The SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ)

    เล่มที่ 1 บทที่ 50 กำเนิดโคซานอสตรา

            ในอดีตเมื่อนานมาแล้ว เท่าที่มีบันทึกเอาไว้ตามหน้าประวัติศาสตร์ พวกเขาได้กล่าวเอาไว้ว่า ทวีปเหนือและทวีปใต้นั้นเคยมีจักรวรรดิมากมายถือกำเนิดขึ้น หากแต่ไม่รู้ว่าเหล่าบรรพบุรุษทั้งหลายเหล่านั้นต้องถูกอาเพศใดเข้า… ทุกจักรวรรดิที่ถือกำเนิดขึ้นล้วนคงอยู่ไม่กี่ร้อยปีก็ล่มสลาย ที่มากหน่อยไม่กี่พันปีก็ล่มสลายตามเช่นกัน และจักรวรรดิล่าสุดที่มีอายุเกือบ 1,500 ปีที่มีชื่อว่า ‘จักรวรรดิโรนาน’ ก็พึ่งล่มสลายไปก่อนหน้านี้เมื่อประมาณไม่กี่สิบปีที่แล้ว…



            เมื่อไร้จักรพรรดิคอยปกครองระบบระเบียบที่มีมาก็พังทลาย ผู้คนมากมายไม่ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากจักรวรรดิอีกต่อไป จึงจำเป็นต้องร้องขอหวังพึ่งเหล่าแม่ทัพ หรือไม่ก็พวกชนชั้นสูง และราชวงศ์ เอาแรงกายที่มีทำงานแลกกับการคุ้มครองจากอีกฝ่าย บ้างขายตัวเองเป็นทาสทำงานแลกความคุ้มครองไปตลอดชีวิต มีเพียงชนชั้นสูง และสายเลือดราชวงศ์เท่านั้น ที่สามารถก่อตั้งตระกูลขึ้นได้ คนธรรมดาทั่วไปอย่างมากก็สร้างได้แค่กลุ่ม ไม่อาจขยายตัวเป็นตระกูลได้อย่างแน่นอน



            แต่ถ้าเกิดกลุ่มของคนธรรมดาหลากหลายกลุ่ม สามารถรวมตัวร่วมกันปกครองได้ นั่นก็เป็นเรื่องยากแล้ว ที่ทางการจะสามารถหยุดการขยายตัวนี้ได้ ไม่ได้เป็นตระกูลที่มีเพียงหนึ่ง แต่เป็นตระกูลที่มีกลุ่มมากมายรวมตัวกันอยู่ภายในนั้น ในแง่หนึ่ง… กลุ่มย่อยหนึ่งกลุ่มก็จะเรียกได้ว่าหนึ่งตระกูลสาขา มีหลายกลุ่มก็มีหลายสาขาแล้ว มิเนอร์วาสูบเมฆาอันล่องลอยลงปอดมองไปรอบห้อง ที่ในตอนนี้เต็มไปด้วยสายตาตกตะลึงบ้างซุบซิบปรึกษากัน รอยยิ้มปรากฏบนหน้าเด็กหนุ่มที่ดวงตาหวานฉ่ำ พร้อมกันนั้นเมฆาสีเทาก็ได้ถูกพ่นออกมาจนหมดปอด



            "ซัลวาโตเรแฟมิลี่ของข้า ยินดีต้อนรับสหายจากทั้งสามครอบครัว พวกเราไม่ใช่กลุ่มอันธพาลหรือโจรชั่ว… ต่อแต่นี้ไปบนหน้าประวัติศาสตร์แห่งกาลเวลาจะบันทึกเอาไว้ว่า พวกเราคือสภามาเฟียโคซานอสตรา… เป็นตระกูลมาเฟียที่แบ่งแยกออกมาจากพวกกลุ่มโจรชั่วเหล่านั้นอย่างชัดเจน… สิ่งของของเราย่อมเป็นของของเรา โคซานอสตรา!"



            มิเนอร์วายกมือที่คีบมวนพันลำขึ้นสูง และตะโกนปลุกใจ… มาร์ตี้เองก็รู้ใจลูกพี่ผู้อหังการของตนรีบตะโกนตามน้ำ



            "ซัลวาโตเรแฟมิลี่!"



            เหล่าสมาชิกก็ตะโกนชื่อกลุ่มของตัวเองตามมาร์ตี้อีกทอดหนึ่ง ราวกับเกิดปรากฏการณ์อุปทานหมู่ แต่ละคนต่างก็ตะโกนชื่อกลุ่มของตนตามอย่างน่าประหลาด



            "ฮู้ดแฟมิลี่!"



            เป็นโรบินยกมือตะโกนขึ้นตามอย่างสนุกสนานตามมา ดูๆ แล้วคงจะเป็นคนอารมณ์ดีพอตัว



            "อิ… อินดิโก้วิชแฟมิลี่!"



            เป็นลูซหญิงสาวที่กำลังออกท่าทางยกมือขึ้นสูง ใบหน้างามเต็มไปด้วยความเขินอายขัดกับบุคลิกภาพก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก และสุดท้ายคาร์โลที่กำลังกุมขมับบ่นตัดพ้อในใจ มันกำลังบ่นให้กับมิเนอร์วาที่ให้พวกตนเล่นเป็นเด็ก ตะโกนขึ้นตามชูมือสูงอย่างเลี่ยงไม่ได้ จำใจต้องยอมเล่นด้วย



            "ซิลเวอร์วูล์ฟ แฟมิลี่!"



            "โคซา นอสตรา!"



            "ซัลวาโตเร แฟมิลี่!"



            "ฮู้ด แฟมิลี่"



            "อินดิโกวิช แฟมิลี่!"



            มิเนอร์วากำลังสนุกคึกคักจึงตะโกนขึ้นตามอีกหลายครั้ง ทุกๆ คนในงานเลี้ยงต่างพากันหัวเราะสนุกสนานตะโกนตาม ถึงขั้นมีการตบโต๊ะเคาะพื้นเพื่อสร้างจังหวะ และโดยไม่รู้ตัวทุกคนก็จมจ่อมเข้าสู่ความสนุกสนานของงานเลี้ยงในครั้งนี้ บ้างร้องเพลงประสานเสียง บ้างก็ลุกเต้นอย่างรื่นเริง กว่าจะรู้ตัวอีกทีงานเลี้ยงก็ได้มาถึงเวลาเลิกราแล้ว หลังจัดการนัดแนะวันเวลาและรายละเอียดเพื่อย้ำกันอีกครั้ง ทั้งสามก็ได้จากไป รอคอยให้วันเวลาที่สินค้าจะถูกจัดส่งมาถึงอยู่ที่เขตของตนเอง อีกทั้งยังต้องรีบไปเตรียมตัวเข้าร่วมงานพิธีแต่งตั้งศิษย์สืบทอด



            มิเนอร์วาได้แจกบัตรเชิญพวกมันหลังจากงานเลี้ยงเลิก พวกมันต่างก็ตกอกตกใจ ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่าย จะได้รับสถานะเป็นถึงว่าที่ศิษย์สืบทอด แถมยังเป็นศิษย์สืบทอดของท่านผู้นำวังมรณะสาบสูญ และยังเป็นบุตรบุญธรรมของผู้นำกลุ่มมรณะสาบสูญอีกต่างหาก ทั้งสามต่างพากันคิดภาพอนุมานความเป็นไปต่างๆ ตลอดเวลาที่เดินทางกลับ มิเนอร์วาในขณะนี้กำลังนอนสบายอยู่บนเตียง โดยที่มีเฟดร้าและเซดร้าซึ่งไม่รู้ว่าแอบเข้ามาตอนไหนนอนประกบขนาบข้าง เด็กหนุ่มเองก็คร้านจะใส่ใจ ด้วยความที่เริ่มชินชาแล้วจึงปล่อยเลยตามเลย หลับใหลไปด้วยความเหน็ดเหนื่อยและผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน



            เช้าตรู่วันต่อมา มิเนอร์วาได้เดินนำซัลวาโตเรแฟมิลี่ ที่ขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการกลืนกินกลุ่มโจรแมงมุมหัวกะโหลกมาออกวิ่งและออกกำลังกาย ที่บนเขาลูกหนึ่งใกล้ๆ กับฐานหลักของซัลวาโตเรแฟมิลี่ สาเหตุนั้นง่ายมาก ที่ผ่านมามีตนคอยปกป้องจึงสามารถฝ่าวิกฤตออกมาได้ แต่เหตุการณ์ที่ถูกยึดบ้านและกิจการทั้งหมดนั้น ได้แสดงให้เด็กหนุ่มเห็นแล้วว่า สมาชิกของซัลวาโตเรแฟมิลี่นั้นยังแข็งแกร่งไม่มากพอ หากต้องพบเจอเหตุการณ์แบบเดิมอีก คงไม่แคล้วมีจุดจบเหมือนเดิม



            ดังนั้นในช่วงเช้าของตรู่ของทุกวัน จึงได้ถูกกำหนดให้เป็นเวลาออกกำลังกาย และช่วงเช้าถึงเที่ยงก็จะเป็นเวลาเรียนหนังสือ โดยมีมิเนอร์วาเป็นผู้จัดหาเตรียมบทเรียน หลังจากมื้อเที่ยงก็จะแยกกันไปดูแลกิจการต่างๆ มาร์ตี้ที่ฉงนสงสัยตั้งแต่งานเลี้ยงเมื่อคืน กำลังเดินตามหลังเด็กหนุ่มรู้สึกลังเลเลิ่กลั่ก ไม่รู้ว่าจะถามออกไปดีไหม เด็กหนุ่มเลิกคิ้วอย่างสนใจเอ่ยถามตรงๆ



            "เจ้าอยากถามเรื่องสภามาเฟียใช่หรือไม่?"



            อีกฝ่ายส่ายหน้าปฏิเสธสบโอกาสจึงรีบถาม



            "คือว่าข้าแค่สงสัย ศัพท์แปลกๆ พวกนั้นคือภาษาอะไร และทำไมท่านถึงรู้ภาษาต่างถิ่นนี้ได้"



            มิเนอร์วาไม่ได้ชะงักฝีเท้าเดินตรวจผลผลิตที่ใกล้จะได้เวลาเก็บเกี่ยว เอ่ยสั่งคนดูแลให้ระวังเกี่ยวกับชั่วโมงแสงที่วีดโรงนี้สมควรจะได้รับ ปริมาณน้ำและปุ๋ยก็เป็นเรื่องสำคัญ กำชับคนดูแลเสร็จก็เดินออกมาจากพื้นที่เพาะปลูก



            "จำเหตุการณ์ลอบวางเพลิงครั้งก่อนได้หรือไม่?... มีชายผู้หนึ่งเอ่ยภาษานี้ขึ้น ซึ่งในตอนแรกข้าก็คิดว่าคงเป็นคำสั่งเสียอะไรสักอย่างหนึ่ง ด้วยความที่ข้าคร้านจะคิดชื่อกลุ่มให้วุ่นวาย จึงได้ตั้งชื่อกลุ่มตามคำพูดอีกฝ่ายเท่าที่พอจะฟังออกในขณะนั้น นั่นจึงเป็นที่มาของซัลวาโตเร แต่หลังจากได้ไปเยือนเมืองหลวงเขตใจกลางเมื่อครั้งก่อน ข้าก็ได้ซื้อหนังสือกลับมามากมาย และหนึ่งในนั้นมีหนังสือภาษาของอาณาจักรฟลอเรนซ์ ซึ่งอยู่ที่ไหนสักแห่งบนทวีปเหนือ หลังจากข้าศึกษาและฝึกพูดอยู่นาน จึงได้รู้ว่าคำที่อีกฝ่ายพูดก่อนตายนั้นคืออะไร"



            มิเนอร์วาเงียบเสียงไปสักพัก ราวกับกำลังระลึกถึงความทรงจำเมื่อครั้งเหตุเพลิงไหม้ จากนั้นจึงเอ่ยคำเลียนแบบตามชายลึกลับผู้นั้น ตามแบบฉบับภาษาแทนลายัส



            "พระเจ้าทรงอวยพรให้ทวยเทพมาโปรดพวกเราจากบาป! ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ ทวยเทพผู้ช่วยเหลือมนุษย์ให้หลุดพ้นจากบาปยังไงล่ะ นั่นแหละคือความหมายของซัลวาโตเร…"



            มาร์ตี้ผงกหัวคิดตามเป็นเชิงเข้าใจ และถามต่อเกี่ยวกับคำศัพท์ที่เด็กหนุ่มพูดไว้ในงานเลี้ยง ผู้นำทั้งสามกลุ่มเองก็ได้สอบถามเด็กหนุ่มเช่นกัน เพราะในงานเลี้ยงครั้งนั้นมิเนอร์วาเองก็ได้อธิบายให้ทั้ง 3 คนไปแล้วรอบหนึ่ง



            "โคซานอสตรา มาเฟีย แฟมิลี่และโอเมอร์ตาแปลว่าอะไรขอรับ?"



            มิเนอร์วาไม่ได้รำคาญเอ่ยสอนอย่างสบายๆ พร้อมทั้งยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้แก่อีกฝ่าย บนหน้าปกเขียนเอาไว้ว่าภาษาฟลอเรนซ์



            "โคซานอสตรา… แปลว่าสิ่งของเรา อำนาจ บารมี ความภักดี ครอบครัว สิ่งของเราเหล่านี้คือโคซานอสตรา สภาตระกูลมาเฟียมากมายที่มาอยู่รวมกัน น่าจะเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งในอดีตที่สืบทอดต่อกันมา ข้าศึกษาแล้วเห็นว่าดี เลยคิดที่จะนำระบบนี้มาใช้บ้าง หลังจบพิธีแต่งตั้งครั้งนี้ ข้าจะกลับมาวางโครงสร้างพื้นฐานของซัลวาโตเรแบบใหม่ บอกให้ผู้คนเตรียมตัวไว้ให้ดี"



            "ข้าจะกำชับคนของเราไว้ขอรับ"



            มาร์ตี้รีบตอบกลับทันที ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจอีกฝ่ายมากนัก แต่ตัวมันเองก็พอจะสัมผัสได้ถึงพายุลูกเล็กๆ ที่กำลังจะก่อตัวขึ้น ในเขตเหนือของวังมรณะสาบสูญแห่งนี้



            "มาเฟีย… แปลว่าการคุ้มครอง พวกเราจะปกป้องสิ่งของของเรา ไม่ให้ผู้ใดมาแย่งชิงเอาไปได้ ดังนั้นมาเฟียและกลุ่มโจรจึงต่างกันอย่างสิ้นเชิง แฟมิลี่มาจากคำว่าฟามิเลียแปลว่าครอบครัว ถนัดใช้แบบไหนก็เรื่องของเจ้า ดังเช่นครอบครัวซัลวาโตเรของพวกเรา และสุดท้ายสิ่งที่ข้าคอยกำชับทุกคนเสมอเมื่อเข้าร่วมกลุ่ม เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องกลืนกินกลีบบัวพิษ และต้องให้สัตย์สาบานต่อกฎแห่งความเงียบ…"



            "โอเมอร์ตา ก็คือสัตย์สาบาน สัญลักษณ์แห่งความเงียบและความลับ อีกทั้งยังเป็นความกล้าหาญของลูกผู้ชายที่สามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากผู้อื่น สิ่งนี้คือธรรมเนียมปฏิบัติ ที่จะคอยย้ำเตือนไม่ให้เกิดการทรยศขึ้นในหมู่พวกเรา ที่เปรียบเสมือนครอบครัว ผู้ฝ่าฝืนมีเพียงโทษตายเท่านั้นที่รออยู่"



            มาร์ตี้ที่เดินตามหลังมา ลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ชุดความคิดและช่วงอายุช่างขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง ต้องเติบโตมาแบบไหนถึงได้อหังการฉลาดอำมหิตปานนี้



            "ผู้ที่คิดท้าทายต่อโอเมอร์ต้าคือคนโง่ ขี้ขลาด… หาใช่คนกล้า ใครก็ตามที่ดูแลตัวเองไม่ได้จนต้องพึ่งศัตรูนั้น พวกมันคือคนทรยศ น่ารังเกียจน่าสมเพชเกินกว่าจะอภัยได้ ผู้ที่ละเมิดกฎนี้จะได้พบกับความเงียบที่แท้จริง จะถือว่าคนผู้นั้นเป็นหนี้พวกเรา และต้องพบเจอการล้างแค้นที่รุนแรง ให้เหมาะสมสำหรับพวกขี้ขลาดที่น่ารังเกียจ ซัลวาโตเรแฟมิลี่จะตามทวงหนี้นั้น จนกว่าอีกฝ่ายจะได้รับการให้อภัย และความตายอันเป็นนิรันดร์นั้น จะรอให้อภัยพวกมันอยู่ที่โลกหน้า"



            มิเนอร์วาเอ่ยสบายๆ เดินนำไปข้างหน้า จัดแจงเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด โดยมีสมาชิกซัลวาโตเรจำนวนมากคอยเป็นมือเป็นเท้าให้



            ในทุกๆ วัน มิเนอร์วาจะเข้าไปพูดคุยกับชายหัวโล้น และคอยรักษาให้อยู่ตลอด ถึงแม้อีกฝ่ายจะเอ่ยปากยอมแพ้แล้ว แต่เด็กหนุ่มย่อมมีวิธีจัดการในแบบของตัวเอง จึงได้แต่ลูบหัวปลอบประโลม บอกให้อีกฝ่ายอดทนต่ออีกสักหน่อย นั่นยิ่งทำให้อีกฝ่ายหวาดกลัวหนักมากกว่าเดิม มันกลัวว่าตนเองจะต้องพบเจอนรกคนเป็นแบบนี้ไปจนตาย มิเนอร์วากำลังมอบความหวาดกลัวถึงขีดสุด ให้แก่ตัวมันได้รับรู้จะได้จดจำไว้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากกล้ามายั่วยุผู้อื่น



            ธุรกิจมากมายถูกสร้างขึ้นพร้อมกับการทุบทำลายรื้อถอน อาคารมากมายหลายขนาด รวมถึงที่ดินเป็นบริเวณกว้างได้ถูกเจรจาทำเรื่องเสนอซื้อ ชาวบ้านธรรมดา และเหล่าศิษย์ที่เรียนมานานแต่ไม่สามารถทำเรื่องจบได้ ซึ่งอาศัยอยู่ในละแวกนี้ ก็ได้รับความช่วยเหลือจากมิเนอร์วากันทั่วหน้า สำหรับการย้ายถิ่นที่อยู่และสถานที่ทำงาน ได้ถูกจัดการผ่านทางสำนักแพทย์โลหิตพิษ โดยที่อีกฝ่ายก็ยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ การซื้อขายที่ดินจากชาวบ้าน และเหล่าศิษย์พวกนั้น เด็กหนุ่มก็ให้ราคาดีกว่าราคาตลาด เพียงพอที่ครอบครัวหนึ่งจะใช้ชีวิตอย่างสงบไปจนวันตาย หากไม่ฟุ่มเฟือยใช้เงินทองไม่คิด และด้วยเหตุนี้เองมิเนอร์วาจึงมีที่ดินเป็นของตัวเองผืนใหญ่



            1 วันก่อนงานพิธีแต่งตั้งศิษย์สืบทอดจะเริ่มขึ้น ในคืนนี้มิเนอร์วาก็มาที่ร้านเหล้าซัลวาโตเรที่เดิม และมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ประมูลอันเป็นกิจกรรมการกุศล ที่ถูกจัดขึ้นในหลายวันที่ผ่านมานี้ ช่วงกิจกรรมนี้ล้วนเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ร่วมประมูลจำนวนมาก แขกบางคนก็ไม่รู้ไปเก็บกดมาจากไหน เอาแรงมาระบายลงที่หัวผู้อื่นเสียทุกวัน จำนวนเหรียญทองที่ระดมมาได้ถูกนำไปมอบให้ทางโบสถ์ใกล้เคียงเพื่อเลี้ยงดูเหล่าเด็กกำพร้า มิเนอร์วาเดินเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหลังชายหัวโล้น ตัวมันที่ถูกปิดตามัดปากตีตรวนทั้งมือและเท้า กำลังสั่นเทาอย่างหวาดกลัวราวลูกนก เด็กหนุ่มเอ่ยถามเสียงเบา



            "หลาบจำแล้วหรือไม่?"



            "อออับ อออับ! อ้าอิดไอแอ่ว อือๆ…"



            ชายหัวโล้นรีบพยักหน้า บ่นอู้อี้ดีใจราวกับได้ยินเสียงสวรรค์ มิเนอร์วาอมยิ้มตบบ่าอีกฝ่ายกระซิบเสียงเบาข้างหู



            "ทำงานให้ข้าแล้วเจ้าจะเป็นอิสระตกลงหรือไม่?"



            มิเนอร์วาไม่ได้รอคำตอบจากอีกฝ่ายพยักหน้าให้ลูกน้องมาพาตัวชายหัวโล้นผู้นี้ไปรักษา และหันหน้ากลับไปมองแขกทุกคนที่ยืนดูอยู่



            "ทุกท่านคงจะเห็นแล้วว่า ที่ดินบริเวณรอบที่แห่งนี้กำลังถูกรื้อถอน อีกไม่นานที่นี่ก็จะถูกรื้อออกเช่นกัน ซัลวาโตเรแฟมิลี่ของข้ากำลังจะสร้างย่านการค้าแห่งใหม่ขึ้น ที่นั่นทุกคนจะได้พบกับประสบการณ์สุดพิเศษในการดูแล ไม่ต่างจากย่านการค้า และย่านเริงรมย์ที่ให้บริการในเขตใจกลางเมืองหลวง หากการก่อสร้างลุล่วงไปด้วยดี หวังว่าทุกท่านจะมาใช้บริการอีกครั้ง และแน่นอนว่า 7 วันแรกนับตั้งแต่เปิดทำการ ข้าขอมอบส่วนลด 20% ให้แก่สินค้าทุกชิ้นที่มีจัดจำหน่าย ขอขอบคุณทุกท่านที่ไว้วางใจใช้บริการของพวกเรา เชิญสนุกกับงานประมูลต่อเถิด"



            มิเนอร์วาโค้งตัวเล็กน้อยขอบคุณแขกทุกคนที่มาใช้บริการ ในที่สุดทุกอย่างก็ได้ถูกเตรียมการพร้อมเสร็จสรรพ มิเนอร์วาเดินจากไปหายไปกับความมืด ตรงไปยังสถานที่พักรักษาตัวของชายผู้น่าสงสาร มิเนอร์วากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โดยมีชายหัวโล้นนั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ หลังจากลั่นสัตย์สาบานต่อโอเมอร์ตา และกลืนกินกลีบบัว มันรีบยื่นหัวให้อีกฝ่ายลูบจับอย่างเต็มใจ จะอย่างไรก็คงดีกว่าการโดนตบจนเจ็บตัว เด็กหนุ่มถามไปมือก็ลูบหัววนไปอย่างมาสนุกมือ



            "จากที่เจ้าเล่ามาหมายความว่าพยัคฆ์บูรพาสั่งให้เจ้ามาจับตามองข้า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตั๊กแตนมรณะ แต่เจ้าดันพลาดท่าให้ข้าเสียก่อน เจ้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าให้จับตามองข้าไปทำไม… เจ้านั่นคิดอะไรอยู่กันแน่…"



            "ใช่ขอรับ… ลูกพี่ตอนนั้นข้าที่อาศัยอยู่ในเขตบูรพาทิศกำลังตามหาของสิ่งหนึ่งสำหรับฝึกตัวเอง มันจำเป็นอย่างมากต่อการสร้างแก่นให้เติบโตขึ้น อยู่ๆมันก็ให้คนมายื่นข้อเสนอนี้ให้ ข้าที่เห็นว่าเป็นงานง่ายๆ เลยรีบรับปากตกลง อีกฝ่ายก็ให้ของมาก่อนอย่างง่ายดายข้าเลยยิ่งย่ามใจ"



            "ง่ายๆ?"



            เพียะ!..



            เสียงตบหัวดังขึ้นฉาดใหญ่พร้อมการแสยะยิ้มน่ากลัว อีกฝ่ายสะดุ้งตกใจราวกับนึกขึ้นได้ว่าใช้คำพูดผิดไปกำลังลนลานเตรียมพูดแก้ตัว แต่เด็กหนุ่มก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน ทำตัวเสมือนไม่ได้กรุ่นโกรธสิ่งใดในตัวมัน



            "จงหลอกพวกมันว่าเจ้าแกล้งยอมจำนนต่อข้าแล้ว เพื่อที่จะได้จับตามองข้าอย่างใกล้ชิด และแผนของเจ้าก็สำเร็จแล้วจากการยอมเจ็บตัวอยู่หลายวัน เรื่องนี้เก็บไว้เป็นความลับห้ามบอกผู้ใด เจ้าจงเป็นหูเป็นตาให้ข้า คอยรายงานความเคลื่อนไหวของพวกมัน สืบข่าวมาให้ได้มากที่สุด ยึดถือความปลอดภัยของชีวิตตนเองเป็นอันดับแรก ข้าจะให้โอสถรักษาอย่างดีแก่เจ้า มันสามารถช่วยชีวิตเจ้าได้ในระดับหนึ่ง หากไม่ดับสูญในชั่วพริบตาย่อมสามารถรักษาชีวิตรอดได้ เชื่อข้าเถอะแล้วเจ้าจะไม่เสียใจที่ได้ทำงานให้แก่ข้า"



            มิเนอร์วาเอ่ยกำชับอีกฝ่ายหลายอย่าง เด็กหนุ่มพอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว แต่ยังไม่กล้าฟันธงสักเท่าไหร่ หากมีการทรยศต่อวังมรณะสาบสูญจริง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้ว เด็กหนุ่มได้แต่หวังว่าตนเองจะคาดเดาผิดไปเอง และด้วยเหตุนี้ข้างกายของมิเนอร์วาก็ได้มีแขนซ้ายเพิ่มขึ้นมา ต่อจากมาร์ตี้ซึ่งเป็นเสมือนแขนขวา ชายหัวโล้นคนนี้ชื่อว่าลูดอฟ อดีตหัวหน้ากลุ่มแมงมุมหัวกะโหลก ที่ในตอนนี้ได้กลายเป็นสมาชิกของซัลวาโตเรทั้งตัวและจิตใจ



            เช้าวันต่อมางานพิธีแต่งตั้งศิษย์สืบทอดที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยวังมรณะสาบสูญ ก็ได้เปิดประตูต้อนรับแขกเข้าร่วมงาน มิเนอร์วาอยู่ระหว่างการเดินทาง ตามกำหนดแล้วจะเปิดประตูรับแขกจนถึงเที่ยงวัน พิธีจะเริ่มขึ้นยามบ่าย หากคำนวณจากเวลาแล้ว เด็กหนุ่มไม่จำเป็นต้องรีบเร่งเดินทาง ก็สามารถมาถึงได้ทันเวลา แขกเหรื่อมากมายต่างพากันทยอยมาถึงทีละคนสองคน เป็นถึงงานพิธีรับศิษย์และบุตรบุญธรรมของประมุขวัง



            ดังนั้นบุคคลที่มาร่วมเป็นแขก แต่ละท่านย่อมไม่ธรรมดา มีตั้งแต่เหล่าอาวุโสจากสถาบันทั้ง 5 ชนชั้นสูงไปจนถึงเหล่าราชวงศ์ของแทนลายัส ทุกคนต่างจับกลุ่มยืนคุยกันอยู่ในโถงกว้างหลายวงสนทนา เมื่อมองตามทางเดินศิลาที่ทอดยาวออกไป จะพบประตูขนาดใหญ่กว้างสามวาสูงสองวา ที่ถูกเปิดออกเผยให้เห็นบันไดหินทอดยาวลงไปเบื้องล่าง ด้านล่างบันไดโคซานอสตราจากอีกสามครอบครัวกำลังเข้าแถวยืนนิ่งรอคอยให้ซัลวาโตเรแฟมิลี่มาถึง



            ก่อนหน้านี้พวกมันทั้งสาม ต้องถกเถียงกับยามเฝ้าประตูอยู่หลายประโยค เนื่องจากมีบัตรเชิญ แต่มิเนอร์วาไม่เคยแสดงตราอันเป็นเครื่องยืนยันตนต่อวังมรณะสาบสูญมาก่อน ด้วยที่แห่งนี้เป็นถึงวังหลักของเขตปกครองพิเศษ พวกมันจึงไม่กล้าสร้างความวุ่นวายให้เสียชื่อของเด็กหนุ่มมากนัก จะอย่างไรก็ต้องค้าขายร่วมกันในอนาคต การไว้หน้าอีกฝ่ายย่อมถือเป็นสิ่งที่สมควรทำแล้ว แต่พวกมันก็ยืนรอกันได้ไม่นาน ขบวนกลุ่มคนจำนวนมากในชุดสูท และกางเกงสีขาวก็ได้เดินทางมาถึง...




    จบเล่มที่ 1 กำเนิดโคซานอสตรา!

    คล้ายกับเรื่องThe SRP (ปราชญ์พิสดาร ผนึกมาร สังหารเทพ) ที่คุณอ่าน