คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก
บทที่ 1 คู่หูทวินเทลกับวันธรรมดา?
ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นฟ้าต้อนรับเช้าวันใหม่อันสดใส แสงแดดส่องเข้าผ่านหน้าตาชั้นสองบ้านหนึ่งเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ห้องนอนที่เต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนและวิชาการต่างๆมากมายบนชั้น ผ้าห่มถูกพับเรียบร้อยบนเตียงนอน
เด็กสาวคนหนึ่งกำลังหลับบนโต๊ะทำงานของเธอ เธอฟุบหลับไประหว่างทำงานคอมและหนังสือยังคงเปิดอยู่บนโต๊ะ เด็กสาวคนนั้นมีผิวขาวใส ผมบลอนด์ทองเป็ประกายที่รวบมัดผมสองข้างผมทองยาวไปถึงหลังอยู่ในชุดนอนสีชมพู
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
เสียงเคาดังขึ้นจากอีกฟากประตูห้องนอนของเด็กสาว เธอเรียกเด็กสาวที่หลับ
“อลิส ตื่นยัง อลิซ... ฉันเข้าไปละนะ”
เมื่อถามไปแต่ไร้มีเสียงตอบรับเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้ามาในห้องเอง เด็กสาวผู้มีใบหน้าดูใสซื่อบริสุทธิ์ เธอมีผิวขาวนวลผมทรงทวินเทลดำอ่อนๆ นัยตาสีดำเข้มดูสดใส สวมชุดฟอร์มโรงเรียนเสื่อขาวกระโปรงกรมท่าติดโบว์สีดำบนเสื่อ
เธอมองอลิซหรือเด็กสาวผมทวินเทลทองในชุดนอนสีชมพูก่อนจะถอนหายใจทีหนึ่ง เดินมาเขย่าะเบาๆอย่างอ่อนโยนปลุกเด็กสาวเธอที่หลับอยู่
“อลิซตื่นได้แล้ว วันนี้ต้องไปโรงเรียนนะ”
เด็กสาวที่หลับบนโต๊ะรู้สึกตัวก่อนหันหน้าไปพูดพร้อมชูมือขึ้นว่า
“ขออีก......ห้านาที~”
“อีกนาทีเดียวก็ไม่ได้! ตื้นมาเดียวนี้!”
เด็กสาวผมทวินเทลดำปฎิเสธคำขออลิสทันที เป็อย่างนี้ทุกเช้าที่เธอจะต้องมาปลุกคู่หูเธอไปโรงเรียนแล้วก็มีวิธีปลุกประจำอยู่หลายแบบ เธอตัดสินใจใช้วิธีนุ่มนวล เธอเข้าไปกระซิบข้างหูเบาๆว่า
“แต่ตอนนี้กำลังฉายอนิเมะที่เธอติดอยู่น๊า~”
“!!!”
อลิซตื่นตาโตลุกขึ้นมาทันที นี้เป็หนึ่งในวิธีการที่ใช้ปลุกที่เด็กสาวผมทวินเทวดำใช้ประจำ อลิสติดการ์ตูนอย่างมาก ถ้าเป็เื่การ์ตูนแล้วเธอยอมแหกขี้ตาตื้นมาดูแต่เช้า
“ตื่นสักที”
“นี้~ ไม่ได้โกหกกันน่า~ เมเปิ้ล”
อลิซหรือสาวน้อยผู้มีใบหน้าดูเฉลียวฉลาดจ้องมาด้วยนัยตาสีแดงสดดูงดงามถามเมเปิ้ลหรือเด็กสาวผมทรงทวินเทลสีดำอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไร พออลิซมองตากลมดิกอย่างกับหมาน้อยน่ารักทำเอาเมเปิ้ลอดยิ้มไม่ได้
“ไม่ได้โกหกหรอก ที่จริงเธอน่าจะจำได้แม่นที่สุดเลยไม่ใช้หรือ?”
“อืม มันก็จริง”
เมเปิ้ลชี้ไปหาอลิซที่ขำและเขินเล็กน้อยก่อนจะพาอลิซเข้าห้องน้ำไปทำกิจวัตรประจำวันเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน
““อิ่มแล้วค่า””
หลังจากที่ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จพวกเธอก็ลงมาทานข้าวเช้า วันนี้ข้าวต้มหมูสูตรคุณแม่ของพวกเธอพร้อมดูการ์ตูนรอบเช้าไปด้วย
หลังทานเสร็จอลิซนั่งเก้าอี้กำลังยิ้มสนุกโดยมีเมเปิ้ลยืนอยู่ข้างหลังกำลังมัดผมให้ด้วยหนังยางใหม่แทนที่ขาดระหว่างทานข้าวเมื่อเช้า แม่ทั้งสองเดินมาเก็บโต๊ะก่อนจะเตือนทั้งสองให้ไปโรงเรียน
“รีบไปเถอะ วันนี้วันจันทร์ด้วยรถติดนะ เดี๋ยวจะไม่ทัน”
““ค่า””
พวกเธอตอบกลับพอดีที่เมเปิ้ลมัดผมเสร็จ ตอนนี้อลิสก็อยู่ในชุดนักเรียนเหมือนกับเมเปิ้ล เมเปิ้บมองไปรอบห้องก่อนจะถามแม่
“ว่าแต่พ่อละคะไปไหนไม่เห็นแต่เช้าเลย”
ปกติพวกเธอทั้งสี่คนจะมานั่งกินข้าวกันในตอนเช้าแล้วออกไปพร้อมกันถึงจะไปคนละทางก็ตาม การนั่งกินอาหารยามเช้าพร้อมกันเป็หนึ่งความสุขหนึ่งอย่างประจำวันของครอบครัว
“พ่อออกไปทำงานแต่เช้านะเห็นว่าทางการเข้าเรียกตัวด่วนแต่เช้าเลยนะคงมีเื่เกิดขึ้นนะ”
พ่อของพวกเธอเป็เ้าหน้าที่ราชการด้านความปลอดภัยของเขต C ทั้งหมด 24 เขต และ เขต C-14 คือ เขตที่พวกเธออาศัยอยู่ตอนนี้ ทำให้เวลาเกิดเื่ทีไรพ่อของเธอต้องโดนเรียกตัวไปเป็ประจำ
“ถ้าคุณพ่อออกไปเองเดี่ยวก็เสร็จแล้วละ คุณพ่อเก่งจะตาย”
“นั้นสินะ”
เมเปิ้ลเองก็เห็นด้วยกับอลิซบอก แต่ว่าเวลาพ่อไปด่วนแต่เช้าอย่างนี้ทีไรมักจะมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นทุกที
หลังจากนั้นพวกเธอก็โดนแม่บอกให้รีบขึ้นรถเมล์ไปเรียนได้แล้ว
“ไง รถติดอย่างนี้!”
“ไม่ขยับเลยน่า~”
หลังจากนั่งรถเมล์มาได้สักพักรถติดไม่ขยับมาได้เกือบจะชั่วโมงแล้ว เมเปิ้ลบ่นอารมณ์เสียในขนะที่อลิสท้าวคางทำใจ ถนนรถติดประจำเป็เื่ปกติใน่เร่งด่วนตอนเช้า แต่พวกเธอแต่ก็อดบ่นไม่ได้อยู่ดีกับปัญหาท้องถนนที่แก้ไงก็ไม่หาย
อลิซที่นั่งท้าวคางอยู่นึกไอเดียดีๆได้แล้วหันไปมองเมเปิ้ลอย่างจริงจังบอกว่า
“โดดเรียนเถอะ!”
“ไม่ได้!”
“นั้นสิน่า~”
อลิซว่างั้นก่อนหันกลับไป เธอกะแล้วเมเปิ้ลต้องตอบแบบนี้แต่ก็อยากลองดู
ที่จริงวันนี้แค่ไปร่วมพิธีปิดเทอมต้น่ฤดูร้อนของโรงเรียนเท่านั้น แถมมีแค่ครึ่งเช้าพอบ่ายก็ปลอยให้กลับแล้ว เรียนก็เสร็จ งานก็ส่งครบ สอบก็เรียบร้อย ไม่เห็นจำเป็ต้องไปร่วมพิธีก็ได้ อลิซเหล่มองเมเปิ้ลอย่างมีหวัง
“ไม่ได้”
“ยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”
“ไม่ต้องบอกก็รู้คิดอะไรหมดแล้วนั้น…หน้านี้มันฟ้องมาหมด”
เมเปิ้ลหันมายิ้มให้ก่อนเอานิ้วจิ้มแก้มเบาๆ อลิซได้แต่ทำเสียง อือ~ แก้เขิด
ในสายตาของอลิซ เมเปิ้ลเป็คนที่ดูใสสื่อบริสุทธิ์ จริงจังกับงานแต่ก็เอ๋อๆประจำ เื่อื่นๆทั่วไปเมเปิ้ลไม่ค่อยจะรู้เื่และตามาไม่ทัน แต่ว่าเป็ถ้าเื่ของเธอเมเปิ้ลรู้ตามเธอทันได้เสมอ
อลิซเห็นว่าในเมื่อรู้ว่าคิดอะไรเลยกล่อมให้ได้ไปเลยละกัน
“แต่ไหนๆ ก็รถติดแล้วโดดไปที่นั้นเลยไม่ได้เหรอ? วันนี้หลายคนเข้าก็ไม่ไปร่วมพิธีกันเยอะนะ”
“ไม่ได้ วันนี้มีพิธีปิดเราเป็นักเรียนต้องไปร่วมสิ คนอื่นเข้าจะไม่ไปก็เื่ของเขา”
“โอเคๆ เข้าใจแล้วจ้า ยอมแพ้แล้วเพราะงั้นไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้แล้ว”
อลิซที่ยอมแพ้ขอร้องเมเปิ้ลเลิกจองหน้าอย่างใกล้ชิด ใบหน้าที่จริงจังของเมเปิ้ลทำเอาเธอกลัวเหมือนกัน
พอเมเปิ้ลได้ฟังอย่างนั้นก็กลับมายิ้มถอยมานั่งเหมือนเดิม
เมเปิ้ลมองอลิสทำหน้าเศร้าง่อยไปพรางมองออกไปหน้าต่าง พอมองทิศทางก็พอจะเดาได้ว่าอยากจะไปที่ไหน
โรงพยาบาลร้าง ที่นี้เคยเป็ที่รักษาคนทั่วไปด้วยราคากันเองไม่แพงมากแถมรักษาดีจนเป็ที่รู้จักไปทั่วเรียกได้ว่าเป็โรงพยาบาลในฝันใครหลายๆคน
แต่ก็ต้องปิดตัวลงเพราะ ความจริงแล้วฉากหลังคือ ที่ทำการวิจัยผิดกฎหมายทางทหาร โดยใช้คนไข่ที่มารักษามาเป็หนูทดลองต่างๆ และมีผู้เสียชีวิตจากการวิจัยนี้เกิน10 กว่าราย ก่อนที่เื่แดงรัฐบาลได้สั่งปิดไปโดยให้เื่เงียบที่สุดถึงจะไม่มีประโยชน์ก็ตาม
เื่รายละเอียดเธอไม่รู้ แต่อลิสกับรู้เื่นี้จากที่เขียนโพสกันในเน็ต พอไปถามพ่อเพื่อจะรู้อะไรบางกลับกายเป็ว่าพ่อเป็คนสั่งปิดโรงพยาบาลเองสะงั้น
พออลิสรู้งั้นก็ถามใหญ่เลย แต่พ่อก็ไม่ยอมบอกอะไรเลยแถมบอกไม่ให้ไปยุ่งอีก แทนที่อลิสจะหยุดดันไปกระตุ้นสนใจเื่มากกว่า “พ่อไม่ยอมบอก งั้นไปหาเองก็ได้” พอว่างั้นก็จะไปในทันที โชคดีที่เป็่สอบเลยห้ามไว้ได้ แต่นี้ก็สอบเสร็จแล้วคงทนต่อไม่ไว้
“ไว้เรียนเสร็จค่อยไปก็ได้”
“จริงนะ”
“อืม จริงสิ”
“เมเปิ้ล รักตัวเองที่สุดเลย”
อลิสเข้ามากอดเมเปิ้ลยิ้มใหญ่พรางเอาแก้วมาถูเธอจนหน้าแดงเขินอายแต่ก็ไม่ขัดขืนแต่อย่างใด เห็นทำหน้าเศร้าที่ไรก็อดสงสารไม่ได้
เมเปิ้ลคิดว่าถึงไปที่นั้นคงไม่มีอะไรเพราะบ่านี้คงโดนเก็บกวาดไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นอลิสก็ยังอยากไปอยู่ดี เพื่อหาอดีตของเธอที่หายไป
อลิซเสียความทรงจำไปเมื่อหลายปีก่อน เธอเข้าไปพัวพันกับคดีที่พ่อสืบพอดีพอไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็ใครพ่อเลยของรับมาเป็ลูกอยู่ด้วยกันที่บ้าน
เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ เกิดเหตุการณ์ผู้คนศูนย์เสียความทรงจำพร้อมกันทั่วโลกเป็จำนวนมากพวกเขาตั้งชื่อให้เหตุการณ์นั้นว่า Colorless memories หรือ ‘ความทรงจำไร้สี’
เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันโดยไม่ทราบสาเหตุและสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก
โดยอาการเสียความทรงจำมีกันหลายแบบหลายกรณี โดยจะแบ่งเป็ใหญ่ๆได้ 2 อย่างคือ
1.เสีย่เวลา คือ เสียความทรงจำใน่เวลาใดเวลาหนึ่ง มีั้แ่ เสียความจำแค่ชั่วโมงเดียวหรือหมายถึง หนึ่งชั่วที่ผ่านมานี้ทำอะไร ที่ไหนอย่างไร จำไม่ได้ตลอดหนึ่งชั่วโมง หรือเสียความจำเป็ปีหรือหมายถึง หนึ่งปีนี้ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จำอะไรไม่ได้ตลอดทั้งปี
2.เสียเฉพาะส่วน คือ เสียความจำเฉพาะเื่ในเื่หนึ่ง มีทั้งเื่เล็กอย่างจำไม่ได้อย่าง ผูกเชือกรองเท้ายังไง ขี่จักยานยังไง หวีผมแต่งหน้าหรือว่ายน้ำไม่เป็ หรือเสียความจำอย่างหนัก จำวิธีใช้มือถือหรือคอมไม่ได้ จำวิธีทำอาหารไม่ได้ ขับรถไม่เป็ อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ก็มี
พวกหมอและดร. ต่างพยายามหาสาเหตุและวิธีรักษาอาการป่วยนี้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่เจอทางแก้รักษาก็ไม่มีเช่นกัน อาการเสียความทรงที่ผู้ป่วยจะโดนนั้นไม่สามารถคาดคะเนได้หรือแทบจะสุ่มกันเลยก็ว่าได้ ทางการแพทย์ได้เรียกอาการของผู้ป่ายเหล่านี้ว่า Lost
ซึ่งต่อมา Lost กลายเป็คำแทบผู้ที่เสียความจำไปโดยปริยาย
ตัวเมเปิ้ลเองก็หนึ่งผู้เสียความทรงจำหรือ Lost ของเธอจำเื่ที่เกิดขึ้นในอาทิตย์หนึ่งไม่ได้
อลิซก็เหมือนกันผู้เสียความจำหรือ Lost แต่อลิซนั้นเป็หนึ่งในเคสหนักสุด เพราะของเธอเสียความจำทั้งหมดก่อนจะได้เจอกับเมเปิ้ล
พวกเธอเจอกันครั้งแรกที่ซากอาคารแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุผลบางอย่างที่พวกเธอไม่รู้เพราะเป็่เสียความจำพอดี หลังที่พ่อพยายามหาคนในครอบครัวแต่ก็ไม่เจอ เลยตัดสินใจให้มาอยู่กันเป็ครอบครัวเดียวซึ่งเมเปิ้ลดีใจที่พ่อทำงั้น
หลังจากนั้นเมเปิ้ลคิดอะไรเรื่อยเปื่อย รถเมล์ก็ออกตัวเดินทางต่อเสียทีแม้ว่าทั้งสองถึงโรงเรียนเกือบสายก็ตาม
หลังจากพิธีปิดเทอมต้นจบในยามบ่ายที่หอประชุม เหล่าครูทั้งหลายก็ปล่อยให้เหล่านักเรียนทุกชั้นกลับกันได้ นักเรียนทั้งหลายที่ต่างวางแผนไปทำกัน ทั้งไปเที่ยวห้างบ้าง เล่นเกมที่ร้านก็ดี หรือกลับบ้านไปทำธุระต่อ นักเรียนต่างคนต่างมีแผนแล้ว
ซึ่งตรงแถว ม.1 มีกลุ่มหนึ่งที่วางแผนต่างไปจากกลุ่มอื่น นั้นก็คือกลุ่มของอลิสและเมเปิ้ล
“นี้ๆ จะไปที่นั้นจริงเหรอ?”
“ใช้แล้วล่ะ”
“อย่าไปเลยมันอันตรายน่ะ!”
อลิสโดนเพื่อนห้ามไม่ให้ไปแต่เธอก็คงไปอยู่ดี คนที่ถามอย่างสงสัยคือ ฟาร์ม เด็กสาวผิวคล่ำผมสั้นสีน้ำตาลเป็คนร่าเริงชอบเล่นกีฬามาก ส่วนคนที่พยายามห้ามชื่อ ลี เด็กสาวผิวขาวผมดำมัดรวบเก็บหลังไว้เป็คนค่อนข้างเงียบๆชอบอ่านหนังสือนิยาย ทั้งสองเป็เพื่อนสนิทของพวกเธอั้แ่ขึ้น ม.1 เวลาทำงานหรือกิจกรรมไรพวกเธอก็ทำด้วยกันสี่คนเสมอ
“เมเปิ้ลก็ช่วยห้ามอลิสหน่อยสิ ฟาร์มก็ด้วย”
“ห้ามแล้ว ลี ถ้าไม่ห้ามคงไปกันั้แ่เช้าแล้วละคงไม่ได้มาเรียนอย่างนี้หรอก”
“คงจะจริง ลีทำใจเถอะ”
ฟาร์มตบไหลลีเบาๆแล้วยิ้มให้เหมือนบอกให้ยอมแพ้ เมเปิ้ลก็ทำหน้าเช่นเดียวกัน เมื่อลีเห็นเลยได้แต่ถอนหายใจคอตกยอมรับเท่านั้น ในขณะอลิสทำท่ายืนอย่างมีชัย
เป็เื่ปกติ ถ้าอลิสตัดสินใจแล้วการจะเปลี่ยนมันยากทั้งสามรู้ดี เลยทำใจจนชิดแล้ว
“ว่าแต่ได้ยินข่าวเื่ ไซบัค กันหรือยัง”
ฟาร์มเริ่มเปิดประเด็นข่าวขึ้นมา ลีจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่ข่าว
“ยังไม่ได้ยินข่าว ไซบัคทำไมเหรอ”
“ในข่าวบอกว่าสงสัยพบ ไซบัค มาอยู่ใกล้ๆที่ผู้คนอาศัยในเขต B ด้วย!”
“ว้าย น่ากลัวจัง…หวังว่าคงไม่มีใครเป็ไรนะ”
“สบายใจได้ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”
“อืม…หวังว่าคงไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นนะ”
“นั่นสิ…”
ฟาร์มพยักหน้ายิ้มรับเห็นด้วยลีที่หน้าเศร้าลงนิดหน่อย ทั้งคู่ได้แต่ภาวนาไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย
(ไซบัค…หรือ…)
พอเมเปิ้ลได้ฟังข่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย แล้วเริ่มนึกถึงเื่ที่ครูเล่าสอนในห้องเรียนให้ฟัง
เมื่อ 300 ปีก่อน หลังจากยุคล้มสลายของมนุษยาชาติ มนุษย์ที่เหลือรอดได้พยายามสร้างอารยะธรรมขึ้นอีกครั้งจากเถ่าถ่าน ต่อมาได้ค้นพบแหล่งพลังงานใหม่ที่เรียกว่าออโรร่าคริสตัล
ออโรร่าคริสตัลมีลักษณะหินคริสตัลสีเขียวมรกต เป็แหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์ที่มนุษย์ไฝ่ฝันกันั้แ่ในอดีต และด้วยหินคริสตัลนี้ทำให้มนุษยาชาติพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาได้อีกครั้ง
ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีจนกระทั่ง 20 ปีก่อน
มนุษย์ได้ถูกสิ่งมีชีวิตจักรเข้าจู่โจม พวกเราตั้งชื่อมันว่า ไซบัค พวกมันเข้ามาทำร้ายผู้คนไปทั่วสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์เป็อย่างมาก ไซบัคเป็สิ่งมีชีวิตเครื่องจักรที่รูปร่างแต่ละตัวจะไม่เหมือนกันโดยจะมีรูปร่างเหมือน สัตว์หรือสัตว์ทะเล แมลง ต้นไม้พืชพันธุ์ และ อื่นๆอีกมากมายที่มีชีวิตหรือเคยมีชีวิตในประวัติศาสตร์มาก่อนในรูปเครื่องจักรมีชีวิต
ได้สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนเป็อย่างมาก พวกมันมีพละกำลังและความเร็วที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก ทำให้ไม่สามารถต้านทานได้จนค่อยๆเสียพื้นที่ไปเกือบ 50% ของพื้นที่ ทำให้ไซบัคกลายเป็ศัตรูอันดับหนึ่งของมนุษยาชาติ
และเหมือน 5 ปีก่อนหลังจากเหตุการณ์สูญเสียความทรงจำได้เกิดาครั้งใหญ่สุดที่ตัดสินอนาคตกันระหว่าง มนุษย์และไซบัคหรือที่เรียกกันว่ามหาา ซึ้งมนุษย์เป็ฝ่ายมีชัยไป
หลังจบาสิ่งที่เหลืออยู่คือ ปาดแผลและความเสียหายให้กับมนุษยาชาติ จำเป็ต้องทำการฟื้นฟูเป็การใหญ่
ส่วนไซบัค ที่พ่ายก็ถอยล้นกลับไปหรือไม่ก็กบดานหลบซ่อนตัวรอเวลาที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พวกมันยังคงออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้งและยังคงสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนอยู่เรื่อยมาจนทุกวันนี้
“เมเปิ้ลพวกเราจะไปกันแล้วนะ”
“เอ๊ะ อะอืม…”
“….คิดถึงเื่ไซบัคอยู่เหรอ”
อลิซที่ไม่รู้นั่งยองๆตอนไหนเท้าคางเงยหน้ายิ้มให้เมเปิ้ล
“รู้ได้ไง?”
“รู้สิ ก็ก้มหน้าคิดมากขนาดนี้ หน้าบอกหมดแล้ว”
นิสัยเสียที่ชอบก้มหน้าคิดเื่อะไรสักอย่าง อลิซก็รู้ดี
“เอาคืนหรือ?”
“ก็ประมาณนั้น ก็เื่ใช้หัวดูไม่เหมาะกับเธอเท่าไร”
“ว่าไงน๊า”
พอเห็นอลิสพูดยิ้มสะใจ เธอเลยเกิดหมั่นไส้เข้าหยิกแก้มอลิสทั้งสองข้างเล่นอย่างมันมือ อลิสร้อง ‘เจ็บๆยอมแล้วๆ’ แต่เมเปิ้ลก็ไม่หยุดพอส่งสายตาขอความช่วยเหลือเพื่อนทั้งสอง ก็ได้เห็นแต่ฟาร์มกับลีกำลังหัวเราะยืนดู โดยเฉพาะฟาร์มดูหัวเราะสะใจเป็พิเศษ