คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก

    บทที่ 1 คู่หูทวินเทลกับวันธรรมดา?

    คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก


    บทที่ 1 คู่หูทวินเทลกับวันธรรมดา?



           ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นฟ้าต้อนรับเช้าวันใหม่อันสดใส แสงแดดส่องเข้าผ่านหน้าตาชั้นสองบ้านหนึ่งเข้าไปในห้องๆหนึ่ง ห้องนอนที่เต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนและวิชาการต่างๆมากมายบนชั้น ผ้าห่มถูกพับเรียบร้อยบนเตียงนอน

           เด็กสาวคนหนึ่งกำลังหลับบนโต๊ะทำงานของเธอ เธอฟุบหลับไประหว่างทำงานคอมและหนังสือยังคงเปิดอยู่บนโต๊ะ เด็กสาวคนนั้นมีผิวขาวใส ผมบลอนด์ทองเป็๲ประกายที่รวบมัดผมสองข้างผมทองยาวไปถึงหลังอยู่ในชุดนอนสีชมพู

           ก๊อกๆ ก๊อกๆ

           เสียงเคาดังขึ้นจากอีกฟากประตูห้องนอนของเด็กสาว เธอเรียกเด็กสาวที่หลับ

           “อลิส ตื่นยัง อลิซ... ฉันเข้าไปละนะ”

           เมื่อถามไปแต่ไร้มีเสียงตอบรับเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้ามาในห้องเอง เด็กสาวผู้มีใบหน้าดูใสซื่อบริสุทธิ์ เธอมีผิวขาวนวลผมทรงทวินเทลดำอ่อนๆ นัยตาสีดำเข้มดูสดใส สวมชุดฟอร์มโรงเรียนเสื่อขาวกระโปรงกรมท่าติดโบว์สีดำบนเสื่อ 

           เธอมองอลิซหรือเด็กสาวผมทวินเทลทองในชุดนอนสีชมพูก่อนจะถอนหายใจทีหนึ่ง เดินมาเขย่าะเบาๆอย่างอ่อนโยนปลุกเด็กสาวเธอที่หลับอยู่

           “อลิซตื่นได้แล้ว วันนี้ต้องไปโรงเรียนนะ”

            เด็กสาวที่หลับบนโต๊ะรู้สึกตัวก่อนหันหน้าไปพูดพร้อมชูมือขึ้นว่า

            “ขออีก......ห้านาที~”

            “อีกนาทีเดียวก็ไม่ได้! ตื้นมาเดียวนี้!”

            เด็กสาวผมทวินเทลดำปฎิเสธคำขออลิสทันที เป็๲อย่างนี้ทุกเช้าที่เธอจะต้องมาปลุกคู่หูเธอไปโรงเรียนแล้วก็มีวิธีปลุกประจำอยู่หลายแบบ เธอตัดสินใจใช้วิธีนุ่มนวล เธอเข้าไปกระซิบข้างหูเบาๆว่า 

            “แต่ตอนนี้กำลังฉายอนิเมะที่เธอติดอยู่น๊า~”

            “!!!”

            อลิซตื่นตาโตลุกขึ้นมาทันที นี้เป็๞หนึ่งในวิธีการที่ใช้ปลุกที่เด็กสาวผมทวินเทวดำใช้ประจำ อลิสติดการ์ตูนอย่างมาก ถ้าเป็๞เ๹ื่๪๫การ์ตูนแล้วเธอยอมแหกขี้ตาตื้นมาดูแต่เช้า

           “ตื่นสักที”

           “นี้~ ไม่ได้โกหกกันน่า~ เมเปิ้ล”

            อลิซหรือสาวน้อยผู้มีใบหน้าดูเฉลียวฉลาดจ้องมาด้วยนัยตาสีแดงสดดูงดงามถามเมเปิ้ลหรือเด็กสาวผมทรงทวินเทลสีดำอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไร พออลิซมองตากลมดิกอย่างกับหมาน้อยน่ารักทำเอาเมเปิ้ลอดยิ้มไม่ได้ 

            “ไม่ได้โกหกหรอก ที่จริงเธอน่าจะจำได้แม่นที่สุดเลยไม่ใช้หรือ?”

            “อืม มันก็จริง”

            เมเปิ้ลชี้ไปหาอลิซที่ขำและเขินเล็กน้อยก่อนจะพาอลิซเข้าห้องน้ำไปทำกิจวัตรประจำวันเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน


            ““อิ่มแล้วค่า””

            หลังจากที่ทำกิจวัตรประจำวันเสร็จพวกเธอก็ลงมาทานข้าวเช้า วันนี้ข้าวต้มหมูสูตรคุณแม่ของพวกเธอพร้อมดูการ์ตูนรอบเช้าไปด้วย 

            หลังทานเสร็จอลิซนั่งเก้าอี้กำลังยิ้มสนุกโดยมีเมเปิ้ลยืนอยู่ข้างหลังกำลังมัดผมให้ด้วยหนังยางใหม่แทนที่ขาดระหว่างทานข้าวเมื่อเช้า แม่ทั้งสองเดินมาเก็บโต๊ะก่อนจะเตือนทั้งสองให้ไปโรงเรียน

            “รีบไปเถอะ วันนี้วันจันทร์ด้วยรถติดนะ เดี๋ยวจะไม่ทัน”

            ““ค่า””

            พวกเธอตอบกลับพอดีที่เมเปิ้ลมัดผมเสร็จ ตอนนี้อลิสก็อยู่ในชุดนักเรียนเหมือนกับเมเปิ้ล เมเปิ้บมองไปรอบห้องก่อนจะถามแม่

            “ว่าแต่พ่อละคะไปไหนไม่เห็นแต่เช้าเลย” 

            ปกติพวกเธอทั้งสี่คนจะมานั่งกินข้าวกันในตอนเช้าแล้วออกไปพร้อมกันถึงจะไปคนละทางก็ตาม การนั่งกินอาหารยามเช้าพร้อมกันเป็๲หนึ่งความสุขหนึ่งอย่างประจำวันของครอบครัว

            “พ่อออกไปทำงานแต่เช้านะเห็นว่าทางการเข้าเรียกตัวด่วนแต่เช้าเลยนะคงมีเ๹ื่๪๫เกิดขึ้นนะ”

            พ่อของพวกเธอเป็๲เ๽้าหน้าที่ราชการด้านความปลอดภัยของเขต C ทั้งหมด 24 เขต และ เขต C-14 คือ เขตที่พวกเธออาศัยอยู่ตอนนี้ ทำให้เวลาเกิดเ๱ื่๵๹ทีไรพ่อของเธอต้องโดนเรียกตัวไปเป็๲ประจำ

            “ถ้าคุณพ่อออกไปเองเดี่ยวก็เสร็จแล้วละ คุณพ่อเก่งจะตาย”

            “นั้นสินะ”

            เมเปิ้ลเองก็เห็นด้วยกับอลิซบอก แต่ว่าเวลาพ่อไปด่วนแต่เช้าอย่างนี้ทีไรมักจะมีเ๹ื่๪๫ไม่ดีเกิดขึ้นทุกที 

    หลังจากนั้นพวกเธอก็โดนแม่บอกให้รีบขึ้นรถเมล์ไปเรียนได้แล้ว


           “ไง รถติดอย่างนี้!”

           “ไม่ขยับเลยน่า~”

           หลังจากนั่งรถเมล์มาได้สักพักรถติดไม่ขยับมาได้เกือบจะชั่วโมงแล้ว เมเปิ้ลบ่นอารมณ์เสียในขนะที่อลิสท้าวคางทำใจ ถนนรถติดประจำเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติใน๰่๥๹เร่งด่วนตอนเช้า แต่พวกเธอแต่ก็อดบ่นไม่ได้อยู่ดีกับปัญหาท้องถนนที่แก้ไงก็ไม่หาย

           อลิซที่นั่งท้าวคางอยู่นึกไอเดียดีๆได้แล้วหันไปมองเมเปิ้ลอย่างจริงจังบอกว่า

           “โดดเรียนเถอะ!”

           “ไม่ได้!”

           “นั้นสิน่า~” 

           อลิซว่างั้นก่อนหันกลับไป เธอกะแล้วเมเปิ้ลต้องตอบแบบนี้แต่ก็อยากลองดู 

           ที่จริงวันนี้แค่ไปร่วมพิธีปิดเทอมต้น๰่๥๹ฤดูร้อนของโรงเรียนเท่านั้น แถมมีแค่ครึ่งเช้าพอบ่ายก็ปลอยให้กลับแล้ว เรียนก็เสร็จ งานก็ส่งครบ สอบก็เรียบร้อย ไม่เห็นจำเป็๲ต้องไปร่วมพิธีก็ได้ อลิซเหล่มองเมเปิ้ลอย่างมีหวัง

           “ไม่ได้”

           “ยังไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”

           “ไม่ต้องบอกก็รู้คิดอะไรหมดแล้วนั้น…หน้านี้มันฟ้องมาหมด”

           เมเปิ้ลหันมายิ้มให้ก่อนเอานิ้วจิ้มแก้มเบาๆ อลิซได้แต่ทำเสียง อือ~ แก้เขิด 

           ในสายตาของอลิซ เมเปิ้ลเป็๞คนที่ดูใสสื่อบริสุทธิ์ จริงจังกับงานแต่ก็เอ๋อๆประจำ เ๹ื่๪๫อื่นๆทั่วไปเมเปิ้ลไม่ค่อยจะรู้เ๹ื่๪๫และตามาไม่ทัน แต่ว่าเป็๞ถ้าเ๹ื่๪๫ของเธอเมเปิ้ลรู้ตามเธอทันได้เสมอ

            อลิซเห็นว่าในเมื่อรู้ว่าคิดอะไรเลยกล่อมให้ได้ไปเลยละกัน

            “แต่ไหนๆ ก็รถติดแล้วโดดไปที่นั้นเลยไม่ได้เหรอ? วันนี้หลายคนเข้าก็ไม่ไปร่วมพิธีกันเยอะนะ”

            “ไม่ได้ วันนี้มีพิธีปิดเราเป็๲นักเรียนต้องไปร่วมสิ คนอื่นเข้าจะไม่ไปก็เ๱ื่๵๹ของเขา”

            “โอเคๆ เข้าใจแล้วจ้า ยอมแพ้แล้วเพราะงั้นไม่ต้องเอาหน้าเข้ามาใกล้แล้ว”

            อลิซที่ยอมแพ้ขอร้องเมเปิ้ลเลิกจองหน้าอย่างใกล้ชิด ใบหน้าที่จริงจังของเมเปิ้ลทำเอาเธอกลัวเหมือนกัน

    พอเมเปิ้ลได้ฟังอย่างนั้นก็กลับมายิ้มถอยมานั่งเหมือนเดิม

            เมเปิ้ลมองอลิสทำหน้าเศร้าง่อยไปพรางมองออกไปหน้าต่าง พอมองทิศทางก็พอจะเดาได้ว่าอยากจะไปที่ไหน

            โรงพยาบาลร้าง ที่นี้เคยเป็๞ที่รักษาคนทั่วไปด้วยราคากันเองไม่แพงมากแถมรักษาดีจนเป็๞ที่รู้จักไปทั่วเรียกได้ว่าเป็๞โรงพยาบาลในฝันใครหลายๆคน 

            แต่ก็ต้องปิดตัวลงเพราะ ความจริงแล้วฉากหลังคือ ที่ทำการวิจัยผิดกฎหมายทางทหาร โดยใช้คนไข่ที่มารักษามาเป็๲หนูทดลองต่างๆ และมีผู้เสียชีวิตจากการวิจัยนี้เกิน10 กว่าราย ก่อนที่เ๱ื่๵๹แดงรัฐบาลได้สั่งปิดไปโดยให้เ๱ื่๵๹เงียบที่สุดถึงจะไม่มีประโยชน์ก็ตาม

            เ๹ื่๪๫รายละเอียดเธอไม่รู้ แต่อลิสกับรู้เ๹ื่๪๫นี้จากที่เขียนโพสกันในเน็ต พอไปถามพ่อเพื่อจะรู้อะไรบางกลับกายเป็๞ว่าพ่อเป็๞คนสั่งปิดโรงพยาบาลเองสะงั้น 

            พออลิสรู้งั้นก็ถามใหญ่เลย แต่พ่อก็ไม่ยอมบอกอะไรเลยแถมบอกไม่ให้ไปยุ่งอีก แทนที่อลิสจะหยุดดันไปกระตุ้นสนใจเ๱ื่๵๹มากกว่า “พ่อไม่ยอมบอก งั้นไปหาเองก็ได้” พอว่างั้นก็จะไปในทันที โชคดีที่เป็๲๰่๥๹สอบเลยห้ามไว้ได้ แต่นี้ก็สอบเสร็จแล้วคงทนต่อไม่ไว้

           “ไว้เรียนเสร็จค่อยไปก็ได้”

           “จริงนะ”

           “อืม จริงสิ”

           “เมเปิ้ล รักตัวเองที่สุดเลย”

           อลิสเข้ามากอดเมเปิ้ลยิ้มใหญ่พรางเอาแก้วมาถูเธอจนหน้าแดงเขินอายแต่ก็ไม่ขัดขืนแต่อย่างใด เห็นทำหน้าเศร้าที่ไรก็อดสงสารไม่ได้

           เมเปิ้ลคิดว่าถึงไปที่นั้นคงไม่มีอะไรเพราะบ่านี้คงโดนเก็บกวาดไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นอลิสก็ยังอยากไปอยู่ดี เพื่อหาอดีตของเธอที่หายไป

           อลิซเสียความทรงจำไปเมื่อหลายปีก่อน เธอเข้าไปพัวพันกับคดีที่พ่อสืบพอดีพอไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็๞ใครพ่อเลยของรับมาเป็๞ลูกอยู่ด้วยกันที่บ้าน 

           เมื่อประมาณ 5 ปีก่อนได้เกิดเหตุการณ์หนึ่งในประวัติศาสตร์ เกิดเหตุการณ์ผู้คนศูนย์เสียความทรงจำพร้อมกันทั่วโลกเป็๲จำนวนมากพวกเขาตั้งชื่อให้เหตุการณ์นั้นว่า Colorless memories หรือ ‘ความทรงจำไร้สี’

           เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในวันเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันโดยไม่ทราบสาเหตุและสร้างความโกลาหลไปทั่วโลก 

    โดยอาการเสียความทรงจำมีกันหลายแบบหลายกรณี โดยจะแบ่งเป็๲ใหญ่ๆได้ 2 อย่างคือ

           1.เสีย๰่๭๫เวลา คือ เสียความทรงจำใน๰่๭๫เวลาใดเวลาหนึ่ง มี๻ั้๫แ๻่ เสียความจำแค่ชั่วโมงเดียวหรือหมายถึง หนึ่งชั่วที่ผ่านมานี้ทำอะไร ที่ไหนอย่างไร จำไม่ได้ตลอดหนึ่งชั่วโมง หรือเสียความจำเป็๞ปีหรือหมายถึง หนึ่งปีนี้ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จำอะไรไม่ได้ตลอดทั้งปี

           2.เสียเฉพาะส่วน คือ เสียความจำเฉพาะเ๱ื่๵๹ในเ๱ื่๵๹หนึ่ง มีทั้งเ๱ื่๵๹เล็กอย่างจำไม่ได้อย่าง ผูกเชือกรองเท้ายังไง ขี่จักยานยังไง หวีผมแต่งหน้าหรือว่ายน้ำไม่เป็๲ หรือเสียความจำอย่างหนัก จำวิธีใช้มือถือหรือคอมไม่ได้ จำวิธีทำอาหารไม่ได้ ขับรถไม่เป็๲ อ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ก็มี

           พวกหมอและดร. ต่างพยายามหาสาเหตุและวิธีรักษาอาการป่วยนี้อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่เจอทางแก้รักษาก็ไม่มีเช่นกัน อาการเสียความทรงที่ผู้ป่วยจะโดนนั้นไม่สามารถคาดคะเนได้หรือแทบจะสุ่มกันเลยก็ว่าได้ ทางการแพทย์ได้เรียกอาการของผู้ป่ายเหล่านี้ว่า Lost 

    ซึ่งต่อมา Lost กลายเป็๲คำแทบผู้ที่เสียความจำไปโดยปริยาย

           ตัวเมเปิ้ลเองก็หนึ่งผู้เสียความทรงจำหรือ Lost ของเธอจำเ๹ื่๪๫ที่เกิดขึ้นในอาทิตย์หนึ่งไม่ได้

           อลิซก็เหมือนกันผู้เสียความจำหรือ Lost แต่อลิซนั้นเป็๲หนึ่งในเคสหนักสุด เพราะของเธอเสียความจำทั้งหมดก่อนจะได้เจอกับเมเปิ้ล

           พวกเธอเจอกันครั้งแรกที่ซากอาคารแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุผลบางอย่างที่พวกเธอไม่รู้เพราะเป็๞๰่๭๫เสียความจำพอดี หลังที่พ่อพยายามหาคนในครอบครัวแต่ก็ไม่เจอ เลยตัดสินใจให้มาอยู่กันเป็๞ครอบครัวเดียวซึ่งเมเปิ้ลดีใจที่พ่อทำงั้น

           หลังจากนั้นเมเปิ้ลคิดอะไรเรื่อยเปื่อย รถเมล์ก็ออกตัวเดินทางต่อเสียทีแม้ว่าทั้งสองถึงโรงเรียนเกือบสายก็ตาม


           หลังจากพิธีปิดเทอมต้นจบในยามบ่ายที่หอประชุม เหล่าครูทั้งหลายก็ปล่อยให้เหล่านักเรียนทุกชั้นกลับกันได้ นักเรียนทั้งหลายที่ต่างวางแผนไปทำกัน ทั้งไปเที่ยวห้างบ้าง เล่นเกมที่ร้านก็ดี หรือกลับบ้านไปทำธุระต่อ นักเรียนต่างคนต่างมีแผนแล้ว

           ซึ่งตรงแถว ม.1 มีกลุ่มหนึ่งที่วางแผนต่างไปจากกลุ่มอื่น นั้นก็คือกลุ่มของอลิสและเมเปิ้ล

           “นี้ๆ จะไปที่นั้นจริงเหรอ?”

           “ใช้แล้วล่ะ”

           “อย่าไปเลยมันอันตรายน่ะ!”

           อลิสโดนเพื่อนห้ามไม่ให้ไปแต่เธอก็คงไปอยู่ดี คนที่ถามอย่างสงสัยคือ ฟาร์ม เด็กสาวผิวคล่ำผมสั้นสีน้ำตาลเป็๞คนร่าเริงชอบเล่นกีฬามาก ส่วนคนที่พยายามห้ามชื่อ ลี เด็กสาวผิวขาวผมดำมัดรวบเก็บหลังไว้เป็๞คนค่อนข้างเงียบๆชอบอ่านหนังสือนิยาย ทั้งสองเป็๞เพื่อนสนิทของพวกเธอ๻ั้๫แ๻่ขึ้น ม.1 เวลาทำงานหรือกิจกรรมไรพวกเธอก็ทำด้วยกันสี่คนเสมอ

           “เมเปิ้ลก็ช่วยห้ามอลิสหน่อยสิ ฟาร์มก็ด้วย”

           “ห้ามแล้ว ลี ถ้าไม่ห้ามคงไปกัน๻ั้๫แ๻่เช้าแล้วละคงไม่ได้มาเรียนอย่างนี้หรอก”

           “คงจะจริง ลีทำใจเถอะ”

           ฟาร์มตบไหลลีเบาๆแล้วยิ้มให้เหมือนบอกให้ยอมแพ้ เมเปิ้ลก็ทำหน้าเช่นเดียวกัน เมื่อลีเห็นเลยได้แต่ถอนหายใจคอตกยอมรับเท่านั้น ในขณะอลิสทำท่ายืนอย่างมีชัย  

           เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติ ถ้าอลิสตัดสินใจแล้วการจะเปลี่ยนมันยากทั้งสามรู้ดี เลยทำใจจนชิดแล้ว

           “ว่าแต่ได้ยินข่าวเ๹ื่๪๫ ไซบัค กันหรือยัง”

           ฟาร์มเริ่มเปิดประเด็นข่าวขึ้นมา ลีจึงเปลี่ยนความสนใจไปที่ข่าว

           “ยังไม่ได้ยินข่าว ไซบัคทำไมเหรอ”

           “ในข่าวบอกว่าสงสัยพบ ไซบัค มาอยู่ใกล้ๆที่ผู้คนอาศัยในเขต B ด้วย!”

           “ว้าย น่ากลัวจัง…หวังว่าคงไม่มีใครเป็๞ไรนะ”

           “สบายใจได้ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

           “อืม…หวังว่าคงไม่มีเ๹ื่๪๫อะไรเกิดขึ้นนะ”

           “นั่นสิ…”

           ฟาร์มพยักหน้ายิ้มรับเห็นด้วยลีที่หน้าเศร้าลงนิดหน่อย ทั้งคู่ได้แต่ภาวนาไม่ให้มีอะไรเกิดขึ้นเลย

           (ไซบัค…หรือ…)

           พอเมเปิ้ลได้ฟังข่าวแล้วรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย แล้วเริ่มนึกถึงเ๹ื่๪๫ที่ครูเล่าสอนในห้องเรียนให้ฟัง

           เมื่อ 300 ปีก่อน หลังจากยุคล้มสลายของมนุษยาชาติ มนุษย์ที่เหลือรอดได้พยายามสร้างอารยะธรรมขึ้นอีกครั้งจากเถ่าถ่าน ต่อมาได้ค้นพบแหล่งพลังงานใหม่ที่เรียกว่าออโรร่าคริสตัล   

           ออโรร่าคริสตัลมีลักษณะหินคริสตัลสีเขียวมรกต เป็๞แหล่งพลังงานที่บริสุทธิ์ที่มนุษย์ไฝ่ฝันกัน๻ั้๫แ๻่ในอดีต และด้วยหินคริสตัลนี้ทำให้มนุษยาชาติพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและสร้างโลกใบใหม่ขึ้นมาได้อีกครั้ง

           ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีจนกระทั่ง 20 ปีก่อน 

            มนุษย์ได้ถูกสิ่งมีชีวิตจักรเข้าจู่โจม พวกเราตั้งชื่อมันว่า ไซบัค พวกมันเข้ามาทำร้ายผู้คนไปทั่วสร้างความเดือดร้อนให้มนุษย์เป็๞อย่างมาก ไซบัคเป็๞สิ่งมีชีวิตเครื่องจักรที่รูปร่างแต่ละตัวจะไม่เหมือนกันโดยจะมีรูปร่างเหมือน สัตว์หรือสัตว์ทะเล แมลง ต้นไม้พืชพันธุ์ และ อื่นๆอีกมากมายที่มีชีวิตหรือเคยมีชีวิตในประวัติศาสตร์มาก่อนในรูปเครื่องจักรมีชีวิต

           ได้สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนเป็๲อย่างมาก พวกมันมีพละกำลังและความเร็วที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก ทำให้ไม่สามารถต้านทานได้จนค่อยๆเสียพื้นที่ไปเกือบ 50% ของพื้นที่   ทำให้ไซบัคกลายเป็๲ศัตรูอันดับหนึ่งของมนุษยาชาติ 

            และเหมือน 5 ปีก่อนหลังจากเหตุการณ์สูญเสียความทรงจำได้เกิด๱๫๳๹า๣ครั้งใหญ่สุดที่ตัดสินอนาคตกันระหว่าง มนุษย์และไซบัคหรือที่เรียกกันว่ามหา๱๫๳๹า๣ ซึ้งมนุษย์เป็๞ฝ่ายมีชัยไป

            หลังจบ๼๹๦๱า๬สิ่งที่เหลืออยู่คือ ปาดแผลและความเสียหายให้กับมนุษยาชาติ จำเป็๲ต้องทำการฟื้นฟูเป็๲การใหญ่

            ส่วนไซบัค ที่พ่ายก็ถอยล้นกลับไปหรือไม่ก็กบดานหลบซ่อนตัวรอเวลาที่จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พวกมันยังคงออกมาให้เห็นอยู่บ่อยครั้งและยังคงสร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนอยู่เรื่อยมาจนทุกวันนี้

            “เมเปิ้ลพวกเราจะไปกันแล้วนะ”

            “เอ๊ะ อะอืม…”

            “….คิดถึงเ๱ื่๵๹ไซบัคอยู่เหรอ”

            อลิซที่ไม่รู้นั่งยองๆตอนไหนเท้าคางเงยหน้ายิ้มให้เมเปิ้ล 

            “รู้ได้ไง?”

            “รู้สิ ก็ก้มหน้าคิดมากขนาดนี้ หน้าบอกหมดแล้ว”

            นิสัยเสียที่ชอบก้มหน้าคิดเ๱ื่๵๹อะไรสักอย่าง อลิซก็รู้ดี

            “เอาคืนหรือ?”

            “ก็ประมาณนั้น ก็เ๱ื่๵๹ใช้หัวดูไม่เหมาะกับเธอเท่าไร”

            “ว่าไงน๊า”

            พอเห็นอลิสพูดยิ้มสะใจ เธอเลยเกิดหมั่นไส้เข้าหยิกแก้มอลิสทั้งสองข้างเล่นอย่างมันมือ อลิสร้อง ‘เจ็บๆยอมแล้วๆ’ แต่เมเปิ้ลก็ไม่หยุดพอส่งสายตาขอความช่วยเหลือเพื่อนทั้งสอง ก็ได้เห็นแต่ฟาร์มกับลีกำลังหัวเราะยืนดู โดยเฉพาะฟาร์มดูหัวเราะสะใจเป็๲พิเศษ