โจมพาเอมเข้ากรุงเทพในทันทีหลังจากสะสางค่าห้องพักเรียบร้อยแล้ว
โดยยังคอยระวังกลุ่มทรชนเดิมเพื่อไม่ต้องซ้ำเื่ร้ายๆเพิ่มขึ้นอีก
การเลี่ยงเหตุร้ายใดๆเป็เื่ที่เขาไม่อยากให้เกิดซ้ำขึ้นมาอีก
ด้วยวิสัยที่รับแต่เื่ร้ายๆในชีวิตมาตลอด เขารู้ดีว่าเวลาที่เื่แบบนี้จะมามันจะพุ่งเข้ามาแทบพร้อมๆกัน
ไม่ได้ให้ตั้งตัวหรือถามความเห็นของเราก่อน…
มิหนำซ้ำ ยังสามัคคีที่จะเรียกพวกพ้อง เพิ่มเื่ให้มากขึ้น มากเหตุอย่างนึกไม่ถึง!!!!
แตกต่างจากเื่ดีๆ ที่น้อยครั้งจะเกิดขึ้นกับชีวิตของเขา
และจะเกิดเื่ดีๆขึ้นมาได้ ก็ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานาเท่านั้น ทั้งด้วยสองมือสองขาของเขาเองเพียงลำพัง
ชนิดที่รอฟ้าดินเป็ใจ ประทานพรสุดเลิศให้ในพริบตานั้นอย่าหวัง…
บนความยากลำบาก และไม่มีตัวช่วยใดๆ จึงทำให้เขาต้องมุมานะและระแวดระวังภัยรอบตัวจนกลายเป็ความเคยชิน
ในครั้งนี้ก็ไม่แตกต่างกัน…
เขาออกจากรีสอร์ตแห่งนั้นในเวลาก่อนรุ่งอรุณ ความรางเลือนของแสงสลัวที่ยังไม่สว่างดีนักในยามเช้า
ทำให้เขาพาเอมขับรถออกมาได้อย่างเงียบเชียบ
ทิ้งเสียงคลื่นลม และเสียงสนของชายหาดริมทะเลไว้ด้านหลัง…
กว่าจะฝ่าการจราจรจราจลของถนนพระรามสองที่แออัดไปได้ก็เกือบบ่ายแก่ๆไปแล้ว
ไม่ว่า่เวลาใด จะเป็เทศกาลหรือไม่ใช่ก็ตาม…ถนนเส้นนี้ก็ยังแออัดด้วยรถนานาชนิด
แม้ว่าจะขยายถนนออกหลายเลนแล้วก็ตาม โจมก็ยังเห็นการครองถนนเลนขวาเอาไว้จนเขานึกตลกแล้วเปลี่ยนมาทำความเร็วในถนนเลนซ้ายที่โล่งไปตลอดแทน…
ในใจก็นึกถึงตลกร้ายที่เคยได้ยิน…
หากออกกฎใหม่ให้ขับชิดขวาเหมือนบางประเทศในยุโรป หรือประเทศเพื่อนบ้านของเรา
บางที…การครองเลนบนถนนอาจเปลี่ยนเป็อีกอย่างอีกก็ได้…
ถึงอย่างนั้น…เขาก็ยังทำเวลาได้ดีพอสมควร ที่ผ่านพ้น่หนาแน่นบนพระรามสองออกมาได้
โจมตรงไปที่วัดที่ทำพิธีในทันที…
ระหว่างทาง…โจมแวะตลาดมหาชัยที่ยังคงคับคั่งด้วยคนซื้อคนขายโดยเฉพาะอาหารทะเลสดๆ
แต่ในยามนี้เขารีบเร่งหาซื้อชุดดำให้เอมและตัวเขา มากกว่าจะเพลิดเพลินกับความละลานตาของอาหารทะเลสดๆหลากหลายนั้น
เมื่อแวะเปลี่ยนชุดดำเรียบร้อยแล้ว เขาก็ทำเวลาต่ออีกอย่างไม่รอช้าอะไร
เอมได้พิกัดของวัดมาแล้วจากคนของพ่อเธอ เขาจึงตรงดิ่งไปตามแผนที่นั้น…
เมื่อใกล้ถึงจุดหมายปลายทาง เขาเหลือบตาดูระยะทางคงเหลือที่บ่งบอกในมือถือแล้วผ่อนคันเร่งลง
ทั้งสอดส่ายสายตามองรอบข้างที่ขับรถผ่านอย่างระแวดระวัง
เมื่อรถผ่านประตูทางเข้าของวัด และจอดสนิทหน้าศาลาที่มีกลุ่มคนยืนรออยู่
ชายสูงวัยผมขาวแต่กำยำสันทัดเบิ่งตาที่แดงช้ำด้วยความดีใจ และสาวเท้าก้าวเข้าหาในทันที!!!!
”คุณหนู…นายท่านจากเราไปแล้วครับ!!!!!!”
เอมพยักหน้าด้วยความเศร้ากับบ่าวชราผู้ภักดี แล้วรีบก้าวเข้าไปในศาลา
เอมมองภาพถ่ายที่ติดตั้งหน้าศพด้วยความรู้สึกผิด น้ำตาที่ร่ำไห้มาตลอดทางก็ไหลออกมาอีก…
”พ่อ…เอมผิดไปแล้ว เอมไม่น่าทิ้งพ่อไปเลย เอมไม่คิดเลยว่าจะเป็การพบหน้าพ่ออีกครั้งแบบนี้
แบบที่เอมพูดกับพ่อไม่ได้อีกแล้ว เอมอกตัญญูเอง…พ่อขา เอมรักพ่อ ทำไมพ่อต้องทิ้งเอมไปอย่างนี้…”
เอมคร่ำครวญด้วยความเสียใจและก้าวเท้าเข้าไปกอดโลงศพด้วยความรันทด
โจมยืนมองเอมด้วยความเห็นใจ และปล่อยให้เอมปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจ
ทำไมเขาจะไม่เข้าใจ…ในเมื่อเขาเองก็กำพร้าทั้งพ่อและแม่
คนที่ไม่มีญาติ…คนที่สูญเสียย่อมเข้าใจคนที่สูญเสียเช่นกัน…
โจมและลุงวัน บ่าวชราของตระกูลยืนมองเอมที่คร่ำครวญ ร่ำไห้ด้วยความเสียใจ
เสียงของเอมดังก้องไปทั้งศาลาที่มีผู้คนบางตา
ขัดกับสภาพความกว้างขวางของเครือข่ายธุรกิจตระกูลแม้จะเป็วันแรกของการตั้งศพก็ตาม
โจมกวาดตามองไปทั่วศาลาและประเมินสภาพรอบข้างด้วยความสงสัย
ชีวิตที่ต้องต่อสู้ของโจมไม่ได้ให้เวลาตั้งตัวสบายๆกับทุกนาทีที่ผ่าน ไม่มีอะไรราบรื่นอย่างที่คิดไปตลอด และไม่มีเื่ดีในเวลาที่อยากให้ดี
การตายของพ่อเอมถูกฆาตกรรมอย่างเห็นได้ชัด โดยฆาตกรไม่กลัวการทิ้งร่องรอยเบาะแส
เป็การฆาตกรรมที่อุกอาจและท้าทาย
แม้รายละเอียดที่รู้จะมีไม่มากจากข่าวทางทีวีและโซเชี่ยลแต่ข้อมูลนั้นก็บ่งบอกได้ว่า คนร้ายมุ่งหมายชีวิตด้วยความแค้นเคือง เพราะะุทั้งเก้านัดเจาะเข้าลูกตาทั้งสองข้าง นอกนั้นอีกเจ็ดนัดตำรวจตรวจพบตามร่างกายที่ไม่ใช่จุดตาย จึงถูกสันนิษฐานว่าคนร้ายตั้งใจทรมานก่อนสองนัดสุดท้ายที่ดวงตา
หากนี้คือการฆาตกรรมที่มุ่งหมายชีวิตมากกว่าการปล้นทรัพย์ ชีวิตของเอมก็ไม่น่าจะปลอดภัยนักในเวลานี้
ในศาลาแห่งนี้ก็ยิ่งน่าเป็ห่วง โจมสอดส่ายสายตามองรอบข้างด้วยความกังวล
ขณะที่ลุงวันสังเกตุชายแปลกหน้าคนนี้ที่มาพร้อมคุณหนูที่หนีหายไปจากบ้าน
เมื่อพบว่าโจมมองรอบข้างด้วยอาการของความไม่ไว้วางใจ ลุงวันก็เผยอยิ้มด้วยความพึงใจ แล้วเอ่ยกับโจมว่า…
”อย่ากังวลเลยครับ ผมให้ลูกน้องหลายคนเฝ้าหลายจุดั้แ่ทางเข้าวัดแล้ว
รถของคุณกับคุณหนูที่เข้ามาผมก็รู้ั้แ่ก่อนเข้ามาถึงแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่าคุณหนูบอกเลขทะเบียนรถ สีรถและยี่ห้อ
รถคันนี้ก็คงเข้ามาในนี้ไม่ได้หรอกครับ”
เสียงเย็นๆแต่เจือด้วยความแข็งกร้าวบอกโจม ทำให้เขาหันหน้ามาพิจารณาบ่าวชราที่แข็งแกร่งข้างๆเขาใหม่อีกที
ััที่ได้คือสนิมสีเหล็กที่อยู่ในแววตา ผ่านประสบการณ์ชีวิตไม่น้อยแน่ๆ ร่างที่บึกบึนแม้ไม่ใหญ่โตแต่สังเกตุได้ถึงร่องรอยการต่อสู้ที่โชกโชน
”ครับ…ลุงรู้หรือครับว่าผม…?
”รู้สิครับ เพราะผมก็ทำเหมือนที่คุณทำอยู่แล้ว พวกเราเสียนายท่านไปคนเดียวก็มากพอแล้ว
หากคุณหนูต้องมีอันตรายไปด้วย ก็เป็เื่ที่แย่มากๆ
แม้ว่าเรายังไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้น และยังไม่รู้ว่าใครทำกับนายท่านอย่างโเี้แบบนี้ แต่เราก็ได้ข้อมูลอะไรหลายอย่างพอควรจากที่นายท่านได้พยายามทิ้งเบาะแสไว้ รอเพียงแต่คุณหนูได้ดูด้วยตัวเองและสั่งการอีกครั้ง ผมเชื่อว่าเราจะเอาคืนกับคนที่ทำกับนายท่านเป็ร้อยเท่า!!!”
แม้ลุงวันจะไม่รู้ว่าใครที่มากับคุณหนูของเขา แต่ก็มองออกถึงความสนิทสนมที่เอมกับโจมแสดงออกมา
ชั่วขณะที่โจมยังไม่ได้ตอบคำลุงวันอีก…เสียงปืนและเสียงรถที่ดังลั่นจากปากทางเข้าวัดก็ดังสนั่น!!!!!
โจมรีบวิ่งเข้าไปกระชากเอมที่สะดุ้งใเช่นกัน ให้ล้มลงหลบภัยที่ยังไม่รู้ว่าเป็อะไรด้วยสัญชาตญาณ
ขณะที่ลุงวันเห็นโจมให้การปกป้องคุณหนูของเขาแล้วก็หันกายขยับตัวไปอีกด้านพร้อมดึงปืนพกออกจากข้างเอว
เสียงปืนที่ยิงต่อสู้กันแซมด้วยเสียงะเิที่ลุงวันรู้ว่าไม่ใช่เป็อาวุธจากลูกน้องของเขา
ทำให้อดขมวดคิ้วด้วยความหนักใจไม่ได้ เขารีบค้อมกายวิ่งกลับไปที่โจมและเอม แล้วระล่ำระลักบอกว่า
”ผมว่าตอนนี้คุณหนูรีบหลบไปก่อนดีกว่าครับ สถานการณ์ดูท่าไม่ค่อยดี ผมไม่คิดว่าพวกคนร้ายจะกล้าใช้อาวุธาในกลางเมืองอย่างนี้ ลูกน้องผมมีแค่ปืนพกน่าจะต้านได้ไม่นาน
คุณหนูรีบไปกับคุณผู้ชายคนนี้ทางหลังวัด ผมเตรียมเรือสปีดโบ้ทไว้ ให้ขับเรือตรงไปทางท้ายวัดประมาณ 30 นาทีจะถึงท่าจอดเรือให้ขึ้นตรงนั้นและใช้รถยนต์ที่จอดรอตรงนั้นหลบไปก่อน ผมจะติดต่อไปอีกครั้ง ส่วนทางนี้ปล่อยให้ผมจัดการเอง”
ลุงวันยื่นกุญแจให้ 2 ชุดที่คาดว่าเป็กุญแจเรือและรถ
”คุณหนูไม่ต้องห่วงผมครับ”
ลุงวันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเอมลังเล
”ผมไม่เป็อะไรแน่ๆ และจะไม่เป็อะไรไปก่อนที่จะได้จัดการกับคนที่ฆ่านายท่าน
ผมผ่านอะไรมาเยอะ และไม่แลกกับอะไรที่ผมแลกไม่ได้แน่ๆ คุณหนูอย่าห่วงเลยครับ
ตอนนี้ชีวิตคุณหนูมีค่า ยังไงต้องหลบไปก่อนแล้วค่อยหาหนทางเอาคืนทีหลังครับ”
ลุงวันเร่งโจมและผลักดันให้ทั้งสองคนรีบหนีออกจากพื้นที่ตรงนี้…ขณะที่เสียงปืนต่อสู้ของลูกน้องลุงวันเบาบางลง
รถกระบะสีดำ 3 คันก็ทะยานฝ่าแนวต้านของลุงวันเข้ามาในลานวัดได้สำเร็จ
โจมรีบกระชากเอมให้ลัดเลาะตามกำแพงศาลาไปด้านหลังวัดที่มีเรือจอดรออย่างที่ลุงวันบอก
แค่เพียงก้าวแรกที่เข้ากรุงเทพก็พบกับการล่าล้างอย่างนี้แล้ว…ชีวิตของเอมจะเปลี่ยนไปอย่างไรอีก?