ตอนที่ 1 – พันธกร
พันธกรใจหล่นไปถึงตาตุ่ม เขาหันขวับไปมองแม่ทันที นั่นเพราะชื่อที่ผู้นำอาณาเขตเพิ่งจะเอ่ยขึ้นมานั่นคือชื่อของแม่เขานั่นเอง ฝ่ายแม่เขาก็ดูจะใเช่นกัน แล้วก็มีเ้าหน้าที่ในชุดสีขาวเข้ามาจับแม่ของเขาออกไป พันธกระโร้องลั่น
“ไม่นะ!! แม่!!” พันธกรวิ่งออกมานอกแถว มีแต่คนมองเขาเต็มไปหมดด้วยสีหน้าสงสาร พันธกรจะวิ่งไปหาแม่ที่กำลังถูกพาไปยังเวทีแต่กลับถูกเ้าหน้าที่กั้นเอาไว้ ไม่ให้เข้าไป
“ไม่จริง! แม่!! แม่จะตายไม่ได้นะ!!” พันธกรตะเบ็งเสียงลั่น ฝ่ายแม่ของเขาก็หันมามองเขาก่อนจะบอกให้เขาเดินกลับเข้าแถวตามเดิมไป
“ไม่นะ ไม่!” พันธกรไม่ยอม เขายังจะวิ่งเข้าไปหาแม่ของเขา แต่ถูกพวกเ้าหน้าที่ชกเข้าที่ใบหน้าจนล้มลงไปกับพื้น จากนั้น แม่ของเขาก็ถูกพาขึ้นไปบนเวที และหายไปทางประตูด้านหลังเวที พันธกรร้องลั่น ในที่สุด สิ่งที่เขากังวลและกลัวมากที่สุดก็เกิดขึ้นแล้ว แม่เขาถูกจับเป็เครื่องสังเวย
พันธกรยังไม่ยอมหยุดอาละวาด เขาพยายามจะวิ่งแต่ก็ถูกกั้นเอาไว้ แล้วประตูด้านหลังเวทีก็ปิด พันธกรถึงกับทรุดนั่งลงอย่างหมดแรงแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น ผู้คนที่เหลือในอาณาเขตต่างโล่งใจก็จริงที่ตัวเองไม่ได้โดนเลือกเป็เครื่องสังเวย แต่ก็อดสงสารพันธกรไม่ได้ เขาถูกปล่อยให้ทิ้งให้ร้องไห้อย่างนั้นบนลานว่าง ขณะที่พวกคนอื่นๆ ก็พากันกลับบ้านไปทำภารกิจส่วนตัว
“ไอ้พัน” ปฏิคม เพื่อนชายคนสนิทของพันธกรและมีอายุเท่ากันด้วย เดินเข้ามาปลอบใจเขา “เลิกร้องไห้เถอะ แล้วกลับบ้านกัน วันนี้แกคงไปเรียนไม่ได้หรอก”
แต่พันธกรก็ยังคงนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น เขาเสียใจอย่างมาก พ่อก็จากไปแล้วจากา และในตอนนี้ แม่ก็จากไปอีก ต่อแต่นี้ เขาต้องมีชีวิตอยู่คนเดียวแล้ว พอยิ่งคิดแบบนั้นก็ยิ่งเสียใจ ในตอนนั้นเอง วรรณสา เพื่อนสนิทหญิงอีกคนของพันธกรและปฏิคมก็เดินเข้ามาด้วย วรรณสาลูบหลังพันธกรที่สั่นระริก เธอเองก็น้ำตาซึมด้วยพร้อมกับบอก
“พัน... กลับบ้านกันเถอะ” วรรณสาพยายามทำตัวให้เข้มแข็ง พยายามจะไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น “เดี๋ยวสาจะทำอาหารให้กินนะ เอาไหม?”
พันธกรส่ายหน้าออกมา ใบหน้าของเขานองไปด้วยน้ำมูกน้ำตา ปฏิคมหันไปมองวรรณสาซึ่งเป็เด็กสาวอายุรุ่นเดียวกันแล้วก็พากันถอนหายใจ ก่อนจะพยายามดึงตัวพันธกรให้ลุกออกไปจากลานว่างที่ตอนนี้ไร้ซึ่งผู้คนแล้ว
ที่บ้านหลังเล็กๆ ของพันธกร วรรณสาก็จัดการเจียวไข่ให้ทั้งพันธกรและปฏิคมกินด้วยกัน เธอยกไข่เจียวโปะลงบนข้าวสวย ก่อนจะนำมาเสิร์ฟที่โต๊ะอาหารในบ้านของพันธกร
“กินซะสิ พัน คมก็ด้วยนะ” วรรณสาบอก เธอเป็เด็กหน้าตาสวยงาม ไว้ผมสีดำยาว “ขอโทษทีนะ สาก็ทำได้แค่นี้แหละ แค่ไข่เจียว”
“ไม่เห็นเป็ไรนี่ สา” ปฏิคมบอกออกมาก่อนจะตักข้าวไข่เจียวกินเข้าไป พอกลืนลงท้องเสร็จ เขาก็เอ่ยออกมา “อาหารในอาณาเขตเราก็ใช่ว่าจะเยอะ”
วรรณสาหันไปมองพันธกร เขาไม่ยอมแตะต้องอาหารของเธอเลย จนเธอต้องบอกออกมา “ทานอะไรหน่อยเถอะ พัน เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”
“พัน....กินอะไรไม่ลง” เขาตอบกลับมาเสียงเนือยๆ วรรณสาถอนหายใจออกมา รู้ดีว่าเขาเพิ่งจะเสียแม่ไป เหมือนคนที่ได้าแมาใหม่ๆ ต้องใช้เวลาเยียวยาในการรักษา เธอเลยไม่ว่าอะไรที่เขาไม่กินอาหารของเธอ
“งั้นก็ไม่เป็ไร” วรรณสาว่าพร้อมกับบอกออกมา “วันนี้สาหยุดเรียนดีกว่า จะอยู่กับพันนี่แหละ ั้แ่เช้าถึงเย็นเลย”
ปฏิคมที่กำลังกินข้าวไข่เจียวถึงกับเงยหน้ามองขึ้นมามองวรรณสา แต่เธอไม่ได้มองมาที่เขา ปฏิคมแอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะตักข้าวกินเข้าไปอีก
“ขอเถอะ สา” พันธกรพูดเสียงเบา “พัน...อยากอยู่คนเดียว ขอโทษนะที่พูดแบบนี้ แต่พันอยากอยู่คนเดียวจริงๆ”
วรรณสาถึงกับอึ้งไปและหันไปมองปฏิคม ปฏิคมเองก็จ้องเธอกลับ ก่อนที่เขาจะกินเสร็จ วรรณสายกจานของปฏิคมไปล้างหลังบ้าน ส่วนจานของพันธกร เธอเอาตาข่ายคลุมเอาไว้กันแมลง เผื่อว่าเขาจะหิวแล้วอยากกินอะไรขึ้นมา
“เราไปกันก่อนเถอะ สา” ปฏิคม เพื่อนสนิทของพันธกรบอกออกมาเสียงเบา เมื่อเดินเข้ามาในครัว “ไอ้พันมันคงอยากอยู่คนเดียวจริงๆ”
“แล้วถ้าเขาเกิดคิดอะไรอย่างฆ่าตัวตายขึ้นมา จะทำยังไง?” วรรณสาพูดอย่างออกจะเป็ห่วงพันธกร “สายอมไม่ได้หรอกนะ ถ้าพันจะทำแบบนั้น”
“น่า ไอ้พันไม่ใช่คนโง่ๆ แบบนั้น ถึงมันจะอ่อนแอ แต่ก็ไม่ใช่คนที่จะฆ่าตัวเองได้” ปฏิคมบอกพลางจะใช้มือโอบหลังวรรณสา แต่พอเขารู้ตัว เขาก็หดมือกลับ วรรณสาเองก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปบอกพันธกรที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าว
“งั้นสากับคมไปก่อนนะ” วรรณสาบอกแก่พันธกร “เออ พรุ่งนี้เป็วันเสาร์ เป็วันหยุด เราไปเดินห้างกันดีไหม?”
“ขอโทษนะ สา” พันธกรบอกพร้อมกับลุกออกไปทันที วรรณสามองตามแผ่นหลังของเขาไปแล้วก็ส่ายหน้า ก่อนที่ปฏิคมจะพาวรรณสาออกไปจากบ้านของพันธกร
พันธกรเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง ล้มตัวลงนอนไปบนเตียงแล้วก็ร้องไห้ออกมาอีก จากนี้ เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร? ในเมื่อไม่มีแม่แล้ว พอคิดสภาพว่าแม่ต้องตกเป็อาหารของพวกนั้น จะต้องทรมานแค่ไหนกันกว่าจะตาย? มันก็ยิ่งทำให้เขายิ่งเ็ปใจ เขาเสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรแม่ได้เลย
เขานอนร้องไห้เป็ชั่วโมงจนตาบวมไปหมด ไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนอยู่แต่ในห้องนอน พอถึงเวลาเที่ยง เขาก็ไม่ได้หิวอะไรเลย เขาไม่มีอารมณ์จะกินอะไรทั้งนั้น แม้แต่น้ำเปล่าก็ไม่สามารถเอาเข้าปากได้ เขาเสียใจจริงๆ ในที่สุด วันที่เขาไม่อยากให้มาถึงก็มาจนได้
ที่โรงเรียนเล็กๆ ภายในอาณาเขตซึ่งเปิดสอนนักเรียนั้แ่ชั้นม.หนึ่งถึงม.หกนั้น ภัทร เด็กนักเรียนชายชั้นม.สี่คนหนึ่ง ผู้ที่กำลังเล่นฟุตบอลอยู่ในสนาม เขาเลี้ยงลูกบอลอย่างชำนาญก่อนจะทำประตูไปได้อีกหน ชนะขาดลอยสามต่อศูนย์ อีกฝ่ายซึ่งเป็เด็กนักเรียนชายชั้นม.สี่เช่นกัน ชื่อว่าชัชชัย ก็บ่นออกมา
“โธ่ ไอ้ภัทร ออมๆ มือมั่งสิวะ” ชัชชัย เด็กหนุ่มคนหนึ่งบอกขึ้นมากับเพื่อนร่วมห้องที่ชื่อภัทร เขาดูจะโมโหที่เป็ฝ่ายแพ้แก่ภัทร ส่วนภัทรก็ไม่ได้สนใจอะไร เขาแบมือสองข้างออกมา
“ไม่เว้ย การแข่งขันมันต้องเต็มที่” ภัทรว่าออกมา ทำเอาชัชชัย ผู้เป็เพื่อนร่วมห้องและเพื่อนสนิทของเขาด้วยถึงกับเดินอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกจากสนามไปทันที ภัทรถอนหายใจออกมาพลางบ่น
“ไอ้ชัยนี่ เมื่อไหร่จะแก้นิสัยอารมณ์ร้อนอะไรนี่ได้สักทีนะ?” ภัทรบ่นออกมา “ตัวเองเป็ฝ่ายแพ้แท้ๆ แต่ดันมาพาลใส่ได้”
แล้วภัทรกับชัชชัยก็ขึ้นไปบนอาคารเรียน ก่อนจะเข้าไปในห้องเรียนและรออาจารย์ให้เข้ามาสอน ที่อาณาเขตนี้ไม่มีมหาวิทยลัย เมื่อจบชั้นม.หก ก็ถือว่าจบเลย ชัชชัยออกจะเบื่อกับการเรียนหนังสือ เพราะถึงเรียนไปให้ตายอย่างไร ก็เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้อยู่ดี เขาเลยเบื่อการเรียนหนังสือ
ทางด้านปฏิคมและวรรณสาที่อยู่อีกห้องหนึ่ง ขณะอาจารย์กำลังสอนอยู่ วรรณสาก็แอบคุยกับปฏิคมที่นั่งข้างๆ “นี่ คมว่าพันจะหายเศร้าหรือยัง?”
“คมก็ไม่รู้หรอก สา” ปฏิคมบอกออกมา “ต้องใช้เวลาหน่อย ไอ้พันมันเพิ่งจะได้แผลสดๆ ใหม่ๆ มา ต้องใช้เวลาเยียวยาหน่อย”
“นั่นสินะ” วรรณสาพยักหน้า ในตอนนั้นเอง อาจารย์ที่เห็นทั้งสองซุบซิบคุยกัน ก็บอกออกมา
“ปฏิคม วรรณสา ถ้าอยากคุย เชิญออกไปนอกห้อง”
ปฏิคมลุกขึ้นยืนทันทีอย่างไม่กลัวอะไร ทำเอาวรรณสาต้องดึงแขนเสื้อนักเรียนเขาเอาไว้ แต่ปฏิคมไม่สนใจ เขาดึงมือวรรณสาให้ออกไปกับเขาด้วย ทั้งสองคนมายืนอยู่หน้าห้องเรียนตามที่อาจารย์สั่ง
“คมทำอะไรน่ะ? ไปก่อฏกับอาจารย์แบบนั้น?” วรรณสาถามเขา ปฏิคมก็ยักไหล่
“ก็อาจารย์บอกมาเองว่าให้ออกไปนอกห้อง คมก็ทำตามที่อาจารย์บอกแล้วไง แล้วทำไมล่ะ?” เขาพูดออกมาหน้าตาเฉย ทำเอาอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่ในห้องถึงกับโมโห เลยเดินมาต่อว่าปฏิคมหน้าห้องเรียน ปฏิคมรู้สึกโมโห เขาเลยเดินออกไปจากหน้าห้องเรียนเลย
“คม!” วรรณสาร้องเรียก แต่ปฏิคมก็ลงบันไดไปแล้ว เธอส่ายหน้าอย่างเอือมระอาให้กับปฏิคม ส่วนฝ่ายปฏิคมนั้นก็เข้าไปในห้องสมุดเล็กๆ เขาตัดสินใจเลือกเก้าอี้มานั่งก่อนจะฟุบหลับ แต่ก่อนหน้านั้น เขาก็เห็นวาสุกรี เด็กหนุ่มชั้นม.ห้าที่สวมแว่นสายตา และเป็รุ่นพี่ของเขาที่รู้จักขึ้นมา เขาเลยร้องเรียก
“พี่วา!”
“อ้าว? น้องคม” วาสุกรีที่สวมแว่นตาหนาเตอะ ตัวสูงขนาดปานกลางเดินเข้ามาหาปฏิคมพร้อมกับถือหนังสือไว้เต็มอ้อมแขนเอ่ยขึ้นมา “มาทำอะไรในห้องสมุด? ปกติน้องจะไม่มาที่นี่นี่”
ปฏิคมเลยเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น? เมื่อวาสุกรีได้ยินอย่างนั้น เขาก็ส่ายหน้าพร้อมกับบอก “ยังดื้อเหมือนเดิมเลยนะ”
“ผมไม่กลัวอาจารย์หรอก” ปฏิคมว่าตามจริง “แล้วนี่พี่เข้าห้องสมุดมาทำอะไรหรือครับ?”
“มาเอาหนังสือไปคืนน่ะสิ ว่าจะยืมเล่มใหม่ด้วย” วาสุกรีบอกออกมา ปฏิคมที่สงสัยมานานแล้ว เขาก็เลยลองถามวาสุกรีขึ้นมา
“พี่เรียนจบม.หกไป จะไปทำอะไร?” เขาถาม ทำเอาวาสุกรีถึงกับอึ้งไปเลย
“เอ่อ...” วาสุกรีเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ปฏิคมเลยถอนหายใจก่อนจะบอกออกมา “ชีวิตของพวกเราในอาณาเขตไม่ค่อยจะมีอาชีพอะไรเท่าไหร่นี่ จะเรียนไปทำไม? ในเมื่อเรียนจบไปก็ไม่ได้ใช้อะไรเลย”
“แต่มีความรู้ติดไว้ดีก็ดีกว่านะน้องคม” วาสุกรีบอกพลางขยับแว่นสายตา แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ถึงเื่ของพันธกร เขาเองก็รู้จักพันธกรเหมือนกัน “เออ แล้วเื่น้องพันล่ะ เขาเป็ไงบ้าง? เมื่อเช้านี้แม่เขา...”
“อ๋อ มันเสียใจอยู่กับบ้านน่ะครับ นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะมาเรียนอีกทีวันไหน?” ปฏิคมบอกพลางส่ายหน้า “แต่ผมก็พอเข้าใจเพื่อนนะครับ เป็ผม ผมก็คงเสียใจเหมือนกัน”
“อืม สมกับเป็เพื่อนสนิทกัน” วาสุกรีพยักหน้าไปมา ก่อนจะเอาหนังสือวางคืนที่ชั้นและหยิบเล่มใหม่ออกมา “งั้นพี่ไปก่อนนะ”
“ครับ” ปฏิคมพยักหน้าให้แก่เขา วาสุกรียิ้มให้เขาก่อนจะเดินไปยืมหนังสือแล้วออกไปจากห้องสมุด พอวาสุกรีจากไปแล้ว ปฏิคมก็ตัดสินใจฟุบหลับ
เมื่อเลิกเรียน วรรณสาก็ลองมาที่ห้องสมุดดู แล้วก็เจอปฏิคมกำลังนอนฟุบหลับอยู่จริงๆ เสียด้วย เธอคิดแล้วไม่มีผิด เธอเดินไปหาเขาแล้วก็ปลุกเขา “คม ตื่นได้แล้ว เลิกเรียนแล้วนะ”
“หา?” ปฏิคมเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ “อ้าว? สา”
“ไม่ต้องมา ‘อ้าว?’ เลย” วรรณสาดุเขา “กลับบ้านกันเถอะ ไม่สิ ไปหาพันก่อน ค่อยกลับบ้านกัน”
ปฏิคมแอบเจ็บในใจลึกๆ เพราะเขาชอบวรรณสาอยู่ แต่ท่าทางวรรณสาจะชื่นชอบพันธกรอยู่ ฝ่ายพันธกรก็ไม่ได้รู้เื่อะไรเลย ถึงวรรณสาจะพยายามบอกอ้อมๆ เท่าไหร่ เขาก็ซื่อบื้อและไม่รู้เสียที ปฏิคมเองจริงๆ ก็แอบอิจฉาพันธกรอยู่ลึกๆ แต่ด้วยความที่เป็เพื่อนสนิทที่รู้ใจกันดีที่สุด เขาเลยไม่กล่าวโทษต่อพันธกร
วรรณสาและปฏิคมกำลังจะเดินออกจากห้องสมุด แต่ตอนนั้นเอง เผอิญชัชชัยและภัทรก็เดินสวนเข้ามาพอดี และชัชชัยก็เดินชนกับปฏิคมเข้า ทำเอาฝ่ายชัชชัยเกือบจะล้ม
“เฮ้ย! มองทางบ้างสิวะ!” ชัชชัยต่อว่าปฏิคมทันที ฝ่ายปฏิคมก็ชักไม่สบอารมณ์แล้วเหมือนกัน เขายืนเท้าเอวอย่างเอาเื่
“ใครกันแน่ไม่มองทาง?” ปฏิคมพูดเสียงแข็งออกมา ชัชชัยถึงกับโกรธทันที เงื้อมมือจะชกปฏิคม แต่ถูกภัทร เพื่อนสนิทของเขาห้ามเอาไว้ก่อน
“เอาน่า อย่าทะเลาะกัน” ภัทรบอกออกมาพร้อมกับขอโทษปฏิคม “ขอโทษนะ เพื่อนผมใจร้อนแบบนี้แหละ”
“ไอ้ภัทร!” ชัชชัยหันมาตวาดใส่เพื่อนตัวเอง ก่อนจะเดินปึงปังเข้าไปในห้องสมุดทันที ปฏิคมมองตามหลังชัชชัยไปอย่างเกลียดชัง เขาเองก็พอจะเคยเห็นชัชชัยเหมือนกัน แต่ไม่รู้จักชื่อ เพราะอยู่คนละห้องกัน
“ฟู่ว!” วรรณสาพ่นลมออกมาจากปาก “นึกว่าจะเกิดเื่ซะแล้ว”
“แหม สา คมก็ไม่ใช่คนจะหาเื่คนอื่นแบบนั้นนะ” ปฏิคมหันมาว่าเสียงอ่อน แต่วรรณสาส่ายหน้า
“แล้วเมื่อกี้ที่ไปเถียงเขานั่นคืออะไรกันล่ะ?” เธอถาม แล้วก็เป็ฝ่ายจูงมือปฏิคมออกไปเลย เขามองไปที่มือของตัวเองที่ถูกวรรณสาจูงออกไป แล้วก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย
ที่บ้านของพันธกร พันธกรก็ยังคงคงนอนอยู่ในห้องนอนเล็กๆ ของเขาแบบนั้น ฝ่ายปฏิคมและวรรณสาที่เห็นประตูบ้านของพันธกรเปิดค้างอยู่ เธอก็ถึงกับใ
“นี่พันไม่สนใจจะปิดประตูบ้านเลยหรือเนี่ย?” วรรณสาถามออกมา แต่ปฏิคมปฏิเสธออกไป
“ในอาณาเขตเราไม่มีขโมยหรอก”
“ไม่ คม ถ้าคนอื่นเข้ามาในบ้านเขาจะทำยังไง?” วรรณสาบอก พลางเดินเข้าไปในห้องทานข้าวก่อนจะขึ้นบันไดไปชั้นสอง ไปยังห้องของพันธกรก่อนจะเคาะประตู “พัน” เธอเรียก “อยู่ในห้องหรือเปล่า?”
พันธกรได้ยินเสียงของวรรณสา เขาก็ลุกออกไปเปิดประตู ก็พบวรรณสาและปฏิคมในชุดนักเรียน ทั้งสองมองมาที่พันธกรเป็ตาเดียว
“อ้อ ไอ้คมกับสา” พันธกรเอ่ยออกมาน้ำเสียงอ่อนแรง “มีอะไรเหรอ?”
“มีสิ ก็สาเป็ห่วงพันน่ะสิ นี่กินข้าวหรือยัง?” วรรณสาถามออกมาด้วยความเป็ห่วง ทำเอาปฏิคมรู้สึกเจ็บในใจลึกๆ อีกครั้ง แต่เขาก็พยายามห้ามตัวเอง ส่วนพันธกรก็ส่ายหน้า
“กินอะไรหน่อยเถอะ เดี๋ยวไม่สบายไปนะ” วรรณสาพูดออกมา แต่พันธกรที่กำลังตกอยู่ในความเศร้า เขาก็ตอบออกมา
“ไม่สบายตายไปเลยก็ดี จะได้ไปหาพ่อกับแม่ได้ไง”
“พัน!” วรรณสาส่งเสียงดุใส่เขา “พูดอะไรแบบนั้น อย่าพูดเื่ตายสิ มันเป็ลางไม่ดี เข้าใจไหม?”
“พันน่าจะอยู่ในยุคที่ไอ้พวกเอไอตอนมันยึดครองโลกนะ” พันธกรพูดออกมา “จะได้ถูกฆ่าตายไปเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งทรมานแบบนี้”
วรรณสาส่ายหน้า ก่อนจะชักชวนเขาให้ไปด้านล่าง เธอเดินไปยังข้าวไข่เจียวที่เอาตาข่ายคลุมเอาไว้อยู่ พลางดมกลิ่นของมันดู เพื่อจะดูว่ายังกินได้หรือเปล่า?
“เดี๋ยวสาเจียวไข่ให้กินอีกฟองดีไหม?” วรรณสาอาสา “ของนี่มันเก่าแล้ว ทิ้งไปเถอะ”
“ไม่ ไม่ต้อง” พันธกรห้ามเธอเอาไว้ ก่อนจะถือจานใส่ไข่เจียวโปะข้าวจากมือวรรณสาออกไป แล้วก็มานั่งที่โต๊ะทานข้าว ก่อนจะเริ่มกิน วรรณสาเห็นดังนั้นก็พึงพอใจ
“เฮ้อ นึกว่าพันจะไม่กินอะไรเสียอีก” วรรณสาว่าอย่างดีใจ “สาเห็นแบบนี้ก็หมดห่วง”
ปฏิคมรู้สึกว่าตัวเองไม่อาจทนไหวอีกต่อไปแล้ว เขาเลยบอกออกมา “งั้นสาอยู่กับไอ้พันไปก่อนละกันนะ เดี๋ยวคมขอกลับบ้านก่อน”
“อ้าว? ทำไมล่ะคม?” วรรณสาถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ “ทำไมไม่กลับด้วยกัน? บ้านเราไปทางเดียวกันนะ”
“คมว่าคมกลับเองดีกว่า” ปฏิคมว่าแล้วเม้มปาก ก่อนจะเดินออกไปจากบ้านของพันธกร ฝ่ายวรรณสาก็งุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น? ทำไมปฏิคมถึงทำท่าเหมือนประชดเธออย่างนั้นเลย พันธกรที่เป็เพื่อนสนิทของปฏิคม ก็พอรู้ว่าปฏิคมน่าจะชอบวรรณสา ถึงได้ทำท่าแบบนั้นออกมา
“คมเป็อะไรของเขาน่ะ?” วรรณสาหันมาหาพันธกร “พันรู้ไหม?”
“ไม่รู้หรอก” เขาปฏิเสธออกไป ขืนบอกออกไปว่าเพื่อนของเขาชอบเธอ ปฏิคมต้องโกรธเขามากแน่ๆ เขาเลยไม่บอกไปเลยดีกว่า
“เออ พรุ่งนี้ไปเที่ยวห้างกันไหม?” วรรณสาชักชวนเขา “สาอยากจะได้เสื้อผ้าใหม่ๆ”
“แต่พันอยากอยู่คนเดียวน่ะ สา” พันธกรบอกออกมา ทำเอาวรรณสาเหนื่อยใจแล้วก็เสียใจด้วยที่พันธกรบอกออกมาแบบนั้น
“น่า ไปกันเถอะ” วรรณสาเร่งเร้าเขา “ไปเปิดหูเปิดตา แล้วก็ลืมเื่ทุกข์ไปซะ”
“ถ้าสาไม่มาเป็พัน สาจะไม่มีวันรู้เลยว่ามันทรมานแค่ไหนกับการจากลา” พันธกรพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาซึม “พันเสียพ่อไปแล้ว และตอนนี้ก็มาเสียแม่ไปอีก พัน....”
เขาทำท่าจะร้องไห้อีกรอบ วรรณสาเลยเอามือลูบหลังเขา เธอรู้สึกเป็ห่วงเขาจริงๆ ความจริง เธอก็แอบชอบเขามาตั้งนานแล้ว มองเขามาตลอด แต่ไม่กล้าบอกว่าชอบออกไป เพราะกลัวความสัมพันธ์จะเปลี่ยนแปลงไป
“สารู้ดีว่าพันเสียใจ” วรรณสาแนะนำออกมา “สาว่าพันร้องไห้ ร้องไห้ออกมาให้หมดเถอะ เอาให้เศร้าให้ถึงที่สุดเลย แล้วจากนั้น ก็กลับมาเป็พันคนเดิมนะ”
“พันคงกลับมาเป็คนเดิมไม่ได้แล้ว” พันธกรบอกออกมาเสียงสั่น “ขอโทษนะ สา”
แล้วพันธกรก็เดินขึ้นไปบนห้องนอนบนชั้นสองทันที วรรณสามองตามแผ่นหลังเขาก่อนจะส่ายหน้าออกมา เธอทำอะไรไม่ได้ ก็เลยเดินออกจากบ้านของพันธกรและปิดประตูให้เขา ฝ่ายพันธกรก็มาล้มนอนที่เตียงอีกครั้ง น้ำตาไหลหยดเป็ดวงที่หมอน
“แล้วเราจะอยู่ได้ยังไงคนเดียว?” พันธกรพร่ำออกมา “พ่อ... แม่... พันอยู่คนเดียวไม่ได้หรอก”
จู่ๆ เสียงของแม่ในหัวสมองของเขาก็ดังขึ้น ว่าเขาจะต้องยืนหยัดอยู่ด้วยตัวคนเดียวให้ได้ พันธกรได้ยินเสียงของแม่ในสมอง เขาก็พลิกตัวลงมานอนตะแคง
“นั่นสินะ....” เขาเปรยออกมาเบาๆ “ชีวิตเราไม่จบแค่นี้หรอก เราต้องมีชีวิตต่อไป ตามอย่างที่แม่สอน ตามอย่างที่แม่้า”
แล้วพันธกรก็เริ่มมีใจฮึดสู้ขึ้นมาเล็กน้อย เขาเดินไปยังห้องน้ำ พลางเปิดก๊อกน้ำแล้วเอามือรอง เอาน้ำมาล้างใบหน้าตัวเอง ก่อนจะเอาผ้าเช็ด เขามองดูตัวเองในกระจก ตาเขาบวมมาก เพราะมาจากการร้องไห้อย่างหนักนั่นเอง
“แม่ พันสัญญา” เขาเอ่ยกับตัวเองในกระจก “สัญญาว่าจะอยู่คนเดียวให้ได้ จะยืนหยัดอยู่คนเดียวให้ได้ แม่ไม่ต้องห่วงพันหรอกนะ พันจะมีชีวิตต่อไปจนถึงเป็ผู้ใหญ่”
เขาบอกกับตัวเองในกระจก ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วก็ลงไปทานข้าวไข่เจียวที่เหลืออยู่ ที่วรรณสาอุตส่าห์ทำให้ เขากินเข้าไปจนหมด แล้วก็ยกจานไปล้างในอ่างล้างจาน พอล้างเสร็จ ก็คว่ำจานไว้ในที่วางจานเหมือนเดิม
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปบ้านสาดีกว่า” เขาเริ่มดีขึ้นเล็กน้อยแล้ว “เธออยากไปห้างนี่ งั้นไปกับเธอด้วยก็ดีเหมือนกัน เออ ชวนไอ้คมไปด้วยก็ได้”
เขาเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางมองไปทางประตูทางเข้าบ้าน ตอนนี้ ผู้คนในอาณาเขตก็กำลังดำเนินชีวิตไปตามปกติ แต่พวกฝ่ายผู้นำของอาณาเขตเริ่มจะมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว