"มาสักที เร็วๆ นั่งฉันจะเล่า"
"ครับบบบบ" พงษ์พูดพร้อมกับยื่นแก้วน้ำผึ้งมะนาวให้เพนนี
"เชิญเล่าเลยครับคุณนาย"
"ก็ผู้หญิงสวยๆที่ฉันบอกไปอ่ะ ว่าเธอชื่อ อวี๋เฟิงฟ่ง เวลาเจอเธอให้เรียกว่าฟ่งเอ๋อ แต่ฉันก็ไม่รู้นะเธอจะมาปรากฏตัวให้นายเห็นรึเปล่า หรือถ้านายอยากเห็นนายก็อาจจะต้องสวมแหวน แต่ถ้าสวมแล้วยังไม่เห็นคุณฟ่งเธออีก อันนี้ก็เื่ของนายละ สงสัยไม่เคยมีกรรมที่ผูกกันมา ถ้าไม่เห็นเธอจริงๆแสดงว่า นายหมดบุญที่จะได้เห็นคนสวยๆแบบฉันอีกคนหนึ่งแล้วนะ แต่ก็อย่าคิดไปว่า บนโลกใบนี้จะมีพนิตพรอีกเป็คนที่สอง เพราะฉันก็มีแค่ฉันคนเดียวบนโลกเท่านั้น เธอสวยดีนะ แต่หน้าดูแอบจืดๆไปหน่อย คิ้วก็บางแบบนางเอกจีนอ่ะ ไม่ค่อยปัง ไม่เหมือนฉันทั้งเปรี้ยวทั้งแสบทั้งแซ่บทั้งซ่า"
"คุณเพนนีนี่ก็ยังไม่เลิกยอตัวเองสักที ผมว่าเย็นนี้เอาคุณเพนนีไปทำยำแทนหมูยอได้เลย ชมตัวเองได้เก่งมากครับ ว่าแต่คุณเพนนีมีเื่เล่าแค่ความสวยของเธอเองหรือครับ ผมดูแล้วก็ไม่ได้สำคัญเท่าไหร่เลยนะเนี่ย"
"เกือบลืมไปเลย นอกจากความสวย เธอยังบอกว่าเธอเนี่ยเป็พี่สาวฝาแฝดฉัน เมื่อชาติที่แล้ว พันกว่าปี นายคิดดูสิ คุณนายเพนนีแบบฉันเนี่ยไม่เคยเกิดมามีพี่น้องที่ใกล้ชิด หรือสนิทสนมกันมาก่อน จะให้มารู้จักมักจี่กันได้ง่ายก็ไม่ใช่เื่ จะให้ฉันมาสนิทสนม คุยเล่นหัวกับแบบนายงี้ก็ไม่ถูก ทั้งๆที่เธอบอกเป็พี่น้องกัน แต่นั่นแหล่ะ เราก็ยังมีระยะห่างกันอยู่ดี"
"ให้ผมเดานะ ระยะห่างที่ว่านี่ มันเกิดจากคุณฟ่งเธอไม่ยอมตามใจคุณเพนนีแน่เลย ถูกรึเปล่าครับ"
"โอ้โห ถูกต้อง โป๊ะเชะมาก นายอย่ามาว่าให้ฉันเปลี่ยนอาชีพจากนักเปียโนไปเป็นักแสดงเลย ฉันว่านายนี่แหล่ะสมควรจะเปลี่ยนอาชีพที่สุด เปลี่ยนเถอะจากเลขาส่วนตัวฉันคอยรับคิวงานเปียโน ไปคอยเป็ รับคิวงานดูดวงเถอะ ถ้าจะแม่นขนาดนี้ จริงๆนะ ฉันไม่ได้ประชด เดี๋ยวเลิกจ้างเลย เผื่องานหมอดูเป็อาชีพั้แ่ชาติที่แล้วของนาย"
"เอ่ออออ ใจเย็นๆนะครับคุณเพนนี ที่ผมทายถูกนะเพราะว่าผมเดาเอา ไม่ได้มีญาณวิเศษหรืออะไร เกิดผมไปทำอาชีพหมอดูขึ้นมาพูดปากหมาตามสไตล์ไอ้พงษ์ให้ลูกค้าฟัง เขาได้กระทืบผมตายจมกองเท้าตรงนั้นเลยน่ะสิครับ แล้วอีกอย่างนะถ้าผมไปใครจะคอยรับใช้คุยเวลาคุยเรียกหา ใครจะคอยรองมือรองเท้าคุณเวลาหงุดหงิดละครับ"
"โห นายพงษ์ นายนี่ดีกับฉันจริงๆ ดีกว่าไอ้เ้าดอลลี่ หมาป้าวรรณซะอีก ฉันซึ้งจริงๆ นายมันดีกว่าหมาด้วยซ้ำ ฉันประทับใจมาก"
เพนนีกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมกับลูบหัวพงษ์เหมือนหมาน้อยตัวหนึ่ง
"พอก่อนเถอะครับคุณเพนนี ก่อนผมจะเลิกพูดแล้วเปลี่ยนเป็เห่าจริงๆ มาต่อสิครับคุณฟ่งเธอว่ายังไงบ้าง ผมอยากรู้"
"ทั้งฉลาดทั้งประจบประแจงสอพลอไม่มีใครเกิน ชาติคงไม่เจอใครแบบนายแน่ๆ ก็ยัยคุณฟ่งเธอบอกว่า ชาติที่แล้วที่เป็ฝาแฝดกับฉัน พอเราไปจวนของอะไรกงๆสักอย่าง กงจักรมั้ง ไม่รู้ชื่อ จำไม่ได้ยากเกิน"
"มันยากขนาดนั้นเลยหรอครับ"
"แหม่!นายพงษ์ นายก็รู้ว่าฉันเป็คนไทยแท้ 100% พูดจีนไม่ได้เลย แต่เธอน่ะสิดันเป็คนจีน จวนของท่านกงไรสักอย่าง บอกไปงานเลี้ยงน้ำชาที่จัดขึ้นของคุณหนูคนเล็กในจวน ชื่อนี้ฉันจำแม่น ยัยฉีเหม่ย ยัยคนนี้ไม่รู้สิ ตอนนี้ถึงไม่เคยเจอหน้า แต่แค่ฟังชื่อก็รู้สึกถึงความร้ายกาจพอตัว"
"ไม่ต้องกลัวหรอกครับ ใครๆเขาก็รู้ว่าฤทธิ์ของคุณนายเพนนีน่ะร้ายกาจไม่แพ้ใครเลย เผลอๆมากกว่าทุกคนซะอีก ฮ่าๆๆๆๆ"
เพนนีขว้างหมอนใส่พงษ์ "ไอ้บ้าพงษ์ แกขำอยู่ได้ เดี๋ยวฉันจะไม่สนใจละนะ"
"โถคุณเพนนีครับ เล่าต่อเถอะ" พงษ์ยอมอ่อนข้อง้อ
"อ่ะๆ สงสารลูกหมาตาดำๆรอฟังเื่ ก็เธอน่ะบอกฉันและเธอเนี่ยตายหลังจากกลับมาจากงาน แต่ประเด็นสำคัญคือ เธอเองก็ตายมาพันกว่าปีแล้ว ไอ้เื่ราวที่ตายเนี่ยดันจำไม่ได้ ฟ่งเอ๋อเธอเลยบอกอยากให้ฉันเนี่ยใช้ความสวย ความฉลาด ความเก่งกล้า ความสามารถ ความเริ่ด ของฉันเนี่ยให้เป็ประโยชน์ ไปไขคดีให้ได้"
แน่นอนว่าประโยคหลังฟ่งเอ๋อไม่ได้พูดแต่เป็เธอเองนี่แหล่ะที่เติมมาเอง แต่อย่างไรก็ตามเธอจะเป็คนเล่า คนเสริมเติมแต่งอะไรก็ได้เพราะไอ้เบื๊อกพงษ์ย่อมไม่รู้แน่นอน
"รูปประโยคมันแปลกๆนะครับไหนบอกคุณฟ่งเธอเป็คนจีน แถมจีนโบราณอีกด้วยไหนเลยจะมารู้จักคำพวกนี้"
"เอ๊ะไอ้นี่ จะหาเื่กันทุกคำพูดเลยรึไง ห๊าาาาา"
"ผมเปล่าสักหน่อย"
"ยังมาทำหน้าทำตาทะเล้นอีกนะ นี่ฉันซีเรียสนะ เธอดูท่าอยากให้ฉันช่วยมากๆเลยอ่ะ บอกไปไขคดี จะได้รู้ความจริง เพราะความจริงมันจะไม่ได้เกิดกับแค่เธอเท่านั้นแต่ยังเกิดกับฉันอีกด้วย แต่ฉันน่ะไม่ได้ติดในหรือสงสัยการตายอะไรของตัวเองในตอนนั้น ที่สงสัยก็เป็ชาตินี้นี่แหล่ะ ทำไมมันถึงต้องตายแล้วตายอีก"
"คุณก็เลยปฏิเสธเธอไป"
"ถูกต้องแล้ว แหม่! นายพงษ์นี่เก่งสุดยอด"
"แล้วการที่คุณปฏิเสธเธอไปมันทำให้เกิดปัญหาตรงไหนละครับ คุณถึงหน้างอหนักมากตอนผมกลับมา"
"ก็เธออ่ะ ดันพูดจาไม่เข้าหูฉัน หาว่าฉันไม่สนใจใครนอกจากตัวเอง นี่มันเื่จริงที่ไหนอ่ะ ฉันออกจะเป็คนใจดีมีเมตตาสนใจเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก"
"ผมว่าเธอก็พูดถูกต้องนะ แต่เดี๋ยวก่อนที่ฟังมามันแปลกๆ คุณเพนนีแอบมุบมิบอะไรรึเปล่า ไหนบอกเธอเรียบร้อยแล้วเธอถึงต่อว่าคุณแบบนั้น"
เพนนีหน้าแหย พร้อมกล่าวว่า "จริงๆฉันนี่แหล่ะดันไปพูดไม่ดีก่อน นี่แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ ก็ฉันไม่ได้สนใจจริงๆนี่น่าาาา แต่ก็แอบรู้สึกผิดนิดนึง แอบสงสารเธอด้วย"
"งั้นผมว่าคุณลองเรียกเธอออกมามั้ยล่ะครับ คุณสวมแหวนอยู่ ยังไงเธอก็น่าจะออกมาหาคุณ ผมว่าเธอเป็คนดีใจเย็น ไม่น่าโกรธใครไร้สาระเหมือนแฝดน้องของเธอ ไม่งั้นความเป็ของเธอคงสอนน้องไม่ได้ นี่ ถ้าคุณเพนนีมีพี่แบบเธอในชาตินี้นี่คงจะดี จะได้มีคนมาคอยดุคอยสอน ไม่ให้นอกลู่นอกทาง หรือร้ายกาจกว่านี้ จะได้เพิ่มความละมุน เป็แม่บ้านแม่เรือนที่ดี ไม่ไปซ่าเหมือนทุกชาติที่ผ่านมาจนโดนแทงตาย"
"แกก็ตายพร้อมฉันเหมือนกันจ้า นี่ไอ้พงษ์ว่าแต่ทำไมฟังไปฟังมามันกลายเป็ความผิดของฉันทั้งหมดเลยล่ะ ยัยฟ่งนั่นเธอก็ผิดนะ โทษเธอสิ"
"แหม่! ก็ผมไม่เคยใกล้ชิดคุณฟ่งเธอ ผมจะไปรู้อะไรยังไงเล่า รายละเอียดก็มาจากคุณเพนนีทั้งนั้น แต่ถ้าคุณรู้สึกผิดก็ลองขอโทษเธอออกมาก่อน จากความจริงใจนะ เธอถึงจะรับรู้ น่าจะยังทัน ถือว่าสงสารเธอนะครับนานๆที จะหาคนมาให้ช่วยเหลือ แต่ดันเลือกคนช่วยผิดคนอีก"
"แต่ฉันว่ามันไม่น่าทันแล้วนะ" เพนนีเริ่มเสียงดังด้วยความงอแงและทำท่าเสียใจ แต่ทุกอย่างที่ทำก็ดูเหมือนเป็เด็กน้อยคนหนึ่ง
"ฉันดันไล่เธอไปบอก ไปไกลๆเลย คฤหาสน์นี้ไม่ต้อนรับเธอแม้แต่น้อย โอ๊ยยยย ฉันรู้สึกผิดนิดๆจัง นายช่วยฉันหน่อยสิ"
"คุณเพนนีครับเื่นี้ผมคงจะช่วยคุณไม่ได้หรอกนะ เรียนผูกก็ต้องหัดเรียนแก้ คุณก่อเื่เอาไว้เอง ไอ้พงษ์คงไม่ตามเช็ดตามล้างไปตลอดไม่ได้ สู้ๆนะครับคุณต้องหาทางให้ได้ ตอนนี้ผมต้องรีบไปละ เย็นนี้มีงานเลี้ยงนัดประชุมกับบรรดาผู้ถือหุ้นโรงแรมของคุณธนาวินทร์แล้วก็มีพวกผู้สื่อข่าวด้วย อ่อคุณเพนนีถ้าคุณสามารถพักเื่คุณฟ่งเธอไว้ได้ก่อน ก็อย่าลืมไปเข้างานด้วยนะครับ นี่ผมวางบัตรไว้ให้แล้ว บ้ายบายยยยย แล้วเจอกันครับบบ"
"เดี๋ยวไอ้พงษ์ กลับมาก่อนสิ โอ๊ยยยยยย เดี๋ยวนะ เมื่อกี้พงษ์มันบอกมันจะไปประชุมผู้ถือหุ้นของคุณธนาหรอ ไม่ได้การละเดี๋ยวฉันรีบไปแต่งตัวก่อน ล้างหน้าล้างตา อาบน้ำบำรุงผิวให้สวย เผื่อไปเจอคุณหญิงเฟื่องทองจะได้สวยเช้ง ไม่แพ้ใคร"
เมื่อคิดได้ดังนั้นเพนนีจึงรีบไปอาบน้ำและเสริมสวยให้กับตนเองเพื่อเตรียมเข้างานเลี้ยงดังกล่าวนี้ แล้วเปลี่ยนอารมณ์ของตนเองให้มั่นคงขึ้นไม่ไหว เพราะเธอรู้ว่าจะต้องเจอกับโจทก์คนสำคัญอย่างคุณหญิงแม่ของธนาวินทร์ ที่ไม่ชอบเธอเอามากๆ ด้วยเหตุผลอะไรเธอก็ไม่สามารถรู้ได้นอกเพียงคุณหญิงเท่านั้น
ดังนั้นสิ่งที่เธอทำได้ จึงเชิดหน้าสู้กลับไป ประกาศศักดาความเป็เพนนี พนิตพร ให้ทุกคนได้รับรู้ว่าเธอนี่แหล่ะนัมเบอรวันในใจของธนาวินทร์