เธอพยักหน้า "โอเค เดี๋ยวฉันกลับห้องเรียนไปเก็บกระเป๋า แล้วจะกลับพร้อมเธอ"
ฮั่วจิ่งที่ตอนแรกเดินคอตกอยู่เงยหน้าขึ้นมาทันที ดวงตาเป็ประกายวิบวับ "ใช่ ๆ เป็ผู้หญิงจะนอนค้างอ้างแรมข้างนอกได้ยังไง รีบกลับไปกับเธอเถอะ!" พูดจบเขาก็ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีไปทันทีอย่างรีบร้อน
กู้หลิงเยว่หรี่ตามองตามทิศทางที่ฮั่วจิ่งจากไปพลางขมวดคิ้วมุ่น "เด็กคนนั้นดูคุ้นหน้าจัง..." เหมือนเธอเคยเห็นที่ไหนมาก่อน
"เขาอยู่โรงเรียนมัธยมต้นอวี้เต๋อน่ะ เธอเคยเห็นก็ไม่แปลกหรอก" เจียงมั่วอธิบายส่ง ๆ ไปประโยคหนึ่งเพื่อตัดรำคาญ แต่กู้หลิงเยว่กลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่นั้น ทว่า ไม่ว่าจะนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
เจียงมั่วเดินกลับมาที่ห้องแปดโดยมีกู้หลิงเยว่เดินตามมาติด ๆ เหตุผลหนึ่งคืออยากจับตาดูเจียงมั่ว ส่วนอีกเหตุผลคือเธออยากถือโอกาสนี้มาเจอหน้าฉีอิ้นหราน การมาปรากฏตัวให้เขาเห็นบ่อย ๆ ย่อมไม่เสียหายอยู่แล้ว
ขณะนี้ฉีอิ้นหรานกำลังฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ โผล่มาให้เห็นแค่กลุ่มผมฟู ๆ บนหัว พอรู้ว่าคนข้างตัวกลับมาแล้วเขาถึงยอมเงยหน้าขึ้นอย่างเกียจคร้าน เอนหลังพิงกำแพงด้านหนึ่ง ดูเ้าเล่ห์ร้ายกาจปนเกียจคร้าน "คืนนี้ฉันต้องกลับบ้านใหญ่ตระกูลฮั่ว เธออยากจะปลอมตัวเป็สาวใช้ของฉัน แล้วเนียนตามเข้าไปด้วยกันไหมล่ะ?"
เจียงมั่วตวัดสายตามองเขาเป็เชิงถามว่าหมายความว่ายังไง ฉีอิ้นหรานที่จ้องเธออยู่เห็นแบบนั้นก็ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูว่า "คุณอารองของฉันก็อยู่ด้วย ในเมื่อชอบเขา เธอก็รุกหน่อยสิ"
พอพูดจบ เขาก็เอนหลังพิงกำแพงตามเดิม ทำท่าทางไม่ยี่หระ แต่บนใบหน้ากลับผุดรอยยิ้มแสนเ้าเล่ห์
กู้หลิงเยว่มองภาพตรงหน้าพร้อมจิกขอบโต๊ะเรียนแน่น จนเห็นได้ชัดว่าออกแรงมากขนาดไหน
ห่าวซือฉียกมุมปากยิ้ม แสร้งทำเป็พูดเปรยขึ้นมาลอย ๆ "เจียงมั่วแอบคุยกระซิบกระซาบกับคุณชายฉีอีกแล้ว ไม่รู้ทำไมพอยัยนี่มา คุณชายฉีถึงเปลี่ยนไปเป็คนละคนขนาดนี้ มีเื่อะไรให้คุยกันนักหนา?"
โต้วเวยเห็นด้วยเป็อย่างยิ่ง จึงรีบพยักหน้ารัว ๆ "ไม่ใช่แค่นั้นนะ เธอดูสีหน้าของคุณชายฉีสิ เจ็บจี๊ดเลย ที่เขาเรียกว่าหน้าตาเบิกบานมีแต่ความรักมันคือแบบนี้ใช่ไหม?"
"โต้วเวย เธอพูดเหลวไหลอะไรเนี่ย?" ห่าวซือฉีดุโต้วเวยไปทีหนึ่ง พร้อมกับส่งสายตาปรามแล้วกระซิบเตือนเสียงเบา "หลิงเยว่ยังอยู่ตรงนี้นะ เธอพูดแบบนี้ ถ้าทำให้หลิงเยว่เข้าใจผิดจะทำยังไง?"
ได้ยินแบบนั้นโต้วเวยก็รีบเอามือรูดซิปปิดปากตัวเองทันที พลางลอบมองกู้หลิงเยว่อย่างระมัดระวัง
กู้หลิงเยว่ที่มีสีหน้ามืดมนจ้องเจียงมั่วกับฉีอิ้นหรานเขม็ง พอได้ยินแบบนั้นเธอก็ไม่ได้หันไปมองสองคนข้าง ๆ แต่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "ฉันมีตา ดูเองเป็"
จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปเคาะโต๊ะของเจียงมั่ว "เธอเก็บของเสร็จหรือยัง? พี่ใหญ่สั่งกำชับฉันมาเป็พิเศษเลยนะว่า ต้องพาเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย เพราะเมื่อคืนเธอไม่ยอมกลับบ้าน พี่ใหญ่เลยเป็ห่วงแทบแย่"
พอพูดจบ เธอก็ใช้หางตาแอบสังเกตปฏิกิริยาของฉีอิ้นหราน แต่พอเห็นสีหน้าของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ในใจก็เริ่มรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา หรือว่าเมื่อคืนนี้เจียงมั่วอยู่กับฉีอิ้นหรานจริง ๆ ? เพราะแบบนี้พอได้ยินว่าเจียงมั่วค้างคืนข้างนอก เขาถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยใช่ไหม?
ฉีอิ้นหรานที่ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ขยับบิดี้เี ก่อนจะโยนกระดาษข้อสอบมาให้เจียงมั่วสองสามแผ่นพลางพูดกับเธอ "การบ้านวันนี้เธอช่วยฉันเขียนหน่อยสิ!"
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยเหมือนกำลังพูดว่าวันนี้อากาศดีจัง
กู้หลิงเยว่ที่เห็นแบบนั้นก็กำหมัดแน่นอีกครั้ง ในใจอิจฉาตาร้อนจนแทบเป็บ้า นี่ทั้งสองคนสนิทสนมกันถึงขั้นนี้แล้วเหรอ? เขาไว้ใจเจียงมั่วขนาดนี้เลย? เธออดไม่ได้ที่จะหยิบกระดาษข้อสอบขึ้นมาแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "อิ้นหราน นายแน่ใจเหรอว่าจะให้เจียงมั่วช่วยเขียนกระดาษข้อสอบให้?"
ฉีอิ้นหรานตวัดสายตามองเธอ พลางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ "วางลง"
กู้หลิงเยว่ทำเป็ไม่ได้ยินคำพูดของเขา เธอทำเพียงแค่กะพริบตาตาใสซื่อแต่น้ำเสียงที่ใช้พูดกลับแฝงความสะใจไว้เล็ก ๆ "นายอาจจะยังไม่รู้ เจียงมั่วเรียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่นะ กระดาษข้อสอบไม่กี่แผ่นนี้ เธออาจจะต้องทำจนดึกดื่นค่อนคืน ฉันว่างอยู่พอดี เดี๋ยวฉันช่วยทำให้นะ! มือของนายก็ไม่ค่อยสะดวกอยู่ด้วย..."
พูดยังไม่ทันขาดคำ กู้หลิงเยว่ก็รู้สึกเหมือนมีปึกหนังสือตั้งหนึ่งพุ่งเข้าใส่ตัวเอง จนปัดกระดาษข้อสอบในมือร่วงหล่นลงพื้นไป กู้หลิงเยว่มองมือที่ว่างเปล่าของตัวเองด้วยความใ
ฉีอิ้นหรานหลุบตาลง ขนตาของเขาทอดเป็เงาอยู่บนใบหน้า ทำให้ออร่ารอบตัวของเขายิ่งดูหม่นและกดดันมากขึ้นกว่าเดิม "ฉันต้องให้เธอมาคอยบอกเหรอ? คนนั่งข้างฉัน ฉันรู้ดีกว่าเธออยู่แล้ว"
กู้หลิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองอย่างเหม่อลอย ดวงตามีหยาดน้ำตาคลอเบ้า เธอเม้มปากพยายามทำตัวไม่ให้ดูน่าเวทนาจนเกินไป ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "แล้วทำไมนายยังให้เธอช่วยทำอีกล่ะ?"
บรรยากาศในห้องเรียนตอนนี้เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก คนในห้องต่างแอบมองมาทางนี้เป็ตาเดียวราวกับกำลังรอคอยคำตอบจากปากฉีอิ้นหราน
"เหอะ!" อยู่ ๆ ฉีอิ้นหรานก็แค่นหัวเราะออกมา ดวงตาดอกท้อคู่นั้นมองกู้หลิงเยว่อย่างเยาะเย้ย แฝงไปด้วยความดูแคลนทั้งสายตาและน้ำเสียง "ฉันจะทำอะไร ต้องอธิบายให้เธอฟังด้วยงั้นเหรอ?"
กู้หลิงเยว่รู้สึกเหมือนร่างกายของตัวเองถูกแช่แข็ง มันหนาวเหน็บจนขยับเขยื้อนไม่ได้ เธอไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองควรจะทำสีหน้าแบบไหนดี บรรยากาศถึงจะไม่ดูกระอักกระอ่วนมากไปกว่านี้
จนกระทั่งห่าวซือฉีเดินเข้ามาตบไหล่เธอเบา ๆ พร้อมปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่ม "หลิงเยว่ เธอคิดมากไปแล้ว คุณชายฉีให้เจียงมั่วช่วยทำการบ้านให้ ก็แค่เพราะมือของเขาต้องเจ็บเพราะช่วยเจียงมั่วไว้เท่านั้นเอง..."
กู้หลิงเยว่พยักหน้าอย่างแข็งทื่อ พลางเอ่ยสมทบอย่างคนใจลอย "ใช่ ฉันคิดมากไปเอง"
เธอรู้ดีว่าเหตุผลมันไม่ใช่แค่นั้น แต่ตอนนี้เธอไม่อยากจะคิดลึกลงไปอีกแล้ว
ฉีอิ้นหรานกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะโบกมือเรียกเด็กสาวคนหนึ่ง
ซึ่งคนคนนั้นก็คือซือหานเฟย เธอชี้มาที่ตัวเองอย่างนึกไม่ถึง "ฉันเหรอคะ?"
ฉีอิ้นหรานพยักหน้ารับ ก่อนจะบอกความ้าของตัวเอง "มีกระดาษข้อสอบเหลืออีกไหม? ขอใหม่ให้ฉันอีกชุดสิ ชุดเมื่อกี้มันสกปรกไปแล้ว"
กู้หลิงเยว่เงยหน้าขึ้นมองอย่างเหม่อลอย เธอมีคำถามอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้า สรุปแล้วฉีอิ้นหรานรังเกียจที่กระดาษข้อสอบมันสกปรก หรือว่ารังเกียจที่เธอเพิ่งจะจับมันไปกันแน่?
เพียงไม่นาน กระดาษข้อสอบชุดใหม่ก็ถูกวางลงบนโต๊ะของเจียงมั่วอีกครั้ง ฉีอิ้นหรานยิ้มพลางพูดด้วยน้ำเสียงหาเื่แบบสุด ๆ "เธอจะคิดยังไงก็ช่าง แต่ตอนนี้ฉันเป็แบบนี้แล้ว เธอมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบฉัน!"
พูดจบ ฉีอิ้นหรานก็เอามือล้วงกระเป๋าข้างหนึ่งแล้วเดินอาด ๆ ออกจากห้องเรียนไป
กู้หลิงเยว่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่กำหมัดแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ขอบตาแดงระเรื่อดูเหมือนูเาไฟที่พร้อมจะะเิได้ทุกเมื่อ
คราวนี้ห่าวซือฉีไม่ได้เข้าไปดึงกู้หลิงเยว่ไว้อีก เธอเอาแต่ยืนพิงพนักรอดูเื่สนุก แววตาแฝงความคาดหวังเล็ก ๆ ทว่า กู้หลิงเยว่ยังรักศักดิ์ศรีของตัวเอง ถึงในใจจะริษยาจนแทบกระอักเื แต่สุดท้ายก็ยอมสะกดกลั้นเอาไว้
บัญชีแค้นกับเจียงมั่วไม่จำเป็ต้องรีบคิดตอนนี้ กู้โย่วยังรออยู่ที่บ้าน! เธอยกมุมปาก ฝืนยิ้มออกมาเหมือนปกติเช่นทุกวัน "เย็นมากแล้ว กลับบ้านกันเถอะ คนขับรถรออยู่ข้างนอกแล้ว"
เจียงมั่วได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินตามกันออกจากห้องเรียนไป พอพวกเธอเดินพ้นจากตรงนั้นได้ไม่เท่าไหร่ คนในห้องเรียนถึงได้กล้าวิพากษ์วิจารณ์กันเสียงดัง
"แม่งเอ๊ย! เมื่อกี้นี้คุณชายฉีหมายความว่ายังไงน่ะ? ที่บอกว่าเธอต้องรับผิดชอบฉัน?"
"ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ใช่ความหมายแบบที่ฉันคิดหรือเปล่า!?"
"เื่อื่นช่างมันเถอะ เมื่อกี้พวกแกเห็นสีหน้าของดาวโรงเรียนกู้ไหม? ฉันเพิ่งเคยเห็นเธอเศร้าขนาดนี้เป็ครั้งแรกเลยนะ ถ้าตอนนี้รีบเข้าไปปลอบใจ จะมีโอกาสทำให้ดาวโรงเรียนประทับใจบ้างไหมนะ?"
"ฝันไปเถอะย่ะ! ดาวโรงเรียนกู้ออกปากชัดเจนแล้วว่าชอบคุณชายฉี แต่พอนึกดูแล้ว รอบนี้โดนดาเมจแรงจริงอะไรจริง ดาวโรงเรียนกู้อุตส่าห์เข้าไปเอาใจคุณชายฉีขนาดนั้น แต่เขาดันไม่เล่นด้วย หันมาอีกทีคุณชายฉีดันบอกเจียงมั่วว่าเธอต้องรับผิดชอบฉันนะ~ เอาเป็ว่า ถ้าฉันเป็ดาวโรงเรียนกู้ ตอนนี้ฉันคงร้องไห้ฟูมฟายสลบคาห้องน้ำไปแล้ว!"