ตอนที่ 8
บ่าวรับใช้ในบ้านต่างพากันซุบซิบกันใหญ่เมื่อเสนาบดีกรมเอ่ยเตือนฮูหยินใหญ่ ภรรยาของตนเช่นนั้น เลี่ยงหลิ่งเองถึงแม้จะวางตนอย่างไม่กลัว แต่นางก็นึกหวั่นอยู่ในใจ แต่แปลกใจกับคำกล่าวของบิดามากกว่า
นางนึกสนใจกับฉายาของผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางแล้ว
“ครั้งนี้ถือเป็บุญของพวกเ้าที่มีท่านแม่ทัพคุ้มหัว ไม่เช่นนั้น คำขอของท่านเสนาบดีและเลี่ยงหลิ่งจะไม่เป็ผล มีงานใดต้องทำก็แยกย้ายกันไปทำเสีย อย่าให้ข้าต้องประทุขึ้นมาอีก!”เมื่อเห็นว่าทำสิ่งใดมิได้แล้ว ก็ยอมปล่อยไป เห็นแก่หน้าผู้มีพระคุณของลูกสาวคนเล็ก จึงได้หยวนต่อกฎระเบียบให้
“ขอบใจท่านพ่อเ้าค่ะ ที่ช่วยพูดแทนข้า”เลี่ยงหลิ่งหันไปคำนับแก่บิดาที่ยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ นาง
“เดี๋ยวเลี่ยงหลิ่ง”แต่ในขณะที่นางกำลังจะเดินกลับห้องพร้อมกับพี่เลี้ยงของนาง เสนาบดีกรมก็เรียกนางไว้เสียก่อน
“ท่านพ่อมีสิ่งใดหรือเ้าคะ”
“ตามพ่อมาสักประเดี๋ยว พ่อมีอะไรจะให้เ้า”
เลี่ยงหลิ่งเดินตามเสนาบดีกรมเข้ามาในห้องที่นางเข้าใจว่ามันคือห้องเก็บของมาตลอด เสนาบดีกรมสั่งให้บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งที่มีหน้าที่ยืนเฝ้าห้องนี้อยู่ เปิดประตูออก ผู้เป็บิดาพาลูกสาวคนเล็กเดินเข้ามา ภายในเป็เหมือนห้องเก็บของธรรมดา ๆ ที่ดูแล้วไม่มีสิ่งใด แต่จริง ๆ แล้วมันเอาไว้เก็บสิ่งของสำคัญต่อจิตใจของผู้นำตระกูลเหลียน
“ข้าคิดว่าที่นี่เป็แค่ห้องเก็บของมาตลอด”เลี่ยงหลิ่งมองไปรอบ ๆ ห้อง หลังจากที่เสนาบดีกรมจุดตะเกียง แล้วนำไฟในตะเกียงไปจุดที่คบเพลิงอีกสองจุด เพื่อให้มีแสงสว่างมากขึ้น
“ก็ใช่ ที่นี่คือห้องเก็บของ เ้าเข้าใจไม่ผิดหรอก”
“แล้ว..เหตุใดท่านพ่อจึงพาข้ามาที่นี่เ้าคะ”
เสนาบดีกรมไม่ตอบ แต่เปิดหีบใบใหญ่ที่มีของมีค่าอยู่ภายในนั้น เขาหยิบของสองสิ่งออกมา มันมีขนาดใหญ่และมีผ้าห่อไว้ เขาวางมันลงที่โต๊ะกลางห้องและเปิดมันออก
“ธนูและดาบ เ้ารู้หรือไม่ว่ามันคือของผู้ใด”บิดาเอ่ยถาม เลี่ยงหลิ่งมองธนูและดาบนั้นอย่างสนอกสนใจ นางลูบคันธนูกับด้ามดาบและวิเคราะห์เนื้อไม้ดูก็ถึงกับแทบร้องอุทานออกมา
“ข้าไม่ทราบเ้าค่ะ แต่ว่านี่..ไม้ลาน ท่านพ่อเคยเล่าให้ข้าฟังว่าไม้ลานหายากยิ่งนัก ขนาดท่านปู่ยังต้องเสียดวงตาไปหนึ่งข้างเพื่อไปเอามันมา”
“พ่อดีใจที่เ้ายังจำได้”
“แล้วดาบเล่มนี้ก็ทำมาจากทองแดงและกัมมะถันอย่างดี ไม่น่าเชื่อว่าจะท่านพ่อจะมีของแบบนี้อยู่ด้วย”
“ไม่ใช่ของพ่อหรอก”
“นี่เป็คันธนูของแม่เ้า และดาบเล่มนี้ก็เป็ยายของเ้า”
“ท่านแม่?..ท่านยาย?..”คำตอบของเสนาบดีกรมทำให้เลี่ยงหลิ่งอึ้งอยู่สักพักหนึ่ง นางไม่คิดว่ามารดาที่เ้าระเบียบเช่นนั้น จะได้คันธนูและดาบที่ทำจากไม้และเหล็กหายากนี้ได้
แต่สำหรับท่านยาย..นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
ท่านยายเสียชีวิตตอนที่นางเกิด ท่านพ่อเล่าให้ฟัง และนี่ก็อาจจะเป็อีกสาเหตุกระมังที่ทำให้นางกลายเป็ลูกชังของฮูหยินใหญ่
“เหตุใด..ท่านยายและท่านแม่ถึง..”
“ท่านยายของเ้าเคยเป็เ้าสำนักการต่อสู้ด้วยดาบต่อจากทวดของเ้าและแม่ของเ้าเคยเป็นักฆ่ามาก่อน”
“ท่านพ่อว่าอย่างไรนะเ้าคะ”
“อย่างที่เ้าได้ยินเมื่อครู่”
“เป็ไปได้อย่างไร..แล้ว..”
“เป็ไปแล้ว”
“นิสัยของแม่เ้าเมื่อครั้งนั้น ก็เป็เช่นเ้าในครั้งนี้”
“นางจึงกลายเป็คนเ้าระเบียบ พยายามเลี้ยงให้พี่เ้าเป็ในสิ่งที่นางไม่เคยเป็ สตรีเรียบร้อย อ่อนหวาน เชื่อฟังคำบิดามารดา ไม่หือไม่อือ พูดอะไรก็ต้องเห็นด้วยกับสามีทุกอย่าง”
“แต่นางพลาดแล้วที่ไม่เลี้ยงให้เ้าเป็อย่างซูหนี่ว์ด้วยเช่นกัน”
“ข้าเกิดมา ท่านยายก็ตาย ท่านแม่คงนึกชังข้าั้แ่ตอนนั้น”
“ไม่หรอก เื่นั้นไม่เกี่ยวกับเ้าเลยสักนิด..ยายของเ้าตายเพราะมีอาการป่วยเรื้อรัง พอถึงเวลาก็ต้องดับไปเป็ธรรมดา”
“แล้วท่านพ่อให้ข้าดูธนูของท่านยายและท่านแม่ด้วยเหตุใดเ้าคะ หากท่านแม่รู้เข้าว่าท่านพ่อมาเปิดของของนาง ท่านพ่อกับข้าเราคงจะโดนว่ากันทั้งคู่”เสนาบดีกรมได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะเล็กน้อย เขาไม่กลัวว่าภรรยาจะมารู้เื่ที่เขาเอาสมบัติของนางมาเปิดให้ลูกสาวคนเล็กดูหรอก
เพราะอย่างไรเสียธนูสองคันนี้ก็ต้องตกเป็ของเลี่ยงหลิ่งเมื่อถึงเวลาอันสมควร..และนี่ก็ถึงเวลานั้นแล้ว
“นางไม่กล้าหรอก”
“ธนูคันนี้และดาบเล่มนี้ แม่เ้าตั้งใจเก็บไว้ให้เ้า นางเก็บไว้รอวันที่เหมาะสม”ยิ่งบิดาพูดเช่นนี้นางยิ่งไม่เข้าใจ นางไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็มารดาได้ ฮูหยินใหญ่แทบไม่เคย..ไม่สิ ไม่เคยแสดงความรักของความเป็แม่แก่นางเลยสักครั้ง เหตุใดจึงต้องเก็บสมบัติที่นางรักที่สุดไว้ให้เลี่ยงหลิ่งกันเล่า
“เ้าคงคิดอยู่ล่ะสิว่าแม่ของเ้ารู้สึกเช่นไร เหตุใดจึงเก็บสมบัติที่นางรักที่สุดไว้ให้เ้า”
“สิ่งที่นางแสดงออกมาเป็เพียงกำแพงในใจนางเท่านั้น นางรักลูกไม่แพ้ซูหนี่ว์หรอก แต่หลายสิ่งหลายอย่างมันทำให้นางคิดว่านางไม่ควรจะรักเ้ามากเกินไป แต่พ่อว่าสิ่งที่นางทำอยู่ทุกวันนี้คือ นางรักเ้ามากเกินไปจนกลายเป็ว่า ความรักของนางกำลังทำร้ายลูกของนางโดยที่ตัวนางไม่รู้ตัวอยู่”
“ท่านพ่อคิดผิดแล้วเ้าค่ะ ข้าเป็ผู้โดนกระทำ ย่อมรู้ดีว่า สิ่งที่ท่านแม่ทำ..ไม่ได้เรียกว่าความรัก”
“หากสิ่งที่พ่อคิดเป็เื่ที่ผิด เช่นนั้นก็แสดงว่าตอนที่แม่เ้าคลอดเ้าออกมา หูพ่อคงฝาดไปเสียกระมัง นางก็เป็ผู้เอ่ยปากเองว่าจะเก็บของสองสิ่งนี้ไว้ให้เ้า”
“ไม่มีมารดาที่ไหนไม่รักลูกที่ตนคลอดออกมา”
เสนาบดีกรมนึกถึงเมื่อตอนที่เลี่ยงหลิ่งคลอดออกมา ถึงแม้ว่าฮูหยินใหญ่จะเชื่อเื่คำทำนาย ที่ว่า หากเลี่ยงหลิ่งยังไม่ได้แต่งงาน มารดาก็จะต้องตายเพราะลูก เสนาบดีกรมจึงคิดว่าหากนางต้องตายด้วยมือลูก ก็ขอตายจากคันธนูของตนเอง หรือดาบของผู้เป็มารดาเท่านั้น
ไม่ขอเป็อย่างอื่นที่ฆ่านาง
ในใจลึก ๆ ของเลี่ยงหลิ่งรักฮูหยินใหญ่อยู่ไม่น้อย ถึงจะรู้สึกโกรธหรือน้อยใจบ้างในบางครั้งที่โดนลงโทษโดยที่นางไม่ได้เป็คนผิด แต่มารดาก็คือมารดาสำหรับนาง
“ท่านพ่อเก็บคันธนูและดาบนี้ลงหีบตามเดิมเถิด ข้าไม่ขอรับไว้”เลี่ยงหลิ่งฝืนยิ้มให้บิดา น้ำตาของนางแทบไหลออกมาอยู่แล้ว ขืนให้บิดาพูดมากไปกว่านี้ นางคงร้องไห้ออกมาเป็แน่
“มันเป็ของเ้า ถึงเวลาที่เ้าจะต้องรับมันไว้แล้วเลี่ยงหลิ่ง”เสนาบดีกรมยังยืนยันคำเดิมที่จะสานต่อคำพูดของฮูหยินใหญ่ เขารู้ว่าภรรยาเป็คนปากหนัก กว่าจะพูดได้แต่ละอย่าง ต้องเค้นออกมา ไม่เช่นนั้นก็จะปิดปากเงียบตลอดไป
“ในคราที่เ้าออกเรือน เ้าจะได้ใช้ธนูและดาบนี้อย่างแน่นอน”
“ท่านพ่อ..ข้าไม่มีทางได้ออกจากเรือนหรอกเ้าค่ะ ชายใดจะกล้าแต่งกับสตรีหัวรั้นอย่างข้ากันเล่า ไม่มีทาง”เลี่ยงหลิ่งพูดติดตลก บิดาของนางก็ชอบพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อยไม่มีความจริงกับนางอยู่เรื่อย
“เ้าไม่ได้หัวรั้น เ้ารู้หรือไม่ว่าในวังหลวง สตรีเช่นเ้าคือที่โปรดปราณของฮ่องเต้ องค์รัชทายาทและองค์ชายเพียงใด สตรีเช่นเ้าในวังหลวงเรียกว่า คนฉลาด หัวก้าวหน้า กล้าคิดกล้าพูด”
“แต่แน่นอนว่าข้าจะไม่เข้าวังไปเป็สนมของฮ่องเต้ องค์รัชทายาทหรือแม้แต่องค์ชาย ข้าไม่อยากเป็”
“พ่อรู้ พ่อรู้”เสนาบดีกรมอยากจะเอ่ยปากบอกแก่ลูกสาวคนเล็กถึงเื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นยิ่งนัก แต่หากทำเช่นนั้น เลี่ยงหลิ่งอาจจะไม่ยอม ซึ่งมีความเป็ไปได้สูง ที่นางจะไม่ยอมแน่ ๆ
“ส่วนเื่ธนูและดาบ..หากว่ามันเป็ของข้าอย่างที่ท่านพ่อกล่าวจริง ถึงเวลาข้าจะมาเอามันไป ท่านพ่อไม่ต้องห่วงเ้าค่ะ”เลี่ยงหลิ่งบอกพร้อมกับนำมันไปเก็บไว้ที่เดิมและปิดล็อคหีบนั้นอย่างแ่า
“เราออกไปจากที่นี่กันดีกว่าเ้าค่ะ ใกล้ค่ำแล้ว หากท่านแม่เห็นว่าท่านพ่อหายออกมานาน เดี๋ยวจะไปที่สงสัยเอาได้”และสุดท้ายเลี่ยงหลิ่งก็พูดเล่นตามประสาของนางเช่นเดิม ผู้ใดจะไม่รู้ เห็นเช่นนี้เสนาบดีกรมก็เกรงฮูหยินใหญ่อยู่ไม่น้อยเลย
“เ้าลูกคนนี้”
“อาการของซั่วหลิงเป็อย่างไรบ้าง”หลังจากกลับมาจากวังหลวง ก็รีบให้หมอประจำตระกูลเข้าดูอาการน้องชายทันที เพราะเมื่อ่บ่ายบ่าวรับใช้ที่ดูแล
ซั่วหลิงอยู่ เห็นอาการตอบสนองของเ้านาย จึงรีบนำความฝากทหารผู้ช่วยไปบอกแก่หานซวน
“อาการของคุณชายรองเริ่มตอบสนองเป็ครั้งแรก หลังจากที่หยุดให้ยาเดิมตามที่ท่านแม่ทัพสั่ง แต่ยาที่ข้าให้ไปเมื่อครั้งนั้นสรรพคุณเหมือนกับยาห่อใหม่ที่ข้าให้ไป”
“ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพได้นำยาตัวอื่นมาผสมกับห่อยาเดิมครั้งนั้นหรือไม่”หมอประจำตระกูลเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เขาคิดไปต่าง ๆ นานา ถึงสาเหตุของอาการ บางทีอาการตอบสนองอาจเกิดจากยาตัวใหม่ร่างกายของซั่วหลิงดูดซึมได้ดีกว่า
หรือไม่เช่นนั้นอาจจะไม่ได้เป็ที่ยาที่หมอให้ไปก็เป็ได้
หานซวนไม่ตอบ เหลือบมองหมอประจำตระกูลพลางคิด มันจะเป็ฝีมือของใครได้นอกจากฝีมือของแม่เลี้ยงใจั์ผู้นั้น
“ขอบใจท่านมาก ถุงเงินนี้เป็รางวัลตอบแทน”หานซวนพยักเพยิดหน้าให้บ่าวรับใช้ส่งถุงเงินให้แก่หมอประจำตระกูลไป
“ถึงอย่างไรแล้ว ข้าขอกำชับไว้ว่า ห้ามนำยาตัวอื่นมาผสมลงยาที่ข้าตวงและคำนวณดีแล้ว ไม่เช่นนั้นอาการของคุณชานซั่วหลิงอาจกำเริบขึ้นมาอีกก็เป็ได้ หากเป็เช่นนั้นแล้วจะทำให้การฟื้นของคุณชายซั่วหลิง..โอกาสจะแทบไม่มี”ถึงแม้จะเกรงกลัวต่ออำนาจของแม่ทัพตาเดียว แต่การหลีกเลี่ยงที่จะไม่เตือนย่อมเป็เื่ที่น่ากลัวยิ่งกว่า หมอประจำตระกูลจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยเตือนเื่สำคัญออกไป
“ขอบใจท่านที่เตือน แต่ถึงจะไม่มีโอกาสรอด แต่ท่านก็ต้องทำให้เขามีโอกาสให้ได้ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม..เข้าใจหรือไม่”
“ขะ..เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วขอรับท่านแม่ทัพใหญ่”
“เ้า..ส่งหมอ”
“ขอรับ”
พอหมอหลวงกลับออกไป หานซวนก็เดินเข้ามาหาน้องชายที่นอนเป็เ้าชายนิทราอยู่ เขานั่งลงที่เตียง ลูบหัวน้องชายและจับมือของคุณชายรองตระกูลฟานไว้
แววตาที่สะท้อนออกมา ยากนักที่ใครจะหยั่งถึง ในนั้นมีอารมณ์ความรู้สึกหลากหลายเต็มไปหมด ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกันแน่
“หากวันนั้นเ้าไม่มาช่วยพี่ คนที่ต้องนอนอยู่ตรงนี้ก็คงจะเป็พี่”
“มันควรจะเป็เช่นนั้นั้แ่แรก คนที่นอนอยู่ตรงนี้ไม่ควรจะเป็เ้า”
“แต่เ้าไม่ต้องกังวล..ครั้งนี้เ้าจะต้องฟื้น เ้าจะต้องหายดีแน่ พี่กลับมาหาเ้าแล้ว เ้าจะไม่มีวันได้รับอันตรายจากใครหน้าไหนอีก”
“พี่จะฆ่าคนที่มันตั้งใจจะฆ่าเราสองคนพี่น้องให้ได้..พี่สัญญา”
เสียงฟาดฟันดังอื้ออึงอยู่ในหู ทำให้ตาข้างที่โดนปิดอยู่เจ็บเสียดขึ้นมา าแที่เขาจำไม่ลืมในวันนั้น..ภาพของซั่วหลิงที่ถูกแทงเข้าที่บริเวณท้องและหัวกระแทกพื้นยังตราตรึงอยู่ในหัว ในความทรงจำของผู้เป็พี่ชาย
คมดาบที่แทงเข้ามา เขายังจับได้ดีที่ด้ามดาบมีรูปดอกบัวสีแดงแกะสลักอยู่ตรงปลายด้าม มันเป็จุดเดียวที่สามารถบ่งบอกได้ว่าคนร้าย..ไม่ใช่อันธพาลรับจ้างธรรมดา ๆ
แต่เป็นักฆ่าที่มีฝีมือ ยากที่จะจับตัวทัน
แววตาที่เป็สตรี ไม่เหมือนบุรุษ ทำให้มั่นใจว่าสตรีผู้นั้นคงจะเก่งกาจมากเลยทีเดียวที่สามารถบุกเข่ามาภายในจวนตระกูลแม่ทัพคู่บัลลังก์ของราชวงศ์ได้ถึงเพียงนี้
กล้า..กล้ายิ่งนัก
ภาพเ่าั้ตีกันรวนไปหมด ทำให้หานซวนเจ็บดวงตายิ่งนัก เจ็บจนทำให้เขาใจสั่นระทึก ปล่อยมือจากน้องชายและรีบเดินออกมา
เขารีบเดินตรงไปยังลานฝึกซ้อมของตนและชักดาบออกมาฟันหุ่นฟางทุกตัวขาดในคราวเดียว ไม่เว้นแม้กระทั่งต้นไม้ใบหญ้าที่กำลังออกดอกสวยงาม
เขาทำลายทุกอย่างที่อยู่ ณ ที่ตรงนั้นหมดเพียงเพราะเจ็บที่ดวงตา
ไม่..
ความทรงจำที่เ็ปและฝังใจมันเป็เหตุที่ทำให้เขาทำลายทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า บ่าวรับใช้และทหารที่อยู่ ณ ที่ตรงนั้น มองเห็นการกระทำของหานซวนที่กำลังอารมณ์ไม่ดีได้ที่ จึงไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามและปล่อยให้ต้นไม้ ใบหญ้าตายไปด้วยคมดาบของเ้าของจวนแม่ทัพนี้
ใครล่ะจะกล้าเข้าไป
ผู้ใดที่เข้าไปคงไม่วายได้ถูกคมดาบที่มีพลังแห่งความเคียดแค้นเต็มเปี่ยมเข้าเป็แน่ อีกทั้งคงไม่พ้นได้เป็ผีบ่าวเฝ้าจวนของแม่ทัพปีศาจผู้นี้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวเลยทีเดียว
“ข้าจะฆ่ามัน..จะฆ่ามัน!”