“ระบบ ข้าจะสุ่มรางวัลเดี๋ยวนี้!”
จูโฮ่วจ้าวผ่อนลมหายใจช้าๆ แล้วกล่าวขึ้นอีกครั้ง
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอให้ผู้ใช้ระบบ ระบุระดับการสุ่มรางวัล】
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นอย่างเ็า ไร้อารมณ์…
“ใช้แต้มระบบ5,000 แต้ม แลกสิทธิ์สุ่มรางวัลระดับกลาง”
จูโฮ่วจ้าวครุ่นคิดเพียงครู่เดียว ก่อนจะออกคำสั่งเสียงหนักแน่น
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดีผู้ใช้ระบบ ในการใช้แต้มระบบ 5,000 แต้มแลกสิทธิ์สุ่มรางวัลระดับกลางสำเร็จ ขอเรียนถามผู้ใช้ระบบ — ้าสุ่มรางวัลทันทีหรือไม่?】
“สุ่มเดี๋ยวนี้!”
จูโฮ่วจ้าวออกคำสั่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เมื่อเสียงคำสั่งของจูโฮ่วจ้าวสิ้นสุดลง ก็เห็นวงล้อเสมือนจริงวงหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ตรงกลางวงล้อนั้น มีเข็มชี้ติดอยู่ ส่วนบริเวณขอบวงล้อเต็มไปด้วยของรางวัลนานาชนิด— ทั้งโอสถวิเศษ อาวุธวิเศษ พาหนะขี่ประหลาด และวัตถุดิบล้ำค่าอีกมากมาย...
เข็มชี้เริ่มหมุนด้วยความเร็วสูงยิ่งหมุนก็ยิ่งเร็ว ราวกับจักรกลไม่รู้จบ จนจูโฮ่วจ้าวเริ่มรู้สึกตาลายไปหมด จะพยายามเพ่งดูว่าเข็มนั้นจะหยุดที่ของสิ่งใดก็แทบเป็ไปไม่ได้
ท้ายที่สุด... เขาเลิกจ้องมองวงล้อ แล้วหลับตาลงช้าๆก่อนจะเริ่มนับในใจ — อย่างสงบ
“หยุด!”
หลังนับได้สิบวินาที จูโฮ่วจ้าวเอ่ยคำสั่งออกมาดังชัดพร้อมลืมตาขึ้นในจังหวะเดียวกัน สิ่งที่เขาเห็น… คือเข็มชี้ได้หยุดอยู่บน “บัตรบุคคล”ใบหนึ่ง
ทว่าบัตรใบนั้นกลับเต็มไปด้วยหมอกจาง ๆ จนไม่อาจมองเห็นข้อมูลภายในได้เลย
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ระบบ สุ่มรางวัลสำเร็จ ได้รับ “บัตรอัญเชิญขุนพล เตี้ยนเว่ย – ขุนพลร้ายในยุคโบราณ” ขอเรียนถามผู้ใชัระบบ — ้าใช้หรือไม่?】
“ใช้เลย!”
จูโฮ่วจ้าวเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดีด้วย ผู้ใช้ระบบอัญเชิญ ‘เตี้ยนเว่ย’ สำเร็จ ขุนพลผู้นี้จะปรากฏตัวในเมืองหลวงภายในวันพรุ่งนี้ผู้ใช้ระบบโปรดรีบไปดึงตัวเข้าสังกัดโดยทันที】
เตี้ยนเว่ยยอดขุนพลผู้มาจากโลก ‘ยุคสามก๊ก’ มีพละกำลังมหาศาลจนถึงขั้นสามารถล้มเสือโคร่งได้ด้วยมือเปล่าเป็องครักษ์ส่วนพระองค์ของ “โจโฉ”
ในศึกเมืองอ้วนเสียปีนั้น เมื่ออาวุธของเขาถูกขโมยเตี้ยนเว่ยจึงใช้ศพของศัตรูแทนอาวุธ และต่อสู้อย่างไม่ถอยจนวาระสุดท้าย แแม้จะถูกฝูงธนูสังหารจนสิ้นใจแต่ก็สามารถถ่วงเวลาให้โจโฉหลบหนีรอดไปได้
จะกล่าวว่า “หากไร้เตี้ยนเว่ย ก็ไร้จักรพรรดิอู่แห่งแคว้นเว่ย”ก็หาใช่คำกล่าวเกินจริงไม่
“ระบบข้าขอแลกสิทธิ์จับรางวัลระดับกลางอีกครั้ง”
การปรากฏตัวของเตี้ยนเว่ย ทำให้จูโฮ่วจ้าวรู้สึกยินดีอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าตนกำลังดวงขึ้น เขาจึงรีบออกคำสั่งอีกครั้งโดยไม่ลังเล
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดีผู้ใช้ระบบ ในการใช้แต้มระบบ 5,000 แต้มแลกสิทธิ์สุ่มรางวัลระดับกลางสำเร็จ ขอเรียนถามผู้ใช้ระบบ — ้าสุ่มรางวัลทันทีหรือไม่?】
“จับเลย!”
จูโฮ่วจ้าวเอ่ยสั้น ๆ น้ำเสียงเปี่ยมพลังและคาดหวัง
สิ้นเสียงของเขา เข็มชี้บนวงล้อโชคชะตาก็เริ่มหมุนขึ้นอีกครั้ง…รวดเร็ว ยิ่งกว่าครั้งก่อน!
“หยุด!”
ครั้งนี้… จูโฮ่วจ้าวไม่รอให้วงล้อหมุนจนตาลาย เขาสั่งให้หยุดในเวลาเพียงครู่เดียวเท่านั้น
และแล้ว… เข็มชี้ก็หยุดลงหน้าการ์ดที่มีภาพของ“หนังสือวิชายุทธ์” ปรากฏอยู่
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ระบบสุ่มรางวัลสำเร็จ ได้รับ “วิชายุทธ์ระดับพิภพฝ่ามือัช้างบัณฑิต” ขอเรียนถามผู้ใช้ระบบ — ้าฝึกฝนวิชานี้หรือไม่?】
“ยังไม่ฝึก”
จูโฮ่วจ้าวตอบเสียงเรียบ พลางเก็บวิชานั้นไว้โดยไม่ลังเล
ฝ่ามือัช้างบัณฑิต… คาดว่าต้นกำเนิดมาจากโลก“ัหยกภาค 2” เป็วิชาประจำตัวของ “จินหลุนฝ่าหวาง” แม้ตอนนั้นเขายังฝึกได้ไม่ถึงขีดสุดก็ยังสามารถกำราบ “จตุรเทพแห่งยุทธภพ” ได้ทั้งห้า
เพียงเท่านี้… ก็เห็นถึงความร้ายกาจของวิชานี้ได้อย่างแจ่มชัด
“จะลองเดิมพันครั้งใหญ่กับระบบดูสักตั้งดีไหม?”
จูโฮ่วจ้าวเริ่มครุ่นคิด ของรางวัลจากสองครั้งที่ผ่านมาเรียกได้ว่า“สมบูรณ์แบบ” ทำให้จูโฮ่วจ้าวเริ่มมีความคาดหวังยิ่งขึ้น
“ระบบ— ใช้แต้มระบบ 10000 แต้ม แลกสิทธิ์สุ่มรางวัลระดับสูง!”
หลังจากเขาไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่… ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดออกคำสั่งอย่างเฉียบขาดในทันที
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดีผู้ใช้ระบบ ในการใช้แต้มระบบ 10,000 แต้มแลกสิทธิ์สุ่มสิทธิ์จับรางวัลระดับสูงหนึ่งครั้ง ขอเรียนถามผู้ใช้ระบบ — ้าสุ่มรางวัลทันทีหรือไม่?】
“จับเลย!”
จูโฮ่วจ้าวออกคำสั่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เริ่มหมุนอย่างบ้าคลั่ง ดุจพายุที่ไร้ทิศทาง จูโฮ่วจ้าวหลับตาลง— จิตแน่วแน่ สงบนิ่ง… รอจังหวะ และในชั่วขณะถัดมา “หยุด!”
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดี ผู้ใช้ระบบสุ่มรางวัลระดับสูงสำเร็จ ได้รับ “บัตรอัญเชิญขุนพลจางเหลียง – ขุนนางลิ่วโหวแห่งราชวงศ์ฮั่น” ขอเรียนถามผู้ใช้ระบบ — ้าอัญเชิญหรือไม่?】
จางเหลียง – ขุนนางลิ่วโหว! ปราชญ์ผู้วางรากฐานให้ราชวงศ์ฮั่นจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่เรืองรองถึงสี่ร้อยปี บุรุษผู้มีปัญญาเป็หนึ่ง…ไร้ผู้เทียบเทียมในใต้หล้า!
“อัญเชิญ!”
จูโฮ่วจ้าวออกคำสั่งด้วยความตื่นเต้นถึงขีดสุด
【ติ๊ง!ระบบแจ้งเตือน: ขอแสดงความยินดีผู้ใช้ระบบ ในการใช้บัตรอัญเชิญขุนพลสำเร็จ ได้รับ“จางเหลียง” ขณะนี้จางเหลียงกำลังเดินทางอยู่ภายในนครหลวง ผู้ใช้ระบบโปรดรีบไปดึงตัวเข้าสังกัดโดยทันที】
“เฮ้อ…วันนี้ช่างโชคดีเหลือเกิน”
จูโฮ่วจ้าวถอนหายใจเบาๆ แต่ในใจกลับยิ้มด้วยความพึงพอใจ
“ระบบ— ใช้แต้มระบบ 1,000 แต้ม แลกสิทธิ์สุ่มรางวัลอีกครั้ง”
วันนี้โชคลาภพุ่งทะลุฟ้า เขาย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือไปแม้แต่น้อยจึงออกคำสั่งต่ออย่างไม่ลังเล
และรางวัลจากการจับครั้งสุดท้ายนั้น — ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจูโฮ่วจ้าวได้รับ “วิชาตัวเบาระดับเร้นลับ – เหยียบคลื่นไร้ร่องรอย” ศาสตร์แห่งการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วล่องลอย และไร้เสียง
การสุ่มรางวัลทั้งหมดในวันนี้เรียกได้ว่าจูโฮ่วจ้าวได้รับโชคลาภครั้งยิ่งใหญ่ นับว่าเป็การ เสริมเขี้ยวเล็บให้กับเขาอย่างแท้จริง
ไม่ว่าจะเป็ ซุนอวี่, เว่ยจวง,เตี้ยนเว่ย, จางเหลียง หรือแม้แต่ “เหยียบคลื่นไร้ร่องรอย”และ “ฝ่ามือัช้างบัณฑิต”
บุคคลเหล่านี้ หากเผยตัวออกไปภายนอก ย่อมตกเป็เป้าหมายแย่งชิงของเหล่าขุนศึกและอ๋องทั้งปวงทั่วใต้หล้า
ส่วนสองวรยุทธ์นั้น ก็ร้ายกาจมิใช่น้อย หากปรากฏเมื่อใด…ย่อมกลายเป็วรยุทธ์ที่ผู้คนทั้งยุทธภพต้องตาแดงด้วยความริษยาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง!
“อืม…”
บนแท่นบรรทม เหยียนหรูอวี้ค่อย ๆ ลืมตาตื่นเสียงอืออาอย่างเกียจคร้านหลุดออกจากเรียวปากอย่างอ่อนแรง
“ให้คนเข้ามา!จัดเครื่องแต่งกาย!”
พอเห็นเหยียนหรูอวี้ตื่นขึ้น จูโฮ่วจ้าวก็สั่งการขึ้นมาคำหนึ่งทันใดนั้นเอง ซานเต๋อจื่อที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็จัดการให้นางในเข้ามาช่วยเหลือ จัดแต่งเครื่องแต่งกายของจูโฮ่วจ้าวและเหยียนหรูอวี้ให้เรียบร้อย
“เหยียนหรูอวี้รับราชโองการ!”
หลังจากแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว เสียงทุ้มแน่นของจูโฮ่วจ้าวก็ดังขึ้นอีกครั้ง— เหยียนหรูอวี้สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนรีบทรุดกายลงคุกเข่าน้อมรับพระบัญชาด้วยใจที่เปี่ยมด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
“ั้แ่นี้ไปแต่งตั้งเหยียนหรูอวี้ให้ดำรงตำแหน่ง ‘เม่ยเหริน’ พำนักที่ตำหนักหรูอวี้!”
“ขอบพระทัยฝ่าาเพคะ!”
เหยียนหรูอวี้น้ำตาไหลด้วยความปลื้มปีติ เสียงของนางสั่นเครือ…ไม่อาจเก็บความซาบซึ้งไว้ได้อีกต่อไป
“เอาล่ะ”
จูโฮ่วจ้าวเอ่ยเบา ๆ ราวกับปลอบประโลม จากนั้นจึงหันไปสั่งซานเต๋อจื่อ
“จัดให้นางในพาเม่ยเหรินกลับตำหนักดูแลข้าวของ และสาวใช้อย่างเหมาะสมให้พร้อมทุกประการ”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าา!”
ซานเตอจื่อรับพระบัญชาอย่างนอบน้อมด้วยความเคารพในทันที
จากนั้นก็พายานหรูอวี้ออกจากตำหนัก เพื่อไปจัดการเื่ตำแหน่งและเครื่องใช้ให้เรียบร้อยตามพระบัญชา
ภายในตำหนัก… บัดนี้เหลือเพียงสองคน — จูโฮ่วจ้าวและซ่างกวนไห่ถังเท่านั้น
“เ้ารู้สึกไม่สบายหรือ?ไยใบหน้าจึงแดงถึงเพียงนี้?”
จูโฮ่วจ้าวหันไปถามเสียงเรียบ รอยยิ้มบางปรากฏบนริมฝีปากของเขาขณะที่สายตายังคงมองนางไม่วางตา
“ม...ไม่ไม่ใช่เพคะ!”
ซ่างกวนไห่ถังตอบกลับด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก ทันใดนั้นภาพของเสียงที่เคยได้ยินก่อนหน้านี้ก็แล่นกลับเข้ามาในหัว
นางพลันสั่นไหวโดยไม่อาจห้ามใจ ระหว่างเรียวขา…กลับรู้สึกชื้นแฉะอีกครั้งใบหน้ายิ่งแดงจัดราวลูกพีชสุก
“ดูท่าแม่นางน้อยผู้นี้…หัวใจก็คงเริ่มวาบไหวแล้วกระมัง!”
จูโฮ่วจ้าวเหลือบตามองไปยังซ่างกวนไห่ถังอย่างมีนัยในใจพลางคิดเงียบ ๆ
เมื่อเห็นว่านางไม่กล้าสบตา และยังมีท่าทีเก้อเขินเขาจึงไม่เอ่ยถามอะไรอีก เพียงหันหลังก้าวเดินออกจากตำหนักบรรทมอย่างเงียบงัน
“ฝ่าา…จะเสด็จไปที่ใดหรือเพคะ?”
ซ่างกวนไห่ถังเอ่ยถามเบาๆ ขณะติดตามอยู่ด้านหลังจูโฮ่วจ้าว
นางรู้ดีว่าตนไม่ได้ถูกส่งมาเพียงเพื่อ “อารักขา”แต่ยังมีหน้าที่ “จับตาดู” จักรพรรดิหนุ่มผู้นี้โดยตรงในฐานะสายของจูอู๋ซื่อ
“เมื่อครู่ข้าเหงื่อออกจนตัวเหม็นจะไปอาบน้ำเสียหน่อย”
จูโฮ่วจ้าวตอบเสียงเรียบ สายตากวาดผ่านเนินอกของนางอย่างแ่เบาพลางก้าวต่อไปโดยไม่เหลียวหลัง
เมื่อััถึงแววตานั้น ซ่างกวนไห่ถังถึงกับก้มหน้าลงทันทีนางไม่กล่าวคำใด เพียงเดินตามอยู่เงียบ ๆ
เมื่อทั้งสองมาถึงห้องอาบน้ำ จูโฮ่วจ้าวก็สั่งให้นางในคนอื่นออกไปทั้งหมดปล่อยให้ในห้องเหลือเพียงซ่างกวนไห่ถังอยู่เพียงผู้เดียว
“เ้ามาช่วยข้าอาบน้ำ”
เขาหันมาสบตานางตรงๆ ยื่นแขนทั้งสองออกอย่างสง่างามน้ำเสียงที่เอ่ยนั้นราบเรียบ แต่แฝงแรงกดดันไม่เบา
“อะไรนะ?เ้าคิดจะขัดคำสั่งของข้าหรือ?”
เมื่อเห็นว่านางยังคงหน้าแดงก่ำ แต่ไม่ยอมขยับช่วยถอดเสื้อผ้าให้น้ำเสียงของจูโฮ่วจ้าวก็เปลี่ยนเป็เ็าในทันที
ซ่างกวนไห่ถังรู้ได้ทันทีว่าน้ำเสียงของจูโฮ่วจ้าวเปลี่ยนไปแฝงความเยียบเย็นและแรงกดดันที่นางไม่อาจขัดขืน
หลังลังเลอยู่ชั่วครู่ นางก็ตัดใจ พยายามข่มอารมณ์ฝืนใจทำเป็สงบนิ่ง แล้วเดินตรงเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าจักรพรรดิหนุ่ม
มือเรียวของนางค่อย ๆ เอื้อมออกไป ปลดเสื้อผ้าของเขาออกทีละชั้นทีละชั้น อย่างช้า ๆ สงบนิ่ง โดยไม่กล้าสบตา
“ซ่า!”
เมื่อปลดเสื้อผ้าออกจนหมด จูโฮ่วจ้าวก็กระโจนลงสู่สระน้ำขนาดใหญ่เบื้องหน้าทันทีเขาแช่ในน้ำอย่างสง่างาม ก่อนเอนพิงขอบอ่างด้วยท่าทีผ่อนคลาย แล้วโบกมือเรียกซ่างกวนไห่ถังเบาๆ