ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 รอไม่ไหว

            คิ้วของหมอจ้าวขมวดเข้าหากันอย่างรวดเร็ว ต่อมาก็ให้คำตอบเดียวกับที่หมอหลินให้ไว้ก่อนหน้านี้

            “ฝ่า...ฝ่าบาท กระหม่อมไร้ความสามารถ ชีพจรขององค์ชายสามอ่อนมากจนแทบจะไม่เหลือเลยพ่ะย่ะค่ะ”

            ภายในห้องเงียบลงไปทันที 

            หมอหลวงจากในวังสองคนต่างพูดกันขนาดนี้แล้วเรื่องนี้จะต้องไม่เป็นความเท็จอย่างแน่นอน 

            คิ้วที่ขมวดแน่นของฮ่องเต้ค่อยๆ คลายออก ความสงสัยได้หายไปจนหมดแล้ว

            ส่วนองค์ชายห้าตอนแรกก็ไม่เชื่อ แต่สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนจะเป็นความจริงนั่นหมายความว่าแผนที่เขาใส่ร้ายจี๋โม่หานก็สูญเปล่า

            องค์ชายห้าคิดได้ดังนั้นก็กำหมัดแน่นทันที แต่ต่อมาก็คิดได้อีกว่าจี๋โม่หานจะตายแล้ว เช่นนั้นแผนนี้ก็ไม่จำเป็นแล้ว อีกทั้งเมื่อจี๋โม่หานตายไปแล้วก็ตัดภัยที่จะตามมาได้ตลอดกาลเช่นนี้ก็ลดปัญหาของเขาไปได้หลายเรื่อง

            “ไร้ประโยชน์ พวกเจ้าล้วนแต่ไร้ประโยชน์” ถึงแม้ความสงสัยในใจจะหมดไปแล้วแต่เบื้องหน้าจะต้องเสแสร้งสักหน่อย ฮ่องเต้ทำท่าโกรธแล้วกล่าวอย่างฉุนเฉียว“เจิ้นเลี้ยงพวกเจ้าเอาไว้ก็ทำอะไรไม่ได้ เลี้ยงเสียข้าวสุก”

            “เอาเถิด เสด็จพี่” จี๋โม่หานเอ่ยเสียงอ่อนแรง“เสด็จพี่ไม่ต้องไปลงโทษพวกเขาหรอก ร่างกายของข้า ในใจย่อมรู้ดีอย่างไรก็อยู่มาได้นานขนาดนี้แล้ว ก็ถือว่าเป็นการปลดปล่อยก็แล้วกัน”

            ใบหน้าของฮ่องเต้แสดงความเจ็บปวดออกมา “น้องอย่าคิดมากเลย ช่วงนี้ก็รักษาร่างกายดีๆ”

            “พ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่ทรงมีงานมากมายให้ต้องทำไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกพ่ะย่ะค่ะ”

            หลังจากพวกฮ่องเต้ออกไปแล้ว พวกหลิงชวนถึงได้ถอนหายใจออกมา

            จี๋โม่หานเองก็ไม่ได้มีท่าทางใกล้ตายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มเย็น“หลิงชวน พยุงข้าลุกขึ้น”

            หลิงชวนพยุงจี๋โม่หานลุกขึ้นแล้วสวมเสื้อตัวนอกให้ “องค์ชายสามดูเหมือนว่าแผนของคุณหนูซูจะได้ผลพ่ะย่ะค่ะ”

            “องค์ชายสาม เมื่อครู่ที่ท่านแกล้งทำนั้นเหมือนจริงมากพ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมไม่รู้มาก่อนก็เกือบจะเชื่อไปแล้ว”พอจิ่งฉือคิดถึงการแสดงของจี๋โม่หานเมื่อครู่ก็ถอนหายใจออกมา “แต่ฮ่องเต้คนนั้นก็เสแสร้งได้ปลอมมากเลยนะแล้วก็องค์ชายห้าอีกคน ตอนที่ได้ยินหมอหลวงบอกว่าชีพจรขององค์ชายสามอ่อนมากข้าเห็นมุมปากของพวกเขาแทบจะเก็บรอยยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ น่ารังเกียจ”

            จิ่งฉือพูดแล้วก็ทำเสียงถุยลงพื้น

            แน่นอนว่าจี๋โม่หานรู้ว่าฮ่องเต้กับองค์ชายห้ามีความคิดเช่นไรหากตนป่วยใกล้ตายจริงๆ เช่นนั้นก็เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการตอนนี้ทั้งสองก็ผ่อนความระมัดระวังต่อตนลงแล้ว ดังนั้นแผนต่อไปของเขาจึงสะดวกขึ้นมาหน่อยอีกทั้งขอแค่องค์ชายห้าผ่อนการป้องกันลง สำหรับพวกเขาแล้วถือเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์อย่างมาก

            “องค์ชายสาม ต่อไปพวกเราจะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ?”

            จี๋โม่หานออกคำสั่งเสียงเข้ม “เจ้าไปที่จิ่นชางเก๋อแล้วหาวิธีส่งข่าวไปให้คุณหนูซูแล้วก็ดูว่าทางด้านเชียนซวินจือมีข่าวอะไรหรือไม่”

            “พ่ะย่ะค่ะ” หลิงชวนไปทำตามคำสั่งทันที

            หนิงหยวนฟังคำสั่งชองซูหมิงเยว่แล้วรออยู่ที่จิ่นชางเก๋อตลอดตอนที่ได้ข่าวจากจวนองค์ชายสามก็รีบกลับไปรายงานซูหมิงเยว่ทันที

            ได้ยินว่าฮ่องเต้มาตรวจสอบแล้วก็ไม่พบอะไร ซูหมิงเยว่จึงถอนหายใจต่อมาก็ดูที่แผนทางด้านจี๋โม่หาน ตอนนี้นางทำได้แค่เอาเข็มทองออก แต่ตอนนี้ยังกลางวันอยู่จึงลงมือไม่สะดวกนางวางแผนว่ารอให้ตอนกลางคืนก่อนแล้วค่อยไป

            อีกด้านหนึ่งหลังจากที่หลิงชวนนำข่าวไปส่งให้ซูหมิงเยว่แล้ว การตรวจสอบจากทางด้านของเชียนซวินจือก็ออกมาแล้ว

            หลิงชวนเอาผลการตรวจสอบมารายงานให้จี๋โม่หานฟังอย่างละเอียด

            “องค์ชายสาม คุณชายเชียนไปตรวจสอบตามสถานที่ที่คุณหนูซูให้มาแล้ว พบว่าตอนนี้มีสองสถานที่ที่เป็นที่ทิ้งร้างแต่เวลาที่ทิ้งร้างไปนั้นยังผ่านไปได้ไม่นานส่วนอีกสองที่เป็นฐานลับที่องค์ชายห้าเอาไว้ฝึกทหารพลีชีพจริงพ่ะย่ะค่ะที่หนึ่งอยู่ในบ้านหลังเก่าแถวชานเมือง ส่วนอีกที่หนึ่งอยู่ที่หอโคมเขียวในเมืองคนของคุณชายเชียนตอนนี้ก็อยู่ที่นั่นด้านในฐานลับมีกี่คนนั้นตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดแต่คาดว่าคงจะไม่ถึงหนึ่งพันคนพ่ะย่ะค่ะ”

            จี๋โม่หานฟังแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะสั่งออกมา “ตอนนี้อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวเฝ้าอยู่ที่นั่นไว้ก่อน ตอนนี้องค์ชายห้าได้ลดความระวังต่อเปิ่นหวังลงแล้ว”

            “เช่นนั้นต่อไปพวกเราจะทำลายฐานขององค์ชายห้าหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” จื๋อหลันถาม “ให้กระหม่อมไปรวมคนมาหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

            “ไม่ต้อง” จี๋โม่หานยกมือขึ้น “ตอนนี้เปิ่นหวังยังถูกฮ่องเต้ขังอยู่ในวังจะลงมือจัดการด้วยตัวเองไม่ได้ แต่เรื่องนี้พวกเราสามารถยืมมือคนอื่นจัดการแทนได้”

            “พ่ะย่ะค่ะ” เพียงครู่เดียวหลิงชวนก็ส่งพู่กันกับกระดาษให้จี๋โม่หาน

            จี๋โม่หานยกพู่กันขึ้นเขียนจดหมายฉบับหนึ่งแล้วส่งให้หลิงชวน“เจ้าเอาจดหมายนี้แอบไปส่งให้องค์รัชทายาท ต่อไปพวกเราก็แค่นั่งดูเสือสู้กันก็พอ”

            “สุดยอดไปเลยพ่ะย่ะค่ะ” จิ่งฉือพอได้ยินก็ตาวาว“ปกติแล้วองค์รัชทายาทไม่สู้กับองค์ชายห้าตอนนี้จุดอ่อนขององค์ชายห้าไปอยู่ในมือของเขาแล้วไม่ว่าจะจริงหรือเท็จองค์รัชทายาทต้องไปตรวจสอบดูแน่นอน เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเราอีกทั้งยังล้างความสงสัยขององค์รัชทายาทออกไปได้ด้วย”

            เพียงครู่เดียวหลิงชวนก็ออกไปทำงานที่จี๋โม่หานมอบหมายให้

            จี๋โม่หานนั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยใบหน้ายากจะคาดเดาแผนการทั้งหมดดำเนินไปอย่างราบรื่น ต่อไปก็แค่เก็บตาข่ายกับดัก

            ซูหมิงเยว่มาในตอนกลางคืน ทางด้านจิ่นชางเก๋อจี๋โม่หานก็ได้ทิ้งคนรับผิดชอบเอาไว้แล้วตอนที่ซูหมิงเยว่ออกมาจากทางลับ จี๋โม่หานก็กำลังรอนางอยู่ด้านข้างพอดี

            ซูหมิงเยว่มองพิจารณารอบๆถึงได้พบว่าตัวเองกำลังอยู่กลางศาลาที่เรือนหลังของจี๋โม่หานพื้นด้านหลังนางพับปิดรูด้านล่างและต่อกับพื้นแผ่นอื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อจนมองไม่ออกเลยว่ามีอะไรผิดปกติ 

            “นั่งสิ” มุมปากของจี๋โม่หานประดับรอยยิ้ม ขอแค่ซูหมิงเยว่มา บรรยากาศรอบตัวเขาก็แผ่กลิ่นอายอ่อนโยนออกมาพวกจิ่งฉือที่มองอยู่ด้านหลังถึงกับเหม่อไป

            “หม่อมฉันมาเอาเข็มทองออกให้ท่าน เก็บไว้นานนั้นไม่ดี” ซูหมิงเยว่มาหาเขาตอนกลางคืนก็เพราะเรื่องนี้

            “ได้สิ”

            นางเข้าไปในห้องกับจี๋โม่หาน ตอนที่แทงเข็มเข้าไปนั้นง่าย แต่เวลาจะเอาออกนั้นหากยังมีเสื้อผ้ากั้นอยู่ก็ไม่อาจทำได้

            ประตูที่อยู่ด้านหลังทั้งสองคนปิดเข้าหากัน ใบหน้าของจิ่งฉือก็พลันปรากฏขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขายื่นหน้าเข้าไป อยากจะเอาตัวไปแนบกับประตูแล้วเงี่ยหูฟัง แต่ก็ถูกจื๋อหลันดึงคอจากด้านหลังลากออกไปก่อน

            “เอ๋ เอ๋ ท่านพี่ปล่อยข้านะ” จิ่งฉือดิ้น องค์ชายสามที่เป็นแบบนี้นั้นแปลกใหม่สำหรับเขามากเขาจึงอยากดูให้มากขึ้นหน่อย

            จื๋อหลันอดที่จะหัวเราะไม่ได้ “เรื่องของเจ้านายก็ยังไปแอบฟังไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือ”

            ภายในห้อง ซูหมิงเยว่ตามจี๋โม่หานเข้ามาในห้องก่อนจะหยุดฝีเท้าลง

            ซูหมิงเยว่กอดอกยืนพิจารณาจี๋โม่หานจากบนลงล่างหนึ่งรอบ นางเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะเอ่ยปาก“ถอดเสื้ออกเพคะ”

            มือของจี๋โม่หานที่กำลังแกะคอเสื้อออกก็หยุดชะงักแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ “แม่หนูรอไม่ไหวขนาดนี้เชียวหรือ?”

            ซูหมิงเยว่ที่เห็นมาหลายครั้งจนชินแล้ว หน้าจึงค่อยๆ หนาขึ้นมาไม่แดงอีกแล้วความกล้าเองก็เพิ่มขึ้น จี๋โม่หานพูดเช่นนี้นางก็ไม่อายอีกแล้วดวงตาจ้องคนตรงหน้าแล้วพูดหยอก “ใช่สิ ไยท่านยังไม่รีบถอดอีก”

            ถึงแม้ซูหมิงเยว่จะเคยเห็นในตอนที่ฝังเข็มให้จี๋โม่หานขณะแช่น้ำยามาหลายครั้งแล้วแต่ก็ยังอดที่จะเบิกตากว้างไม่ได้ นางพูดได้เลยว่า ถึงแม้จี๋โม่หานจะนั่งอยู่บนรถเข็นมานานหลายปีแต่รูปร่างนั้นถือว่าดีมาก

     

    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663