ก่อนถึงเวลาอาหารค่ำ เสียงโถงใหญ่ของคฤหาสน์ยังคงก้องด้วยเสียงฝีเท้าของสาวใช้ที่วิ่งขวักไขว่เพื่อจัดเตรียมโต๊ะ
เสียงใสของไอวี่ดังขึ้นจากข้างหลังเธอ “พี่โดโรธี…ข้าขอตัวไปที่ห้องดนตรีกับลอร์ดวิลเลียมสักครู่ค่ะ เขาบอกว่ามีเปียโนที่อยากให้ข้าลองเล่น”
โดโรธีเหลือบตามองน้องสาวแล้วยิ้มบาง ๆ “อย่าให้เขาชมเ้ามากเกินไปล่ะ ข้าไม่อยากทนฟังเพลงซ้ำทั้งคืน”
ไอวี่หน้าแดงขึ้นทันที ก่อนที่ ลอร์ดวิลเลียม ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล จะก้าวเข้ามาใกล้ และกล่าวว่า “ถ้าเป็เสียงเพลงที่งดงาม ข้าคงไม่ว่าการฟังซ้ำจะเป็เื่เลวร้ายหรอก” จากนั้นทั้งคู่เดินเคียงกันไปยังโถงดนตรี
เขาสบตาเธอแวบหนึ่งก่อนหันไปยื่นมือให้ไอวี่ ทั้งคู่เดินเคียงกันไปตามโถงยาวที่ทอดสู่ห้องดนตรี ทิ้งโดโรธีไว้กับความคิดที่เต็มไปด้วยคำถามที่ยังหาคำตอบไม่ได้
เสียงหัวเราะแ่เบาของน้องสาวค่อย ๆ จางหายไปในระยะไกล โดโรธีถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินออกไปยังระเบียงเพื่อหาความสงบ
…………………………………………………………..
เธอกวาดตามองสวนกว้างที่ทอดยาวออกไปสุดสายตา แสงบ่ายคล้อยอาบพุ่มไม้เป็สีเขียวเข้ม หมอกบางลอยเหนือยอดไม้ ลมพัดเอากลิ่นกุหลาบผสมดินชื้นเข้ามาแตะผิวจมูก
โดโรธีก้าวลงบันไดหินไปตามทางกรวดเล็ก ๆ จนถึงซุ้มพุ่มไม้สูงที่เป็ทางเข้าสู่เขาวงกต แมรี่ สาวใช้ผู้ถือกระเช้าดอกไม้เงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นนาง
“สวนนี้งดงามนัก ข้าตั้งใจจะเดินชมให้ทั่วสักหน่อย” โดโรธีเอ่ย
แมรี่ลังเลเล็กน้อยก่อนโน้มตัวมากระซิบเบา ๆ “โปรดอย่าเข้าไปลึกนักค่ะ โดยเฉพาะเมื่อยามใกล้ค่ำ…พวกคนในครัวลือกันว่า…บางคืนมีคนเห็นผู้หญิงสวมชุดขาวเดินวนอยู่ในเขาวงกต”
โดโรธีชะงัก “ผู้หญิงในชุดขาวหรือ…?”
แมรี่ลดเสียงลงยิ่งกว่าเดิม “ว่ากันว่า…เป็ิญญาของเลดี้แคทเธอรีน มารดาของท่านลอร์ดเฟรเดอริกและเลดี้มาร์กาเร็ต…ที่หายตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ไม่มีใครรู้ว่าท่านเป็หรือตาย แต่…บางคนบอกว่าท่านยังอยู่ที่นี่”
สายลมเย็นพัดผ่านจนเธอรู้สึกขนลุกซู่ โดโรธีชะงักเมื่อได้ยินชื่อเลดี้แคทเธอรีน ในหัวเธอเต็มไปด้วยคำถาม แม้แมรี่จะเตือน แต่โดโรธีไม่อาจห้ามความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง เธอก้าวช้า ๆ เข้าสู่เขาวงกตที่สร้างจากพุ่มไม้สูงเกือบท่วมหัว
…………………………………………………………………..
ทันทีที่ก้าวเข้าไป ความเงียบก็ปกคลุมเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก กำแพงพุ่มไม้สูงท่วมหัวบดบังแสงแดด เสียงใบไม้ไหวแ่ ๆ คล้ายกระซิบ
โดโรธีเดินอย่างระวัง ปลายนิ้วไล้ตามใบไม้เย็นชื้นที่เรียงเป็ผนังข้างตัว เส้นทางแคบและคดเคี้ยวราวกับจงใจออกแบบให้ผู้ที่ก้าวเข้ามาต้อง “หลงทาง”
ยิ่งเดินลึกเข้าไป ความเย็นยิ่งซึมลึกลงสู่ผิว…จนกระทั่ง….
เสียงกรอบแกรบเบา ๆ ดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของพุ่มไม้!
เธอหยุดกึก ลมหายใจสะดุด “แมรี่…?” เธอเรียกเสียงแ่ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินชัดในอก แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ นอกจากเสียงลมที่พัดกลีบกุหลาบหล่นกระทบพื้นหินกรวด
เงียบงัน
จู่ ๆ สายหมอกหนา พลิ้วพัดผ่านทางเดินด้านหน้า กลืนภาพรอบตัวให้พร่ามัวราวกับม่านขาวเลื่อนลงมา
ในความมัวสลัวนั้น…เงาสลัวบางอย่าง เคลื่อนไหวแวบหนึ่งอยู่ลึกเข้าไปในพุ่มไม้
โดโรธีชะงัก ดวงตาสีฟ้ากลมโตเพ่งมองเต็มที่ — เธอเห็นบางสิ่งสะท้อนแสงจาง ๆ คล้าย ชายกระโปรงสีขาวซีด ที่พลิ้วไหวกับสายลม…แต่เพียงชั่วพริบตา เงานั้นก็ถูกหมอกหนากลืนหายไป
เธอไม่แน่ใจเลยว่าสิ่งที่เห็นนั้น…เป็เงาของ “ใครบางคน” จริง ๆ หรือเพียงภาพลวงตาจากแสงและหมอกที่เล่นตา
หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบเจ็บ มือกำชายกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่ความเย็นไล่ผ่านแนวสันหลังจนขนลุกซู่
โดโรธีก้าวต่อไปอีกไม่กี่ก้าว เสียงรองเท้าของเธอกระทบกรวดเบา ๆ และในจังหวะนั้นเอง—
เสียงผู้หญิงกระซิบเบาบางลอยมากับสายลมเย็นเฉียบ
“…กลับมา…กลับบ้านเถิด…”
เสียงนั้นพร่าเลือนราวกับมาจากทุกทิศ ไม่มีจุดกำเนิด และไม่มีจุดสิ้นสุด
โดโรธีกลืนน้ำลายยากเย็น หันซ้ายหันขวาอย่างร้อนรน แต่รอบตัวเธอกลับมีเพียงหมอก…และความว่างเปล่า
เธอกำลังจะหมุนตัวกลับทางเดิม ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นข้างหลังอย่างชัดเจน
“โดโรธี…..เ้าคงไม่ได้คิดจะสำรวจเขาวงกตนี้ในยามหมอกลงเช่นนี้…โดยลำพัง” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนปะทะสายหมอกเย็น โดโรธีหันขวับ ร่างกายแข็งทื่อเมื่อเห็น ชายร่างสูงยืนอยู่ในเงาหมอก
ลอร์ดเฟรเดอริก แบล็ควูด — ดวงตาสีเขียวเข้มของเขาสะท้อนแสงจันทร์ราวกับมรกต เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับ กางเกงเข้ารูปสีเข้ม ร่างสูงสง่างามของเขาดูโดดเด่นจนหมอกยังไม่กล้ากลืนกลบ
โดโรธีเบิกตากว้างเล็กน้อย ความทรงจำผุดขึ้นทันที — ภาพชายบนหลังม้าสีน้ำตาลเข้มที่ช่วยเธอจากรถม้าติดหล่มเมื่อวันก่อน ดวงตาคมคู่นั้น…ไม่มีวันลืม
“ท่าน…ท่านคือ…” โดโรธีเอ่ยเสียงเบาอย่างใ
เขายกคิ้วขึ้นเล็กน้อย คล้ายยิ้มบางที่เต็มไปด้วยความลับ “ลอร์ดเฟรเดอริก แบล็ควูด…เ้าของคฤหาสน์แห่งนี้”
โรธีเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอเม้มปากแน่น ความทรงจำในตอนที่เขาบอกชื่อว่า “ฟรานซิส” แล่นกลับเข้ามา เธอรู้ทันทีว่าเขาจงใจปิดบังตัวตนั้แ่ต้น
“เช่นนั้น…เมื่อวันก่อน ท่านโกหกข้า…”
เฟรเดอริกสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มบางบนริมฝีปาก “ข้าเพียง…ยังไม่อยากให้ใครรู้ว่าข้าเป็ใคร”
คำพูดนั้นทำให้ในอกของเธอร้อนผ่าวด้วยความโกรธ เธอสูดหายใจช้า ๆ แล้วเชิดคางขึ้นอย่างดื้อรั้น “ข้าว่าสวนแห่งนี้ก็ไม่ได้น่ากลัวเท่าที่คนเล่าลือกันหรอกค่ะ…ท่านลอร์ด”
เฟรเดอริกก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่ก้าว สายหมอกโอบรอบร่างสูงของเขา กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดินชื้นผสมกลิ่นไม้โอ๊กลอยแทรกอยู่ในอากาศ
เฟรเดอริกเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ “บางสิ่งในสวนนี้…ควรถูกปล่อยให้เป็ของเงามืด”
เธอยกยิ้มบาง ๆ อย่างท้าทาย “บางที…ข้าอาจไม่ชอบปล่อยให้เงามืดความจริง”
เขาชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนมุมปากจะกระตุกเป็รอยยิ้มจาง ๆ ที่เต็มไปด้วยนัยซ่อนเร้น “ข้าเริ่มแน่ใจแล้ว…ว่าท่านจะนำเื่ยุ่งยากมาสู่ที่แห่งนี้”
เธอหมุนตัวกลับ หันหน้าไปตามเส้นทางด้านซ้ายเพื่อกลับไปยังคฤหาสน์ เฟรเดอริกมองตามเธอครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ และเดินตามไปเงียบ ๆ แต่เพียงไม่นาน เส้นทางที่โดโรธีเลือกกลับพาเธอมาถึงทางตัน
เธอชะงัก หันไปมองทางอีกด้านที่หมอกหนาปกคลุม เหงื่อซึมตรงขมับแม้จะอยู่ในอากาศเย็นจัด แต่เพราะทิฐิ เธอไม่ยอมเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ
โดโรธีพึมพำกับตัวเอง “เป็เพียงทางลัด…ข้ารู้ดี…”
เฟรเดอริกเอ่ยเสียงทุ้มด้วยความเอ็นดู “เช่นนั้นหรือ? แต่ดูเหมือนเ้าจะพาตัวเองเข้ามาลึกกว่าเดิม”
โดโรธีสะดุ้งเล็กน้อย หันขวับไปสบตากับเขา แววตาสีฟ้าสั่นไหวครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเม้มปากแน่นไม่ยอมตอบ
เฟรเดอริกจ้องเธออยู่ครู่หนึ่ง ความอดทนเริ่มถูกทดสอบ เขาขยับเข้ามาใกล้ จนเธอรู้สึกถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่ผสมกับไอหมอกเย็นเฉียบ
เฟรเดอริกออกคำสั่งด้วยเสียงนิ่งแต่ทรงอำนาจ “อย่าดื้อโดโรธี เขาวงกตนี้ไม่เหมาะสำหรับการเดินเล่นตามลำพัง…ยิ่งยามหมอกหนาเช่นนี้”
โดโรธีสูดหายใจเฮือก พยายามรักษาท่าที “ข้าสามารถดูแลตัวเองได้ค่ะ”
เขายกคิ้วขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำแต่ชัดเจน “บางครั้ง ความกล้ากับความประมาท…ต่างกันเพียงเส้นเดียว”
พูดจบ เขาก้าวเข้ามาใกล้ในระยะที่เธอแทบถอยหนีไม่ทัน ก่อนจะเอื้อมมือคว้าข้อมือเธอด้วยแรงพอดี—มั่นคงแต่ไม่รุนแรง
โดโรธีเบิกตากว้าง มองเขาด้วยความใระคนขุ่นเคืองเล็กน้อย “ท่าน…ทำอะไรน่ะ!?”
เฟรเดอริกจ้องเธอด้วยสายตามั่นคง “ช่วยเ้าออกจากที่นี่…ก่อนที่หมอกจะกลืนเราไปทั้งคู่”
เขาดึงมือเธอเบา ๆ แล้วนำทางออกไปตามเส้นทางอีกด้าน ฝีเท้าของเขาหนักแน่นและมั่นคง ราวกับจำทุกซอกทุกมุมของเขาวงกตได้โดยสัญชาตญาณ
โดโรธีเดินตามโดยไม่พูดอะไร แต่ความรู้สึกในใจกลับซับซ้อนยิ่งกว่าหมอกที่ปกคลุมรอบตัว เธอไม่รู้ว่าอะไรทำให้หัวใจเต้นแรง…
เป็เพราะแรงกดดันจากสวนลึกลับ…
หรือเป็เพราะััอุ่นร้อนจากมือเขาที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว…
หรือเพราะ เงาปริศนา ที่เธอเห็นเพียงคนเดียวเมื่อครู่
เมื่อถึงประตูทางออกของเขาวงกต เฟรเดอริกปล่อยมือเธอช้า ๆ ดวงตาสีเขียวเข้มยังคงจับจ้องอยู่ที่เธอ
“อย่าเข้าไปในนั้นตามลำพังอีก…โดโรธี”
โดโรธียืนนิ่ง เงยหน้าขึ้นสบตาเขา แต่ไม่เอื้อนเอ่ยคำตอบ เพียงยกคางขึ้นเล็กน้อย ราวกับ้ายืนยันว่าตนไม่หวั่นเกรง แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความสับสน ความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ผสมกันจนยุ่งเหยิง — ความหวาดกลัว ความสงสัย และบางสิ่งที่เธอไม่อยากยอมรับ