บทนำเื่ และ ตอนที่หนึ่ง จุดเริ่มต้นของผืนผ้าใบ
กลิ่นสีน้ำมันปะปนกับยางสนลอยอบอวลในอากาศ คาลิทก้าวเข้ามาในแกลเลอรีด้วยรอยยิ้มบางเบา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วอย่างพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังประเมินคุณค่าของทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้คนที่เดินผ่านไปมา ร่างสูงโปร่งของเขาโดดเด่นท่ามกลางผู้คน เสียงกระซิบกระซาบถึงผลงานชิ้นเอกที่ถูกซ่อนไว้ในห้องแสดงส่วนตัวทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย ความงามที่ไร้ซึ่งความบิดเบี้ยวคือความน่าเบื่อสำหรับเขา
แล้วเขาก็เห็นเธอ เมษา กำลังยืนอยู่หน้าภาพวาดนามธรรมภาพหนึ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้และแววตาที่เปล่งประกาย คาลิทสังเกตเห็นประกายบางอย่างในตัวเธอ... ประกายที่เขาตามหามานาน เมษาเหมือนผืนผ้าใบที่ยังว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยสีสันที่รอการปลดปล่อย และเขาก็เป็ศิลปินผู้เดียวที่คู่ควรจะรังสรรค์ผลงานชิ้นนั้นขึ้นมา
“ภาพของคุณช่างลึกลับเหลือเกินค่ะ” เมษาหันมาพูดกับคาลิทที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือเ้าของผลงานเ่าั้
“ฉันรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไปในความมืดมิดนั้น แต่ในขณะเดียวกันก็ััได้ถึงแสงสว่างที่ซ่อนอยู่”
คาลิทยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ความมืดกับแสงสว่างมักอยู่คู่กันเสมอครับคุณ...?”
“เมษาค่ะ” เธอตอบด้วยรอยยิ้มสดใส และนั่นคือจุดเริ่มต้นของบทละครอันบิดเบี้ยว ที่คาลิทได้เริ่มต้นการรังสรรค์ "ผลงานชิ้นเอก" ของเขาเอง เขาจะทำให้เมษากลายเป็ชิ้นส่วนหนึ่งในงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบที่สุด... งานศิลปะที่เขาจะไว้เพียงผู้เดียว ตลอดไป
คาลิท (30ปี) ศิลปินหนุ่มผู็มีพร์ แต่มีจิตใจที่ซับซ้อน และมีปมในวัยเด็ก เขามีความหลงใหลในการครองครองและความงามที่บิดเบี้ยว คาลิทมองว่า ความสัมพันธุ์คือ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะชิ้นเอก
โดยมีคนรักเป็วัตภุดิบ
เมษา (25ปี) นักออกแบบตกแต่งภายใน สาวสวยผู้ร่าเริงและรักอิสระเธอมีความฝันที่อยากมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบแต่ลึกๆ แล้วมีความเปราะบาง และ้าความรักหรือสิ่งแปลกใหม่ที่เข้ามาเติมเต็ม
แสงไฟสีนวลสาดส่องลงบนผืนผ้าใบที่เรียงรายอยู่บนผนังสีขาวสะอาดตา กลิ่นสีน้ำมันปะปนกับยางสนลอยอบอวลในอากาศราวกับเป็เครื่องหอมศักดิ์สิทธิ์ประจำวิหารแห่งศิลปะ แกลเลอรี "ม่านหมอก" ในค่ำคืนนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลากเชื้อชาติที่มารวมตัวกันด้วยความหลงใหลในสิ่งเดียวกัน นั้นคือศิลปะ
เมษาเดินทอดน่องไปตามทางเดินที่ประดับประดาด้วยงานศิลปะหลากหลายแขนง ดวงตาคู่สวยของเธอทอประกายความชื่นชมและใคร่รู้ เธอไม่ใช่แค่มอง แต่เธอัั เธอใช้หัวใจรับรู้ถึงเื่ราวที่ศิลปิน้าจะสื่อสารผ่านปลายพู่กันและสีสัน
เธอหยุดยืนอยู่หน้าภาพวาดนามธรรมภาพหนึ่ง ซึ่งใช้สีโทนหม่นเป็หลัก มีเพียงเส้นสายสีแดงเข้มที่พาดผ่านราวกับสายเืที่ฉีดพล่านอยู่ภายใต้ิั ภาพนั้นดูมืดหม่น แต่กลับมีพลังดึงดูดอย่างประหลาด มันทำให้เมษารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในห้วงลึกของจิตใจที่ซับซ้อน
“ภาพนี้...มันเหมือนกับความเ็ปที่ถูกบรรจุไว้ในความงดงามเลย” เมษาพึมพำกับตัวเอง เธอไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องเธออยู่จากมุมห้อง สายตาที่คมกริบราวกับใบมีด แต่กลับแฝงไว้ด้วยความสนใจที่ยากจะคาดเดา
คาลิทก้าวเข้ามาในแกลเลอรีด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ร่างสูงโปร่งของเขาโดดเด่นท่ามกลางผู้คนชุดราตรีและสูทหรูหรา เขาเป็ดั่งเงาที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างามในความสว่าง ดวงตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่ผลงานศิลปะชิ้นใดชิ้นหนึ่งนานนัก แต่กลับกวาดมองไปทั่วอย่างพินิจพิเคราะห์
ราวกับกำลังประเมินคุณค่าของทุกสิ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้คนที่เดินผ่านไปมา เสียงกระซิบกระซาบถึงผลงานชิ้นเอกที่ถูกซ่อนไว้ในห้องแสดงส่วนตัวทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย ความงามที่ไร้ซึ่งความบิดเบี้ยวคือความน่าเบื่อสำหรับเขา
แล้วเขาก็เห็นเธอ เมษา กำลังยืนอยู่หน้าภาพวาดนามธรรมภาพนั้น ภาพที่เขาเป็คนรังสรรค์ขึ้นมาเอง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้และแววตาที่เปล่งประกาย คาลิทสังเกตเห็นประกายบางอย่างในตัวเธอ... ประกายที่เขาตามหามานาน เมษาเหมือนผืนผ้าใบที่ยังว่างเปล่า แต่เต็มไปด้วยสีสันที่รอการปลดปล่อย และเขาก็เป็ศิลปินผู้เดียวที่คู่ควรจะรังสรรค์ผลงานชิ้นนั้นขึ้นมา
เขาเดินเข้าไปใกล้เธอช้าๆ ฝีเท้าของเขาเงียบเชียบราวกับแมวป่าที่กำลังสะกดรอยตามเหยื่อ เมษาไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่อยู่ข้างๆ เธอ
“คุณรู้สึกถึงมันได้จริงๆ สินะครับ” เสียงนั้นนุ่มนวล แต่กลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง เมษาหันขวับไปมอง พบกับชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคาย ดวงตาของเขาลึกซึ้งราวกับห้วงมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง
เมษาชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าจะมีใครมายืนอยู่ใกล้ขนาดนี้ “คะ?”
คาลิทยิ้มบางๆ “ผมหมายถึงภาพนี้ครับ คุณบอกว่ามันเหมือนความเ็ปที่ถูกบรรจุไว้ในความงดงาม”
เมษาพยักหน้าช้าๆ “ใช่ค่ะ มันเป็ความรู้สึกที่แปลกมาก เหมือนกับว่าศิลปิน้าจะสื่อถึงความขัดแย้งภายในจิตใจที่สวยงามแต่ก็ทรมานในเวลาเดียวกัน”
“คุณตีความได้น่าสนใจมากครับ” คาลิทเอ่ยชม สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเมษา ราวกับกำลังอ่านเื่ราวบางอย่างจากดวงตาของเธอ
“ศิลปะที่ดีควรจะกระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในตัวผู้ชม ไม่ใช่แค่ความสวยงามที่ฉาบฉวย”
“ฉันเห็นด้วยค่ะ” เมษาตอบด้วยรอยยิ้มสดใส เธอรู้สึกสบายใจอย่างประหลาดที่ได้คุยกับชายแปลกหน้าคนนี้
“ภาพของคุณช่างลึกลับเหลือเกินค่ะ” เธอพูดออกไปโดยไม่รู้ตัวว่าเขาก็คือเ้าของภาพวาดนั้น
คาลิทเลิกคิ้วเล็กน้อย “คุณรู้ได้อย่างไรว่านี่คือภาพของผม”
เมษามึนงงไปเล็กน้อย นึกว่าเขาคือเ้าของภาพวาดเสียอีก
“เอ่อ...ฉันเดาเอาค่ะ” เธอหัวเราะแก้เก้อ
“มันมีความรู้สึกบางอย่างที่เชื่อมโยงกันกับภาพอื่นๆ ที่ฉันเห็นในโบรชัวร์น่ะค่ะ ที่มีชื่อศิลปินว่า คาลิท”
“คุณตาดีกว่าที่คิดนะครับ” คาลิทยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นทำให้ใบหน้าของเขาดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ
“และคุณเดาถูก ผม คาลิท ครับ” เขาเอ่ยพร้อมยื่นมือมาตรงหน้า
เมษายื่นมือไปจับมือเขาอย่างลังเลเล็กน้อย ััจากมือของคาลิที่ฝ่ามือหนาแข็งแกร่งอย่างที่มันควรจะเป็
“ฉันเมษาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณคาลิท”
“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับคุณเมษา” คาลิทตอบ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน แต่เมษารู้สึกได้ถึงแรงบีบกระชับที่มือของเขา ซึ่งนานกว่าปกติเล็กน้อย
“คุณเป็นักออกแบบตกแต่งภายในใช่ไหมครับ ผมเห็นชื่อคุณในรายชื่อแขกรับเชิญ”
เมษาแปลกใจเล็กน้อยที่เขารู้เื่ของเธอ “ใช่ค่ะ ฉันทำงานด้านนั้น”
“น่าสนใจครับ” คาลิทพยักหน้าช้าๆ
“การออกแบบก็คือการสร้างสรรค์รูปแบบหนึ่ง คุณมองว่าศิลปะกับการออกแบบต่างกันอย่างไรครับ”
เมษาครุ่นคิดเล็กน้อย “ฉันคิดว่าศิลปะคือการแสดงออกถึงอารมณ์และความคิดของศิลปินอย่างอิสระ ไม่ได้มีข้อจำกัดตายตัว แต่การออกแบบคือการสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ใช้สอย มีฟังก์ชัน และต้องตอบโจทย์ความ้าของผู้ใช้งานค่ะ”
“และอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์สำหรับคุณครับ” คาลิทถาม ดวงตาของเขายังคงจับจ้องที่เธออย่างไม่ลดละ ราวกับกำลังรอคอยคำตอบที่เขา้าจะได้ยิน
“สำหรับฉัน...คือการได้เห็นสิ่งที่ฉันสร้างสรรค์ขึ้นมามีชีวิตค่ะ” เมษาตอบด้วยความจริงใจ
“ไม่ว่าจะเป็การจัดวางองค์ประกอบให้สวยงาม หรือการเลือกสีสันให้เข้ากัน เมื่อมันเสร็จสมบูรณ์แล้ว มันเหมือนกับว่างานชิ้นนั้นได้มีจิติญญาของตัวเอง”
คาลิทยิ้มกว้างขึ้น “จิติญญา... เป็คำที่น่าสนใจมากครับ” เขาเหลือบมองภาพวาดของเขาอีกครั้ง
“สำหรับผม ศิลปะคือการครับ”
เมษาขมวดคิ้วเล็กน้อย “?”
“ใช่ครับ” คาลิทพยักหน้า “เมื่อศิลปินสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา เขาได้ถ่ายทอดจิติญญาส่วนหนึ่งของตัวเองลงไปในนั้น และเมื่อผลงานนั้นถูกจัดแสดง หรือถูกโดยใครก็ตาม ชิ้นส่วนนั้นก็จะยังคงอยู่กับมันตลอดไป มันคือการความรู้สึก ความคิด และแม้กระทั่งตัวตนของศิลปินในรูปแบบที่จับต้องได้”
เมษารู้สึกถึงความเย็นะเืบางอย่างที่ไหลผ่านสันหลังของเธอ คำพูดของคาลิทฟังดูน่าสนใจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่น่ากลัวอย่างประหลาด เธอไม่เคยคิดถึงศิลปะในมุมนี้มาก่อน
“แล้วถ้าผลงานนั้นถูกตีความไปในทางที่แตกต่างจากที่ศิลปิน้าล่ะคะ” เมษาถาม พยายามทำความเข้าใจความคิดของเขา
“นั่นคือความงดงามของมันครับ” คาลิทตอบ ดวงตาของเขาทอประกายลึกล้ำ
“การตีความที่แตกต่างคือการสร้างสรรค์ใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง แต่ไม่ว่าใครจะตีความอย่างไร แก่นแท้ของผลงานนั้นก็ยังคงอยู่ภายใต้การของศิลปินผู้สร้างสรรค์อยู่ดี”
เมษาพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปในโลกทัศน์ของคาลิท โลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนและปรัชญาที่เธอไม่เคยััมาก่อน เขาไม่ได้แค่พูดถึงศิลปะ แต่เขากำลังพูดถึงการควบคุมและการครอบงำอย่างแยบยล
“คุณคาลิทเป็ศิลปินที่น่าสนใจมากเลยนะคะ” เมษาเอ่ยชมด้วยความจริงใจ เธอรู้สึกทึ่งในความคิดของเขา แม้จะมีความรู้สึกบางอย่างที่เตือนเธออยู่ลึกๆ
“คุณเมษาก็เป็ผู้ที่น่าสนใจไม่แพ้กันครับ” คาลิทตอบ เสียงของเขาอ่อนโยนลงเล็กน้อย
“คุณมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้พื้นผิว และนั่นเป็สิ่งที่หาได้ยากในโลกที่เต็มไปด้วยความฉาบฉวยเช่นนี้” คำชมของเขาทำให้เมษารู้สึกเขินเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกภูมิใจ เธอไม่รู้เลยว่าคำพูดเ่าั้คือเหยื่อล่อที่คาลิทกำลังโปรยปรายอย่างชำนาญ
“ผมอยากจะชวนคุณไปชมผลงานอีกชิ้นหนึ่งของผมครับ” คาลิทเอ่ยขึ้น “มันเป็ผลงานที่ผมเก็บไว้ในห้องส่วนตัว ไม่ได้จัดแสดงทั่วไป”
เมษารู้สึกตื่นเต้นและอยากรู้อยากเห็น “จริงเหรอคะ ฉันอยากเห็นมากเลยค่ะ”
คาลิทยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความพึงพอใจ
“ตามมาเลยครับ”
เขาเดินนำเธอไปยังมุมหนึ่งของแกลเลอรี ที่มีประตูไม้บานใหญ่ปิดสนิท คาลิทเปิดประตูออก เผยให้เห็นห้องเล็กๆ ที่มีแสงสลัวๆ สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างบานเล็กๆ เพียงบานเดียว ภายในห้องมีเพียงแท่นวางรูปปั้นที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวผืนใหญ่
“นี่คือผลงานที่ผมกำลังสร้างสรรค์อยู่ครับ” คาลิทกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
“มันยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ผมคิดว่าคุณน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ผม้าจะสื่อ”
เขาค่อยๆ ดึงผ้าคลุมออก เผยให้เห็นรูปปั้นหญิงสาวที่ทำจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ รูปปั้นนั้นงดงามไร้ที่ติ ใบหน้าของหญิงสาวแสดงออกถึงความสงบและอ่อนโยน แต่กลับมีโซ่ตรวนเส้นบางๆ พันธนาการข้อมือและข้อเท้าของเธอไว้ โซ่ตรวนนั้นดูบอบบางจนแทบมองไม่เห็น แต่กลับดูเหมือนจะรัดแน่นจนทำให้เมษารู้สึกอึดอัด
เมษาจ้องมองรูปปั้นนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย เธอรู้สึกถึงความงดงามที่บริสุทธิ์ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความเ็ปที่ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ความสงบนั้น
“มัน...สวยงามมากค่ะ” เมษาพึมพำ “แต่โซ่ตรวนพวกนั้น...”
“มันคือสัญลักษณ์ของความผูกพันครับ” คาลิทอธิบาย เสียงของเขานุ่มนวลราวกับกระซิบ
“ความรักที่แท้จริงคือการผูกพันกันจนไม่อาจแยกจากกันได้ ไม่ว่าจะด้วยกายหรือด้วยใจ”
เมษาเงยหน้าขึ้นมองคาลิท ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความลึกล้ำที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เธอรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิตด้วยสายตาคู่นั้น
“คุณคิดว่าความรักคือการผูกพันกันจนไม่อาจแยกจากกันได้จริงๆ หรือคะ” เมษาถาม เสียงของเธอแ่เบา
“สำหรับผม...มันคือการครับ” คาลิทตอบย้ำคำเดิม ใบหน้าของเขาจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“การที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการที่อีกฝ่ายเต็มใจที่จะถูก และมองว่าการถูกนั้นคือความสุขที่สุดในชีวิต”
เมษารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ คำพูดของคาลิททำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ยากจะต้านทาน เธอไม่รู้เลยว่าในขณะที่เธอกำลังหลงใหลในศิลปะของเขา เธอกำลังก้าวเข้าสู่ "ผลงานชิ้นเอก" ชิ้นต่อไปของคาลิทอย่างช้าๆ
“ผมหวังว่าเราจะได้มีโอกาสพูดคุยกันอีกนะครับคุณเมษา” คาลิทกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่กลับแฝงไว้ด้วยความหมายบางอย่างที่เมษาไม่อาจเข้าใจได้ในตอนนี้
เมษาพยักหน้าช้าๆ เธอรู้สึกเหมือนกำลังเดินออกจากห้องนั้นด้วยร่างกายที่เบาหวิว แต่จิตใจกลับหนักอึ้ง เธอไม่รู้เลยว่าการพบกันครั้งแรกนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการถูกจองจำใน "กรงขัง" ที่มองไม่เห็น กรงขังที่สร้างขึ้นจากความหลงใหล ความใคร่ และความบิดเบี้ยวทางจิตใจของชายที่ชื่อคาลิท
เธอกลับไปที่งานเลี้ยงอีกครั้ง แต่จิตใจของเธอไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกแล้ว ภาพของรูปปั้นหญิงสาวที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนบางๆ ยังคงติดตาเธอ และคำพูดของคาลิทที่ว่า"การที่สมบูรณ์แบบที่สุด คือการที่อีกฝ่ายเต็มใจ
ที่จะถูก" ยังคงก้องอยู่ในหูของเธอ เมษาไม่รู้เลยว่าเธอกำลังจะกลายเป็ผืนผ้าใบผืนต่อไปที่รอให้คาลิทลงสี และเมื่อเขาลงสีเสร็จสิ้น เธอก็จะกลายเป็ผลงานชิ้นเอกที่ถูกไว้ตลอดไป
Alice คนชอบทะเล