เฉิงอี้เฟยสาวสวยที่พึ่งขึ้นเลข 4 ในวันนี้ เธอก็กำลังฉลองวันเกิดอายุ 40 ปี ด้วยการทำเื่ที่ตัวเองชอบ อย่างการอ่านนิยาย และกินขนมไปด้วย
แม้นิยายเื่นี้เธอจะรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ตัวเอก อย่างพระเอกและนางเอกได้มาเจอกัน อีกทั้งพระเอกยังโดนนางเอกหลอกหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่บางเื่ก็เป็เพียงเื่ง่าย ๆ นี่ทำให้เฉิงอี้เฟยรู้สึกโมโหพระเอกเป็อย่างมาก
แต่เพราะในเื่ยังมีตัวละครโปรดอย่างพ่อพระเอก ที่ทั้งหล่อเหล่าและฉลาด ทำให้เฉิงอี้เฟยได้แต่อ่านนิยายเื่นี้ต่อไป
ส่วนอีกตัวละครที่ไม่รู้จะเรียกว่าชอบหรือน่าสงสารดีก็คงเป็นางร้าย ที่เฉิงอี้เฟยไม่เข้าใจเลยว่าเธอคนนี้เป็นางร้ายได้อย่างไร ทั้งใสซื่อและรักพระเอกจากใจจริง
สิ่งที่นางร้ายทำก็เพียง้าครองรักกับพระเอกเท่านั้น ที่สำคัญคือนางร้ายในนิยายเื่นี้ไม่เคยทำร้ายนางเอกเลยสักครั้ง แต่เป็นางเอกและพี่ชายของนางเอกที่จ้องทำร้ายนางร้าย
อีกทั้งนางเอกยังใส่ร้ายนางร้ายด้วย นี่ทำให้เฉิงอี้เฟยได้แต่ขมวดคิ้วกับนิยายเื่นี้ เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครคือนางเอกหรือใครคือนางร้ายกันแน่
หลังจากเวลาผ่านไปพักใหญ่
เฉิงอี้เฟยก็ได้ปิดหนังสือนิยายไป เพราะเธอได้อ่านจบแล้ว
‘ ในที่สุดก็จบสักที นิยายเื่นี้น่าเปลี่ยนชื่อเื่ใหม่นะ เอาเป็... นางเอกผู้ชั่วร้ายแล้วกัน เฮ้อ... แต่ว่าชื่อนางเอกดันเหมือนกับชื่อฉันซะได้ ไม่ชอบเลย ’ เฉิงอี้เฟยได้แต่ส่ายหน้าให้กับความโชคร้ายของนางร้ายในนิยายเบา ๆ
หลังจากนั้นเฉิงอี้เฟยก็ใช่ว่าจะจบ แม้เธอจะอ่านนิยายจบแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่พอใจ ทำให้เธอเริ่มจินตนาการว่าตัวเองนั้นได้เข้าไปในนิยายเื่นี้ แล้วได้เกิดใหม่เป็นางร้าย
เธอเริ่มเขียนเื่ราวต่าง ๆ ภายในใจ เฉิงอี้เฟยที่คิดว่าตัวเองได้เกิดใหม่เป็นางร้าย เธอจะเริ่มจากไปขอยกเลิกงานแต่งกับพระเอก เพราะเธอไม่้าเสียเวลากับผู้ชายที่โง่เง่าเช่นนั้น
และแน่นอนว่าถ้ามีโอกาส เฉิงอี้เฟยก็้าจะแก้แค้นนางเอกและพระเอกในนิยายแทนนางร้าย รวมทั้งพี่ชายของนางเอกหรือใครก็ตามที่เคยทำร้ายนางร้ายด้วย
แล้วเมื่อเธอได้คิดมาถึงฉากสุดท้ายก็ทำให้เฉิงอี้เฟยยิ้มกว้าง คือ เธอคิดว่าในเมื่อได้เข้าไปในนิยายแล้ว ก็ขอตามจีบพ่อของพระเอกมาเป็สามีของตัวเองดีกว่า
หลังคิดถึงเื่ที่เธอได้ครองรักกับพ่อพระเอก ก็ทำให้เฉิงอี้เฟยได้แต่หน้าแดงด้วยความเขินอาย และแน่นอนว่าเธอก็รู้สึกมีความสุขมาก
เพราะในชีวิตจริงของเธอในตอนนี้เื่ความรักนั้นเต็มไปด้วยฉากจบที่แย่ จนทำให้เธอไม่อยากมีความรักในโลกความเป็จริงอีก และ้าหนีไปหาผู้คนในนิยายแทน
หลังจากแต่งเื่ราวเล่น ๆ ภายในใจจนพอใจแล้ว เฉิงอี้เฟยก็ครุ่นคิดอย่างติดตลก
‘ จะว่าไปแล้วฉันก็อ่านข้ามไปเยอะเหมือนกันนะ เพราะไม่ชอบตอนที่มีพระเอกและนางเอก เฮ้อ... ถ้าต้องเข้าไปในนิยายจริง ๆ คงซวยแน่อ่านข้ามขนาดนี้ ฮ่า ๆ ๆ ’
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเฉิงอี้เฟยก็ได้แต่ส่ายหน้าให้กับความคิดไร้สาระของตัวเอง ก่อนเธอจะเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อน แล้วพบกับโลกแห่งความเป็จริงและงานที่แสนน่าเบื่อในวันรุ่งขึ้น
เช้าวันต่อมา
เฉิงอี้เฟยที่ตื่นขึ้นนางก็พยายามใช้มือคลำหาโทรศัพท์มือถือ แต่นางก็พบว่าเมื่อตนเองคลำไปที่เดิมกลับไม่เจอ เฉิงอี้เฟยจึงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะรีบลุกขึ้นเพื่อไปอาบน้ำแล้วเตรียมตัวไปทำงาน
“ คุณหนูตื่นแล้วหรือเ้าคะ ” เสียงของสาวรับใช้พูดขึ้นอย่างอ่อนโยน
แต่แม้จะเป็เสียงที่อ่อนโยนอย่างไร เฉิงอี้เฟยก็ไม่รู้สึกยินดีเลยสักนิด
อีกทั้งเมื่อนางมองไปรอบ ๆ ก็พบแต่เื่น่าประหลาดใจ เพราะในห้องที่นางอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่ห้องของนาง แล้วข้าง ๆ ยังมีหญิงสาวที่ไหนก็ไม่รู้มาเรียกตัวเองว่าคุณหนูอีก
‘ หรือข้ากำลังฝันอยู่ ประเดี๋ยวนะเหตุใดคำพูดของข้าจึงได้แปลกประหลาดเช่นนี้ เฮ้อ... หากเป็เช่นนี้ข้าต้องฝันอยู่อย่างแน่นอน อีกทั้งฝันว่าได้เกิดใหม่เหมือนในนิยายที่เคยอ่านอีก ’
เฉิงอี้เฟยหัวเราะเบา ๆ ให้กับตัวเองที่นำนิยายที่อ่านไปคิดมากจนเก็บไปฝัน
ส่วนทางด้านสาวรับใช้ที่เห็นเช่นนั้น นางก็ได้แต่สับสนว่าเกิดอันใดขึ้นกับคุณหนูกัน ถึงได้ทำท่าทางแปลก ๆ เช่นนี้ สาวรับใช้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล “ คุณหนูเป็อันใดหรือเ้าคะ ”
เฉิงอี้เฟยนึกสนุกจึงได้คิดต่อบทสาวรับใช้ “ ข้าฝันประหลาดนะ ฝันว่ามีท่านเทพมาอวยพรให้ข้า ฮ่า ๆ ๆ ”
แต่ไม่นานนางก็นึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งสำคัญอย่างการทำงานรออยู่ ‘ ไม่ได้การ หากข้าเสียเวลาอยู่ในความฝันนานเกินไป อาจเป็เหตุให้ไปทำงานสายแล้วโดนหักเงินได้ ’
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเฉิงอี้เฟยจึงได้ตบหน้าเพื่อปลุกตัวเองในทันที
เพียะ!!
เฉิงอี้เฟยที่ตบหน้าตัวเองอย่างแรง นางก็ได้แต่ร้องออกมาด้วยความเ็ป “ โอ๊ยเจ็บ นี่มันเื่อะไรกัน ”
สาวรับใช้ที่เห็นว่าคุณหนูตบหน้าตัวเอง นางก็เข้าใจว่าคุณหนูอาจถูกสิงชั่วร้ายเข้าสิง ถึงได้คิดทำร้ายตัวเองเช่นนี้ นางไม่รอช้ารีบะโขอความช่วยเหลือในทันที
“ ช่วยด้วยเ้าค่ะ คุณหนูถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าสิง!! ”
ส่วนทางด้านเฉิงอี้เฟย ที่แม้นางจะได้ยินว่าตนเองถูกกล่าวหาว่าถูกสิง แต่นางก็ไม่ได้นำมาใส่ใจเลยสักนิด เพราะนางกำลังใว่าเหตุใดการตบหน้าตัวเองในฝันถึงได้เจ็บเช่นนี้
‘ นี่ข้าคงไม่ได้ตายแล้วเกิดใหม่ที่ไหนก็ไม่รู้หรอกนะ ไม่จริง ไม่จริง ’ เฉิงอี้เฟยส่ายหน้าไปมาเพื่อปฏิเสธเื่ที่เกิดขึ้น
เพราะแม้เฉิงอี้เฟยจะชอบคิดสนุกแล้วแต่งเื่ในความคิดของตัวเอง ว่านางได้เข้าไปในนิยายเื่ต่าง ๆ ก็จริง แต่นางก็ชอบชีวิตที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและความสะดวกสบาย
เฉิงอี้เฟยจึงเลือกตบและตีส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เพื่อปลุกให้ตัวเองได้ตื่นจากฝันร้ายในครั้งนี้
สาวรับใช้ที่เห็นเช่นนั้นนางก็รีบจับแขนของคุณหนู เพื่อมิให้นางได้ทำร้ายตัวเองอีก
สาวรับใช้พูดด้วยความเศร้าใจปนโมโหที่ยังไม่มีใครเข้ามา “ มิมีผู้ใดอยู่แถวนี้เลยรึ เหตุใดถึงยังไม่มาช่วยกันอีก หากคุณหนูเป็อันใดขึ้นมาจะทำอย่างไร ”
หลังจากนั้นมินาน ก็มีเสียงคนวิ่งมาทางห้องเฉิงอี้เฟยหลายคน พวกเขาต่างทำสีหน้าแตกตื่น แล้วถามสาวรับใช้ว่านี่มันเกิดเื่อะไรขึ้น
สาวรับใช้มิรอช้า นางรีบอธิบายเื่ราวทั้งหมด และเมื่อพวกเขาได้ยินคำว่าเทพอวยพร พวกเขาก็เริ่มหน้าซีดเซียวด้วยความกังวล แต่มินานก็แปรเปลี่ยนเป็สีหน้ายินดี
ผู้าุโหญิงคนหนึ่งที่ได้มายังห้องของเฉิงอี้เฟย เป็เพราะนางาุโสุด นางจึงสามารถสั่งการผู้อื่นได้
ผู้าุโหญิงมิรอช้าแล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ พวกเ้าจงรีบไปแจ้งเื่นี้ให้ท่านประมุขเฉิงรับรู้
หลังจากนั้นก็รีบไปตามท่านนักพรตมาโดยเร็ว เื่ที่เกิดขึ้นนี่อาจจะเป็เพราะเฉิงอี้เฟยได้รับพรมาเกินความสามารถของนาง ทำให้นางเริ่มรับไม่ไหว เราต้องให้ท่านนักพรตช่วย ”
หลังจากได้ยินคำสั่งของผู้าุโหญิง พวกเขาก็รีบออกไปในทันที
ส่วนเฉิงอี้เฟยที่ได้ยิน นางก็ได้แต่ทำสีหน้าหงุดหงิด
‘ ข้าก็แค่อยากกลับบ้าน ส่วนเื่เทพนั่นข้าก็แค่พูดส่ง ๆ ไปเท่านั้นเอง ทำไมเื่แบบนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับข้ากัน
เดี๋ยวก่อนนะ!! ผู้าุโหญิงคนนี้พูดว่าข้าชื่อเฉิงอี้เฟยงั้นรึ ไม่ใช่แน่นอน ข้าไม่มีทางเกิดเป็นางเอกผู้ชั่วร้ายในนิยายเื่นั้นเด็ดขาด ’