บทที่ : 5
“เอาหละ...” หลังจากที่มื้ออาหารจบลงและสำรับถูกเก็บไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จางเผิงไห่ก็เป็ผู้เริ่มบทสนทนาขึ้น “ท่านพ่อกับท่านแม่เป็อย่างไรบ้าง ่นี้ข้าอาจจะยุ่งๆ ไปสักหน่อย แต่คงจะพอว่างอยู่เรือนอีกสองสามวัน ทั้งสองมีอะไรจะสั่งไหมขอรับ”
ผู้นำตระกูลจางหันไปถามบิดาและมารดาก่อนเป็อันดับแรก แม้ว่าชั่วชีวิตที่ผ่านมาความสำเร็จเหล่านี้เป็สิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเอง แต่ก็ยังไม่ลืมวันคืนที่บิดาและมารดาพยายามที่จะเลี้ยงดูเขาอย่างเต็มที่ ทำให้แม้ทุกวันนี้เขาจะเดินทางมาไกลแล้ว แต่ก็ไม่เคยลืมบุญคุณของทั้งสองและยังให้ความสำคัญกับพวกท่านอยู่เสมอ
“พ่อสบายดี” ชายชรายิ้มให้กับบุตรชาย และไม่ได้พูดอะไรมากมายนัก เพราะทุกวันนี้สำหรับเขาแล้วก็คิดว่ามันดีมากพอแล้ว และมีความสุขดีโดยที่ไม่ต้องไปตกระกำลำบากอย่างแต่ก่อนอีก
“แม่ก็สบายดี...” หญิงชรายิ้มให้กับบุตรชาย ก่อนที่จะเหลือบหางตาไปทางผู้มาใหม่ของโต๊ะอาหาร แล้วกันกลับมายังบุตรชายคนโตของบ้าน “ว่าแต่จ้าวเฉิงหลานเป็อย่างไรบ้าง ติดตามบิดาเ้าไปเรียนรู้อะไรได้มากขึ้นบ้างหรือยัง จะอย่างไรวันข้างหน้าเ้าก็ต้องเป็ผู้ดูแลตระกูลจางต่อไป เ้าต้องเรียนรู้จากบิดาเ้าให้มากๆ นะรู้ไหม”
‘…’
‘…’
‘…’
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหญิงชรา ทั้งโต๊ะก็แสดงท่าทางต่างๆ ออกมา บ้างก็ยิ้มแย้ม บ้างก็เฉยๆ บ้างก็ว่างเปล่าว และที่สำคัญคือรอยยิ้มแหยๆ จากใบหน้าของเยว่ฮวา
‘แสดงออกกันอย่างชัดเจนเชียวนะ ว่ารังเกียจกันขนาดไหน...’
ต่อให้ไม่ใช่เ้าของร่าง แต่เมื่อได้รับสิ่งเหล่านี้มามันก็อดที่จะทำให้นางสะท้อนใจไม่ได้ ‘ทั้งๆ ที่เป็หลานเหมือนกัน แต่ทำไมมันต่างกันขนาดนี้กันนะ’
ก็ไม่ใช่ว่านางจะไม่เข้าใจเสียเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายก็เหมือนกับว่าร่างกายนี้ก็ยังหลงเหลืออะไรบางอย่าง ทำให้นางอดที่จะเ็ปกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่นางก็ยังพยายามที่จะกลั้นใจแล้วสูดหายใจเข้าออกลึกๆ และมองการที่หญิงชรายกยอปอปั้นสามพี่น้องไปต่างๆ นานา
‘เ้าเห็นไหมว่าที่แห่งนี้มีใครบ้างที่ห่วยไยเ้า มีกี่คนที่รอคอยและเข้าใจตัวเ้าบ้าง ทั้งๆ ที่เ้าอายุเพียงแค่นี้แต่กลับต้องมาถูกกระทำเช่นนี้ มันก็ไม่แปลกหรอกนะที่เ้าจะยอมแพ้’
ไม่รู้ว่านางพูดกับร่างกายนี้หรือกล่าวกับตัวเองกันแน่ เพราะนางในชีวิตก่อนแม้จะไม่ได้เจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน แต่ก็บริบทที่คล้ายๆ กัน นางจึงเข้าใจความรู้สึกของเด็กน้อย รู้ดีว่านางต้องพยายามสักแค่ไหนที่จะเป็เด็กดีเพื่อที่จะไม่ทำต้องให้คนอื่นไม่สบายใจ...
จนนางก็ลืมไปว่าตัวเองก็มีหัวใจ ตัวเองก็มีความรู้สึกไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น...
“แล้วเ้าหล่ะ นี่เป็ครั้งแรกที่พ่อเห็นเ้าที่นี่ในรอบหลายปี เ้ามีอะไรจะกล่าวหรือไม่...เ้าเป็อะไรไปหรือ” หลังจากที่คนอื่นๆ คุยกันไปตามประสาครอบครัวไปราวเกือบๆ สองเค่อ ผู้นำตระกูลจางจึงได้หันมาถามนางในที่สุด และได้สังเกตเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากสองแก้มที่ซีดเซียวนั่น
“เปล่าหรอกเ้าค่ะ ข้าก็แค่คิดถึงเื่ราวเก่าๆ” ใช่แล้วนางคิดถึงเื่ราวในอดีตจริงๆ และยิ่งเห็นภาพเหล่านี้นางก็ยิ่งนึกสมเพชตัวเองในอดีตมากมาย
อาจจะเพราะที่โลกใบนี้หลายๆ อย่างยังไม่ได้ถูกปรุงแต่งมากนัก ผู้คนจึงมักแสดงออกกันอย่างซื่อตรง แม้แต่หญิงชราที่ไม่ชอบนาง ฮูหยินรองที่กีดกันนางสุดชีวิต หรือแม้กระทั่งพี่สาวที่ถึงจะดูดจาดีสักแค่ไหน แต่ต่อให้นางโง่กว่านี้ก็ยังสามารถบอกได้ว่าอีกฝ่ายพยายามยกตัวเองให้สูงขึ้นโดยการกดนางต่ำลง
ส่วนพี่ใหญ่นะหรือ เขาก็แค่แสดงออกอย่างสุขุม ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรให้สมกับผู้ที่จะสืบทอกตระกูลคนต่อไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถที่จะเก็บซ่อนรอยยิ้มมุมปาก ทุกครั้งที่นางถูกตำหนิหรือพูดถึงในทางที่ไม่ดี ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นยืนอยู่ฝั่งไหน
อาจจะผิดคาดไปสักหน่อยที่พี่รองนั้นกลับต่างออกไป ไม่สิต้องบอกว่าเขาออกจะแสดงอาการ ‘ขยะแขยง’ การกระทำเ่าั้เสียด้วยซ้ำ เช่นเดียวกับบิดาที่แม้จะไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ แต่เขาก็มักจะมองไปทางแม่ลูกบ่อยๆ ด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง แต่สำหรับคนที่ผ่านโลกมาไม่น้อยและอยู่ในวงการที่ไม่เล็กอย่างนาง มีหรือจะไม่เข้าใจสายตานั้น...
‘เหนื่อยล้า’
นั่นคือทั้งหมดที่มีอยู่ในดวงตาคู่นั้น
“แล้วเ้ามีอะไรจะบอกพ่อหรือไม่ พ่อยังอยู่ที่จวนอีกสองสามวัน ถ้าเ้ามีอะไรเ้าก็สามารถมาหาพ่อได้”
“แต่ท่านพี่...”
เมื่อสายสัมพันธ์ของสองพ่อลูกที่เหมือนจะถูกกระชับขึ้น เสียงแหลมเล็กของฮูหยินรองซึ่งกำลังจีบปากจีบคอกล่าวกับสามีก็ดังขึ้น “นี่ก็เข้าหน้าร้อนแล้ว ปีนี้เรายังไม่ได้จัดงานเลี้ยงฉลองกันเลยนะเ้าคะ และอีกอย่างลูกถิงก็ใกล้จะแต่งออกแล้วพวกเราจัดงานเลี้ยงขึ้นสักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ”
“...”
เยว่ฮวาถึงกับถอนหายใจออกมา ‘นี่นางกลัวมากขนาดนั้นเลยหรือไง’
“แม่ก็เห็นด้วยนะ จัดงานเลี้ยงบ้างก็ดี ให้มีการแสดงสักเล็กน้อย มันก็ไม่เลวเหมือนกัน แม่จะได้เชิญเพื่อนบ้านมาเที่ยวบ้านเราบ้าง”
“แต่กว่าที่ข้าจะเสร็จงานรอบนี้ก็คงอีกราวสิบวันเลยขอรับ เพราะ่นี้เข้าหน้าร้อนแล้ว ทางกลุ่มการค้าก็ยุ่งๆ ไม่น้อย เพราะสินค้าหลายอย่างกำลังเป็ที่้า”
“เอาน่า เอาเป็ว่าหลังจากที่เ้ากลับมาในรอบถัดไปเ้าส่งคนมาแจ้งที่บ้านก่อนก็ได้ แม่กับฮูหยินจะได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้ เ้าจะได้ผ่อนคลายบ้าง”
“...”
เยว่ฮวามองไปยังวงสนทนาที่กำลังแยกนางออกไปอีกครั้ง พลางครุ่นคิด ในคราแรกนางก็กะว่าจะปล่อยให้ผ่านไปสักพักถึงจะเอ่ยขึ้นมา เพราะกลัวว่าการเปลี่ยนแปลงที่เร็วจนเกินไป มันจะทำให้ตัวตนของนางมีปัญหา แต่ดูท่าแล้วการที่เ้าของร่างประสบอุบัติเหตุในคราวนี้ มันคงไม่ใช่แค่แม่เลี้ยงของนางเท่านั้นที่มีส่วนร่วม
‘แต่ทำไมล่ะ ทำไมฮูหยินผู้เฒ่าถึงได้พยายามที่จะกันข้าออกไปถึงขนาดนั้น’
นางพยายามที่จะทบทวนสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในความฝันประหลาดในตอนที่นางมายังที่นี่...
ความทรงจำของเ้าของร่าง...
“!!”
ในตอนนั้นเองที่นางก็ต้องเบิกตากว้างขึ้น เมื่อย้อนนึกไปถึงเื่ของมารดาก่อนที่จะเสียไป อะไรหลายๆ อย่างก็ชัดเจนขึ้น และนางก็สามารถเข้าใจอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้นอีกหลายส่วน
ถานเย่ซิน
นั่นคือชื่อของมารดาของเยว่ฮวา บุตรสาวของคหบดีผู้ร่ำรวยจากต่างเมื่อ ซึ่งบิดาของนางได้เจอกับมารดาในครั้งที่เดินทางค้าขายก่อร่างสร้างตัว
ด้วยความที่ในอดีตนั้นจางเผิงไห่เป็คนขยันและฉลาดหลักแหลม ทำให้บิดาของถานเย่ซินมองเห็นอะไรบางอย่างในตัวเขา และได้ช่วยเหลือส่งเสริมอะไรหลายๆ อย่างจนกระทั่งเขาประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
และนั่นก็ทำให้ทั้งสองคนตกหลุมรักกันและแต่งงานกันในที่สุด แต่ด้วยวันเวลาที่ล่วงเลยไปหลายปีและถานเย่ซินก็ไม่สามารถมีทายาทได้สักที ในที่สุดฮูหยินผู้เฒ่าจางก็แนะนำหลานสาวของนาง หรือก็คือฮูหยินรองให้แก่ลูกชาย ซึ่งนั่นจึงเป็คำตอบที่ว่าทำไมทั้งสองจึงเข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ยดีนัก
“ข้าคิดว่าท่านพ่อและท่านย่าควรจะฟังข้าหน่อยนะเ้าคะ...” เยว่ฮวาตัดสินใจเอ่ยออกมาในที่สุด เพราะนางในตอนนี้ไม่มีอะไรที่ต้องคิดมากกับคนพวกนี้อีกแล้ว
“นี่เ้ากล้ามากนะที่ขัดในตอนที่ผู้ใหญ่กำลังพูดกันแบบนี้” หญิงชราที่ไม่ได้ชอบลานสาวผู้นี้ั้แ่แรกอยู่แล้วก็ตำหนินางอีกครั้ง ซึ่งนางก็ไม่คิดที่จะสนใจอะไรอีกแล้ว เพราะถ้าขืนยังกลัวที่จะพุ่งชนกับปัญหา นางก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ในเมื่อพวกเขาไม่เห็นนางเป็ครอบครัว นางก็ทำให้พวกเขาเป็เหมือนคู่แข่งของนางเสียก็สิ้นเื่ จะได้ไม่ต้องมาคิดอะไรมากมายแบบนี้
‘ข้าอุตส่าห์ได้เกิดใหม่ทั้งทีเชียวนะ ข้าจะไม่ยอมให้มันเป็เหมือนเดิมอย่างเด็ดขาด!!’
“เื่คนที่ลอบทำร้ายข้าในครั้งนี้ท่านพ่อต้องหาคนทำผิดให้ข้านะเ้าคะ”
......................