ขณะที่พิธีเปิดกำลังจะเริ่มขึ้น พายุเอาเเต่มองไปรอบๆแต่ก็ไม่เจอข้าวหอมเลย เขายังคงนั่งมองไปเรื่อยๆเพราะคิดว่าข้าวหอมคงเเค่ไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวก็คงกลับมา เวลาล่วงเลยไปจนกระทั่งจบพิธี พายุก็ยังไม่พบวี่แววของข้าวหอมเลย มันทำให้เขารู้สึกเป็นห่วงขึ้นมาทันที
“เวล…ครูข้าวหอมไม่อยู่”
“เออจริง…กูไม่เห็นตั้งแต่พิธีเริ่มแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่าวะ?”
“เดี๋ยวกูจะออกไปดู มึงช่วยรับหน้าที่ประธานค่ายต่อจากกูที”
“จะดีหรอ..กูตื่นไมค์นะ”
“งั้นตี้ก็ได้ ช่วยหน่อย ยุจะออกไปดูครูข้าวหอม”
“โอเคได้..รีบไปๆ” เพื่อนเป็นใจพร้อมคอยสนับสนุนเพื่อนอยู่ตลอดเวลา พายุได้ทีรีบค่อยๆแยกตัวออกจากเพื่อนๆ เขาเดินหาข้าวหอมไปทั่ว โทรหาก็แล้ว ตามหาก็แล้วเเต่ก็ไม่พบเธอ พายุเดินย้อนกลับไปที่น้ำตกอีกครั้งเพราะหวังว่าเธอจะอยู่ที่นั่นและใช่…เธออยู่ที่นั่นจริงๆ เเต่ทว่าภาพที่พายุเห็นคือเธอกำลังจะกระโดดลงไปในน้ำตกที่ไหลเชี่ยวพร้อมกับเต็มไปด้วยโขดหินนั่น
“ทำอะไรน่ะ!!” พายุวิ่งเข้าไปคว้าแขนของเธอไว้ได้ ก่อนที่เธอจะกระโดดลงไป เขาดึงเธอเข้ามาแนบตัวและเพิ่งสังเกตได้ว่าใบหน้าของข้าวหอมนั้นเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาเธอร้องไห้จนตาบวมแดง พายุชะงักไปพักใหญ่เพราะเขาไม่รู้สาเหตุที่ทำให้เธอร้องไห้
“ปล่อย..ฉันอยากตาย! ฮือฮือ”
“คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย! อยู่ดีๆก็อยากตาย เกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไร ปล่อยฉันเถอะ กลับเข้าไปทำหน้าที่ของนายได้แล้ว”
“จะไม่มีอะไรได้ไง คุณร้องไห้ แถมบอกว่าอยากตายอีก ใครทำอะไรคุณ บอกผมมาเดี๋ยวผมไปจัดการให้!”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ นายเลิกยุ่งกับฉันสักทีได้ไหม” ข้าวหอมผลักตัวพายุพร้อมกลับหันหลังไปเพื่อที่จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย
“ถ้าคุณโดด ผมก็โดด”
“ห่ะ?”
“ผมบอกแล้วไง ถ้าคุณโดด ผมก็โดด”
“นายทำบ้าอะไรเนี้ย?”
“คุณบอกเองนิ ว่าจะอยู่ข้างๆผม เมื่อคุณไม่คิดจะอยู่แล้วผมก็ไม่ควรอยู่เหมือนกัน งั้นเราสองคนก็ตายไปพร้อมๆกันนี่แหละ มา!” พายุจับมือข้าวหอมทำท่าจะกระโดดลงน้ำตก ทว่าข้าวหอมนั้นกลับดึงตัวพายุกลับเข้ามาแล้วตัดสินใจไม่กระโดด พายุปาดคราบน้ำตาบนใบหน้าข้าวหอม พร้อมกับเชยคางเธอขึ้นมาสบตากัน
“คราวนี้บอกผมได้หรือยัง ว่าใครทำอะไรคุณ”
“..........”ข้าวหอมมองหน้าพายุแล้วอดที่จะร้องไห้ไม่ได้ เธอไม่พูดอะไรเเต่เเสดงออกโดยการสวมกอดพายุอย่างแผ่วเบา…พายุรู้สึกสงสัยและอยากรู้มากๆว่าใครที่ทำให้หัวใจของเขาต้องร้องไห้ขนาดนี้ เขาปลอบประโลมข้าวหอมและพาขึ้นไปนอนพักที่ห้องก่อนที่จะลงมาสมทบกับเพื่อน
“เจอครูข้าวหอมไหมวะ?”
“เจอ…ที่น้ำตก กำลังจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย”
“เกิดอะไรขึ้นคะยุ ทำไมครูข้าวหอมถึงคิดสั้นแบบนั้น?”
“ยุไม่รู้ เเต่อยากรู้มากๆ ตี้เห็นไหมว่าก่อนหน้านี้ครูข้าวหอมอยู่กับใครเป็นคนสุดท้าย?”
“เท่าที่เห็นก็…อ่อใช่..ก่อนพิธีจะเริ่ม ตี้เห็นครูตันหยงจูงมือครูข้าวหอมออกไปข้างนอกศาลา ดูท่าทางเหมือนลากไปเลยล่ะ!” พายุตาขวางหันไปมองครูตันหยงด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ขณะที่เหล่านักเรียนแยกย้ายไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พายุก็เดินตรงปรี่ตัวเข้าไปหาครูตันหยงทันที
“นี่..เธอน่ะ!”
“พูดกับครูดีๆหน่อยสิ นายพายุ มีอะไร?”
“เธอทำอะไรครูข้าวหอม ทำไมเขาถึงร้องไห้อยากฆ่าตัวตายแบบนั้น”
“อะไรนะ ฆ่าตัวตายงั้นหรอ ฮึฮึฮึ โอ้ย! ฉันขำ!”
“มีอะไรน่าขำ ฉันถามว่าเธอทำอะไรเขา บอกมา!!”
“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรนิ ก็แค่เอารูปให้ดูเฉยๆ”
“รูป..รูปอะไร?”
“ก็รูปน้ำตกสวยๆยังไงล่ะ นายอยากดูไหมล่ะ ฮ่าๆๆๆ”
“ถ้าฉันไม่ติดว่าเธอเป็นผู้หญิง ฉันคงต่อยปากเธอไปละ”
“ก้าวร้าวจัง นี่เธอไม่รู้ตัวเลยหรอว่าการกระทำของเธอนั่นแหละที่ทำร้ายยัยข้าวหอมเอง”
“อะไร?”
“เฮ้อ!!พอบทจะโง่ ก็โง่ขึ้นมาซะงั้น อ่ะๆ..เอาไปดู!” ตันหยงส่งมือถือให้พายุดูและรูปที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือพายุยืนกอดกับข้าวหอม มันเป็นรูปที่พวกเขาสารภาพรักกันที่น้ำตกนั่นเอง พายุมองหน้าครูตันหยงด้วยความโมโห ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมข้าวหอมถึงอยากจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายแบบนั้น
“เลวมาก นี่เธอใช้รูปพวกนี้ขู่เขาอย่างนั้นหรอ?”
“แล้วมันจะทำไม ถ้ายัยนั่นยังไม่เลิกยุ่งกับคนของฉัน ฉันก็ไม่หยุด!”
“ถ้าเธอมีสติมากพอ เธอควรจะห้ามคนของเธอไม่ให้มายุ่งกับคนของฉันดีกว่าไหม!...ฉันยังคงยืนยันคำเดิมว่าถ้าเธอทำอะไรเขามากกว่านี้ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ เธอก็รู้นี่ว่าฉันทำได้และอาจจะทำได้มากกว่าที่เธอคิดไว้อีกด้วย!” ปั่ก ตุ่บ!! พายุขว้างมือถือใส่ต้นไม้หน้าจอแตกกระจาย เเน่นอนว่ามือถือของครูตันหยงไม่สามารถเผยแพร่หรือใช้งานอะไรได้อีกแล้ว พายุเดินแยกตัวไปที่ห้องนอนของข้าวหอม ภาพที่เขาเห็นคือข้าวหอมได้หลับไปแล้วเพราะคงจะเพลียจากการร้องไห้ พายุทรุดนั่งลงข้างๆข้าวหอมพร้อมกับใช้มือลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา
“ต่อจากนี้คุณไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว เพราะผมจะเป็นคนดูแลคุณเอง” พายุพูดจบเขาก็เดินออกจากห้องนอนไปโดยที่ไม่รู้เลยว่า ณ ตอนนั้นข้าวหอมไม่ได้หลับสนิทซึ่งแน่นอนว่า เธอได้ยินทุกคำที่พายุพูดกับเธอ ข้าวหอมรู้สึกมีกำลังใจและอยากจะสู้ต่อไปโดยไม่คิดที่จะฆ่าตัวตายอีกแล้ว เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง เธอลุกขึ้นจากห้องนอนและลงไปช่วยเด็กๆทาสีโต๊ะเก้าอี้ตามปกติ พายุเห็นว่าเธอหน้าตาซีด เขาจึงเดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เเต่ทว่าต่อหน้านักเรียนคนอื่นพายุก็ไม่อาจจะทำอะไรได้มาก
“ถ้าครูไม่ไหว ก็กลับไปนอนพักก่อนก็ได้นะครับ” ข้าวหอมเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้พายุ มันทำให้พายุรู้สึกได้ว่าข้าวหอมคนที่สดใสคนเดิมกลับมาแล้ว
“ไม่เป็นไรจ้ะ ครูทำไหว เธอก็ไปทำหน้าที่ของเธอเถอะ”
“ครับ” พายุยิ้มตอบ ก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง แต่ก็ไม่วายที่จะยืนแอบดูข้าวหอมอยู่ห่างๆ ด้านเวลกับคิตตี้ทำตามคำสั่งของพายุเสร็จเรียบร้อยก็รีบเดินมาสมทบกับพายุทันที
“ทุกอย่างเป็นไปตามแผน น้ำส้มจี๊ดเข้าตู้เย็นเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ส่วนมนุษย์ซื่อบื้อ ก็ติดกับเรียบร้อยเว้ย!”
“ดีมาก”
“แล้วครูข้าวหอมเป็นไงบ้างวะ?”
“น่าจะกลับมาเป็นปกติแล้วมั้ง ทาสีอยู่ตรงโน้นน่ะ” ทั้งสามช่วยกันทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้และซ่อมแซมส่วนที่เหลือ เเต่ก็ยังไม่ลืมที่จะหันมาสบตาครูข้าวหอมเป็นระยะๆ เวลาผ่านไปถึงเที่ยงวัน ทุกคนรวมกันที่ศาลาเพื่อรับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน เเน่นอนว่าคนที่ตักกับข้าวก็เป็นข้าวหอม พายุ คิตตี้และเวล ส่วนครูตันหยงกับครูพลนั้นช่วยจัดแถวให้นักเรียนและดูความเรียบร้อยอยู่ห่างๆ ขณะที่กำลังจัดแถวนักเรียนอยู่นั้นครูตันหยงก็รู้สึกปวดที่ท้องขึ้นมากระทันหัน เธอถึงขั้นทรุดตัวลงไปนั่งที่พื้น ครูพลเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาดู..แน่นอนว่าเธอเจ็บมากและเจ็บอย่างต่อเนื่อง ครูไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพาเธอไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด