ตอนที่ 11 แผนของนักวางแผน (1)
พอป๋ายเอ้าเสวี่ยหันหลังกลับไปก็เห็นเงาร่างหนึ่งอยู่ห่างจากตนไม่กี่ก้าว
ร่างสูงโปร่งเรียกว่าดูแข็งแรงสมส่วนได้เลย บนตัวเขาเป็การผสานระหว่างความงามและพละกำลังอย่างเห็นได้ชัด
หยดน้ำบนผมยาวดำขลับค่อยๆ ไหลหยดลงมา ดูยั่วเย้าใจคนเหลือประมาณ ทว่าใบหน้าที่คนเฝ้าจินตนาการถึงกลับถูกหน้ากากหยกขาวบดบังเอาไว้ แต่นั่นก็ยิ่งทำให้คนอยากค้นหามากขึ้นไปอีก
อาภรณ์หรูสีดำดูลึกลับทาบทับอยู่บนตัว ยิ่งเสริมให้เขามีกลิ่นอายเหมือนาาแห่งรัตติกาล
ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองจวินเยี่ยเหยี่ยนเรียบๆ ทีหนึ่ง ก่อนดึงสายตากลับ ท่าทีนี้ของนางก็ทำให้จวินเยี่ยเหยี่ยนรู้สึกสนใจยิ่งขึ้น แต่ป๋ายเอ้าเสวี่ยไม่ได้รับรู้สิ่งพวกนี้
“ไม่ทราบว่าหม่อมฉันกลายเป็นายของวังอ๋องเมื่อไรกัน เอ้าเสวี่ยโง่เขลาแล้ว” ป๋ายเอ้าเสวี่ยยื่นมือไปม้วนผมตัวเองเล่นเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ แต่ตามจริงอีกมือที่อยู่ในแขนเสื้อก็ได้เตรียมโอสถพิษที่เตรียมไว้เมื่อเช้าเอาไว้แล้ว
จวินเยี่ยเหยี่ยนเลิกคิ้วเอ่ย “อีกไม่กี่วัน ก็ไม่ใช่ว่าจะได้เป็นายหญิงของวังอ๋องแล้วรึ ไม่เช่นนั้น เหตุใดจะต้องรีบร้อนอยากพบข้าเช่นนี้ด้วย”
เมื่อได้ยินวาจาของจวินเยี่ยเหยี่ยน ป๋ายเอ้าเสวี่ยก็ขมวดคิ้วเอ่ย “หากว่าหม่อมฉันไม่อยากแต่งก็ไม่มีใครขวางหม่อมฉันได้ ในเมื่อท่านไม่เหมือนกับที่คนทั่วไปเอ่ยถึง หม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันก็ควรตรึกตรองดีๆ ให้ตัวเองบ้าง”
“อีกอย่าง ท่านดูมั่นใจในตัวเองเกินไปแล้ว ที่มาพบท่านก็แค่อยากจะดูเพียงเท่านั้น ดูโฉมหน้าที่ทำให้คนในใต้หล้าในั่น” คำพูดเปลี่ยนทิศ ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองหยันไปทางจวินเยี่ยเหยี่ยนพลางเอ่ยขึ้น
นางเชื่อมั่นในความรู้สึกตัวเอง หน้าตาจวินเยี่ยเหยี่ยนบางทีอาจจะไม่ได้เหมือนที่คนเขาลือกัน เพียงแต่ทุกคนก็มักจะมีเื่ราวของตัวเอง ซึ่งป๋ายเอ้าเสวี่ยเองก็ไม่ได้สนใจอะไร
“รูปโฉมของท่านอ๋องห้าบางทีอาจจะไม่เหมือนกับที่คนข้างนอกลือกัน นี่ถือเป็ผลพลอยได้ด้วยหรือไม่” ป๋ายเอ้าเสวี่ยมองจวินเยี่ยเหยี่ยนอย่างหยอกเย้า
ป๋ายเอ้าเสวี่ยพบว่าตอนที่ตนเอ่ยวาจาจบ กลิ่นอายของจวินเยี่ยเหยี่ยนเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
นางมองจวินเยี่ยเหยี่ยนอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก แต่กลับพบว่าั์ตาทั้งสองของเขากำลังยิ้มมองมาที่ตนโดยไม่คาดคิด
“หืม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของบุตรสาวสายตรงจวนเสนาบดีก็ช่างทำให้คนเลื่อมใสนัก แตกต่างจากที่คนเขาลือกัน อีกอย่างลูกแมวพยศคิดว่าตัวเองยังมีทางถอยหรือ นอกจากแต่งให้ข้า แต่งให้ท่านอ๋องหน้าตาอัปลักษณ์ที่สุดในประวัติศาสตร์เฉิงสี เ้ายังมีทางเลือกอันใดอีก” จวินเยี่ยเหยี่ยนมองป๋ายเอ้าเสวี่ยอย่างหยอกเย้าก่อนจะเอ่ยขึ้น
“สำหรับหม่อมฉันแล้วจะแต่งกับใครก็เหมือนกัน แต่ละฝ่ายได้สิ่งที่้าไม่รบกวนกัน เห็นชัดว่าท่านปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ได้ เหตุใดถึงไม่ปฏิเสธเล่า ท่านมีจุดประสงค์อะไร หรือท่านคิดว่าสามารถเค้นหาผลประโยชน์ให้ใช้สอยจากหม่อมฉันที่นี่ได้” ป๋ายเอ้าเสวี่ยถามเสียงขรึม
ป๋ายเอ้าเสวี่ยรู้ จวินเยี่ยเหยี่ยนมีเป้าหมายของตัวเอง ก็เหมือนกับนางที่มีเป้าหมายของตัวเองเช่นเดียวกัน
“เป้าหมายข้า เดี๋ยวเ้าก็ได้รู้ ข้า้านายหญิงที่ไม่พูดไม่ถามไม่ก้าวก่ายนางหนึ่ง ขอเพียงสำรวมกิริยาเจียมเนื้อเจียมตัว อย่างอื่นข้าก็จะไม่สนใจ คนแบบนี้จะเป็ใครคนไหนก็ได้ทั้งนั้น ในเมื่อนี่เป็การกะเกณฑ์ของเขา ข้าไม่เห็นด้วยก็คงไม่ดี” จวินเยี่ยเหยี่ยนมองป๋ายเอ้าเสวี่ยที่นิ่งเฉยกับทุกสิ่งแล้วเอ่ยขึ้น
คนฉลาดอย่างป๋ายเอ้าเสวี่ย ทำไมจะฟังความนัยในคำพูดของจวินเยี่ยเหยี่ยนไม่ออก