เลือดเซียน ภาคหนึ่ง ตำนานคริสตัลสีเทา

    ตำนานคริสตัลสีเทา : ฝ่าทางฟลามิงโก้

    เรือใหญ่ล่องลอยมาอย่างเขย่าตัวเองเล็กๆ บรรยากาศบีบเค้นให้ฝนหาบใหญ่กระเซ็นล่วงมาตามเมฆสีดำแต่พรุ่งนี้จะเปลี่ยนเป็๲สีน้ำแกง กัปตันเรือทำจากปูนซีเมนต์ยื่นแขนออกมารับเม็ดฝน


    "ฝนมา ช่างเป็นฤดูประหลาดที่ไม่ร้อนไม่หนาว สบายใจและไม่สบายทางกาย พวกเจ้าต้องรู้ไว้ว่าข้าต้องยิ้มแบบนี้ !"
    และกัปตันก็หมุนศีรษะมาทางพวกนั้นด้วยการยิ้มแบบโกรธาตาสีแดง แล้วโดนเท้ายันล่วงเมื่อปูเจ๊กเทียนไม่หนำใจจึงลากคอเจ้าชายไมโลมาคุยอวดว่าหน้าหมอนี่เด็ดจริงที่หันศีรษะไปด้านข้างเก้าสิบองศา ตาเปิดข้างปิดข้าง ปากเจ่อเหมือนโดนนักมวยต่อย คิ้วขมวด ใครจะยิ้มเหนือกว่ากันแต่กัปตันทำจากปูนซีเมนต์จ้องไปเบื้องลึกท่ามกลางการเอนเอียงจากเรือ เขาค้นพบรอยยิ้มปีศาจที่ทำให้หัวเราะขำโปกฮายิ่งกว่าตนแล้วเขาก็น้อยใจทุบอกตัวเองแรงปานคิงคอง นายมนตรีก็กระโดดขึ้นลงไปเกาะคอกัปตันจะปลอบชโลมกายไม่ให้ร้องร้ำไห้ที่เจ้าชายไมโลมียิ้มที่ตลกโปกฮากว่า แต่กัปตันไม่ยอมรับง่ายๆ ยกหัวให้หลุดจากร่างแล้วเตะชู้ตมันอย่างฟุตบอลกระดอนฉิวไปให้ไกลลิบ มีเสียงการเชียร์เข้าโกลโดยไม่มีที่มา น้าไพโรจน์ตกใจคนไม่มีหัวเลยตกใจและยกมือส่ายเอว ปูเจ๊กเทียนเริ่มสะบัดเอวส่งคลื่นอาฆาตไปยังนกพิราบ นกพิราบหันศีรษะไปด้านข้างทำตาเปิดข้างปิดข้าง คิ้วขมวด ปากเจ่อเหมือนโดนมวยต่อย บินตกลงน้ำมหาสมุทรแล้วปลาหมึกย่างนำไปกินแล้วปลาหมึกย่างเกิดอาการชักกระแด่วลอยพุ่งไปกับลูกโป่งเพื่อสละชีวิตไปชนเฮลิคอปเตอร์ที่ทำจากซากเน่าของไดโนเสาร์พังทรุด ติดไปด้วยกันไปล่วงที่แผ่นดินสูงทางทิศใต้ ปูเจ๊กเทียนและเพื่อนหัวเราะอย่างคนบ้า ก้อนหินน้ำหนักประมาณสิบตันลอยมาทุบหัวทุกคนและทุกคนหัวโนขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำใช้กรรไกรมาตัดหัวโนให้หายไป เลือดออกซิบๆ กัปตันที่ทำจากปูนซีเมนต์ประกาศว่าใกล้ถึงฝั่งแล้ว แล้วกัปตันก็ดร็อปคิกใส่พรรคพวกเซียนแก้ปวดตับ แต่พวกเซียนถือหมวกสีดำทรงสูงมาคอยรับเงินขอทานประจำเรือที่ร่ำรวยมหาศาลแต่ไม่ได้เงินสักเหรียญบาท วาทะของขอทานสนุกเป็นเลิศ แล้วเรือรำใหญ่ก็เกิดการรั่วมันกำลังจะจม ทุกคนเลยนับหนึ่งถึงสิบเพื่อเตรียมพุ่งกระโดดขึ้นฝั่ง เหล่าขอทานเสียชีวิตกลางทะเล พวกเซียนมาถึงท่าเรือแห่งใหม่แต่เกือบจะถูกท่าเรือใช้ท่ากระโดดขาคู่ก็ไหวตัวปิดจมูกกั้นไว้ได้ 
    กัปตันเรือที่ทำจากปูนซีเมนต์กล่าวอำลาด้วยบทกวีบทอาขยานจากต่างดาวให้ฟังก็หงายหลังล้มลง  พวกเซียนคอยเช็คข้าวของสำรวจพื้นที่ว่าทำจากอะไร เกาะกลุ่มกันหมอบคลานเป็นหนอนเพื่อผจญโลกแฟนตาซี การคลานแบบหนอนแก้วที่ทำความเร็วได้ดีกำลังลอยขึ้นมาเหนือธรณี หิมะตกลงมาด้วยความหนาวสั่นและเกียจคร้าน พวกเขาคลานกระดึ๊บเข้าป่าอเมซอน ตัวด้วงยักษ์เกาะกิ่งไม้ได้ไต่ลงมาสำรวจพวกนั้นแล้วพ่นพิษใส่ ปูเจ๊กเทียนและเหล่าเซียนหลบเข้าไปในหมวกทรงสูงเป็นการป้องกันตัวที่ชาญฉลาดเหนือเด็กสิบขวบแต่โง่กว่าด้วงยักษ์ตัวนั้นที่ติดตามเข้าไปในรูหมวกทีละคนก็โดนถีบลาไปยังโลกเก่าไปทำความสะอาดให้แม่บ้านในห้องนอนของมหาเศรษฐี หมวกเหล่าเซียนที่ต่างลอยไปในป่าอเมซอนมีเหล่าเซียนอยู่ข้างในเป็นการหลบภัยที่ไม่ถูกต้อง
    ไดโนเสาร์พันธุ์แร็พเตอร์มีเฮดโฟนฟังเพลงที่วิ่งร้องเพลงโซลอยู่ด้านหน้ามาพบหมวกเซียนแล้วเอาคอหย่อนไปอ้วกทำให้เหล่าเซียนไม่พอใจเอาเนื้อวัวดิบๆไล่ถีบไดโนเสาร์และถึงเวลาที่ต้องสละหมวกเพราะมันขาดวิ่นทิ้งไปในรูตอไม้ของเด็กน้อย ฝนก็ตกพรำๆย่านเหนืออย่างไม่ได้กางร่มก็มาประชุมเพลิงทั้งๆที่ฝนตก ทั้งหมดวางข้าวของเศษข้าวอาหารเศษก้างปลาเอามาย่างกลางสายฝน เจ้าชายไมโลทำก้างติดคอแล้วทำหน้าแบบเดิมที่เคยทำ น้าไพโรจน์ที่นั่งไปก็ส่ายเอวได้ควงแอ็ปเปิ้ลย่างลูกดกเคี้ยวมันมันเขี้ยวเอามือไปทุบหัวบิลลี่ร้องเพลงได้ ปูเจ๊กเทียนที่นั่งเกิดเบื่อได้เข้าไปในกองเพลิงแล้วก็นั่งลงพักกล่าวราตรีสวัสดิ์ก่อนหันมายิ้มให้คิงคองที่เป็นอาคันตุกะมานั่งร่วม คิงคองทุบอกส่งกระแสเสียงคลั่งอาลาะวาด เหล่าเซียนสะดุ้งพุ่งทะลุป่าไปสิบเมตร กายน้าไพโรจน์ทั้งพุ่งท้างส่ายเอวได้ พุ่งผ่านม้า ผ่านช้างตกมัน ผ่านฝูงหมูป่า ผ่านหมาป่า และมาถึงรางรถไฟที่ทำจากโดนัดที่ทำจากเนย พวกเขาจึงได้นอนนิ่งค้างบนรางรอให้รถไฟสักขบวนมาทับ 
    ผ่านไปสามวันสามคืนพวกเขาต้องกะเผลกเดินต่อไปตามรางเมื่อหิวก็กินรางให้อิ่มเพราะทำจากครีม ทางทอดยาวไปอย่างสั้นๆข้างหน้าเป็นเนินขึ้นเขาที่น่าจะเป็นตัวเมืองหลวง จู่ๆรถไฟประเภทม้าเหล็กก็ปรากฏมาข้างหลังที่ใช้ความเร็วเท่ารถแข่งเอฟวันชนพวกเขาแล้วพวกเขาก็ติดห้อยไปกับรถไฟ โซเฟอร์เป็นพ่อมดชุดทำจากเชือกมะนิลาบ่นอุบอิบว่ามีอะไรมากระทบ ถอนตัวจากห้องบังคับมาเสกมนต์ใส่ แต่พวกเซียนปล่อยพลังคลื่นลมปราณกลับไม่ยั้ง พ่อมดไม่น้อยหน้าวิ่งกระโดดไปเบรกหน้ารถไฟและให้รถหยุดทำงาน ผู้โดยสารประท้วงโดยการลงออกไปหมด จากนั้นขบวนม้าเหล็กกลับเคลื่อนที่ลอยไปยังเนินเขา รางรถไฟโบกมืออำลาได้กลายเป็นก้อนน้ำแข็ง พ่อมดเหาะตกทับเหล่าเซียนเป็นจังหวะมอญ นกฟลามิงโกกระพือปีกและพ่นไข่นกกระทาโจมตีใส่ นายมนตรีกระโดดขึ้นลงหลบพ้น แก้วกล้ารับมาฟองหนึ่งมาทอดลงกระทะแล้วกิน แต่พ่อมดโผล่มาห้ามแก้วกล้าแล้วบอกให้นำไข่ใส่ลงในหมวกใบเขื่องของพ่อมดแล้วมันก็เดินจากไปทิ้งให้พวกเหล่าเซียนต่อกรกับเจ้านกฟลามิงโก้สีชมพูตัวยักษ์บินไล่พาไปยังหมู่บ้านนกฟลามิงโก้ บ่อน้ำ รูปปั้นนก หมู่บ้านโบราณมีไข่นกที่แตกแล้ว น้าไพโรจน์จับบิลลี่ส่ายเอว เหล่านกฟลามิงโก้ขอเลือกที่จะโยกคอ พวกมันต้อนรับชาวบ้านด้วยการโยกคอขึ้นลง
    หัวหน้าฝูงหมุนตีลังกามาทักทายพวกนั้น บอกว่าต้องการให้ไล่ปีศาจสไลม์ตัวหนึบหนับที่คอยเก็บไข่นกไปขายวันละยี่สิบฟอง เพราะรำคาญที่มันไม่ได้กำไร แล้วหัวหน้าฝูงก็พลิกกายหมุนบนพื้นตาย 
    เหล่าเซียนเดินตามหาสไลม์ หมุนคอหันไปร้อยแปดสิบองศาไปตามทางแล้วเมื่อยเอวเลยยกขามาพาดคอเป็นการหยุดพัก ดวงดาวส่องแสงพินาศใส่ฉาบข้างเอวทุกคนให้เกิดรอยแผล ทุกคนแสบและใช้ปากดูดแผลอย่างเอร็ดอร่อยไม่ใช่ผีก็ทำ สไลม์ตัวที่นำไข่นกไปขายเลื้อยโผล่มา สายตาไปเห็นแล้วสไลม์ก็เลื้อยด้วยความเร็วเท่ารถยนต์จากไป 
    แล้วหมู่บ้านของนกฟลามิงโก้ก็ไม่พบสไลม์ตัวนั้นอีก 
    พวกเขาไปพบบ้านหลังหนึ่งมีเซียนตัวหนึ่งทำหน้าที่เป็นสัตวแพทย์นั่งกอดเข่าเบ่งอุจจาระไม่ออกหลังโต๊ะขึ้นสนิม บนโต๊ะมีเปลือกกล้วยที่เด็ดทิ้งแล้ว เปลือกไข่นกที่เซียนสัตวแพทย์ใช้หูฟังแตะเปลือกไข่ทำการตรวจเสียงว่ามันส่งเสียงเพลงอะไร แต่ก็รู้สึกตัวไม่นานเมื่อเหล่าเซียนเข้ามาขอฟังเรื่องคริสตัลสีเทา เซียนสัตวแพทย์ก็เล่าประมาณว่า สมบัตินี้จิ๋นซีโลกปัจจุบันไปเก็บมาจากกองขยะที่ได้จากท้องฟ่า จริงๆมันเป็นสมบัติของเทพเจ้าในกรีกแต่วันหนึ่งดาวเคราะห์ผสมจรวดเหล็กหมุนคลางลงภูเขาน้ำกรดแล้วไหลครูดไปตามทางราดเอียงๆมันจึงหนีมาหาพระเจ้าที่ปราสาทลอยฟ้าบนสวรรค์ชั้นที่เก้าสิบเก้าหล่นลงไปในแผ่นดินกรีก จิ๋นซีจึงเนรมิตทางเดินไปยังสวรรค์แล้วนำคริสตัลสีเทามาเก็บเป็นสมบัติประจำสำนัก  ต่อมาโจรสลัดหนึ่งคนครึ่งตัวทางเหนือมาบุกปล้นสะดมก้อนทองคำในหมู่บ้านเตะคนเป็นว่าเล่น รถอีแต๋นจึงนำคริสตัลสีเทาขโมยไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน คริสตัลสีเทาเกิดมีชีวิตมันพังรถทิ้งและเก็บตัวเงียบ ตอนนี้ที่โลกนี้ ตัวคริสตัลมันน่าจะอยู่ที่เบื้องบนฟ้าบนยอดภูเขานี้ เดี๋ยวจะให้ปีกนกฟลามิงโก้วิเศษทำจากดอกแคต้มทีละคนแล้วให้บินขึ้นไปแล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลยนะ
    แล้วเซียนสัตวแพทย์ก็ให้ปีกนกฟลามิงโก้ที่ทำจากดอกแคต้มก่อนเจอลูกถีบเหล็กกระเด็นติดผนังห้องด้วยสีหน้ายิ้มด้วยความเจ็บปวด พวกเซียนช่วยกันประกอบปีกใส่บั้นเอวแล้วงงว่ามันบินได้หรือจึงเอาไปวางบนหัว ทุกคนเริ่มเหาะ เส้นทางที่เหลืออยู่สักสามสี่กิโลเมตรจะเป็นยังไงต่อไปเมื่อคริสตัลสีเทากำลังชะเง้อคอยอยู่