ถัดจากไปรับดาบสวีหลิงเหยียนพามู่เสวี่ยหลินไปยังหอตำราเพื่อรับเคล็ดวิชา มู่เสวี่ยหลินที่พึ่งเคยมาหอตำราครั้งแรกก็มองไปรอบๆดูความอยากรู้อยากเห็น
หอตำรามีทั้งหมดเก้าชั้นโดยแต่ละชั้นจะมีตำรากับเคล็ดวิชาต่างกันไปตามลำดับชั้น ชั้นที่หนึ่งเป็ตำราทั่วไป ชั้นที่สองและสามเป็ความรู้ด้านการวาดยันต์และปลุกยา ชั้นสี่เป็การหลอมอาวุธ ส่วนชั้นที่ห้าขึ้นไปเป็เคล็ดวิชา
สวีหลิงเหยียนพามู่เสวี่ยหลินมาที่ชั้นหกโดยตรง บนชั้นหกไม่ได้มีชั้นตำรามากนัก ทั้งชั้นค่อนข้างโล่ง มีชั้นตำราเพียงสองสามชั้น และตรงกลางมีแผ่นวงกลมขนาดใหญ่
“ศิษย์น้องมานี่สิ”สวีหลิงเหยียนเรียกมู่เสวี่ยหลินให้เดินไปหยุดอยู่ข้างหน้าแผ่นวงกลมไม่สิควรเรียกว่ากระดานมากกว่า
ตัวกระดานเป็วงกลมตรงกลางเป็รูปดาวหกแฉก ถัดจากดาวก็เป็ตัวอักษรที่เรียงกันเป็วงกลม ซึ่งถ้ามองดูดีๆจะพบว่ามันคล้ายกับกระดานทำนายอยู่เล็กน้อย เพียงแต่กระดานทำนายไม่มีวงแหวนล้อมรอบเป็ประกายระยิบระยับ
“ศิษย์พี่ห้าท่านจะให้ข้าทำอะไรหรือ” มู่เสวี่ยหลินเดินมาหยุดอยู่เบื้องหน้ากระดานแล้วมองดูกระต่ายน้อยไม่สิศิษย์พี่ห้าด้วยความสงสัย
“อุ้มข้า”
“เ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินอุ้มกระต่ายขึ้นมาแล้วจากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้กระดานอีกนิดตามคำสั่งของศิษย์พี่ เมื่อมาถึงระยะที่ตนสามารถเอื้อมถึงแล้ว สวีหลิงเหยียนก็ยกมือไม่สิอุ้งเท้าขึ้นมากดตัวอักษรบนกระดานสองสามตัวแล้วหยุด
ทันใดนั้นกระดานที่นิ่งเงียบมาตลอดก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว ดวงดาวที่อยู่ใจกลางหมุนไปทางขวาจนกลายเป็ดาวแปดแฉก จากนั้นก็เปิดออกพร้อมกับม้วนหยกลอยขึ้นมา
“ศิษย์น้องลองดูว่าถูกใจ ถ้าไม่ศิษย์พี่จะหาให้ใหม่”
“เ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินหยิบม้วนหยก ทันทีที่ัันางรู้สึกถึงพลังอันยิ่งใหญ่และเรียบง่ายที่บรรจุอยู่ภายในอย่างรวดเร็ว นางเห็นอักษรโบราณเขียนอยู่บนปกของม้วนหยกสองสามตัว ‘ฟื้นฟูทุกสรรพสิ่ง’
“ฟื้นฟูทุกสรรพสิ่ง? ศิษย์พี่ห้านี่เป็วิชาระดับใดหรือ”
ตามความทรงจำของร่างเดิมเคล็ดวิชานั้นจะแบ่งออกเป็เก้าระดับ เหนือขึ้นไปคือปฐี ์และศักดิ์สิทธิ์ ในโลกบำเพ็ญระดับเจ็ดและแปดถือเป็สมบัติของนิกาย ส่วนระดับเก้านั้นก็มีให้เห็นอยู่บ้างแต่ไม่มาก เหนือกว่าระดับเก้าขึ้นไปนั้นเรียกได้ว่าเป็ตำนานเลยก็ว่าได้
“ระดับ์”
“อ่อระดับเจ็ด..เมื่อกี้ท่านว่าอันใดนะศิษย์พี่ห้า”
“ข้าพูดว่าระดับ์มันทำไมรึ”
มู่เสวี่ยหลิน “....”
เคล็ดวิชาระดับ์ที่มีแค่ในตำนาน ตอนนี้มันอยู่ในมือของนางจริงๆรึ มู่เสวี่ยหลินไม่อยากจะเชื่อแต่เมื่อคิดอีกทีแล้ว นางก็พบว่ามันไม่ใช่เื่แปลกอันใดเลยก็ในเมื่อตอนนี้นางอยู่บน์
“อันนี้ก็ดีแต่ขาดพลังโจมตี ศิษย์น้องรอเดี๋ยวนะ” สวีหลิงเหยียนพูดจบก็เล่นกับแผ่นกระดานอีกรอบ
ม้วนหยกลอยขึ้นมาอีกอัน คราวนี้ไม่ต้องให้สวีหลิงเหยียนบอกมู่เสวี่ยหลินก็เอื้อมมือไปหยิบม้วนหยกมา เคล็ดวิชาอันนี้ที่นางได้มาชื่อว่า ‘หวนคืนชีวา’ เป็วิชาที่ใช้ปลูกพืช ใช่ปลูกพืชอย่างไรก็ตามมันเป็เคล็ดวิชาระดับ์ดังนั้นพลังของมันคงไม่ได้เรียบง่ายอย่างชื่อเป็แน่
หลังจากได้รับเคล็ดวิชาแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็ขออยู่ในหอตำราต่อเพราะนางสนใจวิชาเขียนยันต์กับวิชาปรุงยา นางจึงอยากอยู่ต่อเพื่อศึกษาเพิ่มเติม สวีหลิงเหยียนที่ได้ยินก็เตือนนางว่าอย่าลืมคาบเรียนของพรุ่งนี้จากนั้นเขาก็ะโออกไป
....
“ขั้นแรกของการเขียนยันต์คือรู้จักอักขระสินะ” มู่เสวี่ยหลินพึมพำในขณะอ่านตำราวิธีการเขียนยันต์เบื้องต้น
เื่อักขระนั้นไม่ยากด้วยความที่อาชีพหมอดูเองก็มีเขียนยันต์เป็ครั้งคราว พื้นฐานด้านอักขระของมู่เสวี่ยหลินจึงถือได้ว่าดีกว่าผู้ฝึกฝนยันต์คนอื่นอยู่เล็กน้อย
เด็กสาวจมอยู่กับการรู้ความหมายของอักขระในหอตำราจนถึงเช้า นางก็หยิบตำราที่ตนเอง้าแล้วไปหาผู้ดูแลเพื่อขอยืม ก่อนจะกลับห้องไปอาบน้ำเตรียมตัวไปเรียน
คาบเรียนในวันนี้เป็ของอาจารย์หลี่ ซึ่งมู่เสวี่ยหลินมารู้ทีหลังว่าอาจารย์หลี่เป็อาจารย์ผู้สอนวิชาดนตรี กล่าวให้ถูกคือการโจมตีด้วยเสียงดนตรี
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว มู่เสวี่ยหลินก็ขึ้นเหยียบดาบแล้วบินไปยังเกาะกลาง อย่าถามว่านางทำได้เช่นไร เพราะนางไม่อยากหวนไปนึกถึงมันสักเท่าไหร่ กล่าวให้ถูกคือมันความทรงจำของร่างเดิมที่ถูกบังคับ ส่วนนางก็แค่ได้ประโยชน์จากมันก็เท่านั้น
การบินครั้งแรกไม่ค่อยราบรื่นเท่าใดนักแต่ก็พอถูไถได้ เดิมทีมู่เสวี่ยหลินก็เป็พวกเรียนรู้ไวอยู่แล้ว นางจึงคุ้นชินกับควบคุมดาบบินอย่างรวดเร็ว ถึงกระนั้น... โครม! ต้นไม้หน้าอาคารเรียนหักโคนล้มลงพร้อมกับร่างเล็กที่หล่นลงพื้น
“อูย...เจ็บชะมัด..”
มู่เสวี่ยหลินลุกขึ้นนั่งพร้อมกับหันไปมองรอบๆ ด้วยความระมัดระวังด้วยกลัวว่าจะมีคนมาสภาพน่าอับอายของตน อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ามันจะสายไปหน่อย ดวงตากลมสบตากับกวางขาวที่ยืนอยู่บนระเบียง
มู่เสวี่ยหลิน “...”
กวางขาว “...”
ทั้งสองจ้องหน้ากันอยู่ครู่นึง เป็มู่เสวี่ยหลินที่ทนไม่ไหวจึงหลบสายตาไปก่อน นางค่อยๆลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าจากนั้นก็เดินไปหยิบดาบแล้วเดินเข้าห้องเรียนไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ศิษย์น้องข้าได้ยินมาว่า..”
“ข้าไม่ได้ตกจากดาบนะ!”
หลิงเหยียน “...?”
มู่เสวี่ยหลิน “...!!”
“อุบ ฮะฮ่าๆๆ”
กวางขาวที่เดินเข้ามาอดหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดของมู่เสวี่ยหลิน ในคราแรกที่ได้ยินเื่ศิษย์น้องคนใหม่ จี้จื่อฮวนก็อดสงสัยไม่ได้ว่านางเป็คนเช่นไร นางจะเป็คนที่เข้าถึงยากหรือไม่
ด้วยที่ตนเองเป็คนเข้าสังคมไม่เก่ง จี้จื่อฮวนจึงมาที่ห้องเรียนแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมใจ อย่างไรก็ตามในระหว่างที่เขากำลังเตรียมคำพูดอยู่นั้น ก็มีดาบพุ่งมาชนต้นไม้พร้อมกับร่างเล็กที่ตกลงมา
เ้ากวางขาวผู้ขี้ขลาดก็กลัวจนไม่กล้าขยับ มันจึงทำได้เพียงแค่ยืนมองอีกฝ่ายจนกระทั่งนางหันมาสบตากับเขา ดวงตากลมโตคล้ายองุ่นแต่กับมีสีเขียวงดงามดุจอัญมณี
สายตาเมื่อยามนางมองเขามันมีแต่ความตื่นตระหนกและความเขินอาย แลดูคล้ายกับกระต่ายขี้อายต่างจากภาพที่เขาคิดไว้มาก จี้จื่อฮวนคิดในใจศิษย์น้องหญิงเล็กคนนี้ช่างน่ารักจริงๆ
“หื้อ..ศิษย์น้องแปดเ้ากลับมาแล้วรึ”
“ศิษย์พี่ห้า” จี้จื่อฮวนพยักหน้าให้สวีหลิงเหยียนเล็กน้อย จากนั้นก็หันไปมองมู่เสวี่ยหลินที่ยืนนิ่งอยู่กับที่
ทั้งสองคนสบตากันก่อนที่มู่เสวี่ยหลินจะเป็ฝ่ายหันหน้านี้ เหลือเพียงแต่ใบหูแดงก่ำที่ทำให้รู้นางหลบหน้าตนเพราะกำลังเขิน
“กลับมาก็ดีแล้วว่าแต่เ้าคงยังไม่รู้จักนางสินะ นี่คือศิษย์หญิงน้องเล็กของเ้า นางแซ่มู่นามเสวี่ยหลินเป็มนุษย์”
จี้จื่อฮวนไม่ค่อยแปลกใจกับคำอธิบายของศิษย์พี่ห้า เนื่องจากอาจารย์ของพวกเขาได้แจ้งใบหยกไว้แล้วว่าตนได้รับศิษย์คนใหม่ที่เป็มนุษย์มาหนึ่งคน ส่วนรายละเอียดที่ว่านางชื่ออันใดอายุเท่าไหร่นั้นอาจารย์เพียงกล่าวแค่ว่าไปดูด้วยตนเอง
“สวัสดีศิษย์น้องเล็ก ข้าเป็ศิษย์พี่แปดของเ้า จี้จื่อฮวน”
“ศิษย์พี่แปด” มู่เสวี่ยหลินเรียกกวางขาวว่าศิษย์พี่แปดด้วยน้ำเสียงแ่เบา น้ำเสียงน่าฟังกับดวงหน้าน่ารักที่แดงก่ำราวกับผลอิงเถา ทำให้จี้จื่อฮวนอดคิดในใจไม่ได้ว่านางคือคนเดียวกันกับที่ขี่กระบี่จนชนต้นไม้จริงๆหรือ
“เด็กดีไข่มุกนี่เอาไว้ให้เ้าเล่น”
มู่เสวี่ยหลินที่ได้รับไข่มุกเม็ดใหญ่จากจี้จื่อฮวนมาก็มองดูมันด้วยความสนใจ ไข่มุกมีขนาดเท่าหัวทารกแรกเกิด สีชมพูอ่อนคล้ายกับดอกท้อ ยิ่งมองมู่เสวี่ยหลินก็ยิ่งชอบในใจของนางกำลังคิดว่าไข่มุกเม็ดใหญ่ขนาดนี้จะขายได้สักเท่าไหร่กัน
“หืม น้องแปดเ้าช่างใจกว้างจริงๆแม้กระทั่งของหายากอย่างไข่มุกเพิ่มพลังมาให้นางเลยเชียวหรือ”
“ไข่มุกเสริมพลังหรือเ้าคะ?”
“ใช่มันคือไข่มุกที่ใช้เพิ่มพลังปราณ ไม่สิควรกล่าวว่ามันช่วยขยายพลังน่าจะถูกกว่า ไม่ว่าจะพลังโจมตีหรือป้องกันขอแค่ใช้ไข่มุกนั้นพลังของมันก็เพิ่มขึ้นเป็สิบเท่า เรียกได้ว่าเป็ของหายากเลยล่ะ”
เมื่อฟังสวีหลิงเหยียนพูดจบ มู่เสวี่ยหลินก็จ้องมองไข่มุกในมือตนด้วยความใ นางคาดไม่ถึงเลยว่าไข่มุกเม็ดนี้จะดีถึงเพียงนี้ ของดีๆเช่นนี้ย่อมต้องเก็บไว้ใช้เองไม่ขาย ส่วนเื่เงินทุนสำหรับสร้างคาเฟ่เอาไว้ค่อยหาทีหลัง
มู่เสวี่ยหลินเอาไข่มุกเก็บไว้ในแหวนบรรพตเทพอย่างระมัดระวัง ข้างในนั้นยังมีหม้อ กระบี่ และของอื่นที่นางได้รับมาจากถ้ำเก็บไว้
“ขอบคุณศิษย์พี่แปดเ้าค่ะ”
มู่เสวี่ยหลินมองศิษย์พี่แปดผู้มาใหม่ด้วยแววตาเป็ประกายวาววับ ให้ตายเถอะนี่มันคนรวย เด็กสาวนึกในใจยามนี้นางลืมเื่ที่ตนตกจากกระบี่ไปแล้ว
“ศิษย์น้องหญิงชอบก็ดีแล้ว” จี้จื่อฮวนพูดเขาก็เดินไปนั่งโต๊ะของตนเอง
“จริงสิศิษย์น้องเมื่อครู่นี้เ้าพูดอะไรหรือ”
“มะไม่มีอะไรเ้าค่ะ-///-”
พูดจบมู่เสวี่ยก็รีบเดินไปนั่งที่ตนเองแล้วทิ้งสวีหลิงเหยียนที่กำลังงงงวยไว้เื้ั
.....
คาบเช้าที่เดิมควรเป็ของอาจารย์หลี่ดันกลายเป็ชั่วโมงปรุงยาอาจารย์สวีที่เป็ท่านอาของศิษย์พี่ห้าแทน ส่วนเหตุผลทำไมคาบเรียนถึงได้เปลี่ยนนั้นก็ง่ายๆ อาจารย์หลี่ที่ควรมาสอนดันไปมีเื่กับใครสักคนมาจึงนอนพัก เลยทำให้ชั้นเรียนดนตรีวันนี้เปลี่ยนเป็ชั้นเรียนปรุงยา
“หญ้าไร้รักนั้น...”
ในขณะที่ฟังอาจารย์บรรยายเกี่ยวกับสูตรยาไร้รักซึ่งเป็โอสถระดับเก้าอยู่นั้น มู่เสวี่ยหลินก็นั่งฟังอย่างตั้งใจ รากิญญาไม้ของนางเป็รากิญญาที่เหมาะที่สุดสำหรับการปรุงยา อย่างไรก็ตามระดับรากิญญาของนางเป็ระดับ์จึงทำให้นางสามารถฝึกวิชาอื่นเพิ่มเติมได้
ไม่ว่าจะเป็เขียนยันต์ หลอมอาวุธ ค่ายกลและวิชาอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งนี่ถือเป็ข้อดีของการมีรากิญญา์ เพราะนางสามารถเรียนได้ทุกอาชีพ อย่างไรก็ตามเป้าหมายของมู่เสวี่ยหลินคือเงินั้แ่ต้นจนจบ ดังนั้นนางจึงเลือกสายอาชีพที่ทำเงินได้มากที่สุดอย่าง ปรุงยา เขียนยันต์ ค่ายกลและหลอมอาวุธ
หลังจากบรรยายจบอาจารย์สวีก็พาทุกคนไปยังห้องปรุงยา ห้องปรุงยาอยู่ในอาคารแยกออกไปข้างนอก เนื่องจากการปรุงยานั้นบางครั้งก็อาจจะมีะเิ ปรมาจารย์ผู้สร้างเลยสร้างอาคารแยกออกไปเพื่อไม่ให้เป็การรบกวนการเรียนในอาคารหลัก
เมื่อมาถึงห้องปรุงยาอาจารย์สวีก็ให้ทุกคนไปยืนอยู่หน้าเตาปรุงยา มู่เสวี่ยหลินเดินตามเหล่าศิษย์พี่ไปพร้อมหัวใจที่กระสับกระส่าย ไม่รู้เป็เพราะอะไรนางถึงได้รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเห็นได้ใบหน้าเปื้อนยิ้มของอาจารย์สวี
“เมื่อเช้าพวกเ้าได้เรียนเกี่ยวกับสูตรยาไปแล้ว ดังนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเ้าจะต้องปรุงมันออกมา” อาจารย์สวีกล่าวจบก็มีคนกระดาษตัวเล็กเดินเข้ามาพร้อมกับถาดสมุนไพร
“สมุนไพรที่นี่มีทั้งหมดสิบชุดด้วยกัน พวกเ้าแต่คนจะได้กันคนละสิบชุด หากสิบชุดนี้หมดไปแล้วก็จะถือว่าสอบตก ดังนั้นพวกเ้าต้องตั้งใจให้ดีล่ะ^^”
มู่เสวี่ยหลิน “....!!”
มาเปิดตัวศิษย์พี่แปดกวางขาวผู้มั่งคั่งกันค่ะ เปิดตัวมาก็ยัยน้องก็ตกจากดาบต่อหน้าพี่ซะแล้ว555+ เอ็นดูยัยน้องตอนะโใส่ศิษย์พี่ห้าเพราะกำลังว่าไม่ได้ตกดาบ พี่กระต่ายก็งงว่าน้องพูดอะไร ส่วนพี่กวางก็หัวเราะเพราะน้องตลก ่ท้ายมีคนกำลังเศร้าอยู่ล่ะเห็นไหมสอบอีกแล้ว
มู่เสวี่ยหลิน: ให้ข้าได้ไปเกิดใหม่เถอะ์ ข้าเกลียดการสอบ//มองฟ้า
เทียนเต๋า: เมื่อกี้มีใครพูดอะไรไหมนะ//ทำเป็ไม่ได้ยิน
มู่เสวี่ยหลิน: .....
ปล.ถ้าชอบก็อย่าลืมกดใจหรือคอมเม้นท์เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ^^