ตอนที่เก้า Loan Shark เงินกู้ดอกเบี้ยสูง
มีเด็กหนุ่มถามแม่ว่า ตกลงเล่นแชร์แล้วเสียเงินหรือได้เงิน?
แม่ตอบเด็กหนุ่มนั้นว่าเสียเงิน
แล้วตกลงแม่เล่นทำไม?
เป็คำถามที่ชวนสงสัยอย่างยิ่ง
แสดงว่าบางทีมันอาจจะเป็การเสพติดเสียยิ่งกว่าที่เด็กๆติดเกมส์เสียอีก
ความรู้สึกมีความสุขที่เห็นตัวเลขวิ่งไปมา
อันที่จริงทุกคนคงจะมีเหมือนกัน แค่คนรวยไปเล่นในตลาดหุ้น
แม่บ้านมีความสุขกับดอกเบี้ยของวงแชร์
และเด็กๆมีความสุขกับตัวเลขของทรัพย์สินออนไลน์
ผมเองก็มีความสุขเช่นกันในการเก็บเงินกู้ดอกเบี้ยสูงให้กับพ่อกำนันเช่นนี้
เป็งานไม่กี่อย่างที่ไอ้เจิดทำอย่างจริงจังในเนื้อเื่
ผมแค่คิดว่าผมควรจะทำให้มันเป็ทางการมากขึ้นเท่านั้นเอง
ดอกเบี้ยร้อยละสิบ หากคิดเป็ปีคือ 12*10=120% ต่อปี
เก็บสักหนึ่งปีก็จะคืนทุนที่เหลือเป็กำไรไปชั่วชีวิตหรือยอมให้ที่หลุดจากการจำนองจากพ่อกำนันในกรณีที่คนเอาที่ดินมาจำนอง
แนวความคิดเงินกู้ดอกเบี้ยสูงนี้
ทำให้คนมีเงินสามารถเอาชนะคนไม่มีเงินได้อย่างสิ้นเชิงนั่นเอง
เป็การที่ยิ่งมีเงินก็ยิ่งหาเงินได้มากอย่างแท้จริง
และคือวิธีการที่ปลอดภัยกว่าที่ผมใช้กันด้วย
เพราะทางเทคนิคเราแต่ละคนก็อยู่กันไม่ต่างกับไพร่ทาสติดที่ดิน ตกกลางคืนก็นอนจุดตะเกียง
ทั้งที่ความจริงโลกภายนอกนั้นก่อาโลกกันจนบอมบ์กันได้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์แล้วก็ตาม
ไฟฟ้ากลับยังเป็สิ่งหายากในสารขัณฑ์นี้
ลูกบ้านในบริเวณอิทธิพลของพ่อกำนันจะไม่มีทางหนีไปจากที่ดินของปู่ย่าตาทวดได้นั่นเอง
เมื่อได้จังหวะพ่อกำนันก็จะสามารถยึดที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้ เพราะคนเราไม่สามารถหารายได้มากเกินกว่า120% ต่อปีของเงินที่กู้ยืมไปหรอก
ไอ้ขามที่ทำงานเก่ง มีฝีมือทางช่างอ่านตำราภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นออก ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ดอกเบี้ยสูงเช่นนี้นั่นเอง
หากไอ้ขามไม่ได้เจอเศรษฐีนีม่ายรับเป็ลูกบุญธรรม
ก็ไม่มีทางแต่งงานกับนงพะงา
พอมีเงินเป็ลูกบุญธรรมเศรษฐีนีกลับแก้ปัญหาได้นั่นเอง
ทุกคนอยู่กันอย่างมีความสุข
แม้กระทั่งแนวแก้แค้น โดนขับไล่ลุกสาวและแม่โดนเมียหลวงไล่ออกจากบ้านเพื่อคิดว่าจะร่ำรวย
ก็ร่ำรวยได้ด้วยการได้สามีแก่ที่ร่ำรวย
ไม่ได้ร่ำรวยจากการทำธุรกิจ
เพราะท่าทางคนเขียนก็คงรู้ตัวดีว่า
แม่ที่ทำหน้าที่แม่บ้านมาหลังจากแต่งงานหลายปีกับลูกสาวเมื่อไร้ที่พี่ง
ไร้เงินทุนจะทำธุรกิจสำเร็จจนร่ำรวยกว่าบรรดาเมียหลวงที่มีสินทรัพย์มากกว่าได้อย่างไรกัน?
มันไม่สมเหตุสมผลแบบเดียวกับที่พ่อแม่ไล่ลูกออกจากบ้านแล้วบอกว่า
“ให้ไปทำมาหากินอย่างกล้าแข็งด้วยตนเอง”
คาดหวังให้ลูกหลานรวยขึ้นทั้งที่การออกไปทำมาหากินต่างจังหวัดต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านการย้ายบ้านค่าเช่าบ้านรายเดือน ค่ายานพาหนะและเดินทาง ฯลฯ สารพัดที่เพิ่มเติมมากกว่าเดิม
เปรียบเปรยได้กับการตัดขาเราออกไปข้างหนึ่งแล้วบอกว่า
“เดินไปไกลๆใช้พลังงานเยอะๆนะจะได้อ้วนๆขึ้นลูกรัก”
คนสติดีที่ไหนเขาจะทำอย่างนั้นกันได้ลงคอมิทราบ?
อยากให้อ้วนก็ให้อาหารมากขึ้นไม่ใช่ลดลง
อยากมีเงินมากขึ้นก็ต้องระดมทุนให้ได้มากขึ้นไม่ใช่ให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น สถานการณ์อย่างนั้นจะเก็บสะสมเงินเพิ่มขึ้นได้อย่างไรกัน?
ที่แต่ละคนทำหวังจะให้ลูกหลานร่ำรวยหรือจะให้ลูกหลานอดตายกันแน่ กับแนวความคิดเช่นนี้?
เป็ที่น่าสงสัยอย่างยิ่งว่าใครเผยแพร่แนวความคิดเช่นนี้ให้กับคนทั่วไป
หากมีหลายๆคนคิดเหมือนกันแสดงว่าไม่ใช่เื่บังเอิญต้องมีคนเผยแพร่แินี้ออกมาอย่างแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ตัดทุนออกไปจากคน คนนั้นก็จะลำบากมากกว่าเดิมไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้
เพราะอีบัวกับอ้ายเผือกป่วยแม้แต่ไอ้ขามที่ทำนาด้วยความเร็วชนะควายเหล็กได้ก็ยังต้องเสียที่นาของตนเองให้กับพ่อกำนันนั่นเอง
ให้ดอกเบี้ยเดินไปเรื่อยๆคือวิธีการที่ดีที่สุดที่ได้รับการพิสูจขน์มานานแล้ว
ขอเพียงเก็บดอกเบี้ยได้เรื่อยๆโดยยังมหีลักประกันคือโฉนดที่ดินเท่านั้นก็เพียงพอแล้วนั่นเอง
เกมส์ธุรกิจนี้ผมชนะมาั้แ่ต้นแล้วโดยไม่ต้องทำอะไร แค่ชนะต่อไปก็พอ
แบบเดียวกับธนาคารแห่งหนึ่งที่ให้คนเอาทรัพย์สินที่ดินมาจำนองแม้เศรษฐกิจจะเจ๊ง แต่ธนาคารนั้นมีทรัพย์สินโดยรวมเพิ่มมากขึ้นจากปีที่ผ่านมาก็เพราะเหตุนี้เอง
ต่อให้ไม่ได้เป็เงินสดก็ยังได้เป็ที่ดินที่หลุดจำนอง
การทำธุรกิจดอกเบี้ยสูงหรือแิเงินกู้แบบนักล่าPredatory Loan นี้ จะทำให้คนที่กู้เงินตกอยู่ในบ่วงความยากจนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดและคนอย่างพ่อกำนันและผมก็จะรวยขึ้นๆนั่นเอง
ต้องคอยอีกหลายสิบปีกว่าจะมีคนที่พยายามให้เงินกู้ดอกเบี้ยราคาถูกแก่ชาวบ้าน
แต่แม้กระทั่งคนนั้นทำได้ไม่นานก็จะถูกดำเนินคดีทางอาญาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ชาวบ้านก็หายไป ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปรกติ
ไม่มีใครสามารถเอาชนะวิธีการของพ่อกำนันได้
ที่ผมคุยกับเจ็กฮงก็เป็เพียงแค่อยากหาเงินเล็กๆน้อยๆมาใช้เท่านั้นเอง
แม้กระทั่งผมก็ยังยอมรับว่าวิธีการปล่อยของพ่อกำนันได้รับผลประโยชน์สุงสุด
วิธีแก้มีเพียงแต่การปล่อยเงินกู้หมู่บ้านละหนึ่งล้านบาท
โชคดีที่คนคนนั้นยังไม่มาเล่นการเมืองในยุคนี้ผมก็ยังสามารถปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยสูงได้ตราบใดที่ยังขยันพอที่จะเก็บดอกเบี้ยให้กับพ่อกำนันนั่นเอง
วิธีการปล่อยเงินกู้ของพ่อกำนันนั้นมีประสิทธิภาพมากที่สุด
แม้กระทั่งคนอย่างไอ้ขามที่ขยันขันแข็งขอเพียงพลาดแค่ครั้งเดียวอย่างอีบัวกับอ้ายเผือกป่วยไข้ต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่าปรกติ
ที่นาของไอ้ขามก็ต้องหลุดลอย
ผมแค่คอยอยู่เฉยๆก็พอแล้ว
โครงการหมู่บ้านละหนึ่งล้านบาทยังไม่มีใครแม้แต่จะฝันถึงในสมัยนี้นั่นเอง
“ทุกครั้งที่ได้เงินแชร์ก็เอาเงินมาให้ชั้นกับไอ้ห้อยไอ้โหนเป็ค่าน้ำชาเล็กๆน้อยๆก็พอ”
ผมยิ้มให้กับเจ็กฮงและคอยวันที่เจ็กฮงจะเล่นจนเกินตัวผมจะได้จังหวะยึดบ้านและกิจการของเจ็กฮงนั่นเอง
ถ้าประสบความสำเร็จก็ยินดีด้วยผมก็ยังได้ค่าธรรมเนียม
ถ้าล้มเหลวล่ะก็ แม้แต่ไอ้ขามที่มีความสามารถรอบด้านและขยันขันแข็งยังเสียที่นาไม่ต้องพูดถึงเจ็กฮง