย่อมต้องสนใจกับโอกาสใหม่ๆอย่างยิ่ง “น่าสนใจมากทีเดียว ข้าอยากได้สรรพคุณทางยาโดยละเอียดของตะไคร้และข่าแล้วที่เ้าว่าสามารถนำมาปรุงอาหารได้ ทำอย่างไรบ้าง”
“สูตรการทำมีหลายอย่างมากเ้าค่ะ เช่นตะไคร้นั้นสามารถนำมาต้มน้ำดื่มเหมือนชาหากใส่น้ำตาลหรือน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อยก็จะยิ่งอร่อย หรือนำไปทำอาหารคาว เช่นยัดไว้ในท้องปลาขณะนึ่งหรือเผาช่วยดับกลิ่นคาวได้ดียิ่ง ข่าก็เช่นกัน ข้าสามารถเขียนสรรพคุณและสูตรการทำอย่างละเอียดให้ท่านไปทดลองเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ตอบ
“เช่นนั้นย่อมวิเศษไปเลย” เถ้าแก่เมิ่งพอใจยิ่ง
“ไม่ทราบว่าท่านจะให้ข้ายืมสถานที่และเครื่องเขียนได้หรือไม่เ้าคะ”
“ย่อมได้แน่นอน มาทางนี้เถอะ”เถ้าแก่เมิ่งผายมือไปทางโต๊ะเครื่องเขียนที่จัดมุมอยู่ด้านใน
มาถึงตอนนี้หยางเถาอวี้เพิ่งนึกได้ แม้จะรู้หนังสือแต่นางยังไม่เคยหัดคัดพู่กันจีนมาก่อนเลยในชีวิต “เอ่อ..ประเดี๋ยวเถ้าแก่เมิ่งอย่าหัวเราะลายมือของข้านะเ้าคะ ลายมือข้าแย่มากเ้าค่ะ”
“ฮ่าๆๆ เ้ายังเด็กนัก สามารถจดจำตัวอักษรยากๆได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว” ต้องรู้ว่าอักษรเกี่ยวกับสรรพคุณทางยาของสมุนไพรต่างๆและการครัวมิใช่อักษรง่ายๆ หรือแค่ตัวสองตัวหากหยางเถาอวี้สามารถเขียนออกมาได้ก็นับว่าเป็อัจฉริยะน้อยแล้วด้วยวัยเพียงเท่านี้ประเมินจากสายตาก็ไม่น่าจะเกินวัยสิบขวบสิบเอ็ดขวบ
หยางเถาอวี้ใช้เวลาสักพักจึงเริ่มคุ้นชินกับการเขียนพู่กัน นางค่อยๆลากตัวอักษรบรรยายสรรพคุณทางยาของตะไคร้และข่า วิธีทำยาสองสูตร ได้แก่น้ำมันตะไคร้หอมบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะหน้ามืดตาลาย บรรเทาอาการคัดจมูก แมลงสัตว์กัดต่อยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อฯ อีกอย่างคือสูตรเหง้าแก่ของข่ามาทำยาแก้บิดแก้ปวดท้องจุกเสียดฯ รวมถึงสูตรอาหารอย่างง่ายของตะไคร้และข่าซึ่งน่าจะเหมาะกับรสปากของคนที่นี่อย่างละสูตรใช้เวลาราวสองเค่อก็เสร็จเรียบร้อยและส่งกระดาษจดสูตรทั้งหมดให้เถ้าแก่เมิ่งด้วยสองแก้มแดงเรื่อเล็กน้อยครั้งแรกของการเขียนพู่กันจีน ท่วงท่านางยังพอเลียนแบบหนังจีนกำลังภายในที่ดูมาได้แต่ทักษะที่แท้จริงนั้นลอกเลียนแบบไม่ได้จริงๆ หากไม่ลงมือฝึกฝน
ทว่าเถ้าแก่เมิ่งกับยายจางนั้นกลับคิดต่างออกไปจากเด็กน้อยทั้งคู่ยืนดูอยู่ด้านข้างตลอดเวลาที่หยางเถาอวี้คัดหนังสือ เถ้าแก่เมิ่งยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกทึ่งในความสามารถของนางตัวอักษรทุกตัวแม้จะโย้เย้ หางขาดหัวเกินไปบ้าง แต่ทุกตัวกลับเขียนได้อย่างถูกต้องส่วนยายจางรู้สึกว่ายิ่งมานางก็ยิ่งได้เห็นความสามารถเกินเด็กของหยางเถาอวี้ตัวนางเองอ่านเขียนหนังสือไม่เป็ เวลานี้จึงรู้สึกชื่นชมหยางเถาอวี้ยิ่งๆขึ้นไปอีกหลายเท่า
“น่าทึ่งยิ่งนัก ข้าจะทดลองดู หากว่าสูตรยาเหล่านี้ใช้ได้ผลจริงและอาหารที่ออกมามีรสชาติดี ข้าจะตั้งราคารับซื้อจากเ้าอย่างยุติธรรมแน่นอนและหากยาที่ทำออกมาขายออก ข้าจะคิดส่วนแบ่งให้เ้าอีกด้วย”เถ้าแก่หวังตื่นเต้นที่จะได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ อย่างยิ่ง
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ ข้ายังมีอีกสิ่งหนึ่งต้องรบกวนเถ้าแก่เ้าค่ะ”หยางเถาอวี้เอ่ย
“อ้อ เื่อะไรหรือ” เถ้าแก่เมิ่งสงสัย
หยางเถาอวี้ทำทีเป็ล้วงลงไปในก้นตะกร้าที่ยังมีต้นข่ากับตะไคร้วางอยู่พร้อมกับหยิบสิ่งๆหนึ่งออกมา มันคือโสมคนขนาดราวฝ่ามือผู้ใหญ่หนึ่งต้นที่หยางเถาอวี้แอบขอให้รุ่ยเอ๋อส่งออกมาให้นั่นเอง
เถ้าแก่เมิ่งอุทานตาโต “ไอ้หยา นี่มัน... “ เขารีบยื่นมืออันสั่นเทาน้อยๆออกไปรับโสมคนจากมือของหยางเถาอวี้อย่างรวดเร็วด้วยท่าทีตื่นตะลึงต้องรู้ว่าในอำเภอห่างไกลความเจริญเช่นนี้ สมุนไพรระดับสูงนับว่าไม่ค่อยมีปรากฏออกมาให้ได้พบเห็น
“นี่มันโสมคนอายุร้อยปีทีเดียวนะ อีกทั้งยังมีพลังปราณ.. เ้าเ้าไปได้โสมคนต้นนี้มาอย่างไรหรือ” แม้ออกจะเป็การเสียมารยาททางการค้าอยู่บ้างที่ถามถึงที่มาของสิ่งของหากแต่ก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้ เผื่อกรณีที่สินค้าได้มาผ่านเส้นทางมิชอบ
“ข้าขึ้นเขาไปหาสมุนไพรในป่าหมื่นอสูรและโชคดีพบเข้าเ้าค่ะ” โชคดีที่นางเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ เ้าโชคดียิ่งนัก ว่าแต่ยังมีอีกหรือไม่”เถ้าแก่เมิ่งซักไซ้ต่อแต่ก็ไม่เกินขอบเขตมารยาทอันควรเขาไม่ได้ถามถึงจุดที่หยางเถาอวี้ค้นพบ เพียงถามว่ายังมีอีกหรือไม่ เท่านี้หยางเถาอวี้ก็พอใจอย่างน้อยการแสดงออกกับคลื่นจิตของเขานับว่าใช้ได้ดีทีเดียว
“ข้าเพิ่งขุดเจอต้นเดียวเ้าค่ะตั้งใจอยู่เช่นกันว่าจะขึ้นไปหาที่บริเวณใกล้เคียงอีกครั้ง” หยางเถาอวี้ตอบเนียนๆ
“หากเ้าพบอีก จะต้องนำมาขายที่ร้านข้านะ”ยังไม่ทันคิดราคาเถ้าแก่เมิ่งก็ใจร้อนดักทางก่อนเสียแล้ว
“แน่นอนเ้าค่ะ ท่านยายพูดอยู่เสมอว่าในอำเภอตงอวิ๋นนี้เถ้าแก่เมิ่งให้ราคาสมุนไพรยุติธรรมที่สุดแล้วเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ไม่น้อยหน้าเอ่ยชมเป็นัยทันทีว่าเงื่อนไขคือราคาที่ดี
“แน่นอนๆ โสมคนอายุร้อยปีปกติต้องมีราคาถึงหนึ่งพันตำลึงทองแต่นี่ยังกระจายพลังปราณออกมาอย่างเข้มข้นอีกด้วยมูลค่าอย่างน้อยต้องถึงหมื่นตำลึงทอง เอาอย่างนี้แล้วกันข้าให้หนึ่งหมื่นหนึ่งพันตำลึงทอง เ้าพอใจหรือไม่” เถ้าแก่เมิ่งทำหน้าลุ้นคำตอบ
ก่อนหน้านี้หยางเถาอวี้ได้รับการถ่ายโอนบันทึกราคาซื้อขายสมุนไพรต่างๆในร้านของเถ้าแก่เมิ่งและร้านค้าอื่นในอำเภอมาจากทีเจวันแล้วนางจึงรู้ว่าราคาที่เถ้าแก่เมิ่งเสนอมานับว่ายุติธรรม หยางเถาอวี้จึงตอบตกลงทันที
ยายเมิ่งที่ยืนฟังการค้าอยู่ข้างๆแทบเป็ลมเมื่อได้ยินมูลค่าของสมบัติล้ำค่าที่หยางเถาอวี้แอบซ่อนไว้ตามความเข้าใจของนางจากที่เดิมทีเคยคิดว่าหยางเถาอวี้เฟ้อฝันเล่าเื่แผนการซ่อมบ้านต่างๆนานาตามประสาเด็ก บัดนี้กลับกลายเป็ว่าเริ่มเห็นเค้าความเป็ไปได้
"เ้า้าเป็ตั๋วเงินและเงินตำลึงอย่างละเท่าไหร่หรือข้าจะจัดเตรียมไว้ให้” เถ้าแก่เมิ่งมีความรอบคอบ สตรีสองคนคนหนึ่งแก่เฒ่าคนหนึ่งเด็กน้อย จะให้หอบเงินตำลึงเป็หีบๆ กลับบ้านคงเป็ไปไม่ได้
“เช่นนั้นข้าขอเป็ตั๋วเงินใบละหนึ่งพันตำลึงทองสิบใบ ใบละร้อยตำลึงทองเก้าใบเงินตำลึงเก้าสิบตำลึงเงิน เงินก้วนหนึ่งพวงและเศษอีก 115 อีแปะค่าเง็กเต็กของท่านยายเ้าค่ะ”
“ได้ พวกเ้าไปนั่งรอทางนั้นก่อนเถิด ข้าจะรีบไปจัดมาให้”เถ้าแก่เมิ่งพาพวกนางไปนั่งพักยังส่วนรับแขกและเรียกเด็กในร้านยกขนมรองท้องมาให้พร้อมน้ำชาก่อนที่ตนจะปลีกตัวออกไปจัดการเื่เงินแก่หยางเถาอวี้
เมื่อการค้าเสร็จสิ้น หยางเถาอวี้รับตั๋วเงินปึกใหญ่มาจากเถ้าแก่เมิ่งจากนั้นทำทีเป็เก็บเข้าไปในสาบเสื้อตรงหน้าอก ก่อนจะส่งมันเข้าไปในมิติรุ่ยเอ๋อ เหลือไว้เพียงเงินก้วนและเงินอีแปะอีกหนึ่งถุงซึ่งนางยื่นส่งให้ยายจางเก็บไว้นางไม่กล้าใส่แหวนหรือกำไลมิติ หากมีผู้คิดละโมบเห็นเข้าย่อมเป็อันตราย ตอนแรกยายจางก็ตั้งท่าจะปฏิเสธเงินก้วนทว่าหยางเถาอวี้ก็คะยั้นคะยอให้ยายจางเป็คนเก็บ เวลานี้อยู่ในที่สาธารณะจะมายื้อยุดฉุดกันผลักใสเงินทองก็ใช่ที่ ปะเหมาะเคราะห์ร้ายจะล่อสายตาโจรเอาได้สุดท้ายยายจางจึงจำเป็ต้องรับเอาไว้ ครั้นแล้วสองยายหลานจึงเดินออกมาจากร้านของเถ้าแก่เมิ่งหยางเถาอวี้คอยประคองยายจางที่กำลังเดินด้วยท่าทางตุปัดตุเป๋คล้ายแข้งขาอ่อนแรงกะทันหัน
“ท่านยายเดินดีๆ นะเ้าคะ ข้าว่าเราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะเ้าค่ะท่านจะได้นั่งพักด้วย”
“ก็ดีเหมือนกัน ยายรู้สึกคล้ายจะเป็ลม” ยายจางบ่นหน้าซีดเซียวหยางเถาอวี้จึงพายายจางไปนั่งที่แผงก๋วยเตี๋ยวใกล้ๆ กับร้านเถ้าแก่เมิ่ง
“เถ้าแก่ๆ ขอเส้นใหญ่น้ำใส่เนื้อตุ๋นใส่ต้นหอมเยอะๆ สองชาม” หยางเถาอวี้เอ่ยถามความ้าของยายเมิ่งว่าอยากกินเส้นบะหมี่หรือเส้นใหญ่จากนั้นจึงหันไปะโสั่งเถ้าแก่แผงก๋วยเตี๋ยวเสียงดังสดใสโดยไม่รู้ตัวว่าั้แ่พวกนางเดินเข้ามาที่แผงหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในร้านที่เห็นพวกนางเดินเข้ามาต่างพากันตาค้างเด็กสาวอะไรหน้าตางดงามน่ารักราวกับตุ๊กตา ผิวพรรณก็งดงามยิ่งนักฟังเสียงสั่งก๋วยเตี๋ยวแล้วราวกับเสียงระฆังเงินสดใสโตขึ้นคงต้องงามล่มเมืองเป็แน่
นานแล้วที่ยายจางไม่ได้ััรสก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ อร่อยลิ้นเช่นนี้นางซดไปก็รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า น้ำตาจึงพานไหลซึมออกมาที่หางตา
“ท่านยาย ท่านคิดมากอันใดอยู่หรือ”หยางเถาอวี้เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง แม้นางยังเด็ก แต่ก็เป็เด็กที่รู้ความ
“ไม่มีอันใดๆ ยายแค่คิดถึงครอบครัว คิดถึงอาเหยาครั้งหลังสุดที่ยายมากินก๋วยเตี๋ยวยายมากับอาเหยาเมื่อสองปีก่อน”ยายจางยิ้มพลางยกชายแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตาโดยมีหยางเถาอวี้คอยลูบหลังปลอบใจ
“ไม่แน่ว่าอีกไม่นาน ท่านยายอาจมีโอกาสเช่นนั้นอีกก็ได้นะเ้าคะเรายังไม่เคยเห็นร่างของพี่อาเหยานี่นา” นางได้แต่ปลุกปลอบใจออกไป
“ไม่เป็ไรๆ ยายนี่แย่จริงๆ ทำให้บรรยากาศมงคลหม่นหมองไปหมด”ยายจางบ่นตัวเอง
“หาเป็เช่นนั้นไม่เ้าค่ะท่านยาย ท่านแสดงออกกับข้าเช่นนี้บ่งบอกว่าท่านให้ความไว้วางใจแก่ข้า มองข้าเป็คนในครอบครัวคนหนึ่งแล้ว”
“ฮ่าๆ เด็กดีๆ เ้าเป็หลานคนหนึ่งของยายจริงๆ”ยายจางตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นเข้าไปถึงหัวใจ
“ท่านยายเ้าคะ ประเดี๋ยวกินเสร็จ พวกเราไปช๊อบปิ้งกันเถอะเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้เปลี่ยนหัวข้อชวนคุย
“ช๊อป.. ช๊อปปิ้งคืออะไรหรืออวี้เอ๋อ”
“ช๊อปปิ้งก็คือ เดินซื้อของให้แหลกไปเล้ย.... เ้าค่ะท่านยาย”ท่าทางสดใสน่ารักของนางปัดเป่าเสี้ยวความทุกข์ที่ก่อตัวขึ้นในใจของยายจางไปจนสิ้นนางหัวเราะขำท่าทีของหยางเถาอวี้
ครั้นกินอิ่มกันเรียบร้อย หยางเถาอวี้จึงเรียกเถ้าแก่มาคิดเงิน
“ทั้งหมดสองอีแปะขอรับ” ยายจางหยิบเงินสองอีแปะออกมาจ่ายให้เถ้าแก่นางรู้ดีว่าหยางเถาอวี้ไม่มีเงินเศษ
...
“ว่าแต่ เ้าอยากซื้ออะไรบ้างเล่า” พอลุกจากโต๊ะ ยายเมิ่งหันมาถามหยางเถาอวี้
“ข้าใจร้อน อยากซื้อทุกอย่างที่จำเป็สำหรับพวกเราเ้าค่ะเวลานี้เรามีเงินมากพอแล้วก็อย่าทนเขียมทนลำบากลำบนต่อไปเลยใช้เงินให้เป็ประโยชน์เถอะเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ตอบ
“ตามใจเ้าเถิด จะอย่างไรเงินนี้ก็เป็ของเ้า แต่เ้าจงอย่าลืมเก็บออมส่วนหนึ่งไว้สำหรับอนาคตของตนด้วย”ยายจางยิ้มตอบ
“ได้อย่างไรเ้าคะท่านยาย เงินของข้าก็คือเงินของท่านนั่นแหละแต่เวลานี้เก็บไว้กับข้าปลอดภัยกว่าเ้าค่ะ” หยางเถาอวี้ตอบตามจริง
หากไม่รู้ว่าหยางเถาอวี้มีแหวนมิติ กำไลมิติหรือกระทั่งพื้นที่มิติส่วนตัว ให้เด็กคนหนึ่งเก็บของมีค่าจะไปปลอดภัยกว่าได้อย่างไรแต่ยายจางก็ไม่คิดมากเพราะนางไม่คิดจะละลาบละล้วงหรือแย่งทรัพย์สินอันมิใช่ของตนอยู่แล้วลงท้ายจึงไม่ต่อปากต่อคำในหัวข้อนี้อีก
“เราเริ่มไล่ซื้อไปตามทางกันเถอะเ้าค่ะขามาข้าเห็นร้านขายม้าและรถเทียมม้าอยู่ใกล้ๆ เราไปซื้อรถเทียมม้ากันเป็อย่างแรกก่อนนะเ้าค่ะระหว่างที่รอเถ้าแก่เตรียมรถม้าให้พร้อม เราค่อยไปซื้อของปลีกย่อยอื่นๆ”ว่าแล้วหยางเถาอวี้ก็กึ่งลากกึ่งดึงยายจางตรงไปยังร้านขายรถเทียมม้าด้วยความตื่นเต้นนี่เป็ครั้งแรกที่จะได้ัักับม้า
“ยินดีต้อนรับขอรับ ไม่ทราบว่าฮูหยินและคุณหนูน้อยมองหาสิ่งใดอยู่หรือขอรับ”เถ้าแก่ร้านขายพาหนะเห็นลูกค้าเดินเข้าร้านก็รีบออกมาต้อนรับ
“ข้า้ารถเทียมม้าแบบมีหลังคาพร้อมม้าสองตัวเ้าค่ะ”หยางเถาอวี้ตอบคำถามเถ้าแก่แทนยายจาง
“ได้ขอรับๆ เชิญท่านมาทางนี้เพื่อเลือกชนิดและแบบของรถเทียมม้าแล้วก็ม้าเลยขอรับ”เถ้าแก่ยิ้มต้อนรับเต็มที่พร้อมผายมือเชิญยายจางกับหยางเถาอวี้ไปยังจุดแสดงรถม้าและคอกม้า
ระหว่างที่เดินตามเถ้าแก่ไป ยายจางอดหันมากระซิบถามไม่ได้ “อวี้เอ๋อนี่จะไม่เกินจำเป็ไปหน่อยหรือ ซื้อม้าทีเดียวถึงสองตัว”
“ไม่หรอกเ้าค่ะ ก็ข้าสงสารม้านี่เ้าคะ ถ้าต้องลากรถอยู่ตัวเดียวซื้อไปสองตัวจะได้ช่วยๆ กันนะเ้าคะ”
ได้ฟังเหตุผลใสซื่อของหยางเถาอวี้แล้วยายจางจึงได้แต่พยักหน้าสองยายหลานเดินไปยังมุมรถเทียมม้าแบบต่างๆ และช่วยกันเลือกรถเทียมม้ารูปแบบเรียบง่ายแต่แข็งแรงทนทานและภายในค่อนข้างกว้างขวางได้หนึ่งหลังจากนั้นจึงเดินไปยังคอกม้า หยางเถาอวี้ขอให้รุ่ยเอ๋อกับทีเจวันช่วยตรวจสอบโครงสร้างม้าที่แข็งแรงสมบูรณ์ให้สองตัวม้าหนุ่มตัวผู้สีน้ำตาลแดงกับม้าสาวตัวเมียสีขาวปลอดสวยงามขณะลูบไล้พวกมันอย่างชอบใจ หยางเถาอวี้พลันเหลือบไปเห็นว่าที่มุมหนึ่งในคอกมีม้าสีดำสนิทสองตัว ตัวหนึ่งนอนห่อตัวอยู่บนพื้นฟางอีกตัวหนึ่งเป็ลูกม้าท่าทางเพิ่งเกิดไม่นานยืนคลอเคลียอยู่ไม่ห่างจากม้าที่นอนซมอยู่
‘ทีเจวันม้าตัวที่นอนอยู่นั่นมีาแอะไรหรือไม่’ ทีเจวันสแกนชั่วครู่และตอบรายละเอียด ‘ม้าเพศเมีย ขาหลังของมันกล้ามเนื้อฉีกขาด น่าจะติดเชื้อแล้วครับอีกอย่าง ม้าสีดำทั้งสองตัวนี้มีคลื่นพลังปราณอยู่ด้วยครับ’
‘เอ๋ งั้นก็เป็สัตว์อสูรน่ะสิใช่ไหมรุ่ยเอ๋อ’
‘ถูกต้องแล้วเ้าค่ะนายหญิง’ รุ่ยเอ๋อยืนยัน
‘เช่นนั้นทฤษฎีเื่คลื่นพลังปราณตามสมมติฐานของทีเจวันก็ถูกต้อง’ ถ้าทีเจวันยิ้มได้มันคงยิ้มอย่างภาคภูมิใจในเวลานี้แล้ว
“เถ้าแก่เ้าคะ ม้าสองตัวนั้นเป็สัตว์อสูรมิใช่หรือเ้าคะ”หยางเถาอวี้หันไปถามเถ้าแก่
“ใช่ขอรับ ไม่นึกว่าคุณหนูจะดูออก” เถ้าแก่ร้านแปลกใจยิ่งที่เด็กหญิงตัวเล็กดูสัตว์อสูรออก
“แล้วเหตุใดมันจึงนอนซมเช่นนั้นเ้าคะ”
“เรียนคุณหนูตามตรง ม้าอสูรสองตัวแม่ลูกนั่นถูกกลุ่มนักล่าอสูรล่ามาแต่น่าเสียดายว่าระหว่างไล่ล่าพวกนักล่าอสูรลงมือหนักไปหน่อยแม่ม้าตัวนั้นจึงได้รับาเ็ที่ขาหลัง าแแย่มาก มันเป็ไข้นอนหมดแรงมาหลายวันแล้วขอรับที่คอกม้ามีแต่ยาสำหรับม้าธรรมดา คิดว่ามันคงไม่รอดพ้นคืนนี้ไปแน่”เถ้าแก่ร้านให้รายละเอียด
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ช่างน่าสงสารยิ่งนัก”สมองของหยางเถาอวี้หมุนติ้วๆ อยากช่วยเหลือพวกมันเต็มที
“เอาล่ะ ระหว่างที่รอให้เถ้าแก่จัดเตรียมรถม้าให้พร้อมข้าขอชำระเงินทั้งหมดก่อนแล้วค่อยย้อนกลับมารับม้ากับเกวียนทีหลังนะเ้าคะข้าอยากไปเดินซื้อของเพิ่มเติม” หยางเถาอวี้เอ่ย
“ได้ขอรับ ทั้งหมดเป็เงินยี่สิบเอ็ดตำลึงเงินขอรับ”เถ้าแก่แจงรายการค่าใช้จ่าย
หยางเถาอวี้ควักตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงออกมาชำระ เมื่อได้เงินทอนเรียบร้อยจึงหันไปชักชวนยายจางออกเดินทางไปยังร้านต่อไป
-------
ที่มา1: https://www.capital-organic.com/Blog/8_ประโยชน์ของตะไคร้_ที่ใครๆ_ต้องหลงรัก-blog.aspx
ที่มา2: https://www.disthai.com/16657359/ข่า
http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=22