เมื่ออาหารค่ำอันแสนอึดอัดสิ้นสุดลงในที่สุด ซูซูรู้สึกราวกับยกูเาออกจากอก เธอรีบผุดลุกขึ้นจากที่นั่งทันทีที่ราชครูเฉินส่งสัญญาณให้การเลี้ยงรับรองจบลง หวังเพียงจะหลบหนีจากสายตาที่ร้อนแรงของบุรุษทั้งสองที่ทำให้เธอแทบจะสำลักอาหารตลอดมื้อ
ตลอดมื้ออาหาร เธอรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนเตาไฟ ความร้อนแรงจากสายตาของราชครูเฉินและเศรษฐีเหอทำให้เธอแทบจะะเิด้วยความอึดอัด เหงื่อเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากและฝ่ามือ ขณะที่เธอพยายามทำตัวให้เป็ปกติท่ามกลางการสนทนาที่ไร้เดียงสากับอาอิง แต่ััใต้โต๊ะของราชครูเฉินกลับทำให้เธอแทบจะคลั่งไปด้วยความซ่านสยิวที่ไม่เคยััมาก่อน
ทุกครั้งที่เท้าของเขาลูบไล้ขึ้นมาตามขาของเธอ ทุกครั้งที่นิ้วเท้าของเขากดและนวดบริเวณที่อ่อนไหวผ่านผ้ากางเกงชั้นในที่บางเฉียบ เธอรู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความรู้สึกซ่านสยิวที่แผ่ซ่านขึ้นมาทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากแน่นจนเกือบจะเป็แผล เพื่อสะกดกลั้นเสียงครางที่กำลังจะหลุดออกมา
การที่ต้องแสร้งทำเป็ปกติท่ามกลางการถูกลวนลามอย่างลับๆ นั้นทำให้เธอรู้สึกทั้งอับอายและตื่นเต้นไปพร้อมกัน ความกลัวที่จะถูกจับได้ปะปนกับความเสียวซ่านจนเธอแทบจะทนไม่ไหว เธอรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมที่อันตรายและเร่าร้อน เกมที่หากถูกจับได้ ชีวิตของเธอจะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน
อาอิงสังเกตเห็นท่าทีรีบร้อนของเพื่อนรัก นางจึงรีบเดินตามไปติดๆ พร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้กับเศรษฐีเหอผู้เป็สามี ซึ่งเข้าใจดีว่าภรรยาของตน้าพูดคุยกับซูซูเป็การส่วนตัว นางสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนรักตลอดมื้ออาหาร ท่าทางประหม่า ใบหน้าแดงก่ำ และการสั่นเครือเล็กๆ ที่เธอพยายามปกปิด
"ท่านพี่เฉิน ข้าขอตัวพาซูซูไปพักผ่อนก่อนนะเ้าคะ" อาอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาด นางรู้ดีว่าเพื่อนรักของนาง้าความเป็ส่วนตัวในตอนนี้ และนางเองก็อยากจะสอบถามเื่ราวที่ซูซูพยายามปกปิดไว้
ราชครูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ที่ทำให้ซูซูรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว เขามองตามร่างระหงของซูซูที่เดินออกไปจากห้องโถงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ ความคิดชั่วร้ายเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ เขาพอใจกับปฏิกิริยาของเธอในคืนนี้ การที่เธอพยายามควบคุมตัวเองท่ามกลางการถูกลวนลามทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง
เขาหันไปสนทนากับเศรษฐีเหอต่อในเื่ธุรกิจการค้าและสถานการณ์บ้านเมืองอย่างออกรส แต่ในใจกลับคิดถึงแผนการสำหรับคืนนี้ เขา้าให้ซูซูเรียนรู้บทเรียนใหม่ บทเรียนที่จะทำให้เธอเข้าใจว่าร่างกายของเธอเป็ของเขาแล้ว และเธอไม่สามารถต้านทานความปรารถนาของเขาได้
ซูซูเดินนำอาอิงมายังห้องพักของตนเอง ซึ่งเป็ห้องที่กว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราสมฐานะสะใภ้ใหญ่ของจวน เตียงนอนขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อน โต๊ะเครื่องแป้งทำจากไม้หอมแกะสลักลวดลายประณีต และตู้เสื้อผ้าสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยชุดสวยๆ ที่ราชครูเฉินสั่งให้ช่างตัดเสื้อมาตัดเย็บให้เธอ
แต่สำหรับซูซูแล้ว ห้องนี้กลับเป็ห้องที่เต็มไปด้วยความอ้างว้างและพันธนาการ มันเป็ห้องที่เธอต้องมาซ่อนความลับอันมืดมิด ห้องที่เธอต้องมาเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กัดกินหัวใจเธออยู่ทุกคืน และตอนนี้มันยังเป็ห้องที่เธอต้องมาเผชิญหน้ากับคำถามของเพื่อนรักที่เธอไม่รู้จะตอบอย่างไร
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง อาอิงก็หันมามองซูซูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม นางเดินเข้าไปโอบไหล่เพื่อนรักเบาๆ รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากร่างกายของซูซู นางพาเธอไปนั่งลงบนเตียงนอนที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อดี มือของนางลูบไหล่ซูซูเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ
"ซูซู เ้าเป็อะไรไป เหตุใดวันนี้จึงดูแปลกๆ" อาอิงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง น้ำเสียงของนางอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความกังวล "ข้าสังเกตเห็นเ้าดูประหม่าตลอดเวลาที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ทั้งยังหลบสายตาของท่านพ่อเ้า และ... ท่านเศรษฐีเหอด้วย"
นางหยุดพักเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย "และข้าสังเกตเห็นด้วยว่าเ้าดูเหมือนจะ... ไม่สบายตัวในบาง่เวลา เ้าหน้าแดง มือสั่น และดูเหมือนจะกลั้นหายใจอยู่เป็ระยะๆ เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่ซูซู"
ซูซูหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีที่ได้ยินคำถามของอาอิง เธอไม่รู้จะตอบเพื่อนรักอย่างไรดี ความลับที่เธอเก็บงำไว้มันใหญ่เกินกว่าจะเปิดเผยให้ใครรู้ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกับอาอิง ผู้เป็เพื่อนสนิทที่บริสุทธิ์ใจกับเธอเสมอมา เธอรู้สึกราวกับมีก้อนหินหนักอึ้งทับอยู่บนอก ความรู้สึกผิดบาปกัดกินหัวใจเธออย่างช้าๆ
เธอไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตของเธอจะต้องมาพัวพันกับเื่ราวที่ซับซ้อนและผิดศีลธรรมเช่นนี้ เธอที่เคยเป็สตรีผู้บริสุทธิ์และเรียบร้อย บัดนี้กลับกลายเป็คนที่มีความลับอันมืดมิดซ่อนอยู่ ความลับที่หากถูกเปิดเผย จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมี รวมทั้งมิตรภาพอันแสนดีกับอาอิงด้วย
"ข้า... ข้าก็แค่รู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อยน่ะอาอิง อาจจะเพราะอากาศเปลี่ยนกระมัง" ซูซูพยายามหาข้ออ้าง เธอหลบสายตาของอาอิงไปมองออกไปนอกหน้าต่างที่มืดมิด พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้กลับมารวมกันอีกครั้ง
หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวจากััใต้โต๊ะอาหารของราชครูเฉิน ความทรงจำจากการที่เขาใช้เท้าลูบไล้ขึ้นมาตามขาของเธอ การที่เขากดและนวดบริเวณที่อ่อนไหวผ่านผ้ากางเกงชั้นในที่บางเฉียบ ยังคงทำให้เธอรู้สึกซ่านสยิวไปทั้งร่าง และสายตาที่หิวกระหายของเศรษฐีเหอที่จ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ยังคงทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันในอก เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นลงได้ทุกเมื่อ เธอรู้ดีว่าหากความจริงถูกเปิดเผย ชีวิตของเธอจะต้องพังทลายลงอย่างแน่นอน แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าความรู้สึกที่ราชครูเฉินปลุกเร้าขึ้นมานั้นทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
อาอิงหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะของนางเต็มไปด้วยความรู้ทันและเย้ยหยันเล็กน้อย "โกหกไม่เนียนเลยนะซูซู เ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเ้ากำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่" นางยื่นมือไปบีบมือของซูซูเบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของอาอิงทำให้ซูซูรู้สึกปลอบใจเล็กน้อย
"เราเป็เพื่อนกันมานาน เ้ามีอะไรก็บอกข้าได้ทุกเื่ไม่ใช่หรือ" น้ำเสียงของอาอิงเต็มไปด้วยความจริงใจ ทำให้ซูซูรู้สึกผิดบาปในใจยิ่งนัก เธออยากจะบอกทุกสิ่งทุกอย่างให้เพื่อนรักฟัง แต่คำพูดเ่าั้มันติดอยู่ที่ลำคอ ไม่สามารถเอ่ยออกมาได้ ราวกับมีก้อนหินหนักอึ้งมาทับไว้
เธอเกรงกลัวเหลือเกินว่าหากอาอิงรู้ความจริงทั้งหมด มิตรภาพอันยาวนานของพวกเธอจะต้องพังทลายลง และเธอจะต้องสูญเสียเพื่อนรักคนนี้ไปตลอดกาล ความคิดนั้นทำให้หัวใจของเธอเ็ปราวกับถูกมีดแทง เธอไม่อาจจินตนาการได้ว่าจะต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีอาอิงอยู่เคียงข้าง
"ข้า... ข้าไม่มีอะไรจริงๆ อาอิง" ซูซูพยายามปฏิเสธอีกครั้ง แต่เสียงของเธอกลับแ่เบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน เธอรู้สึกราวกับกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงแห่งความลับที่เธอสร้างขึ้นมาเอง ความรู้สึกผิดต่ออาอิงกัดกินหัวใจเธออย่างช้าๆ เธอไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวและอ้างว้างเท่านี้มาก่อน แม้จะมีเพื่อนรักอยู่ตรงหน้าก็ตาม
เธอรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่กลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง ความลับที่เธอเก็บงำไว้ราวกับกำแพงสูงที่กั้นระหว่างเธอกับโลกภายนอก ทำให้เธอไม่สามารถเข้าถึงใครได้อย่างแท้จริง แม้กระทั่งเพื่อนรักที่นั่งอยู่ตรงหน้าก็ตาม
อาอิงถอนหายใจเบาๆ นางรู้ดีว่าซูซูคงยังไม่พร้อมที่จะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟังในตอนนี้ นางจึงเปลี่ยนเื่เพื่อคลายความตึงเครียด นางไม่อยากกดดันเพื่อนรักมากเกินไป เพราะรู้ดีว่าซูซูไม่ใช่คนที่จะเก็บงำเื่ราวไว้คนเดียว หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ
และดูเหมือนว่าเื่ที่ซูซูกำลังเผชิญอยู่นั้น มันเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหวเพียงลำพัง หรืออาจจะเป็เื่ที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะพูดออกมาง่ายๆ นางจึงเลือกที่จะรอคอยอย่างอดทน แต่ในใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความกังวลต่อเพื่อนรัก
"เอาเถอะ ถ้าเ้ายังไม่พร้อมจะเล่า ข้าก็จะไม่เซ้าซี้" อาอิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์ แววตาของนางเป็ประกายระยิบระยับ ราวกับกำลังจะเล่นสนุกกับเพื่อนรัก "แต่ข้ามีเื่หนึ่งที่อยากจะถามเ้ามานานแล้ว"
การเปลี่ยนแปลงในน้ำเสียงของอาอิงทำให้ซูซูรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง เธอเดาได้ไม่ยากว่าเื่ที่อาอิงจะถามนั้น คงไม่พ้นเื่ที่ทำให้เธอต้องหน้าแดงก่ำเป็แน่ เธอภาวนาขอให้ไม่ใช่เื่ที่เธอคิด แต่ลึกๆ แล้วเธอก็รู้ดีว่ามันคงหนีไม่พ้น
ซูซูหันกลับมามองอาอิงด้วยความสงสัย "เื่อะไรหรืออาอิง" เธอรู้สึกโล่งใจเล็กน้อยที่อาอิงเปลี่ยนเื่ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนรักจะถามเื่อะไรที่ทำให้แววตาของนางเป็ประกายเช่นนั้น เธอภาวนาขอให้ไม่ใช่เื่ที่เธอคิด แต่ในใจก็เต้นระรัวด้วยความกังวล
"ก็เื่ภาพชุนกงที่ข้าเคยเล่าให้เ้าฟังอย่างไรเล่า" อาอิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกริ่ม "เ้าจำได้ไหมว่าข้าเคยบอกว่ามันเป็ภาพที่งดงามและน่าศึกษามาก"
นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซูซูเล็กน้อย พร้อมกับกระซิบเสียงหยอกล้อ "ข้าเองก็ศึกษาเพิ่มเติมจากท่านพี่เหอมาไม่น้อยเลยนะ เ้าอยากรู้ไหมว่าเขาเล้าโลมข้าอย่างไรบ้าง ทั้งการัั การจูบ และการใช้ลิ้นกระตุ้นจุดต่างๆ บนร่างกาย"
คำพูดของอาอิงราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของซูซู ทำให้เธอสะดุ้งเฮือก ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ราวกับถูกไฟลน เธอรู้สึกราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขา ความลับที่เธอพยายามปกปิดมาตลอดกำลังจะถูกเปิดเผย
และเธอรู้ดีว่าคำบอกเล่าของอาอิงในครั้งก่อนๆ นั้นเอง ที่เป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอเริ่มสนใจในเื่เหล่านี้ จนกระทั่งเธอได้มาพัวพันกับราชครูเฉิน ความทรงจำเกี่ยวกับภาพชุนกงที่อาอิงเคยเล่าให้ฟัง และเื่ราวบทรักของเศรษฐีเหอที่อาอิงบรรยายอย่างละเอียด ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
ใบหน้าของซูซูแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันแดงก่ำยิ่งกว่าเดิมเสียอีก เธอรู้สึกราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขา ความทรงจำเกี่ยวกับภาพชุนกงที่อาอิงเคยเล่าให้ฟัง และเื่ราวบทรักของเศรษฐีเหอที่อาอิงบรรยายอย่างละเอียด ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
มันเป็สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกทั้งอับอายและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน และตอนนี้เธอก็ไม่ได้แค่ฟังเื่ราวเ่าั้อีกต่อไปแล้ว แต่เธอกำลังได้ัักับประสบการณ์จริงที่เร่าร้อนยิ่งกว่าในภาพเสียอีก ทุกค่ำคืนที่ผ่านมาคือบทเรียนที่ราชครูเฉินมอบให้ บทเรียนที่ทำให้เธอรู้จักร่างกายของตัวเองและโลกแห่งกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
บทเรียนที่ทำให้เธอเริ่มหลงใหลในรสชาติของความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ เธอรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่มืดมิดและอันตราย แต่เธอก็ไม่สามารถถอยกลับได้อีกแล้ว
ความทรงจำจากคืนที่ผ่านมาเริ่มผุดขึ้นมาในใจ ภาพของราชครูเฉินที่ใช้มือและปากสำรวจร่างกายของเธออย่างช่ำชอง การที่เขาสอนให้เธอรู้จักกับความสุขสมที่ไม่เคยััมาก่อน และการที่เธอเริ่มตอบสนองต่อการััของเขาด้วยความกระหายที่เพิ่มมากขึ้นทุกครั้ง
"อาอิง! เ้าพูดอะไรน่ะ" ซูซูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ข้า... ข้าไม่เคยศึกษาอะไรแบบนั้นหรอกนะ" เธอพยายามปฏิเสธอย่างแข็งขัน แต่เสียงที่สั่นเทาของเธอกลับฟ้องความจริง และใบหน้าที่แดงก่ำก็เป็หลักฐานชั้นดีที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เธอรู้สึกราวกับถูกอาอิงมองทะลุปรุโปร่งไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ และเธอไม่รู้ว่าจะหลบซ่อนความจริงนี้ได้อีกนานแค่ไหน ความรู้สึกผิดบาปที่เธอพยายามปกปิดเริ่มเอ่อล้นออกมา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะะเิด้วยความอับอายและความลับที่เก็บงำไว้
อาอิงหัวเราะเสียงใส "โอ้โห! ปฏิเสธเสียงแข็งเชียว" นางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ซูซู "แต่ข้าจำได้นะว่าเ้าดูสนใจมันมากตอนที่ข้าเล่าให้เ้าฟัง แล้วตอนนี้ล่ะ เ้ายังสนใจอยู่ไหม"
นางจ้องมองซูซูด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความขี้เล่นและรู้ทัน ราวกับจะบอกว่านางรู้ทุกอย่างแล้ว และกำลังรอให้ซูซูเปิดปากสารภาพออกมาเอง นางรู้ดีว่าซูซูไม่สามารถโกหกนางได้นาน เพราะพวกเธอรู้จักกันมานานจนสามารถอ่านใจกันได้
ซูซูรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เธอไม่รู้จะตอบเพื่อนรักอย่างไรดี ความจริงแล้วเธอไม่ได้แค่สนใจ แต่เธอกำลังถูกราชครูเฉิน "สอน" ให้รู้จักกับโลกของภาพชุนกงอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก
ทุกัั ทุกจูบ ทุกการกระทำของราชครูเฉิน ล้วนเป็บทเรียนที่ทำให้เธอเข้าใจความหมายของภาพเ่าั้อย่างถ่องแท้ และตอนนี้เธอก็เริ่มจะหลงใหลในบทเรียนเ่าั้เสียแล้ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเริ่มเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ
เธอรู้สึกราวกับกำลังถูกดึงดูดเข้าสู่ห้วงแห่งกามารมณ์ที่มืดมิดและอันตราย แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานได้ ความหวานชื่นของการถูกััและการได้ัักลับ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้ค้นพบตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง
ความคิดถึงราชครูเฉินเริ่มผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง ภาพของเขาที่ใช้มือลูบไล้ร่างกายของเธออย่างช่ำชอง การที่เขาจูบและดูดดื่มความหวานจากริมฝีปากของเธอ และการที่เขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยตัวอยู่บนเมฆ ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง
"อาอิง! เ้าอย่ามาล้อข้าเล่นนะ" ซูซูพยายามเปลี่ยนเื่ "แล้วท่านเศรษฐีเหอเล่า เขาไม่ได้มากับเ้าหรือ" เธอพยายามเบี่ยงประเด็นอย่างสุดความสามารถ หวังว่าอาอิงจะเลิกซักไซ้เธอเสียที เพราะเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะะเิออกมาด้วยความอับอายและความลับที่เก็บงำไว้
เธอไม่รู้ว่าจะเก็บความลับนี้ไว้ได้อีกนานแค่ไหน และเธอไม่รู้ว่าเมื่อความจริงถูกเปิดเผย มิตรภาพของพวกเธอจะยังคงอยู่หรือไม่ ความกลัวที่จะสูญเสียเพื่อนรักคนสำคัญที่สุดในชีวิตทำให้หัวใจของเธอเ็ปอย่างแสนสาหัส
อาอิงยิ้มอย่างรู้ทัน "ท่านพี่เหอกำลังคุยธุระกับท่านพ่อเ้าอยู่ข้างล่างน่ะสิ" นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับขยิบตาให้ซูซู "แต่ข้าว่าตอนนี้เรามาคุยเื่ของเ้าดีกว่านะซูซู"
นางไม่ยอมให้ซูซูเปลี่ยนเื่ง่ายๆ และนั่นทำให้ซูซูรู้สึกจนมุม เธอรู้ดีว่าคงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคำถามของอาอิงได้อีกต่อไป เธอจึงทำได้เพียงถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ความรู้สึกหมดหนทางเริ่มครอบงำใจ
"เื่ของข้ามีอะไรให้คุยกันเล่า" ซูซูพยายามทำเสียงให้เป็ปกติที่สุด แต่เธอก็รู้ดีว่ามันไม่สามารถหลอกอาอิงได้ เพราะเพื่อนรักของเธอนั้นรู้จักเธอดีเกินกว่าใคร และแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ของอาอิงก็ทำให้เธอรู้สึกกดดันยิ่งนัก
เธอรู้สึกราวกับกำลังถูกสอบสวน และเธอไม่รู้ว่าจะตอบคำถามเ่าั้ได้อย่างไร ความลับที่เธอเก็บงำไว้มันหนักหนาสาหัสเกินกว่าจะแบกรับไว้คนเดียว แต่เธอก็กลัวที่จะเปิดเผยมันออกมา
"ก็เื่ที่เ้าดูเปลี่ยนไปอย่างไรเล่า" อาอิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย "เ้าดูมีน้ำมีนวลขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้น ดวงตาของเ้าก็ดูมีประกายแปลกๆ"
นางจ้องมองซูซูอย่างพิจารณา สายตาของนางกวาดไล่ลงมาตามเรือนร่างของเพื่อนรัก "บอกข้ามาเถอะซูซู เกิดอะไรขึ้นกับเ้ากันแน่" แววตาของอาอิงเต็มไปด้วยความห่วงใยและอยากรู้ปนกับความสงสัยอย่างปิดไม่มิด
นางยื่นมือไปกุมมือของซูซูไว้แน่น ราวกับจะส่งกำลังใจให้เพื่อนรัก และพร้อมที่จะรับฟังทุกสิ่งทุกอย่าง ความอบอุ่นจากมือของอาอิงทำให้ซูซูรู้สึกปลอบใจ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกผิดบาปมากขึ้นไปอีกด้วย
ซูซูรู้สึกเหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่ลำคอ เธออยากจะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง แต่เธอก็กลัวว่าอาอิงจะไม่เข้าใจ หรืออาจจะรังเกียจเธอด้วยซ้ำ เธอจึงทำได้เพียงก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก
ความรู้สึกผิดบาปและความอับอายถาโถมเข้ามาในใจ เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี เื่ราวที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าที่เพื่อนรักของเธอจะจินตนาการได้ และเธอเองก็ยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองทั้งหมด เธอสับสนวุ่นวายไปหมด และไม่รู้ว่าจะหาทางออกได้อย่างไร
ในขณะที่เธอกำลังดิ้นรนกับความรู้สึกภายใน ความคิดถึงราชครูเฉินก็เริ่มผุดขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของเขาที่ใช้มือลูบไล้ร่างกายของเธออย่างช่ำชอง การที่เขาจูบและดูดดื่มความหวานจากริมฝีปากของเธอ และการที่เขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังลอยตัวอยู่บนเมฆ
ความทรงจำเ่าั้ทำให้เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วร่าง และเธอรู้สึกได้ถึงความชื้นที่เริ่มซึมออกมาจากจุดที่อ่อนไหวที่สุดของเธอ ราวกับร่างกายของเธอกำลังตอบสนองต่อความคิดถึงเขาโดยอัตโนมัติ
"ข้า... ข้าไม่มีอะไรจริงๆ อาอิง" ซูซูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา "เ้าคิดมากไปเองแล้ว" เธอพยายามบ่ายเบี่ยงอีกครั้ง แต่ในใจกลับรู้สึกเ็ปที่ต้องโกหกเพื่อนรัก
เธอรู้ดีว่ามิตรภาพของเธอกับอาอิงกำลังถูกทดสอบด้วยความลับที่เธอเก็บงำไว้ และเธอไม่รู้ว่ามิตรภาพนี้จะยังคงอยู่ได้หรือไม่ หากความจริงถูกเปิดเผย เธอรู้สึกราวกับกำลังทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเธอ
แต่ในขณะเดียวกัน ความคิดถึงราชครูเฉินก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกซ่านสยิวไปทั่วร่าง เธอนึกถึงภาพชุนกงที่อาอิงเคยเล่าให้ฟัง และตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่าความรู้สึกเ่าั้เป็อย่างไร เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมสตรีในภาพเ่าั้ถึงดูมีความสุขและเสียวซ่าน
ความชื้นระหว่างขาของเธอเพิ่มมากขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟเผาไหม้จากภายใน ความปรารถนาที่ราชครูเฉินปลุกเร้าขึ้นมานั้นยังคงคุกรุ่นอยู่ในร่างกายของเธอ ทำให้เธอรู้สึกกระสับกระส่ายและอยากได้การััของเขาอีกครั้ง
อาอิงถอนหายใจอีกครั้ง นางรู้ดีว่าคงไม่สามารถเค้นความจริงจากซูซูได้ในตอนนี้ นางจึงตัดสินใจที่จะไม่เซ้าซี้อีกต่อไป แต่ในใจของนางก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย นางรู้ดีว่าซูซูไม่ใช่คนที่จะเก็บความลับได้นาน
และสักวันหนึ่งเพื่อนรักของนางก็คงจะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟังเอง นางหวังว่าเมื่อถึงวันนั้น ซูซูจะยังคงเป็เพื่อนรักคนเดิมของนาง และนางเองก็พร้อมที่จะรับฟังและอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอ ไม่ว่าเื่ราวที่ซูซูต้องเผชิญจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม
"เอาเถอะ ถ้าเ้ายังไม่พร้อมจะเล่า ข้าก็จะไม่บังคับ" อาอิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับลูบหลังซูซูเบาๆ "แต่จำไว้นะซูซู ไม่ว่าเ้าจะเจอเื่อะไรมา ข้าจะอยู่ข้างเ้าเสมอ"
คำพูดของอาอิงทำให้ซูซูรู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ราวกับมีแสงสว่างส่องเข้ามาในความมืดมิดของหัวใจ เธอรู้สึกขอบคุณอาอิงจากใจจริง ที่ยังคงเชื่อมั่นและอยู่เคียงข้างเธอเสมอมา แม้ว่าเธอจะไม่สามารถเปิดใจเล่าความจริงทั้งหมดได้ในตอนนี้
ซูซูเงยหน้าขึ้นมองอาอิง ดวงตาของเธอคลอไปด้วยน้ำตา เธอรู้สึกซาบซึ้งในมิตรภาพของเพื่อนรักคนนี้เป็อย่างมาก เธอโชคดีที่มีอาอิงเป็เพื่อน แม้ว่าเธอจะไม่สามารถบอกความจริงทั้งหมดได้ในตอนนี้ แต่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่ายังมีคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
ไม่ว่าเธอจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไรก็ตาม เธอหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะสามารถตอบแทนมิตรภาพอันแสนดีนี้ได้ และเปิดเผยความจริงทั้งหมดให้อาอิงฟัง โดยที่อาอิงยังคงยอมรับเธอได้เหมือนเดิม
"ขอบใจนะอาอิง" ซูซูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ขอบใจเ้ามากจริงๆ" เธอรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้มีเพื่อนรักที่เข้าใจและให้การสนับสนุนเช่นนี้ แม้ว่าเธอจะไม่สามารถเล่าความจริงทั้งหมดได้ก็ตาม
ทั้งสองโอบกอดกันอย่างเงียบๆ ในห้องพักที่กว้างขวาง ซูซูรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยที่ได้ระบายความรู้สึกออกมาบ้าง แม้ว่าจะยังไม่สามารถเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เพื่อนรักฟังได้ก็ตาม แต่การได้อยู่ใกล้ๆ อาอิงก็ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและคลายความกังวลลงไปได้มาก
เธอหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะสามารถเปิดใจเล่าเื่ราวทั้งหมดให้เพื่อนรักฟังได้ โดยที่อาอิงยังคงยอมรับเธอได้เหมือนเดิม และมิตรภาพของพวกเธอจะยังคงแข็งแกร่งตลอดไป
แต่ในขณะที่เธอกอดอาอิงอยู่นั้น ความคิดถึงราชครูเฉินก็ยังคงทำให้เธอรู้สึกซ่านสยิวไปทั่วร่าง ความชื้นระหว่างขาของเธอยังคงเพิ่มมากขึ้น เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟเผาไหม้จากภายใน และเธอรู้ดีว่าคืนนี้เธอจะต้องรอคอยการมาเยือนของเขาอีกครั้ง เพื่อดับกระหายที่คุกรุ่นอยู่ในร่างกายของเธอ