"ให้ตายสิ มีระบบโกงด้วย!" สวี่หยางหัวเราะร่าออกมา นิ้วทองคำของเขามาถึงแล้ว ชีวิตต่อจากนี้ก็คงจะสุขสบายขึ้นเป็กอง
บันทึกเื่ราวปีศาจนั้น ขอเพียงแค่มีปีศาจที่มีค่าความมุ่งร้ายต่อสวี่หยาง ไม่ว่าจะเป็การลงมือโจมตีหรือแม้แต่การล่อลวง ปีศาจเ่าั้ก็จะถูกบันทึกเื่ราวปีศาจจดจำเอาไว้ทั้งหมด และปีศาจเหล่านี้จะมอบผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไปให้แก่เขา โดยขึ้นอยู่กับระดับการบำเพ็ญเพียร และความรุนแรงของค่าความมุ่งร้าย
"ดังนั้นนางแค่้าล่อลวงเรา ไม่ได้คิดจะสังหารเรา เพียงแค่หลอกให้เราปล่อยนางออกไป ค่าความมุ่งร้ายที่มีต่อเราจึงไม่สูงนักสินะ?
ไม่รู้เหมือนกันแฮะ ว่าถ้าปีศาจสักตัวคิดจะสังหารเราจริง ๆ จะมอบค่าประสบการณ์ให้เราได้มากขนาดไหน...
หนึ่งชั่วยามได้รับสิบค่าประสบการณ์ ถึงจะไม่ได้มากมายอะไร แต่นอนเฉย ๆ ก็มีค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นมาให้แบบนี้ เราก็ไม่ควรจะเรียกร้องอะไรให้มากความแล้ว"
แน่นอนว่าสวี่หยางไม่ได้หยิ่งยโสหรือหลงตัวเองจนเกินไป ทว่าอย่างไรเสียนี่ก็คือภายในมหาเรือนจำสยบอสูร พวกปีศาจเหล่านี้ย่อมไม่มีทางลงมือทำร้ายเขาได้ หากออกไปนอกหอคอยนี้แล้วล่ะก็ เพียงแค่ปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าสักหน่อย ใช้นิ้วแค่เพียงนิ้วเดียวก็คงปลิดชีวิตน้อย ๆ ของเขาไปได้อย่างง่ายดาย
สวี่หยางหัวเราะหึ ๆ ออกมาเบา ๆ มหาเรือนจำสยบอสูรแห่งนี้มีปีศาจถูกขังอยู่ไม่น้อยเลย การที่เขาคอยเฝ้ามหาเรือนจำสยบอสูรแห่งนี้ แล้วค่อย ๆ เติบโตพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ แบบนี้ก็ไร้เทียมทานแล้วไม่ใช่หรือไง?
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาชีวิตน้อย ๆ นี้เอาไว้ รอจนกว่าระดับพลังจะค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นอย่างมั่นคง แล้วค่อยไปคิดถึงเื่อื่น ๆ ก็ยังไม่สาย
เมื่อมองดูปีศาจจิ้งจอกหน้าหยกที่อยู่เบื้องหน้า สวี่หยางก็ลูบปลายคางอันเรียบเนียนของตนเองเบา ๆ ก่อนจะเดินสำรวจไปรอบ ๆ ชั้นหนึ่งของมหาเรือนจำสยบอสูรอีกครั้ง
ภายในชั้นหนึ่งมีปีศาจถูกคุมขังอยู่ทั้งหมดสิบกว่าตัว แต่ปีศาจที่มีค่าความมุ่งร้ายต่อตัวเขา กลับมีเพียงปีศาจจิ้งจอกตัวนี้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ส่วนพวกที่เหลือต่างก็เมินเฉย ไม่แม้แต่จะชายตาแลมองเขาเลยด้วยซ้ำ
หลังจากเดินวนสำรวจไปรอบ ๆ สวี่หยางก็ไม่รู้สึกถึงความมืดมิดหรือความหนาวเหน็บอีกต่อไป เขาเดินกลับมาหยุดอยู่ตรงหน้าจางหลิงผู้เป็ปีศาจจิ้งจอกอีกครั้ง
เมื่อทำความเข้าใจกับสถานการณ์บนชั้นหนึ่งของมหาเรือนจำสยบอสูรจนถ่องแท้แล้ว เขาจึงเริ่มเพ่งสมาธิตรวจสอบบันทึกเื่ราวปีศาจภายในหัวของตนเองอย่างละเอียด
หน้าแรกของบันทึกเื่ราวปีศาจปรากฏชื่อของสวี่หยางสลักเอาไว้อย่างชัดเจน ตอนแรกสวี่หยางยังแอบคิดว่าตัวเองอาจจะกลายเป็ปีศาจไปแล้วเหมือนกัน แต่พอได้เห็นคำบรรยายที่ระบุว่าเป็มนุษย์ เขาก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
[ผู้ถือครอง : สวี่หยาง]
[ระดับพลัง : 0]
[เคล็ดวิชาที่ : ไม่มี]
[ค่าประสบการณ์ : 1]
ข้อมูลแนะนำตัวของสวี่หยางช่างเรียบง่าย จนดูราวกับกระดาษเปล่าใบหนึ่ง
เมื่อครู่นี้หลังจากที่รับจางหลิงเข้ามา เขาจึงได้รับค่าประสบการณ์มาแล้วหนึ่งแต้ม แต่หาก้าจะเลื่อนระดับไปยังขั้นต่อไป เขาจำเป็ต้องใช้ถึงร้อยแต้ม ซึ่งนั่นก็หมายความว่าต้องใช้เวลาถึงสิบชั่วยาม
'ถ้าเกิดว่าค่าประสบการณ์ของเราเต็มหลอดแล้ว เราจะสามารถชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย แล้วทะลวงเข้าสู่ขัดเกลากายาขั้นที่หนึ่งได้โดยตรงเลยหรือเปล่านะ?'
สวี่หยางได้แต่คาดเดาอยู่ในใจ และวิธีการพิสูจน์นั้นก็แสนจะง่ายดาย เพียงแค่อดทนรอคอยไปอีกสิบชั่วยามก็พอ ทว่าใน่เวลาแห่งการรอคอยนี้ สวี่หยางไม่ได้คิดที่จะปล่อยให้มันสูญเปล่าไปเฉย ๆ
เขานั่งยอง ๆ อยู่ตรงหน้าจางหลิงพลางฉีกยิ้มอย่างโง่งม ทางด้านจางหลิงเมื่อเห็นว่าตนเองไม่สามารถล่อลวงสวี่หยางได้สำเร็จ นางก็หมดความสนใจในตัวเขาทันที
ทว่าแม้นางจะไม่ได้สนใจสวี่หยาง แต่สวี่หยางกลับรู้สึกสนใจในตัวนางขึ้นมาเสียอย่างนั้น!
"เ้ามนุษย์ สติไม่ดีหรือยังไง?" จางหลิงในร่างปีศาจจิ้งจอกหันขวับกลับมาจ้องมองสวี่หยาง
สวี่หยางหัวเราะหึ ๆ ออกมาแล้วเอ่ยว่า "เ้าอยากจะออกไปจากที่นี่ใช่ไหมล่ะ? ข้าสามารถปล่อยเ้าออกไปได้นะ แต่เ้าต้องช่วยอะไรข้าสักเล็กน้อย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จางหลิงก็หูผึ่งขึ้นมาทันที นางจ้องมองสวี่หยางเขม็งพลางเอ่ยถาม "จริงรึ!?"
"แน่นอน แต่เ้าต้องร้องเลียนแบบเสียงหมาให้ข้าฟังก่อน จากนั้นก็คุกเข่าคลานไปกับพื้นสักสามรอบ!"
สวี่หยางจ้องมองจางหลิงด้วยแววตาเ้าเล่ห์เพทุบาย ในเวลานี้ใบหน้าและท่าทางของเขากลับดูเ้าเล่ห์ยิ่งกว่าปีศาจจิ้งจอกเสียอีก
ในจังหวะที่สวี่หยางคิดว่าจางหลิงจะต้องถูกตนเองยั่วโมโหจนสติแตกเป็แน่ ใครจะไปคาดคิดว่านางเพียงแค่เอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "โรคจิต"
สวี่หยางรีบตรวจสอบบันทึกเื่ราวปีศาจของตนเองอย่างรวดเร็ว ในหน้าของจางหลิง ค่าความมุ่งร้ายไม่ได้เพิ่มขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
"น่าเสียดายจัง"
สวี่หยางมีความตั้งใจที่จะยั่วโมโหจางหลิง เพื่อให้นางบังเกิดค่าความมุ่งร้ายต่อตัวเขาให้มากยิ่งขึ้น หากเป็เช่นนั้น ค่าประสบการณ์ที่เขาจะได้รับก็จะเพิ่มพูนตามไปด้วย
คาดไม่ถึงเลยว่านางจะไม่มีท่าทีโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าความอดกลั้นของมหาปีศาจพวกนี้จะยอดเยี่ยมกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มากทีเดียว
หลังจากนั้น ไม่ว่าสวี่หยางจะพยายามสรรหาวิธีการใดมายั่วยุให้จางหลิงโจมตีตนเอง นางก็ยังคงนิ่งเฉยไม่ไหวติง หลังจากใช้ความพยายามอยู่นานครึ่งค่อนวัน สวี่หยางก็จำต้องยอมแพ้ เดินคอตกกลับไปยังที่พัก เพื่อรอคอยให้ค่าประสบการณ์ของตนเองค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างเงียบ ๆ
เวลาล่วงเลยผ่านไปราวสิบชั่วยาม สวี่หยางก็ััได้อย่างชัดเจนว่ามีกระแสปราณขุมหนึ่งไหลเวียนเข้าสู่จุดตันเถียนตามจังหวะการหายใจของเขา มันช่างเป็ความรู้สึกที่วิเศษและน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก
"ชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย ต่อจากนี้ก็คงจะเป็ขัดเกลากายาสินะ?"
ในหน้าข้อมูลแนะนำตัวของเขา สวี่หยางได้ใช้ค่าประสบการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ไปในทันที และในขณะเดียวกัน ระดับพลังของเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น
[ระดับพลัง : ขัดเกลากายา ขั้นที่หนึ่ง (0/200)]
ทันใดนั้น สวี่หยางก็รู้สึกเพียงว่ากระแสปราณขุมนั้นได้พุ่งทะยานจากจุดตันเถียน กระจายแทรกซึมเข้าสู่แขนขาและกระดูกทั่วทั้งร่าง ราวกับัที่แหวกว่ายอย่างอิสระ พลังอันอบอุ่นสายหนึ่งกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง
บนหน้าผากของเขามีเม็ดเหงื่อผุดซึมออกมาเล็กน้อย ผิวพรรณทั่วร่างเปล่งปลั่งอมชมพูและมีน้ำมีนวล ทว่าปรากฏการณ์แปลกประหลาดที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เมื่อก้าวเข้าสู่ขัดเกลากายาก็มีเพียงเท่านี้
แต่การที่คนธรรมดาสามัญคนหนึ่งสามารถชักนำปราณเข้าสู่ร่างกาย จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ขัดเกลากายาขั้นที่หนึ่งได้โดยตรงนั้น เมื่อนับเวลาทั้งหมดแล้วก็ใช้เวลาไปเพียงแค่สิบชั่วยามสั้น ๆ เท่านั้น
ต้องเข้าใจก่อนว่า คนธรรมดาทั่วไป ต่อให้ใช้เวลาชั่วชีวิตก็ใช่ว่าจะสามารถฝึกฝนบำเพ็ญเพียรได้ และทั้งหมดนี้ล้วนเป็สิ่งที่บันทึกเื่ราวปีศาจได้มอบให้กับเขาทั้งสิ้น
สวี่หยางััถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองด้วยความปีติยินดี ภายในใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง ขอเพียงแค่เขาคอยเฝ้ามหาเรือนจำสยบอสูรแห่งนี้เอาไว้ ชีวิตในวันข้างหน้าย่อมต้องสุขสบายขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน
ทว่าเงื่อนไขสำคัญก็คือ เขาจะต้องหาทางทำให้เหล่ามหาปีศาจภายในมหาเรือนจำสยบอสูรเกิดความรู้สึกเป็ปฏิปักษ์ และเป็ศัตรูกับเขาให้จงได้!
"แต่ว่า..." สวี่หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาวูบไหว ในจุดนี้ยังคงต้องวางแผนให้รอบคอบเสียก่อน
มหาปีศาจที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ ช่างแตกต่างจากมหาปีศาจที่เขาเคยเห็นในซีรีส์ของโลกก่อนอย่างสิ้นเชิง มหาปีศาจและสิ่งชั่วร้ายเ่าั้ เอะอะก็จะฆ่าคน เอะอะก็จะกินคน ท้าทาย์ท้าทายฟ้าดินไปทั่ว
แต่มหาปีศาจที่อยู่ภายในมหาเรือนจำสยบอสูรแห่งนี้กลับมีจิตใจที่สงบนิ่งและไร้ซึ่งกิเลสตัณหา ราวกับเป็นักบวชที่กำลังบำเพ็ญตบะอย่างยากลำบากก็ไม่ปาน พวกมันแทบจะไม่มีความคิดใด ๆ หรือแม้แต่จะสนใจในตัวเขาเลยด้วยซ้ำ
...่สายของวันต่อมา สวี่หยางก้าวเท้าเข้าไปภายในเรือนจำอีกครั้ง ใน่เวลานี้เป็เวรของเขา ดังนั้นจึงไม่มีผู้คุมคนอื่น ๆ เข้ามาในเรือนจำเลยแม้แต่คนเดียว
การเดินลงบันไดมาในครั้งนี้ สวี่หยางไม่รู้สึกถึงความเย็นเยือกและบรรยากาศอันน่าสยดสยองเหมือนอย่างเคยอีกแล้ว หลังจากที่เขาก้าวเข้าสู่ขัดเกลากายา สภาพแวดล้อมภายในมหาเรือนจำสยบอสูรก็ไม่อาจส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเขาได้อีก
"จางหลิง ข้ามาอีกแล้วนะ" สวี่หยางฉีกยิ้มทักทายจางหลิง เขาจ้องมองนางด้วยสีหน้าท่าทางกวนประสาท
จางหลิงที่กำลังนอนอยู่ปรายตามองสวี่หยางเล็กน้อย นางไม่แม้แต่จะขยับตัว ราวกับมองเห็นเขาเป็เพียงธาตุอากาศเท่านั้น
สวี่หยางไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใด เขาเอ่ยถามออกไปตรง ๆ ว่า "นี่... จางหลิง พวกเ้าที่เป็ปีศาจ ไม่มีความปรารถนาอะไรบ้างเลยหรือ?
อยากได้ของกินไหมล่ะ? หรือว่าของดื่ม? หรือจะเป็อย่างอื่นดี?"
สวี่หยางเริ่มทำตัวกวนประสาท เขาสรรหาสารพัดวิธีมาล่อลวงจางหลิง และเนื่องจากจางหลิงเป็ปีศาจเพียงตัวเดียวในที่แห่งนี้ที่ยอมตอบโต้กับเขา สวี่หยางจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากพยายามสื่อสารกับนางต่อไป
จางหลิงแค่นเสียงหัวเราะเ็าออกมาอย่างไม่ใส่ใจ พลางเอ่ยว่า "เ้าเด็กเมื่อวานซืน ข้าไม่มีความสนใจในตัวเ้าหรอกนะ ทางที่ดีเ้าควรจะปล่อยข้าออกไปเสีย ไม่เช่นนั้นก็อย่ามัวมาเสียเวลาเปล่ากับข้าอีกเลย"
"ข้าก็บอกไปแล้วไง ว่าข้าปล่อยเ้าออกไปก็ได้ แต่เ้าต้องทำตามที่ข้าสั่งสิ!" สวี่หยางหัวเราะออกมาด้วยท่าทางกวนประสาทยิ่งนัก
"ร้องเอ๋ง ๆ เลียนแบบเสียงหมาสิ หรือไม่ก็ทำเลียนแบบสิ่งที่เ้าเกลียดที่สุด ลองหาวิธีมาทำให้ข้าพอใจดู แล้วข้าจะยอมปล่อยเ้าไป!"
"ไอ้คนโง่!" จางหลิงเอ่ยด่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยไร้อารมณ์ ก่อนจะกล่าวต่อ "เ้าไสหัวไปเสียเถอะ"
ทันใดนั้น จากส่วนลึกของมหาเรือนจำสยบอสูรชั้นหนึ่ง ก็มีน้ำเสียงสายหนึ่งดังก้องขึ้นมา
"เ้าหนูตัวน้อย เ้ามานี่สิ ข้าจะร้องให้เ้าฟังเอง ข้ารับรองเลยว่าจะร้องเอ๋ง ๆ ให้เ้าฟังอย่างแน่นอน"