บทที่เก้า
บอบช้ำ
“ขึ้นบนฝั่งกันเถอะ ฝนเหมือนจะตก” สิงหราชเอ่ยชวนคนที่เริ่มจะตัวซีดให้ขึ้นฝั่ง
ดวงตาคมกวาดสายตามองท้องฟ้า ที่เริ่มหม่นและทอแสงเร็วกว่าปกติ ด้วยความที่เติบโตมากับท้องทะเลมาั้แ่เด็ก สิงหราชรู้ได้ในทันทีว่าอีกไม่นาน จะมีฝนตกลงมาอย่างแน่นอน
“จริงด้วย” นิรณาแหงนหน้ามองท้องฟ้า ก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปสิงหราชและใช้มือเกาะไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้เช่นเคย
สิงหราชสาวเท้าเดินตะลุยน้ำพาคนตัวเล็กเดินเข้าไปหาฝั่ง และเป็ฝ่ายวิ่งไปหยิบสัมภาระทั้งหมดเมื่อฝนเริ่มโปรยลงมา ร่างหนายื่นเสื้อตาข่ายให้คนกับตัวเล็ก ก่อนจะย่อตัวลงผูกมัดผ้าขาวม้าเข้าที่่เอวบางคอด
“อ๊ะ” นิรณาหลุดร้องออกมา เมื่อข้อมือเล็กถูกคว้าและจับจูงให้วิ่งตามโดยที่ไม่ได้ทันตั้งตัว
สิงหราชจิ๊ปากออกมาด้วยความขัดใจ เมื่อฝนที่พึ่งเริ่มตั้งเค้าครึ้มมาได้แค่แป๊บเดียว จู่ ๆ ก็กลับโปรยลงมารวดเร็วเสียจนไม่ได้ตั้งตัวตั้งรับ ร่างหนาเอี้ยวตัวไปมองคนด้านหลัง ก่อนจะปรับลดฝีเท้าของตัวเองลงเมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยหอบของอีกฝ่าย
“แฮ่ก เหนื่อย ฮื่อ” คนตัวเล็กโอดครวญออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ เพราะวิ่งมาราธอนมาจากชายหาดจนกลับมาถึงบ้าน ไม่ได้หยุดพักเลยสักนิด
“รีบไปอาบน้ำ เดี๋ยวจะป่วย” สิงหราชเอ่ยสั่งคนที่ยังยืนตัวสั่นเพราะความหนาวอยู่ด้านนอก
“แล้วคุณสิงห์จะไปไหนคะ” นิรณารีบเอ่ยถามกลับไปทันที เมื่อเห็นว่าสิงหราชกำลังจะหุนหันวิ่งออกจากบ้านไปอีกครั้ง
“เดี๋ยวมา” สิงหราชเอ่ยตอบสั้น ๆ ก่อนจะวิ่งกระโจนฝ่าสายฝนออกไปด้วยความรีบร้อน
“อะไรของเขากัน” นิรณาได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความงุนงง ก่อนจะตัดสินใจตักน้ำมาล้างทรายออกจากเท้าของตัวเอง และรีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้านเพื่อที่จะเข้าห้องนอนของตัวเองไปอาบน้ำ
เสียงฟ้าร้องดังกระหึ่มไม่ได้ทำให้สิงหราชที่เดินอยู่กลางสายฝนรู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด ร่างหนารีบสาวเท้าไปยังปลายทางของตัวเอง ก่อนจะต้องหาถอดสีเมื่อเห็นว่า คนที่ตั้งใจมาหากำลังนั่งตัวสั่นอยู่ที่หน้าชานบ้าน
“อาอร” สิงหราชตะเบ็งเสียงร้องเรียกคนที่กำลังอาละวาดเพราะความหวาดกลัว ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความร้อนใจ
“กรี้ด ฮื่อ ออกไป กรี้ด” เสียงกรีดร้องโวยวายของผู้หญิงที่ผอมจนแทบจะเหลือแค่หนังที่หุ้มกระดูกของตัวเองเอาไว้ กรีดใจคนฟังจนแทบจะขาดเป็ริ้ว
สิงหราชพยายามที่จะกอดรัดคนที่พยายามจะผลักไสตัวเองให้ออกห่าง ยกอุ้มอีกฝ่ายเข้ามาในตัวบ้านด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะสาวเท้าเดินไปปิดประตูบ้านเอาไว้ เพราะกลัวว่าคนด้านในจะคลุ้มคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง และวิ่งหนีออกไปนอกบ้านอย่างเช่นทุกครั้งที่ฝนตก
“ออกไป อย่าทำอะไรฉันเลย ฮื่อ ออกไป” อิงอร มยมราชพลี อดีตสาวสวยคนเก่ง ที่ในตอนนี้กลายเป็คนวิกลจริตไปแล้ว แต่ได้ทิ้งตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้อย่างน่าสงสาร
สิงหราชเบือนใบหน้าหนีภาพที่น่าหดหู่ใจ ดวงตาคมหลับตาลงเพื่อควบคุมอารมณ์ความเสียใจของตัวเอง ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ที่ยังคงหวาดกลัวเขาเสียจนตัวสั่น
“ กรี้ด ออกไป ฮึก ฮื่อ ออกไป พ่อ พ่อ!!!” คนที่ยังจมอยู่กับความทรมานภายในจิตใจของตัวเองกรีดร้องออกมาอีกครั้ง ริมฝีปากที่แห้งกรังพยายามร้องเรียกผู้เป็พ่อของตัวเอง
“อาอร สิงห์เอง อาอรนี่สิงห์เองครับ” สิงหราชดึงร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้ ไม่ได้สนใจเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองจะถูกอีกฝ่ายประทุษร้ายยังไงบ้าง
สิงหราชรู้แค่ว่าในตอนนี้ จะต้องทำให้อีกฝ่ายหยุดคลุ้มคลั่ง และกลับมามีสติให้ได้มากที่สุด ก่อนที่หัวใจของอีกฝ่ายจะบอบช้ำและแตกสลายไปมากกว่านี้ กับความทรงจำอันเลวร้ายที่ยังคงติดอยู่ในใจ
“ฮื่อ ฮึก พ่อ พ่ออยู่ไหน ฮื่อ พ่อช่วยอรด้วย กรี้ด” อิงอรร้องไห้คร่ำครวญออกมา ก่อนจะกรีดร้องออกมาอีกครั้งด้วยความทรมาน
“อาครับ สิงห์เอง นี่สิงห์เอง” สิงหราชพร่ำเอ่ยพูดชื่อของตัวเอง มือหนาคอยลูบแผ่นหลังเล็กเพื่อปลอบประโลม
“ฮึก สิงห์หรือ สิงห์เองหรือลูก” อิงอรที่ได้ยินชื่อของหลานชายแล้วเริ่มได้สติ กอดกระชับคนตรงหน้ากลับไป หากแต่ใบหน้าก็ยังคงอาบไปด้วยน้ำตา
“สิงห์อยู่ตรงนี้แล้ว อาอรไม่ต้องกลัวนะครับ” สิงหราชเอ่ยปลอบคนที่ยังตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง
“ใช่ ใช่ อาไม่ต้องกลัว ใช่ อาไม่ต้องกลัว” อิงอรผละออกห่างจากหลานชายของตัวเล็ก ก่อนจะเอ่ยพูดซ้ำไปซ้ำมา
“กินข้าวมาหรือยังลูก” มือที่สั่นยกขึ้นแนบกับใบหน้าของหลานชาย ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง
สิงหราชหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาของตัวเองไหลออกมาเงียบ ๆ ความอัดอั้นที่เก็บอยู่ข้างใน มันมากมายจนไม่สามารถที่จะเปล่งเสียงเอ่ยตอบกลับอีกฝ่ายไปได้แม้แต่เพียงครึ่งคำ ร่างหนาทำได้แค่เพียงพยักหน้ารับแทนคำพูดของตัวเอง
“ดี ๆ คิกคิก เป็เด็กก็ต้องกินเยอะ ๆ ฮื่อ” อิงอรแย้มยิ้มออกมา หากแต่รอยยิ้มนั้นก็หายไป เมื่ออีกฝ่ายเริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้ง
“อาอรนอนนะครับ คืนนี้มันดึกแล้ว” สิงหราชเอ่ยพูดตะล่อมเพื่อให้อีกฝ่ายได้ทิ้งตัวลงนอน ถึงแม้ว่าความเป็จริงแล้วพึ่งถึงเวลาพลบค่ำไปเมื่อไม่นานนี้ก็ตาม
“นอนหรือ ใช่ อานอน” อิงอรขยับร่างกายของตัวเองไปบนฟูกที่นอนก่อนจะหลับตาพริ้มลงอย่างว่าง่าย
สิงหราชทิ้งตัวเองลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง ดวงตาคมจับจ้องไปที่ผู้เป็อาของตัวเองด้วยสายตาที่สงสารจับหัวใจ จากคนที่เคยแข็งแรงและมีแต่รอยยิ้ม กลับกลายเป็คนที่ต้องจมอยู่กับความทุกข์ จนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
เมื่อสิบห้าปีก่อน อิงอร มยมราชพลี เป็หนึ่งคนที่เป็ตัวตั้งตัวตีที่้าที่จะรักษาเกาะวิมันสิตราแห่งนี้เอาไว้ให้ยังคงอยู่ และเป็หญิงสาวที่เก่งและเพียบพร้อมในทุกด้าน เธอกล้าที่จะชนกับพวกนายทุนโดยที่ไม่หวาดกลัวสิ่งใด เพียงเพราะความยึดมั่นในความคิดและอุดมการณ์ของตัวเอง
จนในที่สุดตระกูลมยมราชพลีและชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ ก็สามารถที่จะต่อกรกับพวกนายทุนหน้าเืได้จนสำเร็จ ชาวบ้านกลับมาใช้ชีวิตของตัวเองกันตามปกติ โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนขับไล่ หรือยึดช่องทางทำมาหากินไปอีก
ชัยชนะที่ได้รับในวันนั้น ชาวบ้านร่วมใจกันจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองกันอยู่สามวันสามคืน แต่ใครจะไปคาดคิดว่าแค่เพียงอีกไม่กี่วันหลังจากนั้น อิงอรผู้เป็แกนนำในการขับไล่พวกนายทุนหน้าเืพวกนั้นออกไปจากเกาะ จะหายตัวออกไปจากบ้านโดยไร้ร่องรอย
ในขณะนั้นตัวของสิงหราชเองก็อยู่ใน่วัยรุ่น แม้จะเป็ห่วงผู้เป็อา หากแต่ก็ไม่ได้เข้าไปมีบทบาทในการเดินเื่ตามหาสักเท่าไหร่ ตระกูลมยมราชพลีพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อตามหาลูกสาวคนเล็ก
แต่สุดท้ายก็เหมือนถูกสายฟ้าผ่าลงกลางใจคนในตระกูลมยมราชพลี เมื่ออิงอร มยมราชพลี ได้หวนกลับคืนอ้อมอกของครอบครัว หลังจากที่หายตัวไปนานหลายเดือน หากแต่ก็กลับมาในสภาพที่ไม่ต่างไปจากซากศพที่เดินได้
ร่างกายบอบช้ำไปหมดทุกส่วนจากการโดนทุบที ร่องรอยของการถูกย่ำยีศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงเด่นชัดจนเ้าตัวไม่สามารถที่จะแบกรับกับความอับอายได้ และยิ่งเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อในท้องยังคงมีลูกน้อยที่เกิดจากพวกเดนมนุษย์ตามติดมาด้วย
“ฮึก” คิดมาจนถึงตอนนี้ สิงหราชก็หลุดสะอื้นออกมาด้วยความเสียใจ เพราะเขาเองก็เป็คนหนึ่งที่ได้รับรู้ความเ็ปนั้นของผู้เป็อาได้เป็อย่างดี
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกกระทำย่ำยีจนไม่เหลือคุณค่าให้แม้แต่ตัวเองได้ภูมิใจ พยายามที่จะจบชีวิตของตัวเองและลูกในท้องด้วยการกินยาฆ่าตัวตาย แต่ท้ายที่สุดก็ยังต้องอยู่เพื่อชดใช้กรรมที่ยังเหลืออยู่ตามลำพัง เพราะหมอไม่สามารถที่จะรักษาชีวิตบริสุทธิ์ในท้องเอาไว้ได้
หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ในวันนั้น อิงอรก็กลายเป็คนที่มีอาการทางจิต ครอบครัวทำทุกทางเพื่อที่จะให้อีกฝ่ายกลับมาเป็เหมือนเดิม หากแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อิงอรกลายเป็ผู้ป่วยจิตเวชนับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา
“กูจะตามจ้องเวรพวกมึงทุกตัว ไอ้พวกสวะ” สิงหราชเอ่ยพูดออกมาด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะผุดลุกขึ้นและเปิดประตูบ้านออกไป เหลือเอาไว้แค่เพียงอิงอรที่ยังคงนอนหลับสนิทอยู่บนบ้านหลังนี้
………………………………………………….
ก็คือฉีกไปแรงมาก อะไรกันครับเนี่ย ไม่ดราม่าจริงเหรอคุณน้า แงงง ไม่ต้องกลัวนะงับบบบ มีจิ๊ดเดียวจริง ๆ
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ