จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 38 ภัตตาคารหย่งเล่อมีสถานะไม่ธรรมดา

    ​

     แสงจันทร์นวลกระจ่างสาดส่องลงมายังร่างงดงามราวกับเทพธิดาที่เกาะหน้าต่างแหงนหน้ามองพระจันทร์

    “จันทราเจ้าคิดว่าข้าจะมีโอกาสได้เป็นคหบดีหญิงแห่งต้าถังหรือไม่ อายุขัยของข้าเหลืออีกกี่ปีกัน ตระกูลจ้าวสามารถยืนหยัดไปอีกนานเท่าใด”

    จ้าวลู่ชิงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าบิดากับท่านปู่กำลังทำอะไร ฉีอ๋องต้องมีจุดจบอย่างไร แล้วตระกูลจ้าวต้องมีจุดจบแบบใด ทุกอย่างมันดูมืดมน นางย้อนเวลามาอยู่ที่ใดกันแน่

    แน่นอนว่าผู้ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ในแต่ละราชวงศ์เป็นไปตามที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ และตอนนี้หลี่ซื่อหมินก็เป็นผู้ครองบัลลังก์ที่แย่งมากจากบิดาและพี่ชาย เหตุการณ์หลายอย่างมันคล้ายคลึงกับประวัติศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมา

    แต่ทว่า…

    เขา…..

    ‘ฉีอ๋อง’ ผู้ที่สมควรจะตายไปตั้งแต่เกิดรัฐประหารที่ประตูเสวียนอู่ เหตุใดเขาถึงยังมีชีวิตรอด ผู้ที่ตายพร้อมรัชทายาทคือเว่ยอ๋องที่สมควรตายตั้งแต่ราชวงศ์สุยยังไม่สิ้น

    นางสับสนไปหมดว่าเกินอันใดขึ้น หรือว่าประวัติศาสตร์ไม่เป็นไปตามที่จารึกให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษา

    จ้าวลู่ชิงเคร่งเครียด นางไม่รู้เลยว่าตัวเองได้ทะลุมิติมาอยู่บนโลกคู่ขนาน ที่คล้ายคลึงกันราวกับเป็นฝาแฝด

    “ฉีอ๋อง ดวงชะตาท่านเป็นเช่นไรกันแน่? เพราะเหตุใดท่านจึงไม่ยอมยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย?” พึมพำภายในใจ นางต้องการรู้จักฉีอ๋องไม่ธรรมดาผู้นี้ นางจะใช้สองมือหนึ่งสมองรักษาตระกูลจ้าวให้รอดพ้นจากภัยได้หรือไม่

    ----------------------------------

    หรงซู่อ่านจดหมายด้วยใบหน้าสงบนิ่งแต่แววตาเต็มไปด้วยความกังวล เมื่อเช้าจดหมายฉบับนี้วางอยู่บนโต๊ะหนังสือได้อย่างไร ไม่รู้ว่าผู้ใดนำเข้ามาวางตั้งแต่เมื่อไหร่

    เนื้อหาบอกเพียงว่าหากกล้าทำร้ายคนในหมู่บ้านอีก จุบจบของเจ้าและคนในครอบครัวคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม หากไม่ได้ทำใดอันผิดก็ไม่ต้องกลัวว่าผีจะมาเคาะประตู

    ประโยคพวกนี้มันทำให้เขาเสียวสันหลังจนแสดงออกทางสีหน้า คนที่ให้ไปสืบเรื่องหมู่บ้านซานเป่ยก็หายสาบสูญ ไม่กลับมาเลยสักคน

    หรือว่ามีพยัคฆ์ซ่อนอยู่ที่หมู่บ้านกลางหุบเขาอย่างซานเป่ย รีบไปรื้อค้นสำมะโนครัวด้วยความร้อนรน

    หรงซู่นั่งหลังตรงปิดเปลือกตา ในความสงบนิ่งยังเห็นว่ามือที่กอบกุมกันบนหน้าตักสั่นเทา ลืมไปได้อย่างไรว่าคนตระกูลจ้าวอยู่ที่หมู่บ้านกลางหุบเขาอย่างซานเป่ย

    จ้าวลู่ชิงเตรียมสมุนไพรสำหรับบำรุงร่างกายกับน้ำผึ้งหนึ่งโถเล็กให้พี่ชายนำติดมือไปเป็นของฝาก หลังปรึกษากันแล้วว่าจะจ้างชาวบ้านสร้างคอกสัตว์ หากเป็นเรื่องทั้งหมู่บ้าน ติดประกาศหน้าบ้านก็คงไม่เหมาะสมเท่าไหร่ จำต้องวานให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนดำเนินการให้

    หลิวเล่อรับตะกร้าจากมือซูเซียงด้วยอาการเขินอาย ใบหน้าแดงระเรื่อ ส่งสายตาแพรวพราวสื่อความนัย

    “เจ้าเลิกทำท่าทีน่ารำคาญได้แล้ว” ซูเซียงกรอกตามองบน นางเห็นท่าทีของบ่าวรับใช้ข้างกายคุณชายรองแล้วอยากอัดสักหมัด

    “หลิวเล่อ ไปได้แล้ว” จ้าวลู่เสียนกล่าว

    “ขอรับ” รีบวิ่งตามหลังคุณชายรองเข้าไปในหมู่บ้าน

    ภัตตาคารหย่งเล่อ ตำบลหลงซี

    บุรุษสี่คนยืนแหงนหน้ามองป้ายชื่ออยู่หน้าร้าน เสี่ยวเอ้อรีบออกมาต้อนรับด้วยอาการดีใจราวกับสอบได้ขุนนาง

    “เชิญคุณชายทั้งสี่ท่านเข้ามาลิ้มลองอาหารเลิศรสมีหนึ่งมิมีสองในภัตตาคารหย่งเล่อของเราก่อนขอรับ”

    ประโยคต้อนรับแบบเดียวกันกับภัตตาคารในอำเภอไม่มีตกหล่นสักคำ

    จ้าวลู่ชิงอยู่ในชุดบุรุษ บนศีรษะนางสวมใส่หมวกฝูดังเช่นบุรุษทั่วไปของต้าถัง จับเข็มขัดคาดเอวเล็กน้อยเดินองอาจเข้าไปภายในภัตตาคาร

    สาวรับใช้ข้างกายก็แต่งกายเป็นบุรุษเช่นเดียวกับผู้เป็นนาย มีเพียงโม่เอินผู้เดียวที่แต่งกายแบบเดิม

    “หลงจู๊เจ้าอยู่ที่ใด”

    “คุณชายต้องการพบหลงจู๊เพราะเหตุใดหรือขอรับ” เสี่ยวเอ้อกล่าวอย่างนอบน้อม

    ถุงหอมโผล่ออกมาทางแขนเสื้อปรากฎสู่สายตา สิ่งที่เสี่ยวเอ้อผู้นี้สนใจหาใช่ความงดงามของถุงหอมแต่เป็นสัญลักษณ์ไป๋ฉาน (ดอกพุดซ้อน)

    “ผืนพสุธามิอาจเทียบเทียมดวงดารา”

    “เชิญทางนี้ขอรับ” บนกลอนที่ได้ยินทำให้เสี่ยวเอ้อรีบเชิญขึ้นไปบนห้องรับรอง

    จ้าวลู่ชิงสัมผัสถึงสายตาที่คอยจับจ้องทุกย่างก้าว ภัตตาคารหย่งเล่อทุกสาขาถูกสร้างขึ้นให้มีสามชั้น ชั้นสามแน่นอนว่าต้องเป็นเขตหวงห้าม ผู้ที่สามารถขึ้นมาได้มีเพียงเจ้าของกับแขกคนสำคัญ

    การตกแต่งภายในมิได้ด้อยไปกว่าเฟิ่งไหล มีเพียงอาหารเท่านั้นสินะเป็นปัญหา

    ผู้ดูแลร้านสาขาตำบลหลงซีรีบเข้ามาภายในห้องรับรอง

    “ฮ่าวตูคารวะคุณหนู”

    “ไม่ต้องมากพิธี เชิญท่านฮ่าวนั่งก่อน” ทักทายบุรุษสูงวัยเคราและผมกลายเป็นสีดอกเลา

    “แค่มองท่านก็รู้ว่าข้าเป็นสตรี?” นางปลอมตัวเป็นบุรุษไม่แนบเนียนหรืออย่างไร เพียงแค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นสตรี

    “ทุกคนต่างรู้จักผู้เป็นเจ้านายขอรับ”

    “ข้านึกว่าตนเองปลอมตัวได้ไม่แนบเนียนเสียอีก” รูปร่างนางยังไม่โตเต็มวัยจึงแต่งกายคล้ายบุรุษได้ไม่ขัดหูขัดตา

    “หากผู้ชราไม่รู้จักคุณหนูก็คงมองว่าคุณหนูเป็นบุรุษ”

    “ฮ่าวหลงจู๊ ที่วันนี้ข้ามาเพราะอยากปรับปรุงภัตตาคารเล็กน้อยเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการภัตตาคารหย่งเล่อ ขืนยังเงียบเหงาอยู่อย่างนี้สักวันคงต้องปิดตัวลง”

    “ผู้ชราทราบดีขอรับ ร้านพวกเราถูกคู่แข่งแย่งลูกค้าไปเพราะอีกฝ่ายมีพ่อครัวฝีมือดีมาจากฉางอันและลั่วหยาง คนเลยให้ความสนใจ” พวกตนไม่สามารถจ้างพ่อครัวทั่วไปได้เพราะสถานะของภัตตาคารมันพิเศษเกินกว่าจะให้ใครมารับรู้

    “ท่านจะเศร้าไปไย การค้ามันก็เป็นเช่นนี้แล หากไม่รู้จักปรับตัวก็ต้องถูกผู้อื่นฉกฉวย เส้นทางการค้าย่อมมีไว้ให้ผู้แข็งแกร่งก้าวเดินเหมือนกับเส้นทางอื่น ๆ”

    พนักงานในภัตตาคารนางมองดูแล้วต่างเป็นผู้มีวรยุทธ์ มิรู้ว่าผู้ที่รับหน้าที่เป็นพ่อครัวมีที่มาอย่างไร ฝีมือการทำอาหารจัดอยู่ระดับใดถึงได้รับหน้าที่สำคัญของร้านอย่างการทำอาหาร

    “เปิดห่อผ้า”

    “เจ้าค่ะ”

    ซูเซียงกับซูเจินเปิดห่อผ้าออกด้วยใบหน้าภาคภูมิใจในฝีมือคุณหนูของพวกนาง

    “นี่คือรายการอาหารที่ข้าวาดขึ้นมา”

    ฮ่าวหลงจู๊หยิบสมุดรายการอาหารมาเปิดดู ประกายนัยน์ตาบ่งบอกว่าประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น นี่มันคืองานศิลปะระดับปรมาจารย์ มือเหี่ยวย่นรีบเช็ดน้ำลายที่กำลังจะไหลออกมาเพียงแค่เห็นภาพอาหาร

    “คุณหนู….”

    “คุณชาย ท่านต้องเรียกข้าว่าคุณชาย”

    “ขอรับคุณชาย” มือลูบไล้บนแผ่นกระดาษที่มีภาพวาดเสมือนจริง

    “ท่านพอจะหาผู้ที่สามารถวาดภาพออกมาในลักษณะนี้ได้หรือไม่”

    “คุณชาย นี่ท่านกำลังพูดอะไรออกมา ภาพงดงามเสมือนจริงเช่นนี้ ผู้ที่วาดได้ล้วนต้องเป็นปรมาจารย์ผู้มีชื่อเสียงด้านภาพวาด คนพวกนั้นเย่อหยิ่ง ขนาดฮ่องเต้ขนทองคำไปกองไว้ตรงหน้าก็ยังไม่ตอบรับ”

    “เช่นนั้นก็ไม่เป็นไร ท่านพาข้าไปพบพ่อครัวที”

    “ห้องครัวไม่เหมาะจะให้คุณชายย่างกรายเข้าไปใกล้ ท่านต้องการอันใดบอกผู้ชรามาได้เลยขอรับ”

    “ฮ่าวหลงจู๊ คุณชายข้าบอกว่าอยากไปห้องครัว ท่านก็ทำตามเถิดอย่าได้ขัดขวาง” ซูเซียงกล่าวเสียงขรึม

    “ผู้ชรากลัวว่าคุณชายจะมีกลิ่นเหม็นติดกายขอรับ มิได้ตั้งใจจะขัดขวาง” รีบผุดลุกขึ้นน้อมกลายคารวะเพื่อขออภัย

    “ท่านอย่าได้เกรงใจ พวกเราคนกันเองทั้งนั้น ข้าต้องการพูดคุยกับพ่อครัว ท่านเห็นหรือไม่ว่าภาพอาหารที่ข้าวาดออกมาเป็นของแปลกใหม่ พ่อครัวภัตตาคารหย่งเล่อน่าจะไม่เคยเห็น” ชี้ไปยังภาพวาดที่ปรากฏอยู่ต่อหน้า

    “ขอคุณชายโปรดอภัย ผู้ชราวิตกกังวลจนเกินเหตุ”

    “ท่านนำพวกข้าไปที่ห้องครัวเถิด”

    “ตามผู้ชรามาเลยขอรับ”

    พ่อครัวค่อนข้างมีรูปร่างไปทางห้าใหญ่สามหนา [1]  เห็นกลุ่มคนย่างกลายเข้ามาภายในห้องครัว ดวงตาเล็กหรี่มองใบหน้า พอเห็นว่าเป็นผู้ใดก็รีบคารวะทันที

    “อาฝูคารวะคุณหนู”

    “พวกท่านไม่ต้องคารวะข้า” จ้าวลู่ชิงเป็นเพียงดรุณีน้อยให้ผู้อาวุโสกว่ามาคารวะ นางรู้สึกไม่ชิน

    “ข้าแต่งกายเป็นบุรุษเช่นนี้พวกท่านก็เรียกข้าคุณชายเถิด”

    “เหตุใดคุณชายถึงเข้ามาในห้องครัว”

    “ข้ามีอาหารชนิดใหม่มาแนะนำท่าน”

    ซูเซียงเปิดภาพในสมุดเล่มใหญ่ให้พ่อครัวดู

    พ่อครัวมองภาพวาดด้วยตาเป็นประกาย รายชื่ออาหารที่เขียนกำกับทำให้แววตาที่เป็นประกายเริ่มมีแววคำถาม

    “ท่านอยากถามกระไรก็ถามมาเถิด”

    “ข้าเกรงว่าอาหารที่ทำจากเนื้อหมูจะไม่มีผู้ใดสนใจสั่ง คหบดีชนบทรวมไปถึงขุนนางท้องถิ่นต่างไม่ยิมยอมแตะต้องเนื้อหมู พวกเขามองว่าเนื้อหมูสกปรกนำมาปรุงอาหารไม่อร่อย” แน่นอนว่าลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการย่อมเป็นผู้มีเงินมิใช่ชาวบ้านธรรมดา หากซื้อวัตถุดิบอย่างเนื้อหมูมาคงต้องเน่าเสียเพราะไม่มีคนสั่ง

    “พวกเขาเพียงไม่รู้วิธีปรุงเนื้อหมูให้อร่อย พวกท่านต้องลองทำสิ่งแปลกใหม่บ้าง หากย่ำอยู่ที่เดิมภัตตาคารคงกลายเป็นสถานที่ร้าง”

    ไม่มีพนักงานนั่งเกลื่อนกลาด คงกลายเป็นสถานที่วังเวงใจกลางตัวเมือง ได้ข่าวว่ามีคหบดีหลายรายมาขอซื้อกิจการเพราะเห็นว่าภัตตาคารใกล้จะแบกรับภาระไม่ไหว

    หากเป็นภัตตาคารทั่วไปแน่นอนว่าผู้เป็นเจ้าของต้องขายหรือปรับเปลี่ยนไปทำกิจการอื่น ทว่าที่นี่เป็นแหล่งรวบรวมบุรุษและสตรีมีวรยุทธ์ มองภายนอกใครจะคาดคิดว่าพนักงานที่มีทั้งคนอ้วนจนเคลื่อนกายลำบาก ผอมจนลมพัดก็ปลิวเป็นผู้มีวรยุทธ์

    บุรุษรูปร่างกำยำกับสตรีรูปร่างสะโอดสะองก็มีไม่น้อย โดยรวมแล้วพนักงานเหมือนกับร้านอื่น ๆ ทั่วไป ไม่มีจุดเด่นจนเป็นที่จับสังเกต

    “ท่านกับข้ามาลองทำสูตรอาหารชนิดใหม่ ๆ กันเถอะ พวกเราต้องดึงลูกค้ากลับมาให้ได้” เสียงฮึกเหิมของผู้เป็นนายทำให้พนักงานในห้องครัวต่างมีกำลังใจฮึกเหิมตามไปด้วย

    [1]  ห้าใหญ่สามหนา ห้าใหญ่ คือสองมือ สองเท้า และหนึ่งศีรษะที่มีขนาดใหญ่ ส่วนสามหนา คือ ขา เอว และคอที่หนา

    ​

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788