วันนี้เป็วันเปิดภาคเรียนใหม่ของโรงเรียนเบียวศาสตร์ ในตลอด่ปิดเทอมตูนได้ออกกำลังกายอย่างหนักทุกวัน ไม่มีพักทำให้เขามักจะคลุกคลีอยู่กับชมรมเพาะกายอยู่เสมอ จนวันนี้เขาได้กลายมาเป็นักเรียนม.ปลาย ซึ่งมีข่าวที่หน้าใจหายอยู่หนึ่งอย่างคือ ต้นกล้า เพื่อนคนแรกของเขาได้ย้ายออกไปเรียนที่อื่นทำให้ตูนแอบรู้สึกเหงา ๆ บ้่างเป็บางครั้ง
โรงเรียนเปิดเทอมวันแรก นักเรียนทุกคนต้องมาเข้าแถวรวมกัน และแน่นอนว่าเคและไบรท์ก็เป็ที่จับตามองของสาว ๆ และคนอื่นในโรงเรียนอยู่เสมอ ส่วนตูนก็เริ่มมีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อย ๆ แบบไม่รู้ตัว หลังจากที่จบพิธีเปิดภาคเรียน เหล่าสาว ๆ จากไหนก็ไม่รู้วิ่งกรูกันเข้ามารุมล้อมเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังจะวิ่งขึ้นห้องไปอ่านมังงะ
“ว้ายยย!! เนี่ยน่ะเหรอยมบาลน้อย ตัวเล็กน่ารักจัง!”
“เห็นว่าชอบหัวเราะตอนมีเื่ด้วยล่ะ เท่จัง!”
“เหมือนตุ๊กตาเลยล่ะ ขอกอดหน่อยสิ”
“จะ-จะทำอะไรฉันน่ะพวกเธอ! ปล่อยฉันนะ! ฉันจะรีบขึ้นห้องไปอ่านหนังสือ!!”
เหล่าสาว ๆ ต่างพากันหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ในขณะที่ตูนก็พยายามจะมุดตัวเองออกมาจากคนพวกนั้น และจากนั้นไม่นาน ตูนก็ได้เดินขึ้นมาบนห้องจนได้ ถึงจะค่อนข้างทุลักทุเลไปหน่อยก็เถอะ
“เฮ้อ... ผู้หญิงสมัยนี้อันตรายจริง ๆ โชคดีนะที่เราเคยเรียนวิชาก้าวพริบตามาก่อน ไม่งั้นต้องแย่แน่ ๆ ” (ก้าวพริบตา : Bleach เทพมรณะ)
แต่ถึงแม้ต้นกล้าเพื่อนคนแรกของเขาจะย้ายไปเรียนที่อื่นแล้ว ตูนก็ไม่จำเป็ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะเพื่อน ๆ ในห้องได้ยอมรับและมักจะคอยช่วยเหลือเขาอยู่ตลอด ทุก ๆ อย่างเปลี่ยนไปมากจากวันที่เขาย้ายมาโรงเรียนนี้วันแรก
และชีวิตประจำวันในโรงเรียนก็ดำเนินไปตามปกติ จนเมื่อถึงเวลาพักเที่ยง เนื่องจากคาบสุดท้ายของภาคเช้าคุณครูไม่สอน ตูนจึงได้โอกาสรีบวิ่งไปโรงอาหารตรงไปร้านแกงกะหรี่ไก่ที่เขาอยากกินมานานั้แ่ม.3 จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้กิน และเมื่อเขาวิ่งไปถึงหน้าร้าน เขาก็ต้องใกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า เมื่อเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ร่างกายอัดแน่นไปด้วยกล้ามกำลังเหมาแกงกะหรี่ไก่จนเกือบหมดร้าน
“อ๊ะ!!! แกนี่เอง!! ฉันไม่เคยนึกมาก่อนเ้ากล้ามโตที่โผล่มาในตอนที่ 1 คือแกเองหรอกเหรอ!! หิน!!”
“หือ!? อ่อ! นายเองเหรอเ้าจิ๋ว”
“ที่แท้ มิโดระ หัวหน้าสมาคมนักล่าอาหารก็คือแกนี่เอง! แบ่งคนอื่นกินบ้างสิโว้ย!!!” (มิโดระ : โทริโกะ นักล่าอาหาร)
เด็กหนุ่มขบเขี้ยวไปมาด้วยความกริ้วโกรธ
“งั้นเหรอ! งั้นฉันแบ่งให้จานหนึ่งเอาไหม แต่ต้องจ่ายตังค์มาด้วยล่ะ”
“เอ๊ะ-”
เ้ากล้ามนี่ดันใจดีซะงั้น รู้ตัวอีกทีก็ได้มานั่งกินข้าวด้วยกันแล้ว ที่จริงก็พอจะเดาออกแล้วว่าทำไมหินถึงต้องกินเยอะเป็สิบ ๆ จานขนาดนั้น นั่นก็เพราะว่าเนื้อไก่มีโปรตีนที่ค่อนข้างสูงโดยเฉพาะส่วนอก ซึ่งส่วนมากคนที่เพาะกายหรือ้าจะสร้างกล้ามเนื้อก็ต้องกินเยอะเป็ธรรมดาอยู่แล้ว และยิ่งกับคนที่ตัวใหญ่กว่าชาวบ้านทั่วไปแบบหินอีก และในระหว่างที่กำลังกินข้าวกันอยู่ ตูนก็ได้ถามออกมา
“นายรู้อะไรไหม ั้แ่ม.3!! ฉันไม่เคยซื้อข้าวร้านนี้ทันเลย หมดก่อนตลอด และที่เบลบอกว่าปีศาจั์กล้ามที่แท้ก็คือพวกนายเองสินะ...”
“งั่ม… งั่ม… ไม่มีใครบอกนายเหรอว่าคนที่ได้ชื่อว่าอัจฉริยะของโรงเรียนจะได้พักเที่ยงเร็วกว่าคนอื่นเขาน่ะ”
ทันทีที่ตูนได้ยิน หูของเขาก็กางผึ่งออกและตาลุกวาวขึ้นมาทันที
“มีอย่างงี้ด้วยเหรอเนี่ย! หนอยย!! ไอ่เ้า 2 คนนั้นไม่คิดจะบอกอะไรเราซักอย่างเลย! ฉันเริ่มจะสนใจแล้วสิ ฉันต้องสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนและประเทศก่อนใช่ไหมถึงจะได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะของโรงเรียน!”
“อืมมม…. ที่จริงมันมีอยู่ 2 วิธีนะ แต่ฉันขอไปเก็บจานก่อนแป๊ป…”
กินไวมาก แปปเดียวข้าวแกงกะหรี่ไก่ 10 จานก็โดนซัดเรียบ จากนั้นไม่นานหินก็เดินกับมาพร้อมกับเวย์โปรตีนในมือ
“วิธีแรกก็คืออย่างที่นายพึ่งพูดมานั่นแหละ ส่วนวิธีที่สองฉันมั่นใจว่านายทำไม่ได้หรอก มั่นใจแบบ 300 เปอร์เซ็นเลย”
ร่างเล็กของขึ้นทันทีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดดูถูกขนาดนี้ “นายรู้ได้ไงว่าฉันจะทำไม่ได้!! ไหนบอกฉันมาสิ! แล้วฉันจะทำให้ดู!! ฮึ่ม!”
“อืมม…. นายจำเป็ต้องเอาชนะคนที่สิงห์ให้ได้ซะก่อนถึงจะได้ชื่อว่าเป็อัจฉริยะของโรงเรียน นั่นคือทางลัดน่ะถ้านายอยากจะเป็จริง ๆ แต่ถ้าตายขึ้นมาก็ไม่รู้ด้วยนะ ก๊าก ๆ ๆ ๆ”
ไอ่หมอนี่ ตัวก็ใหญ่และดันมาหัวเราะ ก๊าก ๆ ๆ อีก ชอบแหย่เราเล่นอยู่เรื่อย... ต้องแหย่คืนบ้างแล้ว
“นายรู้ไหมว่าพรุ่งนี้จะสอบ รด. แล้วน่ะ”
หินที่กำลังดื่มเวย์โปรตีนอย่างเอร็ดอร่อยก็ถึงกับชะงักไปทันที ถึงแม้ร่างกายจะหายเป็ปกติแล้ว ทว่าความกลัวในจิตใจนั้นยังคงหลงเหลืออยู่
“ถ้าสอบไม่ผ่านไม่รู้ด้วยนะ~ ชิ ๆ ๆ ๆ” ตูนเอามือมาปิดปากเบา ๆ พร้อมกับทำหน้าตากวนโอ๊ย
“อึ่ก ๆ ๆ ๆ อ้าา!!! จะมามัวอู้ไม่ได้แล้ว!!! ต้องรีบเข้ายิมโดยด่วน!! คาบบ่ายไม่เข้าเรียนละกันวันนี้!!”
และหินก็ยกเวทั้แ่เที่ยงวันจนไปถึง 2 ทุ่ม เมื่อเหล่าลูกน้องของเขาเห็นก็ต่างพากันน้ำตาไหลออกมาด้วยความปลื้มปริ่มที่เห็นว่าลูกพี่ของพวกเขามีใจรักและทุ่มเทให้กับการออกกำลังกายขนาดไหน ทำให้สมาชิกชมรมเพาะกายคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกฮึกเหิมไปตาม ๆ กัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกพี่ของพวกเอ็งแค่กลัวสอบ รด. ไม่ผ่านเท่านั้นเอง
และเมื่อมาถึงวันสอบ ตอนนี้นักเรียนที่้าจะคัดตัวเพื่อสอบ รด. ได้มายืนอยู่ที่ศูนย์ฝึกเป็ที่เรียบร้อย ไม่ใช่มีแค่โรงเรียนเบียวศาสตร์โรงเรียนเดียวที่มาสอบ โรงเรียนอื่น ๆ ในระแวกใกล้เคียงและต่างจังหวัดก็ล้วนแล้วแต่มารวมตัวกันที่นี่ทั้งหมด รวม ๆ แล้วหลายร้อยชีวิตรวมถึงครูฝึกด้วย
ซึ่งตูนก็มาสอบเหมือนกันพร้อมกับเคและไบรท์และเพื่อน ๆ ในชมรมของพวกเขา ส่วนพวกชมรมเพาะกายตอนนี้ก็กำลังพยายามปลอบลูกพี่ใหญ่ของตัวเองที่กำลังสั่นเป็เ้าเข้าอยู่ไม่ขยับไปไหน
“ไอ่หินมันเป็อะไรของมัน” เคถามออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ ดูมันสั่นสิ สงสัยคงจะกลัวล่ะมั้ง ตัวก็ใหญ่ซะเปล่า” ไบรท์หัวเราะเยาะพร้อมกับชี้นิ้วไปที่เด็กหนุ่มร่างใหญ่ที่กำลังสั่นอยู่ตรงหน้า
ส่วนตูนก็ได้มองสักพักก่อนที่จะเดินเข้าไปปลอบ เขาวางมือลงไปบนไหล่ของหินเบา ๆ
“นายน่ะ ก็เป็ได้นะ รด. น่ะ” (ออลไมท์ : My Hero Academia)
หินที่เลื่อมใสในตัวของตูนอยู่แล้วเป็ทุนเดิม ก็เกิดเลื่อมใสมากขึ้นไปอีก
“ขะ-ขอบคุ-”
ปรี๊ดดด!!!!
ยังไม่ทันได้กล่าวคำขอบคุณ เสียงนกหวีดเรียกรวมพลก็ได้ดังเข้ามาแทรก หินสะดุ้งโหยงขึ้นมาและวิ่งหน้าตั้งออกไปรวมกับคนอื่น ๆ โดยอัตโนมัติราวกับโดนตั้งโปรแกรมไว้
“มันจะไหวไหมน่ะเ้านั่นน่ะ”
“กล้ามใหญ่ขนาดนั้นถ้าไม่ผ่านก็ไม่รู้จะพูดยังไงละ”
เคและไบรท์ต่างก็เป็กังวลเมื่อเพื่อนร่วมโรงเรียนสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเหมือนกับไก่ที่กำลังแตกตื่นอยู่ตลอดเวลาลา และเมื่อถึงเวลาสอบ นักเรียนทุกคนต้องถอดเสื้อออกและไปชั่งน้ำหนักส่วนสูง ทันทีที่หินถอดเสื้อ กล้ามสวย ๆ ของเขาก็ได้ปรากฏออกมาเป็ประจักษ์สายตาของคนในค่าย ทั้งครูฝึกชายและหญิงต่างก็จ้องมองที่กล้ามของเขา หรือแม้กระทั่งโรงเรียนอื่น ๆ ที่มาสอบด้วยต่างก็มองตาเป็มันเช่นเดียวกัน
หินเดินไปชั่งน้ำหนักส่วนสูงและเข้าแถวรับการสอบที่สถานีแรกด้วยท่าทางนิ่ง ๆ เดินอย่างสง่างามราวกับชายชาตรี จนคนรอบข้างต่างมองกันไม่พัก แต่หารู้ไม่ว่าในใจของเขานั้นกลัวจนแทบจะกลัวไม่รู้ยังไงแล้ว หินพยายามเก็บอาการไม่ให้ออกสีหน้าและไม่ให้เหงื่อแตกออกมา ทำให้เคและไบรท์ที่อยู่ไม่ไกลแทบกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ดูมันสิ พยายามเก็บอาการใหญ่เลย หน้านี่ตึงเป็หนังยางเลย ฮ่า ๆ ๆ ตึงเหมือนหนังยาง เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!”
“แกไม่ควรไปหัวเราะคนอื่นนะไบรท์-- อุ้บ!” เอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน
หัวเราะกันซะสนุกปากจนหินเริ่มเขินจนหน้าเริ่มแดง และเขาก็ค่อย ๆ เดินไปสถานีลุกนั่งหรือเรียกอีกอย่างว่าซิทอัพ
“ฟังเสียงนกหวีดแล้วเริ่มเลยนะ!!”
ปรี๊ดดด!!!
สิ้นเสียงนกหวีดของผู้คุมสอบ หินก็ได้ซิทอัพแบบไม่ลืมหูลืมตาใส่เต็มเหนี่ยวไปเลยเต็ม ๆ สองนาที และเมื่อสัญญาณนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น เขาก็ได้ลุกขึ้นมาและเดินไปหาผู้คุมสอบด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ
“ผะ-ผม ได้เท่าไหร่...?”
“โอ้ย…! ฉันเลิกนับั้แ่เธอได้ 50 ครั้งแล้ว สุดยอดเลยนะเ้ากล้ามโต นี่เธอเป็เด็กม.4 จริงป่ะเนี่ย!”
หินอมยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจด้วยท่าทางตะมุตะมิผิดกับร่างกายอันใหญ่โตสุดน่าเกรงขามของเขา ทำให้เคและไบรท์ต่างชอบใจกันมากขึ้นไปอีก ส่วนทางด้านของตูนเขาก็สอบผ่านได้ฉลุย
พอมาถึงสถานีดันพื้นหรือที่เรียกว่าวิดพื้น หินได้ทำการสูดหายใจเข้าลึกสุดปอดและเริ่มหลับหูหลับตาวิดพื้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหมดเวลา และเขาก็ได้มาเดินดูผลคะแนน
“ผะ-ผมได้เท่าไหร่ครับ?”
“ไม่รู้ ๆ ทำเร็วขนาดนั้นใครจะเป็นับทัน ครูใส่ให้ไป 30 ละกันอ่ะ”
เขาอมยิ้มอีกครั้ง จนกระทั่งมาถึงสถานีสุดท้าย วิ่ง 800 เมตร เป็สถานีที่หินใจเต้นแรงที่สุดเพราะเขาเป็คนวิ่งไม่ค่อยเก่ง และเมื่อสัญญาณนกหวีดดังขึ้น เขาก็สะดุ้งโหยงขึ้นมาพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่วิ่งนำไปข้างหน้าหมดแล้ว และผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือเขาไม่สามารถวิ่งตรงตามเวลาที่กำหนดได้ และได้มานั่งซึมเศร้าอยู่ที่ศาลาจนเคและไบรท์ต้องเข้ามาปลอบละโลมใจ
“ไม่เป็ไรหิน แค่วิดพื้นกับซิทอัพผ่านได้นายก็ผ่านแล้วล่ะ ไม่ต้องกังวลไปหรอก...”
“ฮ่า ๆ ๆ แกยกแต่เวทเลยไม่ค่อยได้คาร์ดิโอเลยสินะ ไม่เป็ไร ๆ ทำดีแล้วเพื่อน...”
ตูนที่พึ่งจะสอบเสร็จก็เดินตามเข้ามา ซึ่งเขาผ่านหมดทุกอย่างได้ตามเกณฑ์การสอบ
“หิวน้ำอ่ะ พวกนายมีน้ำบ้างไหม อยากกินนมชมพู”
“...ให้เด็ก ๆ ของฉันไปซื้อสิ” หินตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ชวนน่าสงสาร
“พวกเขายังสอบกันไม่เสร็จเลย ต้องสักคนในพวกเรานี่แหละที่ต้องไปซื้อ”
ตูน เคและไบรท์มองหน้ากันไปมาและไม่สามารถหาข้อสรุปได้ หินก็ไปไม่ได้เพราะอยู่กำลังอยู่ในอาการซึมเศร้า จากนั้นทั้ง 3 คนก็ได้ข้อสรุปว่าพวกเขาจะตัดสินโดยการโอน้อยออกกัน ใครเหลือคนสุดท้ายได้ไปซื้อ และก็ใช่แล้วครับ ตูนได้เป็คนไปซื้อ นายนี่ดวงไม่ดีเอาซะเลยนะ ดันเป่ายิงฉุบแพ้อีก
“หนวกหูน่า! คนกำลังเหนื่อย ๆ อย่างพึ่งบ่นได้ไหม!”
โอเค ๆ แล้วร่างกายเป็ไงบ้างล่ะ
“รู้สึกไม่ค่อยเหนื่อยเลย แถมยังรู้สึกมีแรงเหลืออีกด้วย”
โชคดีที่เขาสอบเสร็จเป็คนแรก ๆ ทำให้แถวไม่ค่อยยาวมาก ตูนที่ซื้อนมชมพูมาแล้วเรียบร้อย 4 แก้วก็กำลังที่จะเดินกลับไปศาลา ทว่าทันใดนั้นเอง
ตุ้บ!!
“อะไรของไอ่เxี่ยนี่วะ เดินไม่ดูตามาตาเรือเลยxัส”
อันที่จริงตูนก็เดินอยู่ของเขาดี ๆ แต่ไอ่พวกนี้มันเห็นว่าตูนตัวเล็กแถมยังหิ้วน้ำ 4 แก้วก็คิดว่าคงเป็เบ๊ของโรงเรียนไหนสักที่เลยตั้งใจที่จะมาหาเื่
“555+ พวกเด็กในเมืองนี่เดินโง่แบบนี้กันทุกคนเลยป่ะวะ เช็ดดิxัส! ที่มึงทำหกใส่กูอ่ะ!”
พวกมันเดินมากันประมาณ 7-8 คน ซึ่งไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไรสำหรับตูนในตอนนี้ที่จะจัดการ ส่วนคนที่ดูเหมือนเป็หัวหน้าก็มีร่างกายที่ใหญ่โตเหมือนกับไม้ไม่มีผิด แต่ดูทรงแล้วคงไม่อันตรายเท่า ใจจริงตูนก็อยากจะดัดสันดานไอ่พวกนี้ที่นี่ตรงนี้เลย แต่ติดตรงที่ว่า ณ ตอนนี้ได้มีสายตามากมายจากคนรอบข้างกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา
“กูบอกให้มึงเช็ดไงไอ่xัส!!!”
จังหวะนั้นเอง ครูฝึกก็ได้มาเห็นเข้าพอดีจึงได้เป่านกหวีดเสียงดังจนพวกมันต้องถอยออกไป ทว่าก่อนที่มันจะเดินกลับไป มันก็ได้ฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้
“กุจำหน้ามึงไว้แล้วไอ่xัส เดี๋ยวมึงได้แดกส้นxีนกุแน่”
เอาละไง โดนหาเื่อีกแล้ว คราวนี้ตัวใหญ่เท่าไอ่ไม้ด้วย จะถือว่าได้โอกาสแก้มือเลยหรือเปล่า มีเื่กันในค่ายก็ไม่ได้ด้วย ครูฝึกมีตาอยู่ทุกที่ ใครจะได้กินxีนใครกันแน่ โปรดติดตามตอนต่อไป!!