ณ ห้องประมุขของพรรคกระบี่หมื่นเงา
“ ข้าได้ส่งคนไปที่สำนักดาบวายุแล้ว อีกไม่กี่วันเราคงจะได้รู้ความจริง ” เตียววูกล่าวขึ้นมาต่อหน้า ฟงหยวน
“ กระบวนท่าที่มันใช้นั้น ไม่ผิดแน่ว่าเป็ของสำนักดาบวายุ แต่เหตุใดถึงใช้กระบี่ และสวมกำไลของสำนักเกล็ดเหมันต์ อีกทั้งรอยสักที่คอนั่นทำให้มันไม่ได้สติและกลายเป็หุ่นเชิดของคนที่ใช้มัน ” ฟงหยวนเริ่มวิเคราะห์
“ อย่างไรก็ตามเราต้องเร่งฝึกลูกศิษย์ของสำนักเราทุกคน ให้สามารถต่อกรกับสิ่งที่ไม่อาจคาดฝันได้ในอนาคต ทั้งห้าคนเข้ามาได้แล้ว ” เตียววูพูดพลางเรียกให้ทั้งห้าคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องให้เข้ามาในห้อง
“ คารวะ ท่านผู้าุโ " ทั้งห้าคนกล่าวพร้อมกัน
“ ต่อไปนี้ ทั้งห้าคน จะถูกส่งเข้าไปในห้องฝึกมหาเงา เป็เวลา 1 ปี จงใช้เวลาทั้งหมดที่อยู่ในนั้น ฝึกฝนตนเอง เพื่อที่จะได้ ออกมาแกร่งกล้าวิทยายุทธ เพราะอาจจะมีเื่ไม่ดีกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่ช้าก็เร็วนี้ ” เตียววูกล่าวด้วยความเป้นกังวลว่ายุทธจักรกำลังจะเกิดเื่ใหญ่แน่ ๆ ในไม่ช้า
เด็กทั้งห้าคนเงยหน้าพร้อมเบิกตาโพรงใหญ่ด้วยความใ
“ ถูกต้อง การโจมตีคราวนี้คงไม่ได้เกิดที่นี่เพียงทีเดียว สำนักต่างๆ ก็กำลังถูกโจมตีเช่นเดียวกัน ม้าเร็วที่ส่งไปที่สำนักบุปผาเหมันต์ ก็ได้ส่งข้อความกลับมาว่า ที่สำนักนั้นก็โดนโจมตีลักษณะเดียวกัน เพียงแต่ว่ายังไม่สามารถสืบสาวถึงต้นตอผู้ที่กระทำการชั่ว คราวนี้ได้เพราะฉนั้นในตอนนี้ ข้าอยากให้พวกเ้าทั้งห้าคน จงบ่มเพาะลมปราณ ฝึกฝนจิตใจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และจงเป็ดั่งเงาที่มิอาจถูกทำลาย ” เตียววูกล่าวขึ้นพร้อมกับใช้กลไกลับที่ซ่อนอยู่บนโต้ะของเขาเพื่อเปิดห้องฝึกลับที่มีชื่อว่า
“ ห้องฝึกมหาเงา ”
ห้องฝึกมหาเงาเป็สถานที่ฝึกวิทยายุทธของเ้าสำนัก ในห้องนั้นผู้ฝึกจะได้พบกับคู่ต่อสู้ที่เป็เงาของตัวเองและจะได้พบการฝึกหลากหลายวิธี ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถือว่าเป็การบ่มเพาะชั้นดี รวมถึง ผู้ฝึกจะได้ค้นพบธาตุประจำกายของเขาเองด้วย
กงเหยิน และ อี้หยุน มองหน้ากันราวกับรู้ว่า ต่อไปนี้ทั้งสองคนนั้นไม่ใช่ ศัตรูกันอีกต่อไป ศัตรูที่แท้จริง ที่พวกเขากำลังจะได้เจอในอนาคตนั้น อาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกเขาทั้งสองคนหลายร้อยพันเท่านัก
“ เ้าทำได้ไม่เลวเลยนี่ในการทดสอบ ไม่เสียแรงที่ข้าคอยดูถูกเ้ามาตลอด ” กงเหยินกล่าวกับอี้หยุนพลางยิ้มไปด้วยเพราะมันเริ่มยอมรับอี้หยุนแล้วที่สามารถแสดงพลังของมันจนผ่านการทดสอบผ่านระดับผู้ควบคุมได้
“ ที่ผ่านมาข้ายังไม่ได้เอาจริงต่างหาก ” อี้หยุนตอบกลับ
“ ปากยังดีไม่เปลี่ยนนะไอหยุน” กงเหยินเริ่มตอบโต้
แต่ทั้งสองคนก็ยังคงเป็คู่แข่งกันตามเดิมถึงในตอนนี้เป้าหมายหลักจะไม่ใช่การท้าตีท้าต่อย แต่หากเป็การมุ่งขึ้นไปสู่จุดที่สูงที่สุดให้ได้
“ หยุด !! ”
ทั้งสองคนหยุดชกต่อยกันในทันใด และกลับไปนั่งคุกเข่าที่เดิม
“ เก็บแรงเอาไว้ฝึกซ้อมในห้องฝึกมหาเงาจดีกว่าไหมล่ะพวกเ้าน่ะ !!! ข้ามีเวลาให้พวกเ้าพักผ่อนหลังจากการสอบ สองวัน หลังจากนั้นพวกเ้าจะถูกส่งเข้าไปในห้องฝึกมหาเงา ถ้าหมดธุระแล้วก็เชิญแยกย้าย ! ”
“ ขอรับ ท่านเ้าสำนัก ! ”
หลังจากนั้นทุกคนจึงแยกกันไปพักผ่อน
…
.
.
.
.
.
“ ท่านเตียววู มีคนมาขอเข้าพบขอรับ !!! ”
" ใครกันรึ เตียววูกล่าว
“ เขาบอกว่าเป็คนสนิทของท่านประมุข และเป็พ่..”
ชายปริศนาก็ได้เดินเข้ามาทันทีก่อนที่เด็กส่งข่าวจะพูดจบ
“ ไม่เจอกันนานนะเตียววุย ขอโทษที่ทำให้รอนานนะ”
เตียววู ถึงกับตาเบิกโพรงด้วยความดีใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ชายคนนั้นก้มมาที่ เด็กหนุ่มที่พึ่งจะผ่านการสอบทั้ง 5 คน แต่เขาก็ได้สะดุดตามองลงมาที่เด็กหนุ่มคนนึงนั่นก็คืออี้หยุนนั้นเอง
“โตขึ้นเยอะเลยนะ อี้หยุน ” มันเป็เสียงที่ฟังแล้วอบอุ่นที่สุดเป็เสียงที่เขาคุ้นชินมานานั้แ่เด็ก เป็เสียงที่ราวกับเป็ของขวัญที่เทพเง็กเซียนส่งมาให้เขา อี้หยุนค่อยๆ เงยหน้ามองขึ้นมาหาชายปริศนาผู้นั้น ผู้ที่มีร่างกายกำยำ มีระดับลมปราณในระดับเดียวกับท่านประมุข และใบหน้าอันคุ้นเคยถึงแม้จะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามอายุขัย ชาง เหยา เว่ย พ่อของอี้หยุนนั่นเอง
อี้หยุน : ท่านพ่อ !!
อี้หยุนวิ่งเข้าโผกอด พ่อของเขาด้วยความดีใจ แต่หารู้ไม่พ่อของเขาได้ใช้มีดแทงเข้าไปที่ท้องของเขาอย่างจัง
.
.
.
“ เฮือกกกกก !!!! "
เขาสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก นั่นเป็สิ่งที่เขากำลังฝันนั่นเอง แท้จริงแล้วภาพทั้งหมดนั้นเป็เพียงภาพความฝันของเขา เหตุเพราะเขาเอาแต่คิดถึงพ่อของเขาจนเก็บเอาไปฝัน
“ เมื่อไหร่กันนะ ที่ข้าจะได้เจอท่าน ท่านพ่อ … ” อี้หยุนสบถในใจ
“ ไอหยุน เมื่อไหร่กันนะเอ็งจะเลิกะโกลางดึกสักทีวะ พวกข้าไม่เคยจะได้นอนหลับเต็มอิ่มสักที ”
อี้หยุนไม่ได้นอนอยู่คนเดียวแต่เขากำลังนอนอยู่กับเพื่อนของเขาอีก 4 คน ซึ่งวันรุ่งขึ้น ก็จะเป็วันที่พวกเขาทั้ง 5 คน จะถูกส่งเข้าไปฝึกในห้อง มหาเงา ในอนาคตวันพรุ่งนี้จะเป็อย่างไรพวกเขาไม่อาจรู้ได้ จึงต้องนอนพักเก็บแรงไว้ให้พร้อมที่สุด
“ เฮ้ย ! ไอหยุน ั้แ่วันพรุ่งนี้ไป เรามาแข่งกัน ว่าใครจะได้เป็เซียนก่อนกันดีไหม ” จู่ๆ กงเหยินก็โพล่งขึ้นมา
“ ฟังดูเข้าท่าเหมือนกัน เอาสิ แล้วคนชนะจะได้อะไรล่ะ ” อี้หยุนรับคำท้า
“ เอาไว้ถึงตอนนั้น แล้วค่อยคิดอีกทีจะดีกว่า ” กงเหยินตอบ
“ คิดเลยก็ดีนะ เพราะคนที่แพ้น่ะเป็เอ็งอยู่แล้ว ” อี้หยุนตอบด้วยน้ำเสียงที่กวนประสาท
“ เหอะ ! ทำเป็อวดดีนักนะไอหยุน ” กงเหยินกล่าวตอบแบบมีน้ำโห
“ คร้อกกก ครืดดด…..” อี้หยุนหลับใส่เสียเลย
“ ไอ….ไอหยุน เล่นะโสะกูตื่นแล้วมาดันชิงหลับก่อนด้วยนะ วันนี้มึงตายยยย ไอหยุนนนนน ”
กงเหยินเอาหมอนตีอี้หยุนด้วยความโกรธแค้น อี้หยุนก็เอาหมอนมาวิ่งไล่ตี กงเหยินทั้งคืน ในคืนนั้นเป็คืนที่อี้หยุนได้มีเพื่อนใหม่ ที่ในอดีตเป็ศตรูกันมาก่อน
ณ ริมป่าที่ไม่ไกลไปจากเรือนนอนของพวกเขา
“พวกมันตื่นแล้ว ชิ รอดตัวไปนะพวกเอ็ง สั่งให้พวกนั้นถอยกลับมาก่อนค่อยวางแผนใหม่ ”
ดูเหมือนหูของกงเหยินจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่หน้าต่าง ราวกับเสียงกิ่งไม้จำนวนมากกำลังเคลื่อนไหว กงเหยินรีบวิ่งไปที่หน้าต่างห้องอย่างรวดเร็วพร้อมกับส่งเสียงออกมา
“ ใคร !! แสดงตัวออกมา !!! ” กงหยวนกล่าวออกไป
ในตอนนั้นเองที่ลมก็ได้พัดแรงขึ้นพอดีจนไม่สามารถรูได้ว่าอะไรที่อยู่หลังกิ่งไม้
“ ข้าว่าข้าก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง แต่เราอาจจะหูฝาดไปอาจจะเป็เสียงลมก็ได้ ฝนอาจจะกำลังตก เดี๋ยวข้าไปปิดหน้าต่างเอง ” อี้หยุนกล่าวพร้อมเดินไปปิดหน้าต่าง
กงเหยินพร้อมกับเพื่อนที่เหลือก็พยักหน้าแล้วจึงช่วยกันปิดหน้าต่างห้องนอนกัน
.
..
.
ห้องฝึกมหาเงา เป็ห้องที่ผู้ฝึกจะได้ต่อสู่กับตัวตนของเขาเอง ห้องฝึกมหาเงา เป็ห้องที่เอาไว้ฝึก เพื่อที่จะก้าวข้ามตัวตนของตัวเอง ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และลมปราณ ผู้ที่ผ่านการฝึก บ้างก็ เสียสติ หรือ ก้าวข้ามขั้นจนกลายเป็เซียนเลย ก็ยังเคยมีประวัตินั้นจดบันทึกเอาไว้ที่สำนักกระบี่แห่งนี้
“ ทั้งห้าคน ขอให้ฝึกฝนให้เต็มที่ ในระหว่างนี้ จะมีการสืบสวนเื่ต่าง ๆ ถึงผู้ที่อยู่เื้ั การโจมตีทั้งหมดนี้ เมื่อพวกเ้าเข้าไปแล้ว พวกเ้าจะไม่มีสิทธิออกมา จนกว่าจะครบ 1 ปี พวกเ้าจะ อิ่มทิพย์ และ ร่างกาย พวกเ้าจะไม่มีวันถูกทำลาย จงใช้โอกาสนี้ให้ดีที่สุด เอาล่ะ ฟง หยวน จะเป็คนนำทางไปสู่ ห้องฝึกนั้น ” เตียววูกล่าวให้กำลังใจ
“ พวกเ้าเดินตามข้ามา ”
ฟงหยวนเขาหมุนตะเกียงไฟที่ตั้งและได้เปิดกลไกลับที่ซ่อนอยู่ในห้องของประมุขเตียววู ประตูที่อยู่ด้านหลังประมุขได้เปิดออกและนั่นเป็ห้องฝึกมหาเงานั่นเอง
ทั้งห้าคนทำตาเบิกโพลงราวกับสิ่งที่พวกเขาเห็นคือเวทมนตร์
“ รอสักครู่..”
“ตึก..ต้อก..แต้ก…” มีเสียงฝีเท้ากำลังเดินออกมา…
“ข้าคือเซียนกระบี่ผู้ที่เก่งที่สุดในยุทธจักรนี้ยังไงล่ะ เพราะข้าคือร่างทรงของผิงจื่อ ฮี่ๆๆๆ ” ชายเสียสติเอาแต่พูดถึงว่าตัวเองเป็ร่างทรงของเซียนกระบี่ผงจื่อ นั่นก็เพราะเขาได้ฝึกจนเสียสติไปแล้ว
“ เขาเสียสติไปแล้ว ” ฟงหยวนกล่าว
และนั่นเองคือสิ่งที่เตียววู พูดเสมอนั่นก็คือ การเสียสติจากการฝึก
“ เด็กๆ มารับตัวผู้ฝึกคนนี้ออกไป แจ้งว่าเสียสติจากการฝึก ” เด็กรับใช้รีบเข้ามาพยุงชายเสียสติคนนี้ออกไป
ชายหนุ่มทั้ง 5 คนได้แต่ยืนดู ชายเสียสตินั่นพร่ำเพ้อ กับตัวเอง
“ สึบ !!! ”
ชายเสียสติชักกระบี่ออกมา หวังจะแทงไปที่ กงเหยิน แต่ด้วยความรวดเร็วของฟงหยวน เขาได้เอามือเข้าขวางปลายกระบี่จนกระบี่ทะลุมือของเขา
ฟงหยวนตัดสินใจเด็ดขาดปล่อยลมปราณสวนกลับไปที่ปลายกระบี่ เกิดเป็คลื่นน้ำแข็งเหมือนเมื่อเขาใช้จัดการกับลูกสมุนของกงเหยิน คลื่นน้ำแข็งนั้นมุ่งตรงจากปลายกระบี่ไปที่ตัวของชายเสียสติอย่างรวดเร็ว มันรู้ตัว และปล่อยมือออกจากกระบี่
ในตอนนั้นเองที่อี้หยุนได้เริ่มสังเกตเห็นรอยสักบนคอของชายคนนั้นเป็รูป “ งู ”
“ รอยสักนั่น !”
เขารีบะโออกมาให้คนอื่นรู้ทันที
“ ฟงหยวนถอยออกมา ข้าจัดการเอง ! ”
เตียววู ใช้ฝ่ามือเดียวของเขาผลัก ฟงหยวนออกมา
“เอ่ยชื่อของเ้าออกมา !” เตียววูะโออกไป
“ฮี่ๆๆๆ บอกไปก็ไม่สนุกนะซี่ ฮี่ๆๆๆ ” เขาสวนกลับ
เตียววูเกิดบันดาลโทสะ เนื่องจากมีนักฆ่าที่สามารถหลุดรอดเข้ามาในสำนักของมันได้ถึง สองครั้ง
“ ทั้งห้าคน รีบถอยออกมา” ฟงหยวน กล่าวให้เด็กทั้ง 5 คนถอยออกมา
เตียววู จัดแจงกระบวนท่าอย่างรวดเร็ว มันใช้ลมปราณของมันในการชักกระบี่ทุกเล่มที่อยู่ในห้องนั้นออกมาอย่างรวดเร็ว
ชายเสียสติไม่รอช้า พุ่งเข้าหาเตียววู อย่างรวดเร็ว และรุนแรง มันหมุนตัวขึ้นกลางอากาศพร้อมกับปล่อยหมัดของมันออกมาถี่ยิบจนไม่สามารถมองทัน
“ เคล็ดวิชาบ้าบออะไรกัน ”
เตียว วู เปลี่ยนกระบวนท่ารับอย่างรวดเร็ว จนสายตาของทั้ง 6 คน ไม่สามารถมองได้ทัน
“ กระบวนท่าหมัดัย้อนสรรค์ของสำนักหมัดัอย่างนั่นรึ ถ้าหากไม่ใช่เตียววูคนนี้ก็คงจะเสร็จกระบวนท่านั้นไปแล้วเอาล่ะมาดูกันสิว่า เ้ามีอะไรมาแสดงให้ข้าดูอีก ” เตียววูสามารถรับรู้ได้เพราะเขาช่ำชองศึกมามากและเคยประมือกับทุกสำนักมาแล้วจึงไม่แปลกที่เขาจะสามารถรับมือได้อย่างง่ายดาย
“ ตาแก่นี่หนังเนียวจริงๆเลยแฮะ ฮี่ๆๆๆ งั้นต้องลองแบบนี้หน่อยแล้ว ฮี่ๆๆ ”
มันคว้ากระบองที่ถูกพิงอยู่ผนังห้องขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าใส่เตียววู อย่างรวดเร็วและดุดัน มันผสมเอากระบวนท่าหมัดัย้อน์ มาใช้กับกระบองนั้น
“ ผลั้ว ๆๆๆๆ ”
คราวนี้เป็การจู่โจมที่รวดเร็วรุนแรง กว่าเดิม แต่กระนั้นเตียววู ก็ยังสามารถรับกระบวนท่าเ่าั้ได้หมด
“ คงจะหมดแล้วสินะ หึ !”
ในระหว่างการต่อสู้ เตียววู ยังคงใช้ลมปราณในการควบคุมกระบี่ ให้ลอยเหนืออากาศเพื่อรอจังหวะเหมาะ ในการสวนกลับและเขาก็ได้ใช้เคล็ดวิชากระบี่หมื่นเงาเพื่อสร้างเงาออกมานับหมื่นเงา
“ สิ้นสุดแค่นี้แหละ ! ” เตียววูกล่าวออกมาเพื่อหวังปิดบัญชี
“ ย๊ะ !”
เงากระบี่นับหมื่นพุ่งเข้าหาชายเสียสติคนนั้น ทุกทิศทางไม่มีหนทางให้เขาได้หลบหนีออกไป
“ อ๊ากกกกกกกก !!”
โปรดติดตามตอนต่อไป
ะเิดัง จู้มมม