บทที่ 16 อาการจิตครอบงำ
เสียงเรียกของแพทย์หนุ่มทำให้ยูเมะได้สติและทำให้ความคิดของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะดาบทั้งสองเล่มจึงผ่อนลงทำให้ความแหลมคมลดทอนไปส่วนหนึ่ง
ดาบสุดท้ายจึงไม่สามารถตัดคอของเป้าซ้อมได้อย่างที่ตั้งใจและติดค้างอยู่ที่กระดูกแม่เหล็กของเป้าซ้อม
การสูญเสียสมาธิไปใน่สุดท้ายนั้นทำให้การควบคุมของยูเมะไม่สมบูรณ์แรงสะท้อนจึงส่งกลับมายังแขนทั้งสองข้าง ทำให้ใบหน้าของยูเมะบิดเบี้ยวไปด้วยความเ็ป
ถึงตอนนี้เขาก็ได้สติกลับมาโดยสมบูรณ์และตระหนักว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองความเ็ปที่ถูกอะดรีนาลีนกดไว้ก็เริ่มแสดงผล ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไป
หลังจากนั้นเพียงอึดใจความเ็ปจากทั่วทั้งร่างก็ตามมา ทำให้ใบหน้าของยูเมะซีดลงอย่างรวดเร็ว
แพทย์หนุ่มเห็นแบบนั้นก็ตื่นตระหนกแม้มันจะไม่เข้าใจศิลปะการต่อสู้มากนัก แต่ด้วยประสบการณ์ทำงานในศูนย์ฝึกมาหลายปีทำให้มันพอจะมีความรู้อยู่บ้าง มันจึงรู้ว่าตัวเองทำพลาดไปแล้วที่ะโเรียกยูเมะแบบนั้น
หากยูเมะไม่ถูกเรียกกลางคันผลสะท้อนกลับของการฝืนตัวเองก็จะไม่รุนแรงขนาดนี้ อย่างน้อยดาบสุดท้ายก็จะไม่ทำให้เขาต้องาเ็
เมื่อตระหนักว่าเป็ความผิดพลาดของตัวเองแพทย์หนุ่มก็หน้าซีด ก่อนจะได้สติและรีบจัดการปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็ว
่เวลานั้นชายหนุ่มที่อยู่ในห้องฝึกก็คล้ายกับเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเข้ามาช่วยอีกแรงด้วยการรับดาบจากยูเมะที่แทบจะไม่มีแรงกำดาบกลับไปเก็บไว้บนชั้นวาง
ขณะที่แพทย์หนุ่มก็เริ่มพ่นสเปรย์ใส่แขนทั้งสองข้างของยูเมะทำให้ความเ็ปบรรเทาลงหลายส่วน ใบหน้าที่บิดเบี้ยวก็ผ่อนคลายลง ก่อนจะพ่นไปตามแผ่นหลังและขาทั้งสองข้าง
หลังจากพ่นสเปรย์จนทั่วทั้งตัวแบบคร่าวๆใบหน้าที่ซีดขาวของยูเมะก็ผ่อนคลายลงก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกลากมาให้โดยชายหนุ่มที่ช่วยรับดาบไปเก็บ
ใน่เวลานั้นลูกค้าคนอื่นๆก็เริ่มได้สติและพูดคุยกันด้วยความใเพราะสภาพของยูเมะนั้นน่ากลัวในสายตาของพวกมัน
จะมีก็เพียงชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่ใกับสภาพที่น่ากลัวของยูเมะแต่กลับตื่นเต้นราวกับได้พบกับไอดอลที่ตนเองนับถือ
ยูเมะนั้นยังสับสนอยู่เล็กน้อยจึงไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยสายตาของเขาในตอนนี้จดจ้องอยู่ที่แขนทั้งสองข้างที่เริ่มบวมจนแทบจะขยับไม่ได้
สภาพที่น่าในี้ทำให้เขาตื่นตระหนกอยู่ลึกๆและสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงได้สูญเสียการควบคุมไปแบบนั้น
‘เกิดอะไรขึ้น..ทำไมถึงได้ลืมตัวได้ขนาดนั้นกัน’
ยูเมะย่อมไม่เข้าใจว่าเกิดเื่แบบนี้ขึ้นกับตัวเองได้ยังไง แต่คนในวงการศิลปะการต่อสู้ที่มีประสบการณ์นั้นจะเข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเื่แบบนี้ขึ้นมาได้
สิ่งที่เกิดขึ้นกับยูเมะนั้นเรียกว่า‘จิตครอบงำ’ มันเป็อาการที่จะเกิดขึ้นกับคนที่ฝึกฝนจิตใจมากกว่าร่างกายจนทำให้ร่างกายกับจิตใจเกิดความเหลื่อมล้ำกัน
เหตุการณ์เช่นนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนที่ฝึกฝนการต่อสู้ในโลกเสมือนจริงมามากเกินไปโดยที่ไม่ได้ฝึกฝนร่างกายอย่างจริงจัง จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถตอบสนองต่อการควบคุมได้หรือไม่ก็ตอบสนองจนเกินขีดจำกัด
อาการจิตครอบงำที่เกิดขึ้นกับยูเมะนั้นจะเป็อย่างหลังนั่นคือร่างกายตอบสนองจนเกินขีดจำกัด
ทั้งหมดเป็เพราะจิตใจคุ้นเคยกับการเคลื่อนไหวในรูปแบบหนึ่งจนเกิดเป็ความเคยชินทำให้ออกคำสั่งกับร่างกายในระดับเดียวกันโดยที่ร่างกายไม่สามารถรับไหว
ผลลัพธ์ที่ได้คือร่างกายถูกกระตุ้นให้ปลดปล่อยพลังออกมาจนเกินขีดจำกัดเพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของจิตใจ
อันที่จริงอาการนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับยูเมะเพราะเขาเป็คนที่ออกกำลังกายเป็ประจำแม้จะไม่เคยออกกำลังกายในรูปแบบนี้มาก่อนแต่ก็ทำให้เขามีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการจิตครอบงำน้อยลง
แต่ที่เกิดอาการจิตครอบงำเกิดขึ้นนั้นเป็เพราะการยกระดับสมาธิก่อนหน้านี้จากการทำสมาธิและการเพิ่มขึ้นของค่าสถานะ
เมื่อรวมเข้ากับสภาพจิตใจที่จดจ่อและมุ่งมั่นยูเมะจึงลืมตัวและเกิดอาการจิตครอบงำขึ้นอย่างคาดไม่ถึง
แต่ก็ยังนับว่าโชคดีที่เกิดอาการจิตครอบงำในห้องฝึกของมือใหม่อาวุธจำลองจึงมีน้ำหนักเบากว่ามาตรฐาน เป้าซ้อมเองก็มีความทนทานน้อยกว่าจึงไม่ทำให้เขาฝืนตัวเองจนาเ็หนัก
ทว่าอาการาเ็ที่ได้รับก็ยังนับว่าหนักพอตัวเขาจึงถูกพาตัวไปยังห้องพยาบาลของศูนย์ในทันทีและถูกส่งเข้าไปในเครื่องตรวจเพื่อตรวจสภาพร่างกายอย่างละเอียด
เมื่อผลการตรวจปรากฏสีหน้าของแพทย์หนุ่มก็บิดเบี้ยว
สายตาที่แพทย์หนุ่มมองดูยูเมะก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากลูกค้าที่ต้องเฝ้าระวัง กลายเป็ ‘ตัวปัญหา’ทันที ยิ่งมันคิดถึงคำสั่งของหัวหน้าด้วยแล้ว แพทย์หนุ่มก็ไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
‘หัวหน้า! คุณส่งสัตว์ประหลาดแบบนี้มาให้ผมดูแลทำไม!!’
แพทย์หนุ่มแทบจะกรีดร้องออกมา แต่ก็ต้องอดทนจากนั้นจึงหันกลับไปมองผลการตรวจแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินคอตกไปยังแผนกยาแล้วทำการเบิกยาตัวหนึ่งออกมา
“หมอเชนคะ ยาตัวนี้เบิกไปใช้ทำอะไรคะ”
“ใช้กับลูกค้าครับ นี่ครับรหัสลูกค้า”
ข้อมูลของยูเมะถูกส่งไปยังเภสัชสาวที่รับหน้าที่ดูแลแผนกยา ซึ่งพอเธอรับไปตรวจสอบหัวคิ้วของหญิงสาวก็ขมวดเข้าหากันทันทีเพราะสิทธิ์ในการเบิกยาของยูเมะนั้นถูกใช้ไปเกินขีดจำกัดเพราะยาตัวก่อนแล้ว
“ลูกค้าคนนี้ไม่มีสิทธิ์เบิกแล้วนะคะคุณหมอ”
“ผมทราบครับ..แต่คุณสตริงมีคำสั่งให้ดูแลลูกค้าคนนี้เป็พิเศษผมก็จนใจเหมือนกัน”
พอได้ยินชื่อของสตริง เภสัชสาวก็เหมือนจะแปลกใจเพราะเธอไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าสตริงซึ่งเป็‘กรรมการผู้บริหาร’ ของบริษัทจะมีคำสั่งอะไรแบบนี้
เภสัชสาวจึงตรวจสอบข้อมูลของยูเมะให้ละเอียดขึ้น ไม่นานนักสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปและดูเหมือนจะเข้าใจว่าทำไมถึงมีคำสั่งแบบนี้
“สมาชิกตลอดชีพสินะคะ แบบนี้เอง เข้าใจแล้วค่ะ ถ้ายังไงรบกวนคุณหมอเซ็นชื่อด้วยค่ะ”
แพทย์หนุ่มที่รู้ชะตากรรมของตัวเองมานานแล้วได้แต่ตอบรับแล้วเซ็นชื่อลงไปในทันทีก่อนจะรับยามาแล้วกลับไปยังห้องพยาบาลที่ยูเมะนอนพักอยู่
หลังจากกลับเข้ามาในห้องแพทย์หนุ่มก็อธิบายอาการให้ยูเมะเข้าใจเล็กน้อย จากนั้นอธิบายว่าตัวเองต้องทำอะไรก่อนจะส่งตัวเขาเข้าไปในเคบินรักษา ตามด้วยยาที่เบิกมาจากแผนกที่ถูกใส่ลงไปในช่องยาของเคบิน
“ผมต้องขอให้คุณอยู่ในเคบินสัก 1 ชั่วโมงนะครับคุณเมมโมไรซ์หลังจากนั้นคุณก็สามารถกลับบ้านได้ตามปกติ”
“ครับ ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะครับ”
ยูเมะตอบรับด้วยรอยยิ้มจนกระทั่งฝาเคบินรักษาปิดลงเขาก็หลับตาลงก่อนจะหมดสติไปเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ
เมื่อรู้ตัวอีกครั้ง1 ชั่วโมงก็ผ่านไป ความรู้สึกเ็ปตามร่างกายก็หายไปแทบจะหมดสิ้น จนเขารู้สึกว่าตัวเองสามารถกลับไปออกกำลังกายได้อีกครั้ง
แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็เพียงแค่ความรู้สึกเขารู้ดีว่าตอนนี้ที่ไม่รู้สึกเ็ปก็เพราะยายังออกฤทธิ์อยู่ แต่หลังจากยาหมดฤทธิ์เขาก็จะเริ่มปวดเมื่อยตามเนื้อตัวอีกครั้งและอาจจะต้องหยุดพักไปสัก 1 – 2 วันถึงจะหายเป็ปกติ
ทั้งหมดนี้เป็ไปตามการวินิจฉัยของแพทย์หนุ่มที่เขาได้ยินมาเมื่อ1 ชั่วโมงก่อน
หลังจากออกมาจากเคบินรักษายูเมะก็ััได้ถึงความ ‘อืด’ ของร่างกาย เขารู้สึกได้เลยว่าแม้จะไม่รู้สึกเ็ป แต่ร่างกายของเขายังบอบช้ำจนไม่สามารถออกกำลังกายได้ใน่เวลานี้
“ช่วยไม่ได้สินะ”
ยูเมะถอนหายใจยิ้มๆ พลางคิดถึงยารักษาที่ได้มาก่อนหน้านี้ ก่อนจะออกไปแต่งตัวแล้วกลับบ้านไปอย่างอารมณ์ดีโดยไม่รู้สึกถึงความลำบากใดๆ
เนื่องจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเวลาที่ใช้ไปกับการออกกำลังกายก็เลยสั้นกว่าที่ตั้งใจ แม้จะหักเวลา 1ชั่วโมงของการรักษาตัวในเคบินรักษาแล้ว เวลาที่ใช้ไปทั้งหมดก็ยังนับว่าสั้นกว่าที่ตั้งใจไว้หลายชั่วโมง
ด้วยเหตุนี้หลังจากกลับมาถึงบ้านยูเมะก็เลยไม่มีอะไรทำเพราะเขาตั้งใจเอาไว้ว่าจะกลับมา่เย็นแล้วเตรียมอาหารง่ายๆไว้รอทุกคน แต่เพราะกลับมาก่อนหลายชั่วโมง เขาก็เลยไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร
สุดท้ายยูเมะก็เลยตัดสินใจใช้ยารักษาอย่างที่ตั้งใจพอคิดได้เขาก็เปิดช่องเก็บของขึ้นมาแล้วมองไปยังยารักษา S ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับหลอดทดลองที่มีของเหลวสีแดงใสบรรจุอยู่
พอคิดว่า้านำยาออกมาขวดยาในรูปก็หลุดออกมาจากช่องเก็บของทันทีแล้วตกมาอยู่ในมือเขา
‘ไม่มีน้ำหนักเลยงั้นหรือ’
ยูเมะอึ้งไปเล็กน้อยพลางพลิกขวดยาไปมาเพื่อดูของเหลวภายใน จากนั้นก็เปิดขวดแล้วดื่มมันลงไปอึกหนึ่งหรือประมาณ 1 ใน 5 ของยาทั้งหมด
ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อทดลองเพื่อให้รู้ว่าประสิทธิภาพของยารักษานั้นมันดีขนาดไหน เขาก็เลยดื่มลงไปเพียง 1 ใน5 ก่อน จากนั้นรอให้ยาออกฤทธิ์
หลังจากนั้นเพียงอึดใจยูเมะก็ต้องทึ่งเมื่อััได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกล้ามเนื้อทุกมัดอุ่นวาบขึ้นมาราวกับได้นอนแช่อยู่ในน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิพอเหมาะทำให้เขารู้สึกสบายจนแทบจะครางออกมา
ความรู้สึกที่แสนวิเศษนี้เกิดขึ้นราวๆ10 วินาที ก่อนจะหายไป
หลังจากกลับมาเป็ปกติเขาก็เริ่มตรวจสอบร่างกายเพื่อดูว่าประสิทธิภาพของยานั้นดีขนาดไหนก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อััได้ถึงความแตกต่าง
“น่ากลัวแฮะ แค่ 10 วินาที ความรู้สึกอืดๆ ก็หายไปแล้วแถมยังไม่รู้สึกเจ็บแล้วด้วย”
ยูเมะสูดลมหายใจเข้าไปด้วยความทึ่งแล้วมองไปยังยารักษาที่ยังเหลืออยู่อีก4 ใน 5 แล้วหยุดคิดไปชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจดื่มลงไปอีกอึก ความรู้สึกอุ่นร้อนก็เกิดขึ้นอีกครั้งซึ่งครั้งนี้มันเกิดขึ้นเพียง 7 วินาทีเท่านั้น
หลังจากนั้นความรู้สึกอุ่นร้อนก็กลายเป็ความเย็นสบายที่ทำให้จิตใจปลอดโปร่งความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการออกกำลังกายก่อนหน้านี้ก็หายไปจนหมดสิ้น
ในตอนนี้ยูเมะรู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขากลับมาสมบูรณ์แข็งแรงตามเดิมแล้วเขารู้สึกได้เลยว่าหากเขา้า เขาก็สามารถกลับไปออกกำลังกายได้อีกครั้ง
แต่เขาก็รู้ดีว่ามันเป็ไปไม่ได้หากเขาทำเช่นนั้นคงทำให้แพทย์หนุ่มแตกตื่นน่าดูหลังจากนั้นก็คงมีปัญหาตามมาอีกเป็ขบวนจึงไม่คุ้มค่าเลยที่จะทำอะไรแบบนั้น
ขณะที่คิดถึงประสิทธิภาพที่น่าทึ่งของยารักษามายด์เบรนก็ส่งเสียงเตือนออกมา ข้อความประโยคหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เมลมาที่นี่งั้นหรือ”
ยูเมะนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับกลับไปและส่งคำเชิญไปให้เมโลดี้เพื่อเชิญเธอมาเป็‘แขก’ ทำให้เธอสามารถขึ้นมาบนอพาร์ทเม้นท์ได้โดยไม่ถูกขวาง
หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเสียงกริ่งก็ดังขึ้นพร้อมกับภาพของเมโลดี้ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอยูเมะที่รออยู่ก่อนแล้วก็เปิดประตูทันที
“ยินดีต้อนรับครับเมล”
“สวัสดีค่ะยูเมะคุง ขอโทษที่เมลมาโดยไม่บอกก่อนนะคะ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับเมล แต่ว่า..ทำไมอยู่ๆ ถึงได้”
ขณะที่ถาม ยูเมะก็สังเกตเห็นกระเป๋านิรภัยทรงสี่เหลี่ยมที่เมโลดี้ถืออยู่และเห็นว่ามันมีโลโก้ของบริษัทยาชื่อดังอย่าง‘S&S’ ที่เป็บริษัทที่ผลิตยาสำหรับนักกีฬา
พอเมโลดี้สังเกตเห็นสายตาของยูเมะเธอก็เม้มปากเล็กน้อยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ก่อนจะสารภาพออกมา
“เมลขอโทษนะคะยูเมะคุงที่เมลไม่เคยบอกก่อน แต่เมลให้ใครบางคนคอยเฝ้าดูยูเมะคุงอยู่นะคะพอเมลได้ยินว่ายูเมะคุงเกิดอาการจิตครอบงำ เมลก็เลย..”
ได้ยินแบบนั้นยูเมะก็เข้าใจ เขาจึงยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะดึงเมโลดี้เข้ามากอดแน่นด้วยความรู้สึกขอบคุณ
“ขอบคุณนะครับเมลที่เป็ห่วงผมแบบนี้แต่เมลไม่เห็นจำเป็ต้องทำแบบนี้เลยนี่ ถ้าเมลเป็ห่วงผมละก็..พวกเราก็มาออกกำลังกายด้วยกันเลยดีกว่า”
“ได้หรือคะ!”
“แน่นอนครับ ผมคิดว่าผมคงจะมีความสุขมากกว่าหากได้ทำอะไรร่วมกับเมลมากกว่านี้”
ได้ยินแบบนั้นเมโลดี้ก็ยิ้มหวานอย่างมีความสุขเธอโอบคอของยูเมะด้วยความรักแล้วจูบเขาอย่างแ่เบา
ััที่วาบหวานนี้ทำให้ยูเมะยิ้มกว้างอย่างมีความสุขแล้วจูบเธอกลับไปครั้งหนึ่งก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ เมื่อประตูห้องทำงานของแม่เปิดออกมา
เมโลดี้ก็ใเหมือนกันทั้งสองรีบผละจากกันอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อก่อนจะมองไปทางประตูห้องที่เปิดออกมาอย่างช้าๆ ตามมาด้วยคานะที่อยู่ในชุดคลุมที่ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด
สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อยเธอเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นลูกชายอยู่กับแฟนสาวก่อนจะยิ้มออกมาราวกับเข้าใจอะไรบางอย่าง
“แหมๆ คุณแม่ออกมาขัดจังหวะสินะคะ”
“ม..ไม่ใช่แบบนั้นนะครับคุณแม่”
ท่าทางที่ดูเหมือนร้อนตัวของยูเมะนั้นไม่ช่วยให้แม่ของเขาเชื่อเลยเธอยิ้มหวานมากกว่าเดิม จนทำให้เมโลดี้หน้าแดงขึ้นมาด้วยความขัดเขินก่อนจะได้สติแล้วรีบทักทายอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
“สวัสดีจ้ะเมลจัง ถ้ายังไงคุณแม่ไม่รบกวนแล้วนะคะ ยูเมะจังเองก็ด้วยอย่าใจร้อนนะคะ”
พูดจบหญิงสาวก็กลับเข้าไปในห้อง ทำให้ยูเมะกับเมโลดี้ได้แต่มองหน้ากันด้วยรอยยิ้มเขินๆก่อนที่เขาจะเชิญเมโลดี้เข้ามาในบ้าน
เมโลดี้ก็ตามเข้าไปและนำกระเป๋าไปวางบนโต๊ะจากนั้นก็ใส่รหัสผ่านมายด์เบรน ตัวล็อคของกระเป๋านิรภัยก็เปิดออกเผยให้เห็นกล่องสี่เหลี่ยมทรงสูงใบหนึ่งที่สร้างจากโลหะผสม
เมื่อยูเมะกลับมายังห้องนั่งเล่นพร้อมกับชาและขนมก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจแม้ว่าเขาจะเดาได้ว่าเมโลดี้นำยามาจากบริษัท S&S แต่ก็ไม่คิดว่ายาที่เธอนำมานั้นจะมีบรรจุภัณฑ์ที่หรูหราขนาดนี้
หากดูจากบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิดแบบนี้ยูเมะก็คาดเดาได้ทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่อยู่ภายในกล่อง
“เมล นี่มัน..มันไม่มากเกินไปหรอครับ”
“ไม่ค่ะ! เพื่อแฟนหนุ่มคนสำคัญ แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ!ใจจริงเมลอยากจะซื้ออาหารเสริมเกรด S มาให้ยูเมะคุงด้วยซ้ำแต่เมลซื้อไม่ได้..เมลก็เลยซื้ออาหารเสริมเกรด A มาให้ยูเมะคุง10 ชุดค่ะ”
ยูเมะได้ยินแบบนั้นก็อึ้งไปชั่วขณะ แต่หลังจากนั้นเขาก็พบว่าตัวเขายอมรับเื่นี้ได้ง่ายกว่าที่คิดเอาไว้มากจนต้องแปลกใจ
แต่ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่าคือเขาไม่รู้สึกว่าเื่นี้เป็เื่ใหญ่อะไรทั้งที่ความจริงมันควรจะเป็เื่ใหญ่เื่หนึ่งสำหรับแฟนหนุ่มที่ต้องพึ่งพาแฟนสาว
เมื่อเห็นว่ายูเมะไม่ได้คิดที่จะปฏิเสธน้ำใจของเธอเมโลดี้ก็ยิ้มออกมาด้วยความยินดี
ยูเมะเองพอเห็นว่าเมโลดี้มีความสุขมากขนาดไหนเขาก็ปฏิเสธเธอไม่ลง จนได้แต่ยอมรับมาด้วยความขอบคุณ พลางคิดในใจว่าเขาจะต้องหาวิธีตอบแทนเธอให้ได้โดยเร็ว
หลังจากนั้นสองหนุ่มสาวก็พูดคุยกันอีกนานแลกเปลี่ยนกำหนดนัดหมายเล็กน้อย เพื่อดูว่าพวกเขาสองคนมีเวลาว่างตอนไหนที่ตรงกันบ้างและเมโลดี้สามารถไปฝึกฝนร่างกายพร้อมกับยูเมะได้เวลาไหนบ้าง
สรุปแล้วเมโลดี้ก็สามารถไปออกกำลังกายกับยูเมะได้แค่อาทิตย์ละ 4 วันเท่านั้น นั่นคือวันจันทร์ วันอังคาร วันพฤหัสและวันศุกร์ ส่วนวันอื่นๆ นั้นเธอไม่ว่าง
เมื่อเทียบกับยูเมะที่เป็ชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งกับเมโลดี้ที่เป็ทายาทของตระกูล‘สวีทฮาร์ต’ ที่มีชื่อเสียงแล้วเธอมีเวลาว่างน้อยกว่าเขามาก จึงไม่น่าแปลกที่ทั้งสองคนจะหาเวลาว่างที่ตรงกันได้ยาก
อันที่จริงหากไม่ใช่ว่าทั้งสองนัดกันไปออกกำลังกายแล้วละก็เวลาว่างของพวกเขาก็อาจจะมีน้อยกว่านี้อีก แต่เพราะการนัดหมายของพวกเขาเกิดขึ้นเพื่อการออกกำลังกายเมโลดี้เลยใช้เื่นี้เป็ข้ออ้างเพื่อเปลี่ยนกำหนดการของเธอได้ในระดับหนึ่ง
หลังจากตกลงเื่เวลากันเรียบร้อยสองหนุ่มสาวก็บอกลากันด้วยจูบที่วาบหวาน ยูเมะก็โบกมือลาเมโลดี้ที่หน้าบ้านเพราะเธอไม่อยากให้เขาลงไปส่ง
จากนั้นยูเมะก็กลับเข้ามาในบ้านมองดูกล่องโลหะผสมด้วยความรู้สึกหนักใจเล็กๆ ก่อนจะเปิดกล่องแล้วนำเอาหลอดอาหารเสริมเกรดA ที่มีราคาแพงชนิดที่แม้จะใช้เงินทั้งหมดที่มีอยู่ในตัวตอนนี้ก็ซื้อไม่ได้แม้แต่หลอดเดียว
“ติดหนี้เมลซะแล้วสิ แต่ก็เอาเถอะ! ถ้ามันช่วยให้เราแข็งแกร่งได้เร็วขึ้นละก็”
หลังจากตัดสินใจได้ยูเมะก็บิดซีลที่ปิดหลอดอาหารออกแล้วดื่มอาหารเสริมทั้งหมดลงไปในอึดใจจากนั้นนำหลอดเปล่าใส่กลับเข้าไปแล้วปิดกล่อง ก่อนจะนำกล่องไปเก็บไว้ในห้องและต่อเข้ากับปลั๊กไฟเพื่อให้ระบบทำความเย็นของกล่องทำงาน