ตอนที่ 4 ป้อนอาหาร (2)
หลี่ฉางเกิงไม่ได้สังเกตเห็นท่าทางผิดปกติของน้องภรรยา พูดออกมาว่า “โจวมู่ ฉันมาแจ้งนายว่าทางหมู่บ้านได้จัดสรรแบ่งที่ดินและูเาของนายให้เรียบร้อยแล้ว อยู่หลังเขาตรงนั้น เหนือบ้านหลังนี้พอดี”
อันที่จริงหลี่ฉางเกิงก็รู้สึกผิดนิดหน่อย ที่ดินหลังเขาตรงนั้นไม่ว่าจะทรายหินดินต้นไม้หรือต้นไผ่ต่างเติบโตได้ไม่ดีนัก ไม่มีใคร้า ตอนแรกูเาและที่ดินของครอบครัวโจวมู่เป็ที่ดินอุดมสมบูรณ์ แต่หลังจากที่เป็ผู้ใหญ่บ้านมาสองปี ตอนนี้เขาเลยพูดได้มีเหตุผล เขากล่าวต่อว่า
“เื่นี้หารือโดยคณะกรรมการหมู่บ้านในที่ประชุม ทั้งบ้านนี้มีนายแค่คนเดียว เพื่อให้นายดูแลลูกได้สะดวก เลยจัดสรรูเาและที่ดินที่ใกล้เข้ามาหน่อย”
โจวมู่รู้สึกพอใจมากกับเื่นี้ และไม่ได้คิดหยุมหยิมกับความคิดเล็กๆ ของหลี่ฉางเกิง
หลี่ฉางเกิงเห็นว่าโจวมู่ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของตัวเอง แต่กลับถือถ้วยอย่างตั้งใจ ป้อนเนื้อสับที่ก็ไม่รู้ว่าเป็เนื้ออะไรให้แก่เด็กน้อยคนนั้น เลยรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
สวีจินเฟิ่งไม่รู้ตัวว่าเดินเข้าไปใกล้ั้แ่เมื่อไร พูดว่า “พี่ใหญ่โจว พี่ป้อนอะไรเหรอคะ เด็กยังอายุน้อยอยู่เลย ควรให้กินพวกธัญพืชบด ถ้ามีงบหน่อยก็ค่อยชงนมผงให้กินบ้างน่าจะดีกว่านะคะ”
โจวมู่เงยหน้าขึ้น เห็นท่าทางกรุยกรายของสวีจินเฟิ่งแล้วถึงกับขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “ฉันไม่มีน้องสาว เธอกลิ่นแรง อยู่ให้ห่างจากเด็กหน่อย”
“นาย!” โดยปกติสวีจินเฟิ่งมักอาศัยว่าหน้าตาสะสวย ทั้งยังเป็น้องภรรยาของผู้ใหญ่บ้าน เลยได้ยินแต่คำพูดดีๆ ไม่เคยเห็นคนไม่รู้จักดีชั่วแบบนี้มาก่อน จึงโมโหขึ้นมาในพริบตา
หลี่ฉางเกิงรู้จักนิสัยของน้องภรรยาตัวเองดี จึงรีบดึงออกมา
“พี่เขยลากฉันออกมาทำไม” สวีจินเฟิ่งถูกหลี่ฉางเกิงลากตัวออกมา ในใจอัดแน่นไปด้วยความโกรธเคือง แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่อาจพาลโกรธหลี่ฉางเกิงได้จริงๆ
“เขาก็เป็คนแบบนั้นแหละ อยู่ในคุกจนจิตไม่ปกติ เธออย่าไปถือสาเขาเลย” หลังจากเดินออกห่างมาได้สักระยะหนึ่ง หลี่ฉางเกิงถึงได้เอ่ยปากพูด แม้ว่าในใจเขาจะดูถูกโจวมู่ ทว่าแต่ไหนแต่ไรก็ถนัดการสังเกตสีหน้าและคำพูดผู้อื่นอยู่เสมอ โจวมู่ผู้นี้อย่าไปล่วงเกินมากไปจะดีที่สุด
สวีจินเฟิ่งถูกพี่เขยพูดใส่ก็รู้สึกเสียหน้า จึงบ่นพึมพำว่า “ก็แค่ขี้คุกคนหนึ่ง มีอะไรดีนักรึไง”
โจวมู่ยังคงตั้งใจป้อนลูกน้อย เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยทำให้เขาชื่นไปทั้งหัวใจ รู้สึกสงบสุขมากจริงๆ
คนในหมู่บ้านต่างลือกันว่าเขาถูกทำร้ายจนร่างกายบกพร่อง ไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป แต่เขากลับไม่ได้สนใจ เพราะเขาเองก็ไม่ได้วางแผนจะแต่งงานอีกครั้งอยู่แล้ว
การใช้ชีวิตที่แสนยาวนานในคุกนั้น เขาฟังมากกว่าพูด ฟังมากกว่าดู และฟังมากกว่าลงมือทำ
เขาได้ยินคำพูดทุกคำของหลี่ฉางเกิงและสวีจินเฟิ่ง แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
เขากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นั่นคือการป้อนอาหารเด็กน้อย
ในถ้วยนี้เป็เนื้อหมาป่าสับ หนูน้อยกินอย่างมีความสุข ก่อนหน้านี้คงจะหิวมากเป็แน่ นับั้แ่ที่เขาพาเด็กน้อยคนนี้กลับมา ขอแค่เป็ของกิน เธอก็กลืนมันลงท้องจนหมดด้วยความสุขล้น
โจวมู่คิดถึงสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูด เด็กต้องดื่มนม คลับคล้ายคลับคลาว่าตอนขึ้นเขาครั้งก่อนจะมีถ้ำเสืออยู่ที่นั่น
เขาหน้าหมู่บ้านผิงโข่วอยู่ใกล้ตำบลลิ่วเฟิง ยังพอมีคนอยู่บ้าง ส่วนด้านหลังูเานั้นก็คือูเาที่จัดสรรให้แก่โจวมู่ มีแต่ทรายกับหินทั้งนั้น ทั้งยังเชื่อมกับูเาลูกใหญ่ที่ความเจริญยังเข้าไม่ถึง หุบเหวลึก หน้าผาสูงชัน มีคนเดินทางเข้ามาไม่มากนัก
ณ รังเสือในขณะนี้ แม่เสือโคร่งที่กำลังให้นมลูกอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกหนาวเย็นไปทั้งตัวชั่วขณะ