สองวันต่อมา
หมู่บ้านซานไห่ต้องเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่หลวงขึ้นอีกครั้ง เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการอำเภอจางหลิน ยกโขยงมาปิดทางเข้าออกระหว่างหมู่บ้านกับโลกภายนอก
หัวหน้าหมู่บ้านเกือบเป็ล้มหมดสติ เมื่อมีคนมาบอกว่าทางการมีคำสั่งให้ปิดทางเข้าออกหมู่บ้านซานไห่ เพื่อป้องกันไม่ให้โรคระบาดแพร่ออกไปสู่ที่อื่น
“โรคระบาดบ้าอันใด หมู่บ้านเราเกิดโรคระบาดั้แ่เมื่อไหร่ รังแกกันมากเกินไปแล้ว” หัวหน้าหมู่บ้านโมโหจนรีบเดินไปขอคำชี้แจงจากเ้าหน้าที่ของทางการ
บ้านฮั่วกำลังดื่มด่ำกับอาหารมื้อเช้า ต้องใกับเสียงเคาะประตูถี่ๆ เหมือนว่ามีผู้ใดใกล้ตาย
แม่นมเจียงเป็ผู้ลุกไปเปิดประตู จึงพบว่าเป็สองพี่น้องบ้านเสวี่ย ยังไม่ทันถามอันใดทั้งสองก็ร้องว่าแย่แล้วอยู่ตลอดเวลา
“เกิดอันใดขึ้น” ฮั่วิจูถามสหายต่างวัย
“คนจากศาลาว่าการมาปิดล้อมหมู่บ้านพวกเราเอาไว้ พวกมันบอกว่าหมู่บ้านเราเกิดโรคระบาด ห้ามให้ผู้ใดเดินทางออกจากหมู่บ้านอย่างเด็ดขาด” ต้าเสวี่ยเล่าสิ่งที่ได้ยินมาให้กับคนบ้านฮั่วฟัง
“พวกข้าต้องกลับบ้านไปหาท่านแม่ก่อน” หลังจากนั้นทั้งสองก็รีบวิ่งกลับบ้านด้วยความร้อนใจ
คนบ้านฮั่วที่ได้ทราบข่าวมองหน้ากัน อาหารมื้อเช้าเหมือนจะดูจืดชืดลงทันใด
“มิน่าวันนั้นถึงได้กลับกันโดยง่าย ทั้งที่ตอนมายังมีท่าทีขึงขังอยู่เลย” ฮั่วหนานอันตบโต๊ะจนสั่นะเื “กล่าวหาว่าหมู่บ้านเกิดโรคระบาด ขั้นตอนต่อไปคงมิแคล้วเผาหมู่บ้านอย่างชอบธรรม”
เล่ห์กลร้ายกาจพวกนี้ คือสิ่งที่ฮั่วหนานอันพยายามหลีกหนีมาทั้งชีวิต ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ
“ท่านพ่อ พวกเราจะถูกเผาจริงหรือเ้าคะ” ฮั่วเจินจูถามบิดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
ฮั่วหนานอันเห็นว่าบุตรสาวคนโตหวาดกลัวก็เงียบปาก “พ่อเพียงคาดเดาเท่านั้น เ้าอย่าตื่นตระหนกไปก่อนสิ่งที่ยังไม่เกิด”
“เหตุใดคนจากศาลาว่าการจึงได้กระทำการเหี้ยมโหดเช่นนี้ หมู่บ้านไม่เคยมีเื่กับทางการมาก่อนมิใช่หรือ” หวังซื่อแปลกใจกับแผนร้ายของเ้าหน้าที่ศาลาว่าการอำเภอจางหลิน
“ข้าคิดว่าคนที่ดักปล้นพวกเราในคืนนั้นคือคนของพวกมัน ส่วนอันธพาลในหมู่บ้านน่าจะเป็เพียงเบี้ยตัวเล็กๆ พวกเ้าอยู่แต่ในบ้านไปก่อน ข้าจะออกไปดูหน้าหมู่บ้านเสียหน่อย”
ฮั่วหนานอันกำชับคนในบ้าน แล้ววิ่งไปยังหน้าหมู่บ้านกับเสี่ยวเฟิง พอถึงปากทางเข้าหมู่บ้านก็พบเข้ากับชาวบ้านจำนวนหนึ่ง
หัวหน้าหมู่บ้านยืนโต้เถียงกับคนจากศาลาว่าการ ระหว่างคนสองกลุ่มมีรั้วแหลมคมกั้น เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการถืออาวุธครบครัน คอยคุ้มกันไม่ให้คนในหมู่บ้านออกไปด้านนอกได้
“พวกท่านใส่ร้ายคนในหมู่บ้านซานไห่ ข้าในฐานะหัวหน้าหมู่บ้านไม่ยินยอมให้พวกท่านมาใส่ร้ายพวกเรา”
ชายชราใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งเจรจากับคนของทางการ พวกเขากลับไม่ใส่ใจ ตอนนี้อารมณ์ของหัวหน้าหมู่บ้านร้อนราวกับกองเพลิง
“คนจากหมู่บ้านของพวกเ้าติดโรคร้าย แพร่กระจายไปติดคนจากหมู่บ้านอื่น ยังมีหน้ามาบอกว่าทางการใส่ร้าย ไสหัวกลับไปอยู่ในบ้านพวกเ้า”
“ทางการใส่ร้ายราษฎร เื่นี้จะต้องถึงหูฮ่องเต้” หัวหน้าหมู่บ้านโมโหจนร้องไห้ ทางการรังแกพวกตนมากเกินไปแล้ว
เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการจางหลิน ยกยิ้มมุมปากกับคำพูดของชาวบ้านยากจน
“พวกเ้านับเป็ตัวอะไรกันถึงได้อาจเอื้อมกล่าวถึงฮ่องเต้ เอาตัวให้รอดจากโรคระบาดเสียก่อน”
ยิ่งถูกคนของทางการเย้ยหยัน ชาวบ้านก็เดือดยิ่งขึ้น พวกเขาคิดจะพังที่กั้นออกไป แต่ถูกฮั่วหนานอันห้ามเอาไว้เสียก่อน
“ทุกคนอย่าวู่ว่าม”
“เ้าจะให้พวกเรารอความตายหรือ” บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งถามฮั่วหนานอัน
“แค่พวกท่านก้าวออกไปจากอาณาเขตที่คนพวกนี้สร้างเอาไว้ ชีวิตของพวกท่านคงได้จบลงในวันนี้”
คิดหรือว่าเ้าหน้าที่ของศาลาว่าการจางหลินจะยอมปล่อยให้ใครเดินออกไปได้ง่ายๆ พอคนในหมู่บ้านวู่วาม ยิ่งง่ายต่อการจัดการ
“พวกเรากลับไปตั้งหลักก่อน ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านเรียกชาวบ้านทุกคนประชุมเร็วเข้า” ฮั่วหนานอันกระซิบบอกหัวหน้าหมู่บ้าน
เ้าหน้าที่จากศาลาว่าการจางหลินเห็นชาวบ้านยอมถอยก็พึงพอใจ ตอนนี้ในตำบลฉางชานเงียบสงัดราวกับป่าช้า ผู้คนไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวติดโรคระบาด
เมื่อวานมีคนล้มหมดสติอยู่บนถนน หมอตรวจดูอาการจึงพบว่าเขาเป็โรคระบาด ทางการรีบสืบหาต้นตอว่าโรคระบาดมาจากที่ใด ใช้เวลาไม่นานก็พบว่าหมู่บ้านซานไห่คือต้นตอของโรคระบาด
อาหารและยาถูกผู้คนในตัวตำบลซื้อกักตุนจนเกิดการขาดแคลน ส่งผลให้ชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นๆ ไม่สามารถหาซื้อของได้ พวกเขาเดินทางไปยังตัวอำเภอเพื่อซื้อของมากักตุนก็ไม่สามารถผ่านประตูเมืองเข้าไปได้
เพียงได้ยินรายงานว่าเกิดโรคระบาด ประตูเมืองของอำเภอจางหลินก็ปิดสนิท ไม่อนุญาตให้ผู้ใดผ่านเข้าออก ทุกอย่างกะทันหันจนชาวบ้านด้านนอกกำแพงเมืองตั้งตัวไม่ทัน
มีเพียงชาวบ้านที่อยู่ภายในกำแพงเท่านั้น อุ่นใจกับการทำงานอย่างรวดเร็วของนายอำเภอ โรคระบาดจะได้ไม่สามารถเล็ดลอดเข้ามาทำอันตรายกับพวกตนได้
กล่าวถึงเื่โรคระบาดมีผู้ใดบ้างไม่หวาดกลัว บางพื้นที่เกิดโรคระบาดพรากชีวิตคนไปทั้งเมืองก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ผู้คนในกำแพงเมืองจึงค่อนข้างเห็นแก่ตัว เพราะไม่้าติดโรคระบาดจากชาวบ้านด้านนอกกำแพงเมือง
เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นทั้งหมด แน่นอนว่าเป็เพราะฝีมือของอวี้กู่เหยาร่วมมือกับนายอำเภอ ทุกอย่างถูกจัดฉากขึ้นมาเพื่อกำจัดภัยร้ายที่จะทำให้ตนเองเดือดร้อน
หมู่บ้านซานไห่ประชุมกันอย่างเคร่งเครียด มีบางคนร้องไห้เพราะหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปใกล้หกชีวิตที่นอนอยู่ในศาลบรรพชน
“หรือว่าหกคนนี้เป็โรคระบาดจริงๆ” เสียงหนึ่งถามขึ้นมา ชาวบ้านที่คิดคล้ายกันก็พยักหน้าเห็นด้วย ถอยกรูดออกห่างจากหน้าศาลบรรพชน
“ท่านหมอยืนยันแล้วว่าคนพวกนี้ถูกพิษ หาใช่โรคระบาด พวกเ้าเงียบให้หมด” หัวหน้าหมู่บ้านตวัดสายตาข่มชาวบ้านที่เริ่มจะก่อปัญหา
“ถ้าไม่ใช่แล้วทางการจะมาปิดล้อมหมู่บ้านเราทำไม เ้ายังจะปิดบังพวกเราอีกหรือ”
ซุ่ยซื่อคือสตรีปากร้ายสุดในหมู่บ้าน ั้แ่ถูกฮั่วหนานอันข่มขู่ในครานั้นก็ไม่ค่อยกล้าออกจากบ้าน แต่วันนี้เกิดเื่ใหญ่ จึงต้องมารวมกลุ่มกับคนอื่นๆ เรียกได้ว่าชีวิตนี้นางกลัวตายมากที่สุด
ความหวาดกลัวมักทำให้ผู้คนความคิดบรรเจิด หัวหน้าหมู่บ้านหงุดหงิดกับการเติมเชื้อไฟของหญิงแก่น่าโง่ แต่ก่อนที่จะดุด่านาง ท่านหมอหญิงก็พูดขึ้นเสียก่อน
“ถ้าทุกคน้าทราบว่าเพราะเหตุใด เ้าหน้าที่ของทางการถึงได้มาปิดล้อมหมู่บ้านเอาไว้ ก็ต้องถามหาความจริงกับคนทั้งหกที่อยู่ในศาลบรรพชน”
“ท่านหมอพูดได้ถูกต้อง” ฮั่วหนานอันสนับสนุน เดินนำทุกคนเข้าไปในศาลบรรพชนที่ใช้เป็สถานที่คุมขังหัวขโมยทั้งหก
คนทั้งหกเห็นชาวบ้านเดินเรียงหน้ากันเข้ามาในศาลบรรพชน ก็ลุกขึ้นแล้วเดินถอยหลังจนชิดกำแพง