นพเก้ากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองนิ้วมือสั่นระริกขณะจิ้มลงบนกรอบโฮโลแกรมสี่เหลี่ยมสีทองที่ลอยอยู่กลางอากาศ...ทันใดนั้น ข้อมูลรายละเอียดของสุดยอดสมบัติก็เด้งขึ้นมาปรากฏตรงหน้า!
[รางวัล: เนตรหมื่นพิภพ(ไอเทมระดับเซียนขั้นต้น / ทักษะเฉพาะหนึ่งเดียว)] [รายละเอียด: ดวงเนตรแห่งเทพโยนาจา ผู้ส่องสว่างทะลวงหมื่นพิภพกาลครั้งหนึ่งมันเคยถูกจัดให้เป็หนึ่งใน 'พลังต้องห้าม' แห่งจักรวาลอารยเมตไตร
สุดยอด!!
นพเก้าอ้าปากค้างสมองตื้อตันจนหาคำคุณศัพท์อื่นมาบรรยายความรู้สึกไม่ได้ แค่รางวัลชิ้นแรกเปิดหัวมาก็ทรงพลังและน่าสะพรึงกลัวจนขนหัวลุกแล้ว!
[ติ๊ง~ โฮสต์้าผสานรับทักษะนี้เลยหรือไม่?]
“ระบบ...จัดมาเลยอย่าให้เสียเวลา!”นพเก้าตอบรับอย่างกระตือรือร้น เขาแทบจะอดใจรอใช้งานมันไม่ไหวแล้ว
สิ้นคำสั่งเสียงเฟืองจักรกลบดขยี้กันดังลั่นขึ้นกลางมิติว่างเปล่าเบื้องหน้าปรากฏฟันเฟืองสีทองอร่ามขนาดมหึมาเท่าใบพัดลมระบายอากาศเมื่อกงล้อเฟืองเริ่มหมุนวน มันก็สาดลำแสงสีทองพุ่งทะลวงเข้าสู่กึ่งกลางหน้าผากของชายหนุ่มทันที!
ซูมมมม!!
จิตสำนึกของนพเก้าถูกดึงกระชากหลุดลอยเข้าสู่ห้วงจักรวาลอันไพศาล!วิสัยทัศน์ของเขาพุ่งทะยานย้อนเวลากลับไปไกลแสนไกล...เขาได้ประจักษ์เห็นั้แ่วินาทีแห่งการะเิบิ๊กแบงกำเนิดจักรวาล, การก่อตัวควบแน่นของหมู่มวลกาแล็กซี, การถือกำเนิดของดาวเคราะห์ดวงใหม่, วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวในยุคา,ยุคไดโนเสาร์จูราสสิก, การอุบัติขึ้นของเผ่าพันธุ์ทรงภูมิปัญญา,การสร้างและล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์, และานองเืนับครั้งไม่ถ้วน...
ภาพประวัติศาสตร์ของสรรพสิ่งนับล้านๆ ปีถูกฉายกรอซ้ำบีบอัดอัดแน่นเข้าสู่สมองของเขาในชั่วอึดใจ!ความรู้สึกนั้นยาวนานราวกับผ่านไปหลายศตวรรษ จนกระทั่ง...เขากะพริบตาและลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ภายในห้องนอนของเขาเอง
ภาพเบื้องหน้าคือห้องนอนกว้างขวางหรูหราแต่กลับดูโล่งโจ้งไร้รสนิยมและการตกแต่ง ช่างขัดกับฐานะ 'คุณชายใหญ่' แห่งตระกูลอันทรงเกียรติอย่างสิ้นเชิง
เขาก้าวเท้าเดินไปหยุดอยู่หน้ากระจกเงาบานั์สูงสองเมตรภาพสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นเรือนร่างของชายหนุ่มวัยสิบแปดปีที่หล่อเหลาหมดจดเขาเริ่มคุ้นชินกับใบหน้าอันอ่อนเยาว์นี้ของตัวเองบ้างแล้ว ทว่า...เมื่อเขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของภาพสะท้อนนั้น สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในแก้วตากลับกลายเป็ภาพของ 'ห้วงท้องฟ้าและหมู่ดาวนับอนันต์'ที่หมุนวนเวียน!
นพเก้ารีบเบือนหน้าหนีและละสายตาออกทันที!เพราะในเสี้ยววินาทีนั้น เขาััได้ถึง 'แรงดึงดูด' อันน่าสะพรึงกลัวจากตัวตนระดับสูงบางอย่าง... ที่กำลังจ้องมองสวนกลับมาจากดินแดนอันไกลโพ้นในห้วงจักรวาล!
เมื่อปรับสติได้เขาลองหันกลับไปมองกระจกอีกครั้ง พร้อมกับทดลองเปิดใช้งานทักษะ ‘เนตรหมื่นพิภพ’ทันใดนั้น หน้าต่างอินเตอร์เฟซก็เด้งพรวดขึ้นมาซ้อนทับบนวัตถุตรงหน้า
[กระจกบานใหญ่สะท้อนเงา (ระดับทั่วไป)]
เมื่อเห็นข้อมูลยุบยับพรั่งพรูออกมานพเก้าก็เลิกคิ้วหมดความสนใจ เขาสะบัดมือเรียก 'โอสถชำระไขกระดูก' ที่เพิ่งกินไปเมื่อตอนบ่ายขึ้นมาตรวจสอบดูบ้าง
[โอสถชำระไขกระดูก (ระดับ 4: ดีเยี่ยม)]
เมื่อเห็นการแสดงผลของเนตรหมื่นพิภพนพเก้าก็รู้สึกทึ่งและสงสัยปะปนกัน แม้แต่ในอดีตชาติเขาก็ใช่ว่าจะไม่เคยหรือพบเห็นสมบัติระดับเซียนมาก่อน แต่นี่มันแปลกประหลาดเกินไป...หน้าตาการแสดงผลแบบโฮโลแกรมพวกนี้ มันลอกเลียนแบบหน้าต่างของ 'ระบบ' มาแบบเป๊ะๆไม่มีผิดเพี้ยน!
[ติ๊ง~ ระบบหวังว่าโฮสต์จะนำทักษะนี้ไปประยุกต์ใช้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุด!ประโยชน์ของ 'เนตรหมื่นพิภพ' ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่การสแกนดูข้อมูลสิ่งของโง่ๆเท่านั้น หากโฮสต์ใช้มันค้นหาและดึงตัว 'ผู้มีพร์สูงส่ง'มาเป็ข้ารับใช้เบื้องล่างได้ระบบจะมีรางวัลโบนัสพิเศษมอบให้โฮสต์อย่างงาม!]
[อนึ่ง...เนื่องจากทักษะนี้เป็ของขวัญต้อนรับมือใหม่จากการเปิดกาชาครั้งแรกระบบจึงได้ทำการ 'ปรับแต่งอัปเกรด' รูปแบบการแสดงผลของเนตรหมื่นพิภพให้มีความทันสมัยและใช้งานง่าย สอดคล้องกับอินเตอร์เฟซของระบบเรียบร้อยแล้ว]
“อ้อ...ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง ข้าเข้าใจแล้ว”
นพเก้าพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเลื่อนสายตาไปตรวจสอบรางวัลระดับ 'สีม่วง' อีกสามชิ้นที่เหลือ...หากอ้างอิงตามมาตรฐานความหายากของเกม MMORPG ไอเทมพวกนี้ก็คงจัดอยู่ในระดับ'มหากาพย์ (Epic)' สินะ?
[รางวัล: โอสถวารีเร้นลับ (ระดับ 6: ตำนาน) | จำนวน: 12 เม็ด]
“ยอดเยี่ยม!!” นพเก้าเผลออุทานออกมาเสียงดัง
โอสถระดับ 'ตำนาน' นั้น ต่อให้เชิญ 'จักรพรรดิโอสถ' มาลงมือปรุงด้วยตัวเองโอกาสที่จะสกัดมันออกมาได้สำเร็จยังมีไม่ถึงหนึ่งในสิบส่วน! ต้องรู้ก่อนว่าในโลกแห่งการบ่มเพาะนี้ โอสถถูกแบ่งเกรดความบริสุทธิ์ออกเป็ 5 ระดับ ได้แก่: ทั่วไป, ดี, ดีเยี่ยม,สมบูรณ์แบบ, และ ตำนาน!
โอสถระดับตำนานนั้นคือโอสถไร้ตำหนิที่รีดเร้นสรรพคุณออกมาได้ทะลุ 200%และที่สำคัญคือ 'ไร้ซึ่งผลข้างเคียง' หรือสารพิษตกค้างโดยสิ้นเชิง!หากมีหลุดออกมาสู่โลกภายนอกแม้เพียงเม็ดเดียว รับรองว่าชาวยุทธ์ทั่วหล้าจะต้องฆ่าฟันแย่งชิงกันจนเืนองแผ่นดินแน่!
“ชิ้นต่อไป...” นพเก้าพยายามกดข่มความตื่นเต้น แล้วเปิดดูรางวัลชิ้นถัดไป
[รางวัล: ดาบไลท์เซเบอร์ (Light Saber) สไตล์คลาสสิก (อาวุธระดับ 6: ์ขั้นสูงสุด)]
“ระบบ...นี่แกกำลังเล่นตลกบ้าอะไรกับข้าเนี่ย!?”
ถึงแม้นพเก้าจะพยายามเตรียมใจรับความแปลกประหลาดของระบบไว้แล้วแต่นี่มันหลุดโลกเกินความคาดหมายไปไกลลิบ!ไอ้ดาบเลเซอร์นี่มันใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์เขาใช้กันด้วยรึ!? แล้วแบบนี้มันจะไม่มีพวกเคล็ดวิชา 'พลังสถิต์นวดารา (The Force)' หรือวิชา 'มหาเวทดูดดาว' โผล่มาให้สุ่มด้วยล่ะเนี่ย!
เขาเอ่ยปากถามประชดแต่ดูเหมือนระบบจะี้เีต่อปากต่อคำด้วย เมื่อเห็นว่าระบบเงียบ นพเก้าจึงลองดึง 'ไลท์เซเบอร์' ออกมาจากช่องมิติมันมีรูปร่างเป็แท่งโลหะทรงกระบอกเรียบๆ ขนาดพอๆ กับไมโครโฟนเมื่อเขาลองถ่ายเทกระแสปราณเข้าไปเพียงเสี้ยวเดียว...
หวื่ดดดด... ขวับ!!
เสียงครางต่ำของลำแสงดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับแท่งพลาสม่าสีแดงฉานความยาวเมตรครึ่งที่พุ่งทะลวงออกมาจากปลายด้าม!มันสาดแสงเจิดจ้าบาดตาและแผ่รังสีความร้อนระอุออกมาจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว!
ในขณะเดียวกันนพเก้าก็ััได้ทันทีว่า พลังปราณในตันเถียนของเขากำลังถูก ‘สูบ’ออกไปหล่อเลี้ยงดาบเล่มนี้ด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว!หากคำนวณจากระดับพลังและปริมาณความจุศิลาปราณของเขาในตอนนี้...เขาจะสามารถเปิดใช้งานไอ้ดาบผลาญพลังนี่ได้เต็มที่แค่ 'สองนาทีครึ่ง' เท่านั้น!หากเป็ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมศิลาขั้นที่ 1 คนอื่นๆ ล่ะก็...แค่กดเปิดสวิตช์ ก็คงโดนสูบปราณแห้งตายคาที่ไปแล้ว!
มาดูรางวัลชิ้นสุดท้ายกันดีกว่า...
[รางวัล: คัมภีร์เทพโอสถ 1 ดาว]
มาถึงขั้นนี้นพเก้าก็เลิกตั้งคำถามกับความวิปริตของระบบไปนานแล้วสิ่งของแต่ละชิ้นที่ระบบสรรหามาประเคนให้ล้วนเป็สิ่งที่คนธรรมดาต่อให้ปีนป่ายทั้งชาติก็ไม่มีวันไขว่คว้าได้! เขาไม่รอช้ากดปุ่ม 'เรียนรู้' บนหน้าต่างโฮโลแกรมทันที!
วูบ!!
คัมภีร์แสงสีม่วงพุ่งทะลวงเข้าสู่กลางหน้าผากของเขาราวกับดาวตก!ทันใดนั้น จิตสำนึกของเขาก็ถูกหล่อหลอมด้วยความรู้และประสบการณ์มหาศาลเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองได้กลายร่างเป็ 'ปรมาจารย์นักปรุงยา' ผู้เฒ่าที่หมกมุ่นคลุกคลีอยู่กับเตาหลอมโอสถมานานนับศตวรรษ!ไม่มีสมุนไพรใดที่เขาไม่รู้จัก ไม่มีโอสถระดับ 1 ดาวสูตรไหนที่เขาสกัดไม่ได้!
เนื่องจากกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้นี้อัดแน่นไปด้วยข้อมูลมหาศาลระดับบิ๊กดาต้าั้แ่ทฤษฎีพื้นฐานไปจนถึงเกร็ดเคล็ดลับขั้นสุดยอด...กว่านพเก้าจะซึมซับและย่อยข้อมูลทั้งหมดเสร็จสิ้น เวลาในโลกแห่งความเป็จริงก็ล่วงเลยผ่านไปถึง12 ชั่วโมงเต็ม!
เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งแสงแดดยามเช้าก็สาดส่องเข้ามาในห้องแล้ว... นาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงเช้าของวันใหม่
วันนี้เป็วันเสาร์ซึ่งเป็วันหยุดสุดสัปดาห์ เขาจึงไม่ต้องแบกหน้าระรื่นไปสถาบัน(ถึงแม้ปกติคุณชายใหญ่แกจะไม่เคยโผล่หัวไปเรียนอยู่แล้วก็ตาม) นอกจากนี้การสอบปลายภาคสุดหฤโหดก็เหลือเวลาอีกแค่ 6 วัน ทางสถาบันจึงมีนโยบาย ‘ปล่อยผี’ให้นักเรียนได้ใช้เวลาทบทวนตำราและฝึกฝนเตรียมตัวสอบกันอย่างอิสระบรรดาครูอาจารย์ก็งดคลาสบรรยาย เพื่อเตรียมตัวออกข้อสอบและจัดสถานที่
เมื่อสำรวจตัวเองนพเก้าก็กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า... ในเวลานี้ เขาคือ ‘เทพเ้าแห่งการปรุงยา’ ที่เก่งกาจและไร้เทียมทานที่สุด ในบรรดานักปรุงยาระดับ 1 ดาวทั่วโลก!
หลังจากนั้นเขาเบนความสนใจไปตรวจสอบรางวัลระดับ 'ทั่วไป' (สีเขียว) ที่เหลือทั้งหมดซึ่งเกลือพวกนั้นก็คือ... ผลไม้พลังชี่ (อายุ 100 ปี)จำนวน 6 ผล! มันคือผลไม้วิเศษหายากที่เมื่อคนธรรมดากลืนกินเข้าไปจะช่วยเพิ่มพูนพลังปราณฟ้าดินสะสมในร่างได้อย่างน้อย 100 เมตร!และสรรพคุณที่น่าสะพรึงที่สุดของมันก็คือ... มันสามารถ 'ทะลวงปลุกรากิญญา'ให้กับมนุษย์ธรรมดาที่เกิดมาไร้พร์ให้สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะพลังได้!!
ในตลาดมืดหรือหอประมูลชั้นนำสิ่งนี้คือสุดยอดสมบัติ์ที่หาจับตัวยากยิ่ง! ในเมืองเวสสุวรรณแห่งนี้จะมีโอกาสพบเห็นการนำมันออกมาประมูลซื้อขายได้ไม่เกินปีละ 2 ครั้งเท่านั้น! ช่วยไม่ได้จริงๆในเมื่อสรรพคุณของมันเย้ายวนใจขนาดนี้... ลองจินตนาการดูสิว่าหากตระกูลมหาเศรษฐีใดประมูลมันไปได้ พวกเขาย่อมสามารถเสกปั้นลูกหลานที่ไร้ค่าให้กลายเป็ผู้ฝึกตนได้อย่างปาฏิหาริย์ แถมยังมีโอกาสถึง 50% ที่จะช่วยกระตุ้นให้เด็กเ่าั้ปลุก 'กายาปฐี'ขึ้นมาได้อีกด้วย!
เมื่อเห็นของดีเต็มคลังนพเก้าก็เกิดอาการคันไม้คันมืออยากจะถลุงช่องทรัพยากรกดสุ่มกาชาอธิษฐานต่ออีกสักสิบโรล... แต่ทว่าเมื่อเขาสอดส่องดูเงื่อนไขการแลกสิทธิ์สุ่มในตู้กาชาเขาก็อดไม่ได้ที่จะแหกปากสบถลั่นห้อง!
“บัดซบเอ๊ยย!!ทำไมรอบนี้การสุ่ม 10 ครั้ง... มันถึงหน้าเืเรียกเก็บ 'ช่องทรัพยากร' เพิ่มขึ้นตั้ง 20 ช่อง ฟะ!? ระบบ!!ไอ้หน้าเื! แกหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ!!”
ความรู้สึกของเขาตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับเด็กยากจนที่อดออมค่าขนมมาทั้งสัปดาห์เพื่อไปอุดหนุนร้านไก่ทอดเ้าเด็ด แต่พอกลับไปซื้ออีกครั้งอีป้าเ้าของร้านดันปรับราคาขึ้นหน้าตาเฉยตั้งสองเท่าตัว! ขายแพงหน้าเืขนาดนี้มึงไม่จุดไฟเผาร้านตัวเองทิ้งไปเลยล่ะโว้ย!
[ติ๊ง~ ระบบขอชี้แจง: ระบบไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงต้มตุ๋นโฮสต์แต่อย่างใด!ระบบเพียงแค่ออกแบบกลไกมาเพื่อ 'ป้องกัน' ไม่ให้โฮสต์เสพติดและหมกมุ่นอยู่กับการพนันสุ่มกาชามากจนเกินพอดีจนพานละเลยการทำภารกิจและการมุมานะฝึกฝนบ่มเพาะพลัง!]
[ในอนาคตอันใกล้ระบบจะปลดปล่อยภารกิจท้าทายออกมาให้ทำอีกมากมาย ซึ่งโฮสต์จะได้รับรางวัลเป็ 'ช่องทรัพยากร' เพิ่มขึ้นเป็กอบเป็กำ สมบัติล้ำค่าระดับเทพเ้านั้นล้วนขึ้นอยู่กับความวิริยะอุตสาหะและการลงมือทำของโฮสต์เองทั้งสิ้น!]
นพเก้าได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ปัจจุบันเขามีความจุช่องทรัพยากรอยู่ทั้งหมด 45 ช่อง ซึ่งเขาเพิ่งถลุงใช้แลกสิทธิ์ไป 8 ช่องบวกกับของที่ใส่แช่ไว้เดิม... ตอนนี้เขาเหลือพื้นที่ว่างที่สามารถนำไปแลกสิทธิ์สุ่มได้เต็มที่แค่37 ช่อง เท่านั้น!
“ช่างหัวมันเถอะ!”
ต่อให้ระบบจะพยายามอ้างเหตุผลสารพัดร้อยแปดมาแก้ตัวเขาก็ไม่รู้สึกว่าความ้าของตัวเองมันเข้าขั้นโลภตรงไหน!ในเมื่อมีของดีวางล่อตาล่อใจอยู่ตรงหน้า แล้วไม่หาทางคว้ามันมาใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็โง่เต็มทนแล้ว!
เมื่อคิดได้เช่นนั้นนิ้วของเขาก็ขยับเตรียมจะกดปุ่มสุ่มกาชาอีกรอบ... แต่ทันใดนั้น เขาก็ชะงักกึกดึงสติตัวเองกลับมาครุ่นคิดทบทวนอย่างหนัก...
(ไม่ได้การล่ะ... ขืนข้าบ้าจี้หมกมุ่นผลาญทรัพยากรไปกับการพนันสุ่มตู้เกลือพวกนี้มากเกินไปสักวันข้าคงพลาดท่าเสียเหลี่ยมตกระกำลำบากเพราะระบบแน่ๆ) เมื่อตกตะกอนความคิดได้นพเก้าจึงตั้งกฎเหล็กเป้าหมายให้กับตัวเอง... รอให้สะสม 'ช่องทรัพยากร' ทะลุ 100ช่องเมื่อไหร่... ข้าถึงจะค่อยกลับมาเปิดตู้ถลุงกาชาของเ้าระบบหน้าเืนี่อีกครั้ง!
[ติ๊ง~ ขอแสดงความยินดีด้วย! โฮสต์มีสติยั้งคิดสามารถควบคุมความโลภและอารมณ์ของตนเองได้ก่อนที่จะถลำลึกเดินลงสู่เส้นทางแห่งความฉิบหายล้มละลาย!]
[รางวัลพิเศษสำหรับความมีสติ:เพิ่มช่องทรัพยากร +5 ช่อง!]
นพเก้าถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก! ไอ้ระบบเวรนี่!! โชคดีนะที่เขาชะงักดึงสติไว้ได้ทัน!หากเมื่อครู่เขาหน้ามืดตามัวกดสุ่มลงไปล่ะก็...การันตีร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาเป็ ‘เกลือล้วนๆ’ แน่นอน! นี่มันเป็บททดสอบวัดใจกึ่งหลอกลวงของระบบชัดๆ! ไม่ว่านี่จะเป็ความปรารถนาดีหรือกับดักอำมหิตเขาก็ต้องคอยตั้งสติและไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนจะทำอะไรทุกครั้งในอนาคต!
เมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาข้อมือหรูยังเหลือเวลาอีกราวๆ 5 ชั่วโมงกว่าระบบจะทำการปั๊มโคลนนิ่ง 'ผลกายาสถิต' ลูกที่สองออกมาได้สำเร็จ
เพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่านพเก้าจึงใช้่เวลานี้ในการจัดการตรวจสอบ ‘ทรัพย์สินส่วนตัว’ของอดีตเ้าของร่าง... หลังจากโทรสายตรงยืนยันตัวเลขกับพ่อบ้านส่วนตัวเขาก็พบว่าตัวเองมีทรัพย์สินเงินสดมูลค่าสุทธิประเมินเบื้องต้นราวๆ 300 ล้านบาท! (ยังไม่รวมอสังหาฯ และสินทรัพย์อื่นๆ ที่ถือครองในฐานะคุณชายใหญ่)
เขาตัดสินใจกระจายความเสี่ยงโดยนำเงินสด 240 ล้านบาทไปลงทุนกว้านซื้อหุ้นใน 'กลุ่มตลาดเทคโนโลยีผสมผสานเวทมนตร์'ที่เขารู้อนาคตล่วงหน้าอยู่แล้วว่า ภายในอีก 50 ปีข้างหน้า มูลค่าหุ้นพวกนี้จะพุ่งทะยานเติบโตขึ้นไปมากกว่า 30 เท่าตัว! นอกจากนี้เขายังเจียดเงินส่วนหนึ่งไปกว้านซื้อโฉนดที่ดินรกร้างในบางทำเล...ซึ่งเป็จุดพิกัดที่เขาจำได้แม่นยำว่า ในอนาคตอันใกล้ มันจะเกิด 'ปรากฏการณ์ฟ้าดินกำเนิดสมบัติใหม่' ขึ้นที่นั่น!
เขาวางแผนที่จะกว้านซื้อที่ดินพวกนั้นมาสร้างเป็โครงการ'วิลล่าส่วนตัว' บังหน้าซึ่งเมื่อถึงเวลาที่ความลับของพื้นที่ถูกเปิดเผยมูลค่าของที่ดินแปลงนั้นก็จะพุ่งกระฉูดขึ้นเป็ร้อยเท่าพันเท่า!
ส่วนเงินสดก้อนสุดท้ายที่เหลืออีก 60 ล้านบาทเขาจัดการสั่งการให้พ่อบ้านไปกว้านซื้อเปลี่ยนมันเป็ ‘ทองคำแท่งบริสุทธิ์99.99%’ ให้หมด! แล้วนำมันยัดใส่เข้าไปในระบบเพื่อทำซ้ำ!ขืนเขายัดเงินสดเป็ปึกๆ เข้าไปโคลนนิ่ง มันคงเกิดปัญหาใหญ่เื่ 'หมายเลขธนบัตรซ้ำซ้อน' จนโดนข้อหาผลิตแบงก์ปลอมทำลายเศรษฐกิจชาติแน่ๆ!
เมื่อเขาเปิดหน้าต่างระบบตรวจสอบดู...‘ช่องทรัพยากร’ สล็อตแรกสุด ที่เคยบรรจุสร้อยคอทองคำ 1 บาท... บัดนี้ได้ถูกเขาทับถมแทนที่ด้วย 'ทองคำแท่งบริสุทธิ์ 48 แท่ง' เป็ที่เรียบร้อยแล้ว!
หลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่อมีระบบปั๊มทรัพยากรเสกของได้ดั่งใจนึกอยู่แล้วจะไปมัวเสียเวลาเหนื่อยยากลงทุนทำธุรกิจให้เมื่อยตุ้มไปทำไม?
คำตอบก็คือ... นพเก้าไม่เคยไว้ใจระบบเลย 100%! เป็ที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่าตัวตนหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดก็ตามที่เนรมิตสร้างระบบนี้ขึ้นมา ย่อมต้องมีเจตนาหรือ'วัตถุประสงค์แอบแฝง' บางอย่างซุกซ่อนอยู่เื้ัอย่างแน่นอน!และตัวตนระดับนั้น ย่อมต้องยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่สติปัญญาของเขาในตอนนี้จะจินตนาการไปถึง!หากวันดีคืนดี ระบบเกิดขัดข้อง, ปิดปรับปรุง, หรือแม้กระทั่ง 'ถูกดึงกลับไป' ดื้อๆ ล่ะ? เื่พรรค์นี้นพเก้าไม่มีวันล่วงรู้ได้เลย!ดังนั้น การสร้างรากฐานความมั่งคั่งในโลกความเป็จริงเพื่อเป็เบาะรองรับจึงเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนขี้ระแวงอย่างเขา!
[โฮสต์นี่ช่างคิดมากและมองโลกในแง่ร้ายเกินไปแล้ว!หากตัวตนอันยิ่งใหญ่ผู้สร้างระบบขึ้นมามีเจตนาร้ายคิดจะเอาเปรียบหรือสังหารโฮสต์จริงๆ ล่ะก็... โฮสต์คงตายห่าไปเป็ล้านๆรอบั้แ่ชาติที่แล้วแล้วล่ะ!]
ระบบเอ่ยแขวะด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายรู้สึกว่าไอ้เ้าของร่างคนนี้มันเป็พวกพารานอยด์หวาดระแวงจนขึ้นสมอง
“เอาล่ะๆ!เลิกบ่นได้แล้ว! ในที่สุด... เวลาที่ข้ารอคอยก็มาถึงเสียที! ระบบ... เปิดหน้าต่าง‘ช่องทรัพยากร’!”
นพเก้าออกคำสั่งเรียกฟังก์ชันในห้วงจิตด้วยหัวใจที่เต้นระรัว
[ช่องทรัพยากร]
“ฮ่าๆๆๆๆ!! รวยแล้วโว้ยยย!!”
นพเก้าหัวเราะร่วนลั่นห้องรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเสียสติเป็บ้าตายด้วยความฟิน!ความสุขความเจริญมันถาโถมเข้ามาเร็วเกินไปแล้ว! ต้องขอย้ำเตือนความจำอีกครั้งว่าในอดีตชาติ ตอนที่เขาใช้งาน 'จี้หยกปริศนา'มันทำได้แค่เพียงก็อปปี้โคลนนิ่งของออกมาได้ทีละชิ้น และต้องใช้เวลาคูลดาวน์นานโข!
แต่นี่มันอะไรกันวะเนี่ย!? มันคือการปั๊มผลตอบแทนเพิ่มจำนวนแบบ 'ทวีคูณ' (x2) ชัดๆ! หากคุณลงทุนไปหนึ่งคุณจะได้กำไรทบต้นกลับมาเป็สองเท่าในพริบตา! กฎแห่งการลงทุนแบบปาฏิหาริย์นี้มันไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ในโลกของทุนนิยมเด็ดขาด!
เพียะ!!
นพเก้าตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่เพื่อเรียกสติ!
“ไม่ได้การล่ะ...ข้าต้องตั้งสติ สงบสติอารมณ์ให้ได้! ฮู่ววว...”
เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิบนเตียงหลับตาลงเพื่อปรับคลื่นความถี่อารมณ์ให้คงที่ ขืนเขามัวแต่ตื่นเต้นดีใจจนหน้ามืดเขาอาจจะสร้างสถิติเป็จอมยุทธ์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ 'ธาตุไฟแตกตาย' เพราะช็อกความรวยของตัวเองก็เป็ได้!
หลังจากนั่งสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆอยู่ครู่ใหญ่ เขาก็เอื้อมมือไปหยิบ ‘โอสถวารีเร้นลับ’ เม็ดหนึ่งออกมาวางเตรียมสแตนด์บายไว้ข้างเตียงหวังใช้มันเป็หลักประกันช่วยปรับสมดุลและชำระล้างสภาวะจิตใจ ในตอนนี้เขายังไม่อาจกลืนกินเพื่อดูดซับพลังของยาเม็ดนี้ได้โดยตรงเนื่องจากระดับขอบเขตการฝึกปรือของเขายังต่ำต้อยเกินกว่าจะรองรับสรรพคุณระดับตำนานได้ไหว
เมื่อสภาวะจิตใจของเขาเข้าสู่จุดสงบนิ่งและสมบูรณ์แบบปราศจากคลื่นรบกวนนพเก้าก็สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วหยิบเอาสุดยอดสมบัติ์... ‘ผลกายาสถิต’... ออกมาจากช่องเก็บของ!
มันคือผลไม้วิเศษที่งดงามเกินคำบรรยายเปลือกผลสีทองสุกปลั่งสะท้อนแสงแวววาวราวกับทองคำบริสุทธิ์ลวดลายอักขระเวทมนตร์ระดับสูงที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อนในชีวิต สลักเสลาทับซ้อนถักทออยู่รอบผลราวกับมีชีวิต!ผลไม้ลูกนี้มีขนาดพอๆ กับลูกเบสบอล
นพเก้าอ้าปากกว้างสุดเหวี่ยงยัดผลวิเศษลูกนั้นเข้าไปในปากทั้งลูก! แล้วกลืนมันลื่นลงคอไปรวดเดียวเพื่อส่งตรงเข้าไปซึมซับในจักรวาลตันเถียน! เขาไม่กล้าแม้แต่จะขบเคี้ยวมันด้วยซ้ำ!เพราะหากปล่อยให้พลังมหาศาลที่ถูกบีบอัดอยู่ภายในผลรั่วไหละเิออกมาในช่องปากล่ะก็...ร่างเนื้อของเขาคงได้แหลกกระจุยกลายเป็โกโก้ครั้นช์ตายอนาถแหงๆ!
ทันใดนั้นภาพของผลไม้วิเศษลูกเท่าเบสบอลก็ไปปรากฏเด่นหราอยู่ใจกลางห้วงตันเถียน!ซึ่งเมื่อนำไปเทียบขนาดกับ 'ศิลาปราณขนาดั์'(เส้นผ่านศูนย์กลาง 1,500 เมตร) ของเขาแล้ว...ผลไม้ลูกนี้มันดูเล็กจิ๋วยิ่งกว่าฝุ่นธุลี เล็กกว่ากันนับหมื่นๆ เท่า!
ทว่า...ผลไม้วิเศษลูกจิ๋วนี้กลับประพฤติตัวราวกับว่ามันมีสติสัมปชัญญะและสัญชาตญาณเป็ของตัวเอง!จู่ๆ มันก็ยืดงอก 'หาง' เรียวยาวออกมาจากก้นผล!ก่อนจะปั่นหมุนตัวเองควงสว่านด้วยความเร็วสูงดั่งดอกสว่านทะลวงเหมืองเจาะไชทะลวงลึกเข้าไปฝังตัวอยู่ในแกนกลางของศิลาปราณของนพเก้าอย่างป่าเถื่อน!
“โอ๊ยย!ไอ้ผลไม้บัดซบเอ๊ย!!”
นพเก้าหลุดปากสบถลั่นด้วยความจุก! มึงเป็ผลไม้วิเศษหรือเป็ตัวอสุจิกันแน่วะเนี่ย! ขยันว่ายเจาะไข่ซะเหลือเกิน! เขาไม่เคยพบเคยเห็นกระบวนการดูดซับสมบัติ์ที่วิปริตพิสดารและเ็ปบัดซบขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต!ถ้ารู้ล่วงหน้าว่ามันจะอภินิหารเล่นแผลงๆ แบบนี้ เขาคงยอมเสี่ยงตายค่อยๆหั่นแบ่งกินมันทีละคำยังจะดีซะกว่า!
ขณะที่สติสัมปชัญญะของเขากำลังจะเตลิดเปิดเปิงเพราะความเ็ป...'ศิลาปราณ' ในห้วงตันเถียนของเขาก็เริ่มเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน!มันพลิกตัวกลิ้งไปมาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะปลดปล่อยแรงดึงดูดระดับแบล็กโฮล!สูบกลืนพลังปราณฟ้าดินจากสภาพแวดล้อมรอบข้างให้หลั่งไหลทะลักเข้ามาอย่างมหาศาลพะเนินเทินทึก!
กระบวนการดูดกลืนนี้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรงจนนพเก้าสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง!คลื่นพายุแรงดึงดูดแผ่ขยายอาณาเขตออกไปนอกร่างกายของเขา... จาก 10 เมตร... กวาดกว้างเป็ 100 เมตร... พุ่งทะยานไปไกลถึง 1,000 เมตร...จนกระทั่งรัศมีของมันแผ่ครอบคลุมไปทั่วทั้งอาณาเขตคฤหาสน์ของตระกูลอสุราทองคำ!!
ในขณะที่ภายในห้องนอนของนพเก้ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงอันเป็ปาฏิหาริย์สั่นะเื์อยู่นั้น...
ณห้องใต้หลังคาชั้นสองของปีกตึกที่อยู่ติดกับห้องของชายหนุ่มมีร่างของบุรุษลึกลับชุดดำคนหนึ่งกำลังซ่อนตัวเร้นกายอยู่ในมุมมืด! เขาคือ 'อันฮุยโหยว' เ้าตำหนักหน่วยข่าวกรองเงาแห่งสถาบันเวสสุวรรณ!ผู้เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารและสอดแนมที่บรรลุถึง 'ขอบเขตผู้พิทักษ์(ระดับ 5) ขั้นสูงสุด'!
เขาได้รับคำสั่งสายฟ้าแลบจากผู้อำนวยการให้มาแฝงตัวจับตาดูพฤติกรรมของคุณชายใหญ่แห่งตระกูลโบราณผู้นี้มาเป็เวลาหนึ่งวันเต็มๆแล้ว ทว่า... สิ่งที่เขาสังเกตเห็นตลอดทั้งวันก็มีเพียงภาพของเด็กหนุ่มที่เอาแต่เดินวนไปวนมาในห้องนอน...คุยโทรศัพท์สั่งงานพ่อบ้านเื่การโอนย้ายทรัพย์สินและซื้อหุ้น...แล้วก็เอาแต่เดินยิ้มร่าสลับกับหัวเราะอยู่คนเดียวเหมือนคนเสียสติ!นอกเหนือจากนั้น ก็ไม่มีพิรุธหรือพฤติกรรมน่าสงสัยอื่นๆ ให้จับผิดได้เลย!
เขารู้สึกหงุดหงิดเหมือนโดนหลอกให้มาเสียเวลาทำเื่ไร้สาระ!สาเหตุเดียวที่เขายอมลดตัวมารับภารกิจปัญญาอ่อนนี้ก็เพราะไอ้อ้วนป๋อชิงไหลมันยืนยันนั่งยันหน้าดำหน้าแดงว่า 'เื่นี้มันเป็วิกฤตที่มีผลกระทบต่อความอยู่รอดของสถาบันอย่างใหญ่หลวง!'
“ผลกระทบใหญ่มหึมาตูดปู่แกสิวะ!ไอ้หมูตอนป๋อ!! กลับไปถึงสถาบันเมื่อไหร่ พ่อจะเตะก้านคอให้มึงเจอดีแน่!!”
อันฮุยโหยวกำหมัดแน่นกัดฟันกรอดด้วยความโมโห! เขารู้สึกอัปยศอดสูจนอยากจะกรีดร้องระบายอารมณ์!ด้วยสถานะที่สูงส่งเป็ถึง 'เ้าตำหนักข่าวกรอง'ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ผู้พิทักษ์...เหตุใดเขาถึงต้องถูกหลอกให้มาทำตัวเป็พี่เลี้ยงเด็กคอยจับตาดูไอ้ลูกแหง่วัยสิบแปดปีแบบนี้ด้วยวะ!
ขณะที่เขากำลังจะถอดใจหันหลังเตรียมะโหนีออกจากที่ซ่อนเพื่อกลับไปรายงานความล้มเหลว... จู่ๆเขาก็ชะงักเท้ากึก! หันขวับกลับไปจ้องมองยังทิศทางห้องนอนของเป้าหมาย...ซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็ 'จุดศูนย์กลาง' ของหลุมดำที่กำลังสูบกลืนพลังปราณฟ้าดินอย่างตะกละตะกลาม!
“ก...เกิดเื่บ้าอะไรขึ้นเนี่ย!?”
อันฮุยโหยวเบิกตากว้างด้วยความงุนงงสับสนเขาไม่เข้าใจปรากฏการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย ทว่า...ด้วยจังหวะนรกที่เขาเผลอหันหลังก้าวหนีไปแค่เสี้ยววินาที ทำให้เขา 'พลาด' ข้อมูลสำคัญระดับคอขาดบาดตายที่สุดไป!... นั่นคือช็อตเด็ดที่นพเก้ายัด‘ผลกายาสถิต’ เข้าปากแล้วกลืนลงคอไปนั่นเอง!
ฟูมมมมมมม!!!
แรงสั่นะเืมหาศาลดังกึกก้องกัมปนาทไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลอสุราทองคำ!
บนท้องฟ้าเบื้องบนเหนือหลังคาตระกูลมวลอากาศบิดเบี้ยวแปรปรวน บังเกิดเป็ ‘วังวนพายุหมุนขนาดั์’! แสงแดดเจิดจ้าถูกบดบังด้วยหมู่เมฆดำทะมึนที่ก่อตัวหนาทึบบรรยากาศแปรสภาพกลายเป็มืดมิดราวกับยามวิกาลในชั่วพริบตา!
นี่คือ 'ปรากฏการณ์วิปริตฟ้าดิน' ขั้นรุนแรงที่ปะทุขึ้นจากการสูบกลืนสสารและพลังปราณธรรมชาติอย่างบ้าคลั่งเกินพิกัดจำกัดของโลก!
“ส... สิ่งนี้มันคืออะไรกัน!?หรือว่าท่านพ่อตา... จะสามารถทะลวงด่านฝ่าคอขวดขั้นวิกฤตไปได้แล้ว!?”
อัครเดชทะยานร่างพุ่งพรวดออกมาจากห้องทำงานยืนตระหง่านอยู่กลางลานกว้างด้วยสีหน้าตื่นตะลึง!
ในวินาทีนั้นเอง...เหล่ายอดฝีมือและปรมาจารย์ลึกลับที่เร้นกายปกป้องตระกูลมาอย่างยาวนานก็พร้อมใจกันสลัดการพรางตัวปรากฏร่างพุ่งทะยานออกมารวมตัวกันที่หน้าลานคฤหาสน์มากกว่าร้อยชีวิต!แต่ละคนล้วนแผ่กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัว! นี่แหละคือขุมกำลังอำนาจที่แท้จริงและรากฐานอันหยั่งรากลึกของ'ตระกูลโบราณ' ที่สั่งสมบารมีมายาวนานนับพันปี!
ขณะที่อัครเดชกำลังจะพุ่งตัวทะยานมุ่งหน้าไปยังตำหนักเร้นกายของท่านผู้าุโสูงสุดเขาก็ต้องเบรกฝีเท้าเบรกล้อลากหัวทิ่ม! เพราะร่างของพ่อตาผู้ยิ่งใหญ่ของเขา...ก็กำลังก้าวเดินฝ่าฝูงชนออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน!
“ปรากฏการณ์พายุหมุนนั่น...มันมีศูนย์กลางอยู่ที่ตำหนักของคุณชายใหญ่ไม่ใช่รึ!? เกิดอาเพศอะไรขึ้นกันแน่!?”
“ข้ายังจำได้ดี...เมื่อร้อยปีก่อน ข้าเคยมีวาสนาได้เป็ประจักษ์พยานเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน...มันคือลางบอกเหตุในวินาทีที่ ‘ตัวตนระดับตำนาน’ กำลังจะทะลวงฝ่าด่านอัสนีบาตก้าวขึ้นสู่ขอบเขต ‘จักรพรรดิยุทธ์’!! แต่...แต่ทำไมคราวนี้ถึงไม่มีวี่แววของเมฆทัณฑ์์หรือสายฟ้าฟาดเลยล่ะ!? หรือบางที... อาจจะมี 'สมบัติ์ระดับสูงสุด'ถือกำเนิดจุติขึ้นมาจริงๆ ใช่หรือไม่!?”
เหล่าผู้าุโระดับสูงที่เพิ่งออกจากด่านกักตัวต่างยืนถกเถียงกันด้วยความสับสนอลหม่านไม่มีใครฟันธงได้ว่าหายนะหรือปาฏิหาริย์กำลังจะมาเยือน
“ขอน้อมคารวะท่านพ่อตาขอรับ” อัครเดชรีบประสานมือทำความเคารพ
“อืม...”
หวงไท่ตอบรับเพียงสั้นๆไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม ชายชราหันไปตวัดมือสั่งการเสียงเฉียบขาดให้หน่วยองครักษ์เงารีบกางม่านพลังปิดกั้นอาณาเขตและปกปิดร่องรอยปรากฏการณ์ทั้งหมดภายในตระกูลให้มิดชิดที่สุดห้ามข่าวสารเล็ดลอดออกไปเด็ดขาด!
ในใจของชายชรากำลังเต้นระทึก... บางทีปรากฏการณ์นี้อาจเป็ ‘โอกาสทอง’ ที่์เบื้องบนประทานลงมาให้ตระกูลอสุราทองคำ!หากมีสุดยอดสมบัติ์ถือกำเนิดขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็... มันอาจจะเป็กุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยปลดล็อกให้เขาสามารถทะลวงข้ามขีดจำกัด ก้าวขึ้นสู่ขอบเขต‘จักรพรรดิยุทธ์’ ที่เขาเฝ้าปรารถนามาทั้งชีวิตก็เป็ได้!
ตัดภาพกลับมาที่ห้องนอนของนพเก้า...
ร่างของชายหนุ่มกำลังลอยคว้างอยู่กลางอากาศอาบย้อมไปด้วยแสงสว่างเรืองรอง รูขุมขนทั่วร่างเปิดกว้างสูบกลืนสสารและพลังปราณฟ้าดินเข้ามาอย่างบ้าคลั่งไร้ขีดจำกัด!
ภายในห้วงตันเถียน...ลึกลงไปเบื้องล่างใต้ฐานของ 'ศิลาปราณขนาดั์'...พลันปรากฏภาพสะท้อนของ ‘ผืนมหาสมุทรสีคราม’ อันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ระยิบระยับพราวพรายไปด้วยแสงดาวนับล้านดวง!
นี่คือปรากฏการณ์ขั้นสุดยอด... ‘ทะเลดวงดาวเหนือสมุทร’!... ซึ่งเป็สัญลักษณ์บ่งบอกถึงจุดสูงสุดของผู้ฝึกตนที่บรรลุถึงขอบเขต ‘จักรพรรดิยุทธ์’ เท่านั้น!
ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อรากฐานิญญาของนพเก้า! ในวินาทีนี้ เขาได้ ‘ฐานการบ่มเพาะพลังถึงสองระดับในเวลาเดียวกัน’! ฐานแรก...คือพลังวัตรมหาศาลจากศิลาปราณขั้นที่ 10! และฐานที่สอง...คือขุมพลังมหาศาลระดับ 'จักรพรรดิยุทธ์' ที่ถูกซ่อนเร้นสืบทอดมาจากชาติอดีตของเขา!
นพเก้าไม่ได้มีท่าทีใประหลาดใจกับปรากฏการณ์นี้แม้แต่น้อยเพราะเขารู้ซึ้งถึงสาเหตุและที่มาของมันเป็อย่างดี!
ผลของ 'กายาสถิต' ที่เขาได้กินเข้าไป... ได้กระตุ้นปลุก ‘กายาแห่งการเวียนว่ายตายเกิด’ (หรือกายาแห่งการกลับชาติมาเกิด) ขึ้นมา!
มันคือกายาพิเศษระดับตำนานที่ถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 38 ของทำเนียบ'กายาขอบเขต์'! ความสามารถสุดโกงของมันก็คือ...การดึงเอา 'ระดับพลังยุทธ์สูงสุด' และ 'รากฐาน' จากชาติภพที่ตัวผู้ใช้แข็งแกร่งที่สุดในอดีต...ให้หวนคืนกลับมาสถิตอยู่ในร่างเนื้อปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!
กระบวนการปาฏิหาริย์นี้ยังไม่จบสิ้นเพียงเท่านั้น...เพราะกายา์ไม่ได้ดึงมาแค่พลังดิบๆ แต่มันยังสูบเอา 'ทักษะ, เคล็ดวิชา,และความทรงจำทางกายภาพ' บางส่วนของผู้ใช้จากชาติก่อนติดมือมาด้วย!ซึ่งปริมาณความสมบูรณ์ในการสืบทอดนั้นก็ขึ้นอยู่กับระดับพร์ความเข้ากันได้ของผู้ใช้แต่ละคนนั่นเอง!
โฮกกกกก!!!
จู่ๆเสียงคำรามกึกก้องปานสัตว์ป่าคลุ้มคลั่งก็ะเิออก!
‘จิตสังหาร’ สีดำทมิฬเข้มข้นจนแทบจะจับต้องได้พวยพุ่งทะลักออกมาห่อหุ้มคลุมร่างของนพเก้าเอาไว้จนมิด! มันเป็ออร่าที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธแค้นพยาบาท, ความกระหายเืที่บ้าคลั่ง, และความปรารถนาอันวิปลาสที่จะฉีกกระชากกลืนกินทุกสรรพชีวิตให้สิ้นซาก!
ทันใดนั้น คลื่นระลอกคลื่นความถี่ของ‘จิตสังหารระดับจักรพรรดิ’ ก็ะเิกวาดออกไปจากห้องพัก แผ่ขยายรัศมีทำลายล้างครอบคลุมอาณาเขตตระกูลอสุราทองคำและพุ่งทะยานกวาดล้างออกไปทุกทิศทุกทางกินพื้นที่กว้างไกลระดับมหาศาลครอบคลุมรัศมีนับ หนึ่งหมื่นกิโลเมตร!!
โพละ! โพละ! โพละ!!
ฝูงนกนับแสนนับล้านตัวที่กำลังบินเริงร่าอยู่บนท้องฟ้า...เมื่อปะทะเข้ากับคลื่นจิตสังหารอันบ้าคลั่งนี้...ทวารทั้งเจ็ดของพวกมันก็ะเิแตกกระจาย! เืสดๆ พุ่งกระฉูดดับดิ้นร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าราวกับห่าฝน! ก่อเกิดเป็ปรากฏการณ์ ‘ฝนเือาบฟ้า’ สุดสยองขวัญ สาดกระเซ็นชโลมไปทั่วทั้งภูมิภาคกลางของประเทศ!!
“บ...แบบนี้มันหายนะระดับชาติแล้ว!!”
หวงไท่และเหล่ายอดฝีมือทุกคนในคฤหาสน์ตระกูลอสุราทองคำต่างเข่าอ่อนทรุดฮวบ รู้สึกเหมือนิญญากำลังถูกบีบขยี้และชีวิตกำลังแขวนต่องแต่งอยู่บนเส้นด้ายที่พร้อมจะขาดผึงได้ทุกเมื่อ!
เดิมที พวกเขาแอบวาดฝันโง่ๆว่าปรากฏการณ์นี้คือพรที่์ประทานมาให้... แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็สัญญาณเตือนถึง 'หายนะวันสิ้นโลก'ที่กำลังจะมาลบชื่อตระกูลของพวกเขาให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์!ชายชราเริ่มจินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล...เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลึกลงไปใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลอสุราทองคำ มีซากศพของ 'มหาอสูรโบราณ' ที่เคยถูกบรรพบุรุษจองจำผนึกเอาไว้แล้วมันกำลังจะแหกคุกนรกออกมาล้างแค้นหรือไม่!?
คลื่นจิตสังหารที่แผ่พุ่งสาดซัดเข้ามาประดุจคลื่นมรสุมั์ถาโถมซัดกระหน่ำทำลายสติสัมปชัญญะ ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวเหน็บเกาะกินขั้วหัวใจเย็นเยียบไปจนถึงไขกระดูก!
“ท... ท่านพ่อตา! ร...เราควรรีบส่งสัญญาณกราบทูลขอความช่วยเหลือจากเบื้องบน...หรือขุมกำลังภายนอกดีหรือไม่ขอรับ!?”
อัครเดชหน้าซีดเผือด ปากคอสั่นรู้สึกว่าวิกฤตครั้งนี้มันใหญ่หลวงเกินกว่าที่มันสมองและกำลังทหารของตระกูลจะรับมือไหวเขาไม่อาจเสี่ยงตัดสินใจผิดพลาดได้แม้แต่ก้าวเดียว
“ทำไม่ได้เด็ดขาด!!เราต้องปิดประตูตีแมว แก้ไขเื่วิบัติครั้งนี้ด้วยตัวของเราเอง!!” หวงไท่ตวาดสวนกลับเสียงเด็ดขาด
เมื่อได้ยินคำประกาศิตนั้นอัครเดชก็บรรลุแจ้งเข้าใจถึงเจตนาของพ่อตาในทันที!
ในฐานะหัวเรือใหญ่ผู้นำตระกูลเขารู้ซึ้งถึงสัจธรรมความโหดร้ายของโลกเื้ัดี! หากพวกเขาตื่นตูมส่งสัญญาณเชิญยอดฝีมือจากขุมอำนาจภายนอกให้เข้ามาสอดมือช่วยแก้ปัญหา...นอกเหนือจากไอ้สัตว์ประหลาดมหาภัยที่ก่อเื่แล้ว... 'ตระกูลอสุราทองคำ' ของพวกเขานี่แหละที่จะถูกพวกมันฉวยโอกาส 'กวาดล้างและลบชื่อ' ออกไปจากแผนที่เพื่อฮุบสมบัติไปพร้อมๆ กันเลย!
เป็เื่ปกติธรรมดาของตระกูลโบราณใหญ่โตที่มักจะไปเตะตัดขา สร้างศัตรูคู่แค้นและผู้ไม่หวังดีไว้มากมายตามรายทางพวกเหลือบไรเ่าั้ย่อมรอคอยจังหวะซ้ำเติม ใช้ข้ออ้างในการปราบปรามอสูรปีศาจ เพื่อเป็ใบเบิกทางในการยกทัพมากวาดล้างทำลายล้างตระกูลของเขาให้สิ้นซาก!ในสถานการณ์หลังชนฝาเช่นนี้... พวกเขาทำได้เพียงแค่กัดฟันสู้อย่างถวายหัวสู้จนตัวตายไปพร้อมกับความลับของตระกูลเท่านั้น!
ณ ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์อันห่างไกล... ยอดเขาสูงตระหง่านเสียดแทงทะลุหมู่เมฆขึ้นไป...
มีร่างของชายชราลึกลับผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิเข้าฌานอย่างสงบร่างกายของเขาเปล่งประกายแสงสว่างไสวเรืองรองราวกับหลอดไฟนีออน!
เมื่อััได้ถึงคลื่นความวิปริตที่ะเืฟ้าดินชายชราก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น... เผยให้เห็นั์ตาเรียวรีที่โค้งงอราวกับ ‘พระจันทร์เสี้ยว’! เขาลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าก่อนจะใช้เคล็ดวิชา 'ก้าวพริบตา' ระดมพลศิษย์เอกทั้งสำนักให้มุ่งหน้าทะยานพุ่งตรงไปยังทิศตะวันออก... มุ่งสู่เมืองเวสสุวรรณทันที!
ตัดมาทางด้านสถาบันเวสสุวรรณ...
“น... นี่มันคือปรากฏการณ์สมบัติ์จุติ...อย่างที่นายหญิงเจี่ยสันนิษฐานไว้จริงๆ ใช่ไหมขอรับ?” ผู้อำนวยการป๋อชิงไหลปากคอสั่นระริก ไม่มั่นใจในสายตาตัวเอง
“ข้ากลับคิดว่า...สิ่งที่กำลังจะอุบัติขึ้นนี้... มันคือ ‘หายนะวันสิ้นโลก’ เสียมากกว่า!”
เจี่ยไป๋เจินยืนกอดอกหันหลังให้หน้าต่างกระจกบานั์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเ็าไร้อารมณ์ นางไม่ได้ปรายตามองหรือให้ความสนใจกับท่าทีลนลานของไอ้ผู้อำนวยการไร้น้ำยาที่กำลังนั่งตัวสั่นงันงกอยู่บนเก้าอี้หนังสัตว์เลยแม้แต่น้อย
“ล... แล้วท่าน... ท...ท่านคิดจะเดินทางไปตรวจสอบดูสถานการณ์ด้วยตัวเองหรือไม่ขอรับ?”
“ยังก่อน...ขอข้ารอดูท่าทีอีกสักพัก”
เจี่ยไป๋เจินเอ่ยเรียบๆก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปนั่งไขว่ห้างจิบชาบนโซฟาบุหนังอย่างสบายอารมณ์ราวกับว่ามหันตภัยที่กำลังจะล้างโลกอยู่รอมร่อนี้...ไม่ใช่เื่สลักสำคัญอะไรสำหรับนาง
ป๋อชิงไหลมองตามท่าทีหยิ่งยโสนั้นด้วยหางตาที่กระตุกยิกๆ!แม้ในใจจะคุกรุ่นแต่เขาไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงจิ๊จ๊ะล่วงเกินหญิงสาวคนนี้เลยแม้แต่ครึ่งคำ!ด้วยชาติกำเนิดและภูมิหลังอันยิ่งใหญ่คับฟ้าของนาง... ในอนาคตอันใกล้นางจะก้าวขึ้นกลายเป็ตัวตนระดับตำนาน ที่ต่อให้เขาตายแล้วเกิดใหม่สิบชาติก็ไม่อาจเอื้อมมือไปแตะต้องได้! หากเขาไม่รีบเลียแข้งเลียขาเกาะต้นขาทองคำของนางไว้ให้แน่นั้แ่ตอนนี้เขาย่อมไม่มีวันเจริญก้าวหน้าไปได้ไกลกว่านี้แน่!
กลับมาภายในห้องนอนของนพเก้า...
ชายหนุ่มเริ่มตั้งสติโคจรพลังกดข่มและสยบ 'จิตอาฆาต' อันคลุ้มคลั่งให้สงบลง เขาบีบอัดและหลอมรวมมวลจิตสังหารอันบ้าคลั่งนั้น...ให้หดตัวกลายเป็ 'ทารกน้อย' ขนาดกะทัดรัดเท่าฝ่ามือ!
ร่างทารกปีศาจนั้นเปล่งประกายแสงสีแดงเืสาดกระเซ็นความร้อนระอุที่แผ่ออกมาแผดเผาอากาศรอบข้างให้บิดเบี้ยวเป็ระลอกคลื่น!
“น... นายท่าน...”
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าราวกับชายวัยกลางคนดังก้องรอดออกมาจากการขยับพะงาบปากของทารกตัวน้อย! จากนั้นรูปร่างหน้าตาอันน่ารักน่าชังของมัน ก็เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสยดสยอง! ปรากฏลวดลายอักขระประหลาดผุดขึ้นรายล้อมรอบริมฝีปาก...เขี้ยวั์แหลมคมโค้งงอสองซี่ แทงทะลุเหงือกยื่นยาวพ้นริมฝีปากล่างออกมา!
เมื่อการกลายร่างเสร็จสมบูรณ์อสูรน้อยก็ทิ้งตัวลงคุกเข่าศิโรราบ แทบเท้าเบื้องหน้าผู้เป็นายของมันอย่างนอบน้อม
“ข้าน้อย... 'ั์แดงเดือด'... ขอน้อมคารวะรับใช้แด่นายท่านขอรับ!” น้ำเสียงของมันเต็มเปี่ยมไปด้วยความภักดีและยำเกรงอย่างหาที่สุดไม่ได้
“อืม... ดีมากเ้าจงกลับเข้าไปซ่อนตัวเร้นกายในทะเลปราณก่อนและจงทำหน้าที่ชักนำปราณิญญาอันบ้าคลั่งเหล่านี้... ให้ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยง ‘ศิลาปราณ’ก้อนใหม่ของข้าซะ!”นพเก้าออกคำสั่งเสียงเรียบเฉย
สิ้นคำสั่งร่างของั์แดงเดือดก็ลอยละลิ่วพุ่งทะลวงหายกลับเข้าไปสถิตอยู่ในตันเถียนของนพเก้าอย่างว่าง่าย
ด้วยศักยภาพความจุปริมาณมหาศาลของ‘ทะเลปราณขอบเขตจักรพรรดิ’... หากนำมาคำนวณวัดตวงเป็หน่วยมาตรฐานลมปราณมันจะมีปริมาณความจุมหาศาลทะลุเพดานมากกว่า 'สิบล้านเมตร'!! ด้วยทรัพยากรตั้งต้นที่เหลือเฟือขนาดนี้... นพเก้าสามารถใช้ทางลัดก้าวะโข้ามขั้นไปสู่ 'ขอบเขตหลอมศิลา ขั้นที่ 9(ระดับสมบูรณ์แบบ)' ได้อย่างง่ายดาย!เพียงแค่เขาสั่งการให้หลอมรวมปราณิญญา อัดฉีดเข้าไปขยายปริมาตรของศิลาปราณให้มีความจุทะลุพิกัดถึง 'หนึ่งล้านเมตร' ให้สำเร็จเท่านั้น!
เมื่อกระบวนการดูดกลืนมวลพลังงานเสร็จสิ้นลงร่างของนพเก้าที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ก็ค่อยๆ ร่อนลงแตะพื้นอย่างแ่เบา...เขาััได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันน่าทึ่ง!ร่างกายของเขารู้สึกเบาหวิวไร้น้ำหนักราวกับขนนกวิเศษ!
สิ่งนี้คืออานิสงส์และผลลัพธ์โดยตรงจากการทะลวงขีดจำกัดก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตจักรพรรดิยุทธ์'ของอดีตชาติ!
ในตอนนี้...แม้ว่าศัตรูจะมีระดับพลังบ่มเพาะสูงถึง 'ขอบเขตราชันยุทธ์' (ซึ่งเป็ระดับที่รองลงมาจากจักรพรรดิเพียงขั้นเดียว)แต่หากพวกมันไม่ยอมงัดพลังก้นหีบ ทุ่มสุดตัวแบบเอาชีวิตเข้าแลกแล้วล่ะก็...พวกมันก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะสร้างรอยขีดข่วนบางๆบนชั้นิัของเขาได้เลยด้วยซ้ำ!!
ด้วยสรีระและร่างเนื้ออันทรงพลังขั้นสุดยอดนี้...นพเก้าได้ถือกำเนิดใหม่ กลายเป็ 'อัจฉริยะปีศาจ' ที่แท้จริง!ผู้มีขุมกำลังและศักยภาพซ่อนเร้นทัดเทียมกับยอดฝีมือ 'ขอบเขตราชันยุทธ์'อย่างสมบูรณ์แบบ!
ต้องอธิบายให้กระจ่างก่อนว่า...ในอาณาบริเวณเมืองเวสสุวรรณแห่งนี้... ‘ขอบเขตราชันยุทธ์’ ถือเป็จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร! เป็ตัวตนระดับบรรพชนที่แข็งแกร่งและทรงอำนาจที่สุดเท่าที่หน้าประวัติศาสตร์เมืองเคยจารึกไว้!
ดังนั้น... การที่นพเก้า 'ร่างเนื้อระดับจักรพรรดิ' อยู่ในตอนนี้... มันจึงทำให้เขากลายเป็ ‘ตัวบั๊กที่แข็งแกร่งที่สุดในเมือง’ อย่างแท้จริง โดยไร้ข้อกังขา!
ด้วยพละกำลังกายภาพเพียวๆที่ไร้ขีดจำกัดนี้... เขาเพียงแค่สะบัดหมัดส่งๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาพลังปราณหรือเคล็ดวิชาลี้ลับใดๆ... เขาก็สามารถบดขยี้สังหารยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ให้แหลกคาตีนตายตกไปในหมัดเดียวได้อย่างง่ายดาย!
ยิ่งไปกว่านั้น! เขายังได้รับอภิสิทธิ์ในการเหาะเหินเดินอากาศสามารถลอยตัวโบยบินไปบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระเสรี! อันเนื่องมาจากการที่เขาได้ทลาย 'กฎเกณฑ์ขั้นสูงของฟ้าดิน' และสามารถหยิบยืม ‘พลังศักดิ์สิทธิ์แห่งธรรมชาติ’มาใช้งานได้โดยตรงดั่งใจนึก!
หากมีสหายเก่าคนใดในอดีตบังเอิญผ่านมาพบเห็นสภาพและออร่าของเขาในยามนี้... พวกมันคงได้ช็อกตาตั้งช็อกตายคาที่ด้วยความตกตะลึงเป็แน่!
ภาพลักษณ์ของนพเก้าในตอนนี้...ไม่ต่างอะไรกับ 'เซียนเทวดา' ที่จุติลงมาเดินดินอย่างแท้จริง!แม้เพียงแค่เขายืนสงบนิ่งอยู่เฉยๆ... เรือนร่างของเขาก็จะแผ่กระจาย‘กลิ่นหอมชื่นใจของดอกลิลลี่์’ ออกมาจางๆ ซึ่งกลิ่นหอมนี้มีอานุภาพวิเศษช่วยกล่อมเกลาจิตใจของผู้ที่ได้สูดดมให้สงบเยือกเย็นและบังเกิดความรู้สึกเลื่อมใสศรัทธา...จนอยากจะก้มหัวลงกราบไหว้บูชาเขาดั่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์!
นี่แหละคือพลังอำนาจแห่งการกดข่มทางสายเืที่ทำให้ผู้ด้อยกว่ารู้สึกต่ำต้อยดั่งมดปลวกเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าพญาช้างสาร...มันคือทักษะติดตัวที่เรียกว่า “พลังสยบราชัน!”
ฮึมมม...
เมื่อนพเก้าแผ่ขยาย‘ััศักดิ์สิทธิ์’ ออกไปตรวจสอบความเคลื่อนไหวรอบบริเวณอาณาเขตคฤหาสน์... เขาก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อััได้ถึงความวุ่นวายโกลาหลที่เกิดขึ้น!ผู้คนจำนวนมหาศาล ทั้งบ่าวไพร่และผู้าุโระดับสูงต่างแห่แหนกรูกันออกมาจากที่พักแตกตื่นลนลานกับปรากฏการณ์วิปริตที่เพิ่งปะทุขึ้นเมื่อครู่
เขาเตรียมจะก้าวเท้าเดินออกไปจากห้องเพื่อคลี่คลายสถานการณ์...แต่ทว่า จู่ๆ ฝีเท้าของเขาก็ต้องหยุดชะงักกึก!เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่
“เฮ้อ...เดิมทีเบ้าหน้าข้าก็หล่อเหลาบาดใจ สาวหลงจนหัวปักหัวปำอยู่แล้วนะ...หากข้าขืนเสนอหน้าเดินออกไปโชว์ตัวในสภาพออร่าจับแบบนี้... มีหวังไอ้พวกคุณชายหน้าปลาดุกคนอื่นในตระกูลคงได้กระอักเือิจฉาข้าจนอกแตกตายแหงๆ!”
นพเก้าพึมพำกับตัวเองอย่างหลงตัวเองขั้นสุด!
ก็แน่ล่ะ...ด้วยผิวพรรณเรือนร่างที่ขาวเนียนกระจ่างใสไร้ตำหนิราวกับหยกเนื้อดีที่ถูกแกะสลักอย่างพิถีพิถัน...ส่วนสูงที่ยืดขยายพุ่งทะยานพรวดพราดขึ้นไปแตะระดับ 185 เิเ!... ผนวกกับ 'ดวงตาสีแดงเพลิง'สุดเซ็กซี่กระชากใจซึ่งเป็ผลพวงมาจากการสูบกลืนจิตสังหารอันบ้าคลั่ง!...
หากมีแม่หญิงหน้าใสตาคมคนไหนบังเอิญมาสบตาปิ๊งๆ กับเขาในสภาพฮอตปรอทแตกแบบนี้เข้าล่ะก็...คงไม่แคล้วโดนตกจนหัวใจละลาย ปักธงตกหลุมรักเขากันแบบออโตเมติกชัวร์ป๊าบ!
เขาเลิกใส่ใจกับความหล่อเหลาที่เกินต้านของตัวเองสะบัดหน้าเดินตรงไปเปิดประตูห้อง... เตรียมตัวจะออกไปเผชิญหน้ากับฝูงชนข้างนอกและงัดเอาสกิลแถขั้นเทพ สร้างเื่โกหกคำโตๆเพื่ออธิบายแก้ต่างให้กับมหันตภัยที่ตัวเองก่อขึ้นอีกครั้ง!
แต่ทันทีที่เขาก้าวเท้าพ้นธรณีประตูคฤหาสน์ออกมา...สายตาทุกคู่ก็พุ่งเข้าจับจ้องมาที่เขาราวกับสปอตไลต์!
โอ้ววว!! ว้าววว!!
เสียงอื้ออึงฮือฮาและเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังระงมไปทั่วลานกว้าง!ไม่แน่ใจเลยว่า... เสียงฮือฮาที่ดังเซ็งแซ่นี้ มันเกิดจากความตื่นตะลึงในความหล่อระดับเทพบุตรจุติของเขา...หรือเกิดจากความสงสัยงุนงง ในปรากฏการณ์ฟ้าดินวิปริตที่เพิ่งผ่านพ้นไปกันแน่!
และวินาทีนั้นเอง...นอกเหนือจากคนในตระกูลแล้ว... ปรากฏร่างของ ป๋อชิงไหล, เจี่ยไป๋เจิน, และชายชราลึกลับเ้าของดวงตาพระจันทร์เสี้ยว!... พวกเขาทั้งสามคนได้ใช้เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายพริบตามาปรากฏตัวยืนดักรออยู่เบื้องหน้าของเขาเป็ที่เรียบร้อยแล้ว!
“ลูกเก้า!! ป...ปรากฏการณ์ปั่นป่วนเมื่อครู่นี้... ม... มันเกิดจากฝีมือของเ้าใช่หรือไม่!?”
อัครเดชผู้เป็พ่อ รีบถลาเข้ามากระซิบถามลูกชายด้วยความร้อนรนและเป็ห่วงจับใจ!
ลึกๆ แล้วเขาได้คาดเดาและฟันธงในใจไว้แล้วว่า... ต้นเหตุของความฉิบหายครั้งนี้มีความเป็ไปได้สูงลิ่วร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะต้องเป็ฝีมือไอ้ลูกชายตัวดีของเขาแน่นอน! เพราะทิศทางที่ศูนย์กลางของพายุพลังปราณถูกสูบกลืนหายไป...มันชี้เป้าตรงดิ่งมายังห้องนอนของนพเก้าแบบเป๊ะๆ!
ในใจของคนเป็พ่อยังคงแอบตั้งความหวังลึกๆ ว่าขอให้การคาดเดาของเขาผิดพลาดและภาวนาขอให้ปรากฏการณ์นี้เกิดจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือปัจจัยอื่นๆ มากกว่า... เพราะในสถานการณ์ที่‘บรรพชนสำนักจันทร์เสี้ยว’ (ชายชราลึกลับ) ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงแบบนี้...ต่อให้ตระกูลอสุราทองคำระดมกำลังพลทั้งหมดเข้าจู่โจมพร้อมกันก็ไม่มีทางงัดข้อต้านทานพลังอำนาจของตาเฒ่านั่นได้เลย!
“เปล่าครับท่านพ่อ...เื่ทั้งหมดนี่ ไม่ใช่ฝีมือข้าหรอก...” นพเก้าเอ่ยปฏิเสธหน้าตาย ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่เรียบเฉยไร้ซึ่งพิรุธใดๆ
“แต่...สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี่... มันเป็ผลงานของ ‘ท่านอาจารย์’ ของข้าเองครับ!”
“อ...อาจารย์ของเ้างั้นรึ!?”
อัครเดชเบิกตากว้างอ้าปากค้างด้วยความงุนงงสับสน! ไอ้ลูกชายคนนี้... มันแอบไปฝากตัวเป็ศิษย์เคารพกราบไหว้อาจารย์ยอดมนุษย์หน้าไหน ั้แ่ตอนไหนกันวะเนี่ย!? แล้วทำไมเื่สำคัญขนาดนี้...มันถึงไม่เคยอ้าปากบอกพ่ออย่างข้าเลยสักคำ!!
“หนุ่มน้อย...”
ทันใดนั้นบรรพชนเฒ่าจันทร์เสี้ยวก็เอ่ยขัดขึ้นมาดื้อๆ ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังราวกับว่าเขาไม่ได้เห็นหัวหรือใส่ใจกับบทสนทนาของสองพ่อลูกที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย!
“ข้าว่า...เ้าควรรีบงัดคำอธิบายแจ่มๆ มาชี้แจงแถลงไขถึงต้นสายปลายเหตุของหายนะที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ให้พวกเราฟังโดยด่วนเลยนะ...เพราะขืนชักช้า... 'แขกไม่ได้รับเชิญ' อีกหลายชีวิตที่กำลังจะยกโขยงมาถึง... พวกมันคงไม่ยอมถอยทัพล่าถอยกลับไปง่ายๆ แน่นอน!”