บทที่ 5: สหายร่วมทางต่างภพ
สุรา 'นารีแดง' (หนูเอ๋อหง) ที่ถูกบ่มมากว่ายี่สิบปี ถูกรินลงในชามใบใหญ่ กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องพักเก่าๆ ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บและบรรยากาศอึมครึมออกไปจนหมดสิ้น
"อึก... อึก... ฮ่าาา! ยอดเยี่ยม! ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
เยี่ยนชื่อเสีย กระดกชามสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ก่อนจะใช้หลังมือเช็ดปากหนวดเครารุงรังอย่างพึงพอใจ "ข้าเดินทางปราบปีศาจมาทั่วแผ่นดิน ไม่เคยลิ้มรสสุราที่นุ่มนวลและร้อนแรงถึงเพียงนี้มาก่อน! เ้าหนุ่ม... เอ้ย คุณชายไป๋ ท่านช่างรู้ใจข้านัก!"
ไป๋อวิ๋นยิ้มบางๆ รินสุราเพิ่มให้อีกฝ่าย "ท่านเยี่ยนชอบก็ดีแล้ว สุราดีต้องคู่กับวีรบุรุษ หากดื่มคนเดียวคงจืดชืดแย่"
หนิงไฉ่เฉินนั่งตัวลีบอยู่มุมโต๊ะ มองดูยอดฝีมือสองคนคุยกันอย่างถูกคอ โดยมีผีสาวแสนสวยอย่างเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนคอยรินสุราและดูแลความเรียบร้อยอยู่ห่างๆ ช่างเป็ภาพที่ประหลาดล้ำพิลึก
"ว่าแต่..." เยี่ยนชื่อเสียหรี่ตาลง จ้องมองเนี่ยเสี่ยวเชี่ยน "แม่นางน้อย แม้ข้าจะยอมวางดาบชั่วคราวเพราะเห็นแก่หน้าคุณชายไป๋ แต่เ้าต้องรู้ไว้ว่า คนกับผีอยู่ร่วมกันไม่ได้ ไอหยินในตัวเ้าจะกัดกินพลังชีวิตของคนใกล้ชิด ยิ่งกับเ้าบัณฑิตหน้าอ่อนนี่..." เขาชี้ไปที่หนิงไฉ่เฉิน "อยู่ใกล้เ้าสักเดือน คงได้แห้งตายกลายเป็ศพ"
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนหน้าเสีย นางก้มหน้าลง "ข้าน้อยทราบดี... เมื่อส่งคุณชายหนิงถึงบ้าน และได้ทำพิธีส่งิญญาแล้ว ข้าก็จะไปตามทางของข้า จะไม่รบกวนเขาอีก"
หนิงไฉ่เฉินทำท่าจะแย้ง แต่ไป๋อวิ๋นยกมือห้ามไว้
"ท่านเยี่ยนพูดถูกตามหลักการทั่วไป" ไป๋อวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ หยิบพัดจีบขึ้นมาเคาะเบาๆ ที่กลางโต๊ะ "แต่กฎเกณฑ์มีไว้ให้แหก... เอ้ย มีไว้ให้แก้ไข หากมีวิธีที่ทำให้ไอหยินของนางไม่ทำร้ายมนุษย์ ท่านจะว่าอย่างไร?"
"เป็ไปไม่ได้!" เยี่ยนชื่อเสียส่ายหน้า "นอกจากนางจะบำเพ็ญเพียรจนกลายเป็เซียน หรือมีของวิเศษระดับตำนานคุ้มกาย"
ไป๋อวิ๋นล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบเอา 'จี้หยกขาว' ชิ้นหนึ่งออกมา ตัวหยกแกะสลักเป็รูปดอกบัวพันปี ส่องแสงสีขาวนวลตาอบอุ่น
"เสี่ยวเชี่ยน รับไป"
หญิงสาวรับจี้หยกมา ทันทีที่ปลายนิ้วัั ไอเย็นะเืที่แผ่ออกมาจากตัวนางก็จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายบริสุทธิ์คล้ายมนุษย์ปกติ
"นี่มัน... หยกอุ่นิญญาจากเขาคุนหลุน!" เยี่ยนชื่อเสียตาโต "ของล้ำค่าขนาดนี้ ท่านให้ผีสาวตนหนึ่งง่ายๆ งั้นรึ? เ้าเป็เศรษฐีมาจากไหนกันแน่!"
"ข้าบอกแล้วไง ว่าข้าเป็แค่คุณชายที่ชอบท่องเที่ยว" ไป๋อวิ๋นตอบหน้าตาย "ของนอกกายไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่โอกาสที่จะได้เห็นตอนจบที่สมบูรณ์แบบ... บางทีมีเงินก็ซื้อไม่ได้"
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ฝนข้างนอกหยุดตกแล้ว แสงรุ่งอรุณเริ่มจับขอบฟ้า
"ฟ้าสางแล้ว... ได้เวลาออกเดินทาง"
ยามเช้าที่สดใส แสงแดดสาดส่องลงมากระทบซากปรักหักพังของวัดหลานรั่ว ทำให้สถานที่ที่เคยดูน่ากลัวเมื่อคืน กลับดูเงียบสงบและรกร้างธรรมดา
หนิงไฉ่เฉินแบกห่อสัมภาระและตะกร้าไม้ไผ่ เตรียมตัวออกเดินทาง เขามองไปที่เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนที่ยืนอยู่ใต้ร่มกระดาษคันใหญ่ (ซึ่งไป๋อวิ๋นลงอักขระกันแสงตะวันไว้ให้)
"แม่นางเสี่ยวเชี่ยน ท่าน... ท่านไม่เป็ไรนะที่ต้องเดินทางตอนกลางวัน?" หนิงไฉ่เฉินถามด้วยความเป็ห่วง
"ข้าไม่เป็ไรเ้าค่ะ จี้หยกของคุณชายไป๋วิเศษมาก ข้าไม่รู้สึกร้อนเลย" นางตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน
เยี่ยนชื่อเสียเดินออกมาส่งที่หน้าประตูวัด เขาแบกดาบใหญ่ไว้บนหลัง สีหน้าดูลังเลเล็กน้อย "คุณชายไป๋ เ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ให้ข้าไปด้วย? ปีศาจต้นไม้นั่นแม้จะาเ็ แต่นายของมัน... 'จอมมารเขาดำ' (Heishan Laoyao) ไม่ใช่ตัวตนที่จะล้อเล่นได้"
ไป๋อวิ๋นหยุดเดิน หันกลับมามองนักพรตเคราดก "ท่านเยี่ยน... ท่านอยู่ที่นี่คอยเฝ้าระวังปีศาจต้นไม้ไม่ให้ฟื้นตัวกลับมาทำร้ายชาวบ้านดีกว่า ส่วนเื่จอมมารเขาดำ..."
ดวงตาของไป๋อวิ๋นเป็ประกายวาวโรจน์ "หากมันกล้าโผล่หัวมาในงานมงคล ข้าก็จะถือโอกาสเปลี่ยนงานแต่งให้เป็งานศพของมันซะเลย"
เยี่ยนชื่อเสียหัวเราะลั่น "ฮ่าฮ่าฮ่า! ปากกล้า! ถูกใจข้าจริงๆ! เอาล่ะ ถ้ามีเื่เดือดร้อน ให้จุดธูปสื่อสารที่ข้าให้ไว้ ข้าจะขี่กระบี่ไปช่วยทันที!"
ทั้งสองฝ่ายประสานมือคารวะอำลากัน
ขบวนรถม้าของไป๋อวิ๋นค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากวัด โดยมีหนิงไฉ่เฉินนั่งอยู่ด้านหน้าคู่กับอาเจาท์ ส่วนเนี่ยเสี่ยวเชี่ยนได้รับอนุญาตให้นั่งในรถม้าเพื่อหลบแสงแดดอย่างสบายใจ
แต่ทว่า... ความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน
เมื่อรถม้าเคลื่อนผ่านป่าทึบออกมาได้เพียงไม่กี่ลี้ ทันใดนั้นท้องฟ้าที่สว่างสดใสกลับมืดครึ้มลงอย่างกะทันหัน ลมพายุหมุนก่อตัวขึ้นขวางหน้าขบวนม้า ฝุ่นทรายตลบอบอวล
ฮี้ๆๆๆ! ม้าเทียมรถตื่นตระหนก อาเจาท์ต้องรีบรั้งบังเหียนไว้อย่างทุลักทุเล
"เกิดอะไรขึ้น!" หนิงไฉ่เฉินร้องเสียงหลง
เสียงกลองรบดัง ตุ้ม! ตุ้ม! ตุ้ม! มาจากในพายุหมุน พร้อมกับเสียงแตรสังข์ที่เป่าทำนองโหยหวนเสียดแทงแก้วหู
เงาร่างดำทะมึนจำนวนนับร้อยค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากหมอกควัน พวกมันสวมเกราะเกล็ดปลาสีดำ ใบหน้าเป็กะโหลก หรือไม่ก็เป็ั์หน้าตาดุร้าย ถือหอกดาบครบมือ
ขบวน 'ทหารผี' จากยมโลก!
ที่ด้านหน้าสุด นายกองปีศาจร่างั์ ขี่ม้าศึกที่มีไฟลุกท่วมตัว มันชี้ดาบยาวมาที่รถม้าแล้วตวาดเสียงดังกึกก้อง
"ส่งตัวเ้าสาวของท่านจอมมารเขาดำมาเดี๋ยวนี้! มิเช่นนั้น... ข้าจะสังหารพวกเ้าไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก!!"
เนี่ยเสี่ยวเชี่ยนในรถม้าตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "พวกมัน... กองทัพของจอมมารเขาดำ! มันรู้ตัวแล้วว่าข้าหนีออกมา!"
ไป๋อวิ๋นที่นั่งหลับตาพิงเบาะอยู่อย่างสบายอารมณ์ ค่อยๆ ลืมตาขึ้น "มาเร็วกว่าที่คิดแฮะ... นึกว่าจะรอให้ถึงเมืองจินหัวเสียอีก"
เขาเปิดม่านหน้าต่างรถม้าออก มองดูกองทัพผีนับร้อยที่ปิดล้อมเส้นทางไว้ แล้วหันไปพูดกับอาเจาท์ด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
"อาเจาท์... เ้าลงไปจัดการทีสิ อย่าให้เสียเวลาเดินทางมากนัก"
หนิงไฉ่เฉินตาถลน "คุณชายไป๋! นั่นมันกองทัพผีนะ! อาเจาท์เป็แค่คนขับรถม้า..."
อาเจาท์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ หยิบ 'ไม้คาน' ที่ใช้หาบน้ำหลังรถออกมาถือไว้ แล้วะโลงจากรถม้าด้วยท่าทางเกียจคร้าน
"เฮ้อ... นายน้อยนะนายน้อย ใช้งานบ่าวไพร่หนักจริงๆ ข้ายังกินไก่ย่างเมื่อเช้าไม่อิ่มเลย"
อาเจาท์เดินดุ่มๆ ไปยืนขวางหน้ากองทัพผี แคะขี้หูหนึ่งทีแล้วเป่าทิ้ง ก่อนจะะโกลับไป "เฮ้ย! ไอ้พวกผีไม่มีศาล! ถอยไปซะ วันนี้นายน้อยข้าอารมณ์ดี อย่าให้ข้าต้องออกแรง!"
นายกองปีศาจโกรธจัด "ไอ้มดปลวก! ฆ่ามัน!!"
ทหารผีสิบตนนายแรกพุ่งเข้าใส่อาเจาท์พร้อมหอกแหลมคม
อาเจาท์แสยะยิ้ม... พริบตาถัดมา ร่างท้วมๆ ของเขาก็หายวับไป!
ผัวะ! ผัวะ! โครม!
ไม้คานธรรมดาๆ ในมือของอาเจาท์ หมุนควงเป็พายุ ฟาดเข้าใส่หัวกะโหลกของทหารผีแตกกระจายราวกับแตงโม! พลังปราณสีทองเข้มข้นะเิออกมาจากร่างคนขับรถม้า
"อะไรกัน!?" หนิงไฉ่เฉินอ้าปากค้าง "คนขับรถของท่าน... เป็ยอดฝีมือหรือนี่!?"
ไป๋อวิ๋นยิ้มมุมปาก หยิบพัดขึ้นมาพัดเบาๆ "คนของตระกูลไป๋... แม้แต่คนกวาดคอกม้า ก็ล้มวัวด้วยมือเปล่าได้นะ พี่หนิง"