F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    29.ยันต์ครู9 ยอด

    “มาแล้วรึ!”เสียงของอาจารย์ดำดังขึ้น แกออกจากสมาธิแล้วหมุนกายหันกลับมามองทั้งสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู “เข้ามาก่อน”แกเรียก วิทย์ถอดแว่นตาออกมาถือไส้เขากับแพรวก็เดินหน้าไป 3 ก้าวแล้วนั่งลงเขาวางแว่นตาเอาไว้บนพื้น บรรยากาศในตำหนักเต็มไปด้วยกลิ่นธูป แสงจากเปลวเทียนพลิ้วไหวไปมาเบาๆดูทุกอย่างดูเงียบสงบ ไม่วังเวงไม่มีเสียงอะไรรบกวน เป็นบรรยากาศแห่งการทำสมาธิโดยแท้ “ไหว้พระก่อน”อาจารย์ดำพูดขึ้นมาอีกครั้งพอพูดจบอาจารย์ดำก็ลุกขึ้นเดินออกมา นั่งบนโซฟาไม้ประดู่สีส้มที่อยู่ด้านซ้ายของโต๊ะหมู่บูชา “ครับ”วิทย์ตอบรับแล้วทั้งสองก็เดินเข่าเข้ามาหน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วกราบพระตามพิธี ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในตำหนัก เขามีเรื่องสงสัยมากมาย แต่ยังไม่กล้าที่จะถามอะไรออกไป แพรวเองก็ยังกลัวๆอยู่หน่อยๆ พอกราบพระเสร็จทั้งสองก็ถอยออกมานั่งลงตรงหน้าอาจารย์ดำ “ข้าเห็นเอ็งมีแวว บอกไว้ก่อนเลยข้าไม่เคยรับใครเป็นศิษย์หวังว่าข้าจะมองคนไม่ผิด และหวังว่าเองจะตั้งใจพอ”อาจารย์ดำพูด เขาจ้องตาวิทย์ ด้วยสายตาที่จิงจัง “ครับ!”วิทย์ตอบรับสั้นๆด้วยน้ำเสียงหนักแน่น อาจารย์ดำพยักหน้าอย่างพึงพอใจลูกศิษย์คนแรกและอาจจะเป็นคนเดียวของเขาก็ได้ นอกจากจะหน่วยก้านดี ไหวพริบดี แล้ว แววตาของมันหนักแน่ใช้ได้ แกพยักหน้างึกๆอยู่หลายหน ปากก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ อาจารย์ดำลุกขึ้น เอื้อมมือไปหยิบคัมภีร์ใบลานอันเล็กๆเท่าครึ่งฝ่ามือ มาจากพานที่อยู่บนสุด มันเป็นของสิ่งเดียวที่อยู่ในพานสีทองอันเล็กๆที่วางอยู่หน้าพระพุธชินราช มันมีสีดำสนิทหนาประมาณ ใบลานรียงกัน 10 แผ่นเห็นจะได้ พอได้มันมาแล้วอาจารย์ดำก็กลับมานั่งลงที่เดิม แล้วยื่นมันออกไปให้กับวิทย์ “เอ็งเอานี้ไปท่องมาอย่าให้ตกอย่าให้เพี้ยน ข้ารับศิษย์ วันอังคาร เอ็งต้องมาที่นี้เพื่อทำพิธี”อาจารย์ดำกล่าว วิทย์นับคัมภีร์ใบลานมาไว้ในมือ เขาจ้องมองดูมัน บนใบลานมีตัวอักษรเขียนหวัดๆ เป็นภาษาอะไรก็ไม่รู้ เขาอ่านมันไม่ออกเลยซักนิด แล้วจะให้ท่องจำได้อย่างไร เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา มีสายตาของอาจารย์ดำมองเขาอยู่ก่อนแล้ว แกยิ้มให้ “ใช้แค่ตาดูยังไงเอ็งก็อ่านไม่ได้” อาจารย์ดำพูด คำพูดของอาจารย์ดำทำให้วิทย์ฉุกคิด ไสยเวท มันไม่ธรรมดา แล้ววิธีเรียนจะธรรมดาได้อย่างไร เมื่อคิดได้ดังนี้วิทย์ก็กำหนดจิตของเขาให้หมั่นคง ส่งพลังญาณตบะของเขาเข้าสู่คัมภีร์ใบลาน....ทันทีที่ตบะญาณของเขาเข้าสู่คัมภีร์ใบลาน เสียงระเปิดดัง เปรี้ยง!อยู่ในจิตรของเขา จิตที่เคยเป็นหลุมดำหมุนวนอยู่กลางหน้าผากของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง เกิดเป็นดวงตาหนึ่งดวงในความว่างเปล่าที่มืดสนิทนั้น ไสยเวทย์เปิดเนตของเขาแล้ว ต่อจากนี้ไปเขาจะมองเห็นโลกที่คนอื่นมองไม่เห็น ดวงตาดวงนั้นสั่นไหวเบาๆก่อนจะลืมตาขึ้นมาช้าๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นในจิตของเขาแต่ที่โลกภายนอก คัมภีร์ใบลานสั่นไหวเบาๆราวกับตัวอักขระที่จารึกเอาไว้กำลังยินดีกับอะไรซักอย่างพวกมันเคลื่อนตัวอย่างเร็วจี๋ หมุนวนและไหลออกจาใบลานขึ้นมาตามมือและเขนชองเขา เสียงท่องอักขระดังก้องกังวานอยู่ในสองหูของเขา ทุกคำทุกตัวอักษรถูกฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของเขาทันที ตัวอักขระทั้งหมด ไหลขึ้นไปด้านหลังตรงตำแหน่งต้นคอของก่อนจะเรียงร้อยกันทีละตัวทีละอักษร จนกลายเป็นยันต์ 9 ยอด สุดท้ายคัมภีร์ใบลานสีดำก็ว่างเปล่า ใช่แล้ว 9 ยอดคือยันต์ครู บรมครูแห่งไสยเวทมนตราบัดนี้มาสถิตอยู่กับเขาแล้ว ว่ากันว่ายันต์ครูเป็นต้นกำเนิดของไสยเวทพลังของครูบาอาจารย์จะเหนี่ยวนำให้ ผู้ที่มีมันประสบผลสำเร็จในการร่ำเรียนอาคมไสยเวททุกแขนง 9 ยอดยังแสดงถึงว่าตัวเขาเป็นคนมีครูบาอาจารย์คนหนึ่งใช่คนที่ไม่มีครรลองจารีตและมีครูบาอาจารย์คอยสอนสั่งและปกปักรักษา ทุกเหตุการณ์อยู่ภายใต้การจับตามองของอาจารย์ดำทั้งหมด คัมภีร์อันนี้เป็นต้นกำเนิดไสยเวท ที่แกได้รับมาจากอาจารย์ของแก แต่ตัวแกเองแม้จะร่ำเรียนจนแก่กล้าหลายวิชาหลายด้าน แต่ก็ไม่มีวาสนาที่จะครอบครองมันได้ เมื่อเห็นตัวอักษรในใบลานสั่นไหวอักขระอาคมหลั่งไหลเข้าไปในตัวของวิทย์ มีคลื่นพลังงานสีดำล่อยลอยขึ้นในบรรยากาศ หัวใจของอาจารย์ดำเต้นโครมครามอย่างยินดี ไม่ผิดนี้มันใช่แล้ว ของดีมักเลือกนาย ลูกศิษย์คนนี้ไม่ทำให้แกผิดหวังจริงๆ“ฮ้าๆๆๆ”เสียงหัวเราะอย่างพึงพอใจของอาจารย์ดำดังก้องกังวาน ดี ดีมากถึงกับทำให้คัมภีร์ต้นกำเนิดยอมรับได้ ดีจริงๆไอ้หนุ่มไม่เสียแรงที่เป็นว่าที่ศิษย์ข้า วิทย์ลืมตาขึ้นมาก็ได้ยินเสียงของอาจารย์ดำพูดพร่ำอย่างมีความสุข “ไอ้หนูถอดเสื้อออก ข้ายากเห็นว่าเป็นยันต์อะไร ที่บรมครูไสยเวทมอบให้เป็นยันต์ครูของเอ็ง” อาจารย์ดำพูดมาเร็วเปรื๋อ!เขารพเร้าให้วิทย์ถอดเสื้อออกด้วยความตื่นเต้น วิทย์ถอดเสื้อแขนยาวออกตามดัวยเสื้อกล้ามตัวสีขาวที่ใส่อยู่ด้านใน ก่อนจะหันหลังให้อาจารย์ดำได้เห็น อักขระ ตัวอักขระมากมายร้อยเรียงกันเป็นยันต์ 9 ยอด ด้านล่างมีอักขระอีก 3 บท เป็นแถวอักขระป้องกันภัย 1 บท ที่มีความซับซ้อนมาก จารดำรู้เพียงแค่ว่ามันเป็นอักขระป้องกันภัยและอีก 2 บทแกไม่รู้จักว่ามันคืออะไร แน่แล้ว บรมครูเป็นคนให้ยันต์ครูนี้ มันต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน บรมครูไสยเวท ถือได้ว่าเป็นที่สุดของครูบาอาจารย์ในด้านนี้ บรมครูไม่ใช่บุคคลเพียงคนเดียว แต่เป็นดวงจิตรของครูบาอาจารย์ในด้านไสยเวททั้งหมดผนวกศาสตร์ไสยเวทที่ทุกคนแตกฉานเข้าด้วยกันเกิดเป็นดวงจิตหนึ่งเดียวที่เป็นมหาวิถีแห่งไสยเวท ไม่ใช่อะไรที่จะมาดูถูกได้เพียงนิด “ฮ้าๆๆ ของดี ของดีไอ้หนู”เสียงของอาจารย์ดำหัวเราะขึ้นมาอีกครั้งและดังมากกว่าเดิม ใช่แล้ว ตอนนี้แกมีความสุขมาก ที่แกจะได้เป็นหนึ่งในครูของศิษย์คนนี้ที่เป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด คนที่บรมครูยอมรับและถ่ายทอดยันต์ครู 9 ยอดให้เอง คนแบบนี้มีเพียง 1 ในล้านคนเท่านั้น ต้องรู้ก่อนว่า คัมภีร์ใบลานอันนี้ตกทอดกันมาไม่รู้กี่รุ่น มันยังไม่เคยยอมรับใคร พูดง่ายๆคือยังไม่เคนมีใครที่ บรมครูไสยเวทยอมรับเลย แต่ตอนนี้บุคคลนั้น นั่งอยู่ที่นี้ตรงหน้าของอาจารดำนี้ และยังเป็น ศิษย์ที่แกเลือกมากับมือ จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไรวิทย์รู้แต่ว่าตอนนี้ร่างกายและจิตของเขามีความชัดเจนขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เพราะตอนนี้เขารู้สึกถึงดวงจิตของเขาแล้ว ปกติแล้วจิตจะซ่อนอยู่ภายในร่างกาย หรือเรียกว่าซ้อนทับกันอยู่ถึงจะเข้าใจได้ง่ายกว่า การฝึกจิตคือการสัมผัสให้ได้ว่าดวงจิตของเรามีอยู่และคงอยู่ จะต้องฝึกจิตผู้ฝึกจิตจะต้องแยกแยะให้ออกว่า อันนี้ดวงจิต อันนี้ร่างกายสังขาร จากนั้นจึงจะสามารถฝึกดวงจิตให้แก่กล้าขึ้น จนเกิดเป็นพลังจิต ขึ้นมา ยิ่งฝึกมากเท่าไร จิตก็จะยิ่งแก่กล้าและมีฤทธิ์มากขึ้นเท่านั้น การฝึกจิตรนั้นจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีพลังสมาธิที่สูงพอ เมื่อมีพลังสมาธิสูงขึ้นจะทำให้สามารถการควบคุมอณูวิญญาณได้เฉียบคมมากยิ่งขึ้น แน่นอนเมื่อเขาควบคุมอณูวิญญาณได้ดีขึ้น เขาก็สามารถหลอมรวมพวกมันเข้าไปในตบะญาณของเขาได้เร็วขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้การควบคุมอณูวิญญาณต้องใช้พลังสมาธิในการควบคุม ดังนั้นพลังสมาธิจะส่งผลต่อความแม่นยำในการเขียนอักขระวิถีเซียนอีกด้วย การมาสำนักอาจารดำครั้งนี้ทำให้ความสามารถของเขาก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้นใหญ่เลยก็ว่าได้ ตอนนี้เขาก้าวเข้าสู่การฝึกพลังสมาธิได้แล้ว เหลืออีกเพียงนิดเขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่การฝึกจิตวิญญาณ ตอนนี้สิ่งที่จะสามารถส่งเสริมให้เขาแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น คือ 1.การฝึกฝนภายนอกไม่ว่าจะเป็นการฝึกร่างกายการฝึกวิชาอาคม หมัดมวยอะไรต่างๆเหล่านี้เรียกว่าการฝึกภายนอก 2. การฝึกจิตวิญญาณ เมื่อจิตวิญญาณของเขามี ฤทธิ์มาขึ้นจนเขาสามารถใช้จิตวิญญาณของเขาโจมตีได้ หรือใช้หนุนเสริมให้ร่างกายภายนอกมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ได้ และสุดท้ายการฝึกพลังสมาธิ เมื่อพลังสมาธิของเขาสูงขึ้น การฝึกฝนของเขาก็จะเร็วขึ้น จดจำสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น ประสาทสัมผัสเฉียบคมขึ้น คาถาอาคมที่ใช้ก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมไปถึงการทำความเข้าใจในศาสตร์อักขระวิถีเซียน ต้องใช้พลังสมาธิเป็นหลักวิทย์ก้มกราบอาจารย์ดำหนึ่งครั้งแบบไม่แบมือ เป็นการสำนึกบุญคุณที่อาจารย์ดำให้โอกกาสกับเขาถ้าไม่มีอาจารย์ดำเขาคงไม่ก้าวหน้าขึ้นมาอีกขั้นใหญ่แบบนี้“ขอบคุณครับอาจารย์ที่ให้โอกาสศิษย์”วิทย์พูด “อืม มันเป็นวาสนาของเอ็งด้วยไอ้หนู”อาจารย์ดำรู้ดีว่าถึงเขาจะรับวิทย์เป็นลูกศิษย์แต่ถ้าตัวมันไม่มีวาสนา บรมครูไสยเวทก็คงไม่ถ่ายทอดยันต์ครูให้กับมันเป็นแน่“ไอ้หนู พลังสมาธิเอ็งอยู่กี่เนต”อาจารย์ดำถามขึ้นอีกครั้ง ในโลกไสยเวท พลังสมาธิเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำการใดถ้าจิตไม่นิ่งวอกแวกง่ายก็ยากที่จะสำเร็จ อาจารย์ดำฝึกฝนมาหลายปี พลังสมาธิของแกอยู่ระดับ 2 เปิดเนตสมาธิได้ 2 ดวงตา และเมื่อครู่นี้แกมองเห็นไอพลังงานสีดำล่องลอยออกมารอบๆตัวของวิทย์ตอนที่คัมภีร์ใบลานหลอมรวมกับร่างกายของวิทย์ แสดงว่า เขาเปิดเนตสมาธิขึ้นแล้ว“1เนต”เขาตอบก่อนจะถามในสิ่งที่เขาสงสัย “มันคืออะไรครับอาจารย์ดวงตาที่อยู่ในทะเลสมาธิของผม”“อืมเจ้ากลับไม่รู้ ไม่เป็นไรอาจารย์จะบอกเจ้าเอง เนตนั้นคือระดับของพลังสมาธิของคนเรา เมื่อบ่มเพาะได้สูงพอแล้วก็จะสามารถเปิดเนตได้ ยิ่งเปิดได้มากเท่าไร พลังสมาธิของเราก็จะสูงขึ้นมากเท่านั้น การร่ำเรียนวิชาอาคมหรือการทำความเข้าใจในศาสตร์ต่างๆของเราก็จะดีขึ้นตามระดับของพลังสมาธิ นอกจากนั้นประสาทสัมผัสของเราก็จะเฉียบคมขึ้นเมื่อพลังสมาธิเพิ่มขึ้น”อาจารย์ดำเล่าให้วิทย์ฟัง