อิ๋นซวง สาวใช้ข้างกายของเซี่ยงมู่หยางเดินกลับไปกลับมาอยู่ที่หน้าเรือนหลักด้วยท่าทางร้อนใจ นายท่านไม่เคยอยู่ค้างที่เรือนอนุจางจนถึงเช้ามาก่อน อย่างมากก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เขาต้องกลับมาที่เรือนหลักแล้ว แต่วันนี้แม้พระอาทิตย์จะขึ้นมาเป็เค่อแล้วก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะกลับมา
หลังจากเดินวนเวียนหลายรอบจนร่ำ ๆ จะไปตามเขาที่เรือนอนุจาง ในที่สุดก็เห็นเ้าของจวนเดินกลับมาเสียที
อิ๋นซวงยกยิ้มยินดี ก่อนจะเห็นสภาพอิดโรยแต่ใบหน้าปรากฏความพึงพอใจของเขา ต่อให้ไม่มีใครบอกนางก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดจากอะไร ทำให้รอยยิ้มของนางหุบลง
“นายท่านจะอาบน้ำเลยไหมเ้าคะ เสี่ยวซวงเตรียมน้ำไว้ให้แล้วเ้าค่ะ”
เขาเพียงตอบรับด้วยคำว่า “อืม” แล้วเดินผ่านหน้านางไปโดยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
อิ๋นซวงได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่โชยมาจากร่างของเขา แม้กลิ่นนั้นจะผิดแปลกไปจากเดิม แต่ต้องยอมรับว่ามันหอมเย้ายวนยิ่งกว่าที่นางเคยได้กลิ่นเครื่องหอมทั้งหมดรวมกันเสียอีก จางซูถิงผู้นั้นคงสรรหาเครื่องหอมมาใช้เพื่อยั่วยวนให้เขาหลงใหลเป็แน่ สตรีอะไร ตกบันไดเป็สิบขั้นแต่ไม่รู้จักตาย หลังฟื้นขึ้นมายังมีปัญญาหาวิธีล่อลวงนายท่านได้อีก!
นางทำได้เพียงก้มหน้าเม้มปากกำหมัดแน่นอยู่ที่เดิม แม้อยากจะเข้าไปปรนนิบัติเขาในห้อง แต่ก็ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าไปสักครั้ง
อันที่จริงเขาไม่เคยให้สาวใช้คนใดเข้าใกล้ด้วยซ้ำ เรือนนี้จึงมีนางเป็สาวใช้ที่อยู่ใกล้ชิดเขาแต่เพียงผู้เดียว หากไม่ใช่เพราะนางเป็บุตรสาวแม่นมที่จากไปแล้วและเติบโตมาพร้อม ๆ กับเขา นางก็คงไม่ต่างจากสาวใช้คนอื่น ๆ ในจวน ที่หากไม่ถูกโยกย้ายไปทำงานที่เรือนอื่น ก็อาจได้รับอนุญาตให้ออกจากจวนพร้อมเงินตั้งตัวก้อนหนึ่งเหมือนที่พี่ชายของนางเคยได้รับเมื่อหลายปีก่อน
แต่นางไม่มีวันยอมไปจากจวนตระกูลเซี่ยงเป็อันขาด ตราบใดที่เซี่ยงมู่หยางยังอยู่ที่นี่!
เซี่ยงมู่หยางเข้าไปอาบน้ำในห้องด้วยท่าทางเหม่อลอย แม้ตัวจะมาถึงเรือนหลักของตนเองแล้ว แต่ดูเหมือนความคิดจะยังวนเวียนอยู่แถว ๆ เรือนของอนุภรรยาที่มีอยู่เพียงคนเดียวในจวน
เขาไม่รู้จะเริ่มต้นคิดจากจุดใดก่อนดี ทั้งท่าทางของนางที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ทั้งเครื่องหอมกลิ่นใหม่ที่นางใช้ซึ่งทำให้เขารู้สึกดีจนเผลอนั่งอ้อยอิ่งหลังมื้ออาหารเย็น และทำให้เขารู้สึกพลุ่งพล่านเป็พิเศษยามร่วมหอกับนาง ทั้งกิจกรรมบนเตียงที่โลดโผนเร่าร้อนยิ่งกว่าครั้งใดที่เคยมีมา เมื่อนึกถึงท่วงท่าและลีลาของเขาและนางในค่ำคืนที่ผ่านมา ก็ทำให้ใบหน้าของท่านจอหงวนขึ้นสีแดงลามไปถึงหู
‘หึ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ นางเป็อนุภรรยา การที่นางสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เป็อย่างดีก็เป็เื่ที่สมควรอยู่แล้ว’
เขาสลัดความคิดน่าอายออกไป แล้วจัดการแต่งตัวในชุดขุนนางของสำนักราชเลขาธิการที่ตนเองประจำอยู่ หลังจากสอบได้ตำแหน่งจอหงวน เขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็ขุนนางขั้นสี่ในสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งนับว่าเป็ตำแหน่งที่สูงมากสำหรับคนวัยเดียวกันกับเขา
เดิมทีตระกูลเซี่ยงเป็ตระกูลทหารมาหลายชั่วอายุคน แม้กระทั่งท่านปู่และบิดาของเขาก็เป็แม่ทัพใหญ่ของแคว้นถัง แต่เพราะพวกเขาเสียชีวิตในสนามรบเมื่อครั้งเกิดฏหลี่อ๋องราวสิบปีก่อน ทำให้เขาต้องขึ้นเป็ผู้นำตระกูลเซี่ยงสายหลักั้แ่อายุยังน้อย ท่านย่าและมารดาของเขายืนกรานหนักแน่นให้เขาเปลี่ยนเส้นทางจากการเป็ทหารมาเป็ขุนนางในราชสำนักแทน เนื่องจากเขาเป็ทายาทคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ หากเขาจบชีวิตในสนามรบอีกคน ต่อให้มีความดีความชอบใหญ่หลวง แต่สกุลเซี่ยงสายหลักก็จะจบลงที่รุ่นของเขาด้วยเช่นกัน
เวลานี้จวนตระกูลเซี่ยงเหลือเ้านายเพียง 2 คนคือฮูหยินผู้เฒ่าท่านย่าของเขาและตัวเขาเอง ส่วนมารดาของเขาจากไปเพราะโรคร้ายอีกทั้งยังตรอมใจหลังจากบิดาของเขาเสียชีวิตไปได้ไม่นาน นั่นทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ากังวลเื่ทายาทตระกูลเซี่ยงยิ่งกว่าเื่อื่นใด และทำให้จางซูถิงสามารถอยู่ในจวนนี้อย่างสงบสุขได้เพราะท่านย่าของเขา้าให้เขามีทายาทโดยเร็วที่สุด
เซี่ยงมู่หยางรู้ดีถึงความจำเป็ในเื่นี้ แต่ก่อนหน้านี้เขาเองก็มีเป้าหมายจะแต่งคุณหนูตระกูลกัว กัวเชี่ยนเหลียน มาเป็ฮูหยินอยู่แล้ว และเขาไม่คิดจะมีทายาทกับสตรีอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาเอกหรือกับสตรีที่เขาไม่ได้รักใคร่ชอบพอ บุรุษตระกูลเซี่ยงนิยมมีภรรยาเพียงคนเดียวมาแทบทุกรุ่น ทำให้ในจวนสงบสุขร่มเย็นเรื่อยมา แต่ก็ต้องแลกมากับทายาทที่มีอยู่น้อยนิด และมีความเสี่ยงว่าจะหมดไปหากเขายังไม่รีบแต่งภรรยาเข้ามาอีก
แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อกัวเชี่ยนเหลียนคล้ายว่าจะมีใจให้บุรุษอื่น เขาทำได้เพียงแค่หาโอกาสเข้าหานางเท่าที่จะอำนวย แต่ดูเหมือนว่าโอกาสที่เขาเพียรหานั้นจะพบได้ยากยิ่งนัก
