ไม่กี่นาทีก่อนหน้านั้น
ท่ามกลางศพมอนสเตอร์หมาป่าขนสีน้ำตาล 15 ตัว ไคน์ เฮวี่ฮาร์ท เดินอัมเพลงควงมีดเสริมความคมแงะผลึกแก่นกลางจากวากาบอนวูล์ฟทีละตัว
เขาอารมณ์ดีมาก เพราะทุกอย่างตรงนี้ล้วนเป็ของเขาทั้งหมดโดยเฉพาะแก่นผลึกจากตัวจ่าฝูงที่มีขนาดเกือบเท่าลูกโอ๊ก
มอนสเตอร์บางประเภทสามารถแพร่ขยายพันธุ์ตลอดทั้งปีและไวมาก เช่นวากาบอนวูล์ฟเพศเมียออกลูกได้ครั้งละหลายตัว
ทุกปี มนุษย์จะสร้างภารกิจขึ้นมาแล้วออกล่าพวกมันเป็่ ๆเพื่อลดอัตราการขยายพันธุ์ของพวกมัน เป็การคืนความสมดุลให้แก่ผืนป่าและสัตว์ป่าธรรมดาทั่วไป
มีหลายครั้ง หากฤดูไหนเกิดภัยแล้งหรือภัยพิบัติ มอนสเตอร์จำนวนมากที่กำลังหิวโซจากการขาดแคลนอาหารมักจะรวมตัวกันบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านและเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง
ถ้านับรวมกับมอนสเตอร์สี่เท้ากลุ่มก่อนหน้า กับก็อบลินที่หลงฝูงอีกสิบตัวเด็กหนุ่มสองคนได้กำจัดพวกมันไปแล้วมากกว่าห้าสิบตัว
นี่ถือว่าเป็การช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่หมู่บ้านรอบ ๆ ซึ่งกระจายตัวอยู่ภายในระยะรัศมีสองร้อยกิโลเมตร
“ฮ่าฮ่า รวย ๆ วันนี้คุ้มแล้ว นิค นายจะไม่เอาส่วนแบ่งจริง ๆ เหรอ?”
“อืม บอกั้แ่แล้วไง ฉันมาเพื่อขัดเกลาฝีมือ ไม่ได้มาหารายได้”
“ดีมากเพื่อน ฉันหวังว่านายจะมีจิตใจแน่วแน่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ นะ”
ไคน์หัวเราะแล้วลงมือเก็บกวาดงานต่อ ไม่มีความแปลกใจในแววตาเท่าไหร่
นิโคลัสจะได้รับเบี้ยเลี้ยงรายเดือนพร้อมทรัพยากรจากเมืองหลวงแบบฟรี ๆผ่านทางหัวหน้าหมู่บ้าน ส่วนตัวเองมีหน้าที่เพียงตั้งใจฝึกฝนเท่านั้น หากขาดเหลืออะไรก็สามารถยื่นคำร้องได้และรอให้คนมาประเคนให้ถึงหน้าบ้าน
อย่างไรก็ตาม แม่เลี้ยงของนิโคลัสกลับไม่ได้นิ่งนอนใจกับสวัสดิการฟรีของลูกเลี้ยงเธอไม่ปล่อยเวลาแต่ละวันให้ผ่านไปแบบสูญเปล่า
นอกจากปล่อยที่ดินเพาะปลูกของตนเองให้ชาวบ้านคนอื่นเช่าแล้ว นางคอรีนยังปรับปรุงโรงนาของเธอขึ้นมาใหม่ด้านในเลี้ยงไก่และเป็ดเป็จำนวนมาก
นิโคลัสนั่งเช็ดดาบอยู่บนก้อนหินก้อนหนึ่งพร้อมทบทวนการต่อสู้ที่ผ่านมาศัตรูอ่อนแอเกินไป ไม่มีโอกาสได้ลองใช้พร์ของตนเอง
ไคน์ทราบดีว่าสหายผมแดงกำลังมองหามอนสเตอร์สุดแข็งแกร่งสักตัวมาทดสอบความก้าวหน้าใน่นี้ของตนเองแต่สัตว์ประหลาดระดับนั้นจะต้องเดินเข้าไปลึกมากกว่านี้ หรือ อาจต้องเดินทางเป็หลายวัน
จอมเวทย์หนุ่มแสร้งถามเื่ส่วนตัวที่้าจะทราบ
“นิค ั้แ่นายกับเคทคบกัน ตอนนี้เป็ยังไงบ้าง”
“พวกเราเข้ากันได้ดี และ...”
“และ อะไรต่อ?”
“พวกเราก้าวหน้าไปอีกขั้น เพิ่งจูบกัน ฉัน... ได้จับหนองโพของเธอนิดหน่อยแล้ว”
นิโคลัสเปิดเผยความลับออกมา ก่อนจะแสดงสีหน้าเก้อเขินอันหาได้ยากเขาใบหน้าแดง ลมหายใจติดขัด เหมือนไอ้หนุ่มเพิ่งหัดหื่นคนหนึ่ง
นักดาบหนุ่มยังแสดงท่าทางขยำความว่างเปล่ากลางอากาศ อาการวิตถารแบบนี้มีแค่เพื่อนสนิทอย่างไคน์เท่านั้นที่ทราบชาวบ้านแทบทุกคนต่างไม่เคยเห็นอุปนิสัยด้านนี้ของเขา
ภายนอก นิโคลัสคือเด็กหนุ่มผู้เป็ที่ชื่นชมของคนในหมู่บ้าน บุคลิกมีความมั่นใจรักความยุติธรรม กล้าหาญ มีความเป็สุภาพบุรุษ
แต่ความจริงแล้ว เขาก็เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไป ซึ่งในวัยคะนองนี้ ฮอร์โมนเพศชายพลุ่งพล่านและเริ่มสนใจเื่เพศตรงข้าม โดยเฉพาะสเป็คของเขาคือสาวนมโต
“จริงดิ! ััล่ะ เป็ยังไง?”
“อืม มันนุ่มมาก ฉันบรรยายไม่ถูก เพราะเคทโกรธ ฉันเลยรีบปล่อยมือ”
“เวนเอ๊ย! ไม่น่าถามเลย ฉันอยากจับหนองโพของเคทเหมือนกัน”
ไคน์แสดงสีหน้าอิจฉาออกมาโดยไม่ปิดบัง ด้วยประสบการณ์ในปัจจุบัน นิโคลัสเสมือนได้วิ่งทิ้งห่างเขาออกไปแล้วก้าวหนึ่ง
จอมเวทย์หนุ่มเอะใจขึ้นมา บางที อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้แค่จับนมของลูกสาวแม้แต่คุณแม่ของเธอเองก็น่าจะโดนจับด้วยรึเปล่า
เด็กหนุ่มตื่นตัว ภาวนาว่าอย่าให้เป็เช่นนั้นจะดีกว่า สำหรับแอนนาลัวร์ เขาควรจะเป็คนแรกที่ได้จับหนองโพของเธอสิ
เพื่อความเสมอภาพ ไคน์คิดว่าควรจะรีบคิดหาวิธีเพื่อลองจับหนองโพของพวกเธอเช่นกันไม่ว่าจะเป็เคท แอนนา หรือ เมอร์แกน
ไม่สิ เด็กหนุ่มเปลี่ยนความคิด คอรีน แม่เลี้ยงของนิโคลัสเองก็มีหน้าอกใหญ่ไม่แน่ว่านิโคลัสก็อาจเคยจับมันมาก่อนหลายครั้ง
ดังนั้น เขาควรจะเหมารวมและนับเธอเข้าไปในกลุ่มเป้าหมายถาวรที่ต้องพยายามเคลียร์ให้สำเร็จให้ได้
“หืม? นิค นายเป็อะไรอีก?"
ไคน์เห็นอีกฝ่ายกลับมาหดหู่
“สมเพชตัวเองนิดหน่อย ไคน์ นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงพร์แต่กำเนิดของตัวเอง”
“ฟังฉันนะนิค นายต้องทำความคุ้นชินกับสกิลให้ได้ นายเป็อัจฉริยะ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับเวลา”
นิโคลัสเงียบไปสักพัก ก้มมองฝ่ามือทั้งสองข้างของตัวเอง
“บางที ฉันก็คิดว่ากำลังใช้ประโยชน์จากเคทเพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับมันแทบเหมือนคนโรคจิตเข้าไปทุกที”
เมื่อได้ฟัง จอมเวทย์หนุ่มทำสีหน้าจริงจัง
“ขอถามหน่อย นิค นายชอบเคทจริง ๆ ใช่ไหม? บอกฉันมาตามตรง”
“ชอบสิ! ฉันชอบยัยนั่น นี่ไม่ได้โกหกนะ”
“เหรอ ถ้างั้นก็ดีแล้ว แต่... ถ้าทำให้ยัยนั่นเสียใจล่ะก็ฉันจะแย่งเธอคืนมา”
ั้แ่ต้นจนจบ ไคน์ทำงานแยกส่วนไป แทบไม่ได้หันไปมอง แต่น้ำเสียงเชิงตักเตือนเป็ของจริง
นิโคลัสยิ้มแหย เขาพยักหน้ารับปาก คิดเอาเองว่าด้วยความผูกพันั้แ่วัยเด็กจอมเวทย์หนุ่มไม่้าให้พวกเขาสามคนแตกหักกัน
ทว่าความจริงแล้ว ไคน์เคยวางแผนว่าจะทำเช่นนั้นจริง ๆ
เพราะถ้าหากเกิดผ่านทดสอบเป็ผู้กล้าตัวจริง นิโคลัสจำเป็ต้องเข้าไปคลุกคลีอยู่ในแวดวงของเหล่าสังคมคนชั้นสูง
เขาต้องพบเจอบุตรีของกลุ่มขุนนางและเ้าหญิงของราชวงศ์ รวมถึงสิ่งล่อตาล่อใจมากมายนั่นคือบททดสอบแรก ในอนาคต ตัวตนของนักดาบหนุ่มจะเปลี่ยนไปเลยหรือไม่ นี่ก็พูดยากอยู่บ้าง
ส่วนจอมเวทย์หนุ่มอย่างไคน์ไม่คิดว่าตนเองเป็คนดีเด่มาั้แ่แรก มีกิเลสอยู่เต็มหัวเมื่อไม่มีหัวโขนมาคอยกำกับเป็ข้อผูกมัด เขาจึงสามารถอะไรก็ได้ตาม้าขอเพียงไม่เป็การทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์
....
ในขณะนั้นเอง
“ช่วยด้วย! มีใครอยู่แถวนี้ไหม? ขอกำลังเสริมด่วน!”
นิโคลัสรีบลุกพรวดขึ้นทันที แววตามีความแน่วแน่ความผดุงความยุติธรรมเริ่มเข้าสิงร่าง เขาลบสภาพเก้อเขินไม่ประสีประสาเมื่อสักครู่ทิ้งไปหวนกลับมามีออร่าของว่าที่ผู้กล้าอันแสนห้าวหาญ
“ไคน์ นายได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือรึเปล่า?”
“แน่นอน เสียงดังโหวกเหวกขนาดนี้ น่าจะใช้อุปกรณ์เวทขยายเสียง”
“ทางนี้! ตามฉันมา!”
นักดาบหนุ่มพุ่งทะยานนำหน้าไปก่อน ไคน์หมุนตัววิ่งตามไปติด ๆ เขารู้สึกว่าเสียงนั้นช่างฟังแล้วคุ้นเคยมากมันจะต้องเป็หนึ่งในกลุ่มนักผจญภัยที่เขาเคยรู้จัก
ทั้งคู่วิ่งลัดเลาะเข้าไปในป่าลึกมากขึ้นเรื่อย ๆ ผ่านพื้นที่ซับซ้อนต่างระดับมากมาย
เสียงแตกตื่นลนลานยังคงดังแว่วมาเป็ระยะ พวกเขาเริ่มเข้าใกล้ต้นเสียงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งห่างจากตำแหน่งตรงนี้ไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร
“ไคน์ ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน! นายร่ายเวทเจ๋ง ๆ เตรียมไว้เลย!”
“ตกลง!”
พูดจบ ทั่วร่างกายของนิโคลัสพลันเปล่งแสงวาบ บัพเสริมกำลังกายและความว่องไวถูกใช้งานพอแสงมอดดับลง ร่างของนักดาบหนุ่มยิ่งเคลื่อนที่รวดเร็วมากกว่าเดิม ไม่นานก็หายวับไปจากสายตาของไคน์
‘ก็ดี ฉันจะปล่อยให้เขาเป็ตัวเอกแล้วคอยสนับสนุนอยู่ไกล ๆ ก็พอ’
ไคน์ลดความเร็วลงนิดหน่อย เปลี่ยนมาเป็วิ่งเหยาะ ๆ แทน ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุมหยิบวัตถุที่คล้ายคลึงกับก้อนกรวดเม็ดเล็กออกมา
นี่คือสิ่งประดิษฐ์ประหลาดที่ได้ลองผิดลองถูกจากวิธีการเล่นแร่แปรธาตุเป็ผลพวงจากการพยายามบีบอัดเวทมนตร์ชนิดเดียวกันซ้ำ ๆ เป็สิบ ๆ รอบ
เขาบรรจุใส่ลงไปในแร่ก้อนหินชนิดหนึ่งซึ่งตัวของมันมีคุณสมบัติเหมือนฟองน้ำและจะคลายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการเสียดสีหรือกระแทกอย่างรุนแรง
การกลั่นมันออกมาจนอยู่ในรูปแบบผลึกเท่าเมล็ดถั่วโดยที่ไม่ให้พลังงานมานาส่วนใหญ่รั่วไหลนั้นต้องใช้ความอดทน สมาธิและเชี่ยวชาญสูง
ด้วยระดับการเล่นแร่แปรธาตุของเขา ณ ตอนนี้ อัตราความสำเร็จไม่ค่อยจะเสถียรสักเท่าไหร่แถมพลังทำลายล้างของสินค้าต้นแบบยังเอาแน่เอานอนไม่ได้
จอมเวทย์หนุ่มนำธนูมาถือไว้ บนตัวด้ามถูกสลักเอาไว้ด้วยวงเวทลดอัตราการร่ายระดับสูงเอาไว้เขาล้วงมือเข้าไปในผ้าคลุมเวทอีกครั้ง หยิบของออกมาเพิ่ม
สิ่งที่นำออกมาเป็กระบอกไม้ซึ่งด้านในบรรจุลูกธนูหัวเหล็กยาว 60 เิเอยู่เต็มไปหมดปลายหัวมีช่องว่างวงกลมขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถนำก้อนหินประหลาดติดตั้งลงไปได้
‘Fly!”
หลังจากประกอบรวมกันไปได้จำนวนหนึ่งเวทระดับหายากซึ่งใช้สำหรับลอยตัวกลางอากาศถูกเปิดใช้งาน
ไคน์ค่อย ๆ ลอยขึ้นไปบนอากาศจนสูงเหนือกว่าระดับต้นไม้ พวกพืชยืนต้นสูงๆ รอบบริเวณนี้ส่วนใหญ่อยู่ในระหว่าง่ผลัดใบ สายตาของมนุษย์ธรรมดาจึงสามารถมองเห็นพื้นที่ได้กว้างขึ้น
ด้านหน้าไกลออกไป เด็กหนุ่มสังเกตเห็นเงาลาง ๆ ของนิโคลัสซึ่งกำลังจะวิ่งไปถึงที่หมาย
ไกลห่างออกไปอีก ไคน์เห็นมนุษย์สองคนกำลังวิ่งตรงเข้ามาทางนิโคลัสคนหนึ่งตัวสูง คนหนึ่งตัวเตี้ย พอตั้งใจมองให้ชัด ๆ กลับกลายเป็คนที่รู้จักจริง ๆ
‘แซลลี่? ชาช่า? เป็พวกเธอนี่เอง’
ไคน์มองข้ามเพื่อนร่วมทีมในกลุ่มอีกห้าคนของแซลลี่ที่หายตัวไปเขาเบนสายตาออกไป เพ่งความสนใจทั้งหมดไปอยู่กับสิ่งมีชีวิตรูปแบบุ์ซึ่งกำลังไล่ล่าพวกเธออยู่
‘นิวออร์ค?! พวกมันกล้าข้ามถิ่นมาไกลขนาดนี้ได้ยังไง?’
จอมเวทย์หนุ่มขมวดคิ้ว แต่ก่อนอื่น จำเป็ต้องรีบแจ้งนิโคลัสให้เตรียมตัวล่วงหน้าก่อนเขาใช้เวทเทเลพาธีเพื่อสื่อสารกับอีกฝ่ายทันที
“นิค คนที่ขอความช่วยเหลือคือนักผจญภัยสองคน นายเองก็น่าจะรู้จักส่วนสิ่งที่กำลังตามล่าพวกเธอคือนิวออร์ค”
“นิวออร์ค? กี่ตัว?”
“เท่าที่เห็น 12-13 ตัว หรือมากกว่านั้น อาวุธครบมือ”
“เอ่อ.. น่าจะพอตึงมืออยู่บ้าง”
พอสื่อสารจบ นิโคลัสก็เริ่มเห็นพวกแซลลี่สองคนแล้วฝ่ายตรงข้ามก็เห็นเขาเช่นกัน ชาช่าเงยขึ้นมองไปบนฟ้าไกล ๆ เธอเห็นไคน์กำลังลอยค้างเติ่งอยู่กลางอากาศพร้อมเล็งธนูไปทางศัตรู
“รออะไร วิ่งสิ!”
ชาช่าไม่เชื่อว่าพวกเธอรวมกันสี่คนจะสามารถยันนิวออร์คมากกว่าหนึ่งโหลไว้ได้แต่ยังพูดไม่จบ นิโคลัสก็พุ่งสวนทางไปแล้ว ดาบของเขาเรืองแสงเหมือนหิงห้อยยามค่ำคืนดวงตาวาววับ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว
“ไอ้บ้า! ชอบต่อยตีนักเรอะไง!”
“ไม่ใช่.. นั่น.. ผู้กล้าน้อย? คนดังประจำหมู่บ้านนี่ เขาแข็งแกร่งมากเรารอดแล้ว!”
“อ้าว อย่างนี้ก็สวยดิ เบรกเลย ได้เวลาล้างแค้นแล้ว!”
แซลลี่ดีใจ เธอหยิบเอาน้ำยาฟื้นฟูขึ้นมาดื่ม ส่วนอีกขวดยกให้กับคู่หูชาช่าไม่พูดพร่ำทำเพลง กระดกมันรวดเดียวจนหมด เธอหมุนตัวกลับร้อยแปดสิบองศา วิ่งลากขวานศึกไล่ตามนักดาบหนุ่มไปติดๆ
ไม่กี่วินาทีต่อมา นิโคลัสก็ได้ประจันหน้ากับนิวออร์คตัวจริงเสียงจริงกลุ่มแรก
กองหน้าของพวกมันมีทั้งหมด 6-7 ตัวแต่ละตัวไม่ถือขวานก็กระบองหนาม รูปร่างกำยำสูงใหญ่กว่าเขาเยอะ นิโคลัสสูงเพียงแค่เอวอีกฝ่ายเท่านั้น
การตะลุมบอนแบบหนึ่งต่อเจ็ดจึงบังเกิดขึ้นถึงพวกมันจะมีเรี่ยวแรงมากกว่ามนุษย์เป็สิบเท่า แต่ทักษะการต่อสู้โดยเฉลี่ยเทียบฝ่ายมนุษย์ตรงหน้าไม่ได้
ทว่า เผ่าออร์คชนิดนี้แข็งแกร่งกว่าออร์คในยุคเก่า
ชาช่าตามมาสมทบ เป็จังหวะนิวออร์คกลุ่มที่สองจำนวนพอ ๆ กันมาถึงเธอฟาดขวานศึกออกไป ฟันแขนของนิวออร์คอีกด้านที่มะระวังจนขาดกระเด็น แต่ทว่าตนเองก็เสียหลักเล็กน้อยเปิดช่องว่างให้นิวออร์คอีกตัวหวดกระบองจาก้าเข้าใส่
เพี้ยว! บรึม!
ทรวงอกของนิวออร์คตัวนั้นะเิเหมือนแตงโม เป็ผลงานของไคน์ซึ่งกำลังลอยตัวอยู่บนอากาศเขาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน ไม่คิดว่าจะยิงธนูด้วยปลายศรผลึกเวทโดนแบบทีเดียวร่วง