ตอนที่ 61 ไปที่สหคาม
หานชีเยวี่ยเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่กำลังคุยรายละเอียดบางอย่างกับคุณย่า อย่างเช่น ตะกร้าหวายควรเป็นแบบไหนผลไม้ต้องเลือกผลดีๆ ไม่มีรูหนอน เป็นต้น
ผู้นำชุมชนก็มาถึงพอดี
ผู้นำชุมชนมองหานชีเยวี่ยด้วยแววตาอบอุ่นเอ็นดู“ชีเยวี่ย เก็บของเสร็จแล้วใช่ไหม? พวกเราไปกันเถอะ”
สหคามอยู่ระหว่างชุมชนถวนเจี๋ยกับตัวเมืองไม่ถือว่าไกลแต่ก็ไม่ได้ใกล้เช่นกัน
ผู้นำชุมชนปั่นจักรยานพาหานชีเยวี่ยไปที่สหคาม
จริงๆแล้วหานชีเยวี่ยอยากจะเอาจักรยานของตัวเองออกมาปั่นไปเองมากกว่า อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่านั่งซ้อนท้ายจักรยานของผู้นำชุมชน
แต่ตอนนี้ครอบครัวหานไม่มีจักรยานจริงๆหานชีเยวี่ยคิดอีกครั้งว่า เธอต้องกล้าหาญให้มากกว่านี้ต้องทำให้ครอบครัวหานหลุดพ้นจากความยากจนให้เร็วที่สุด
เมื่อสถานการณ์ของครอบครัวหานดีขึ้นหน่อยเธอค่อยเอาจักรยานออกมาใช้ก็ยังไม่สาย ระหว่างทางผู้นำชุมชนคุยกับหานชีเยวี่ยหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นการชมเชยหานชีเยวี่ย
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงสหคาม
สหคามเป็นลานกว้างตั้งอยู่ทางตะวันออกของตัวตำบล แต่เดิมลานแห่งนี้เป็นคฤหาสน์ของตระกูลเศรษฐี ดูโอ่อ่าสง่างามมาก หลังจากการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนคฤหาสน์แห่งนี้ได้เปลี่ยนเป็นสหคาม
หานชีเยวี่ยจำได้ว่าเมื่อชาติที่แล้วหลังจากนี้อีกไม่กี่ปีลานแห่งนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาที่นี่ เมื่อได้เห็นเสาและคานแกะสลัก สะพานและลำธารจึงรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมากสมกับเป็นคฤหาสน์ของตระกูลเศรษฐีจริงๆ ดูไม่เหมือนบ้านทั่วไปเลย
ไม่รู้ว่าทายาทของเจ้าของคฤหาสน์นี้ยังอยู่หรือเปล่า
ถ้ายังอยู่ ตอนนี้พวกเขาอาศัยอยู่ที่ไหนกันนะ
ในขณะที่ความคิดของเธอกำลังแล่นไปไกล ผู้นำชุมชนก็พาเธอเข้าไปในลานกว้างแล้ว ทันทีที่เข้าไป ก็เจอกับเจ้าหน้าที่หนุ่มสองคนอายุราวๆ ยี่สิบปี สวมเสื้อผ้าที่ดูเก่าไปบ้างแต่ก็ยังคงความมีชีวิตชีวาพวกเขาทักทายผู้นำชุมชนอย่างสุภาพ
“ผู้นำชุมชนกู้ วันนี้มีธุระอะไรเหรอครับ?”
“ฉันมีเรื่องจะคุยกับที่ปรึกษาไช่ ที่ปรึกษาไช่อยู่ไหม?” ผู้นำชุมชนตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพเช่นกัน
“อยู่ครับ คุณมาได้จังหวะพอดีเลยถ้ามาช้ากว่านี้อีกหน่อย ที่ปรึกษาไช่ก็คงจะเข้าไปที่ตัวเมืองแล้ว”ชายหนุ่มที่ตัวสูงกว่าพูดด้วยรอยยิ้ม
ผู้นำชุมชนขอบคุณชายหนุ่ม
“สหายเสี่ยวหลี่ว์ ขอบคุณมากนะ ฉันจะพาสหายหานชีเยวี่ยไปพบที่ปรึกษาไช่เดี๋ยวนี้แหละ”
ผู้นำชุมชนกล่าวถึงชื่อของหานชีเยวี่ยโดยเฉพาะ
ชายหนุ่มที่ถูกผู้นำชุมชนเรียกว่าเสี่ยวหลี่ว์เมื่อได้ยินผู้นำชุมชนแนะนำหานชีเยวี่ย ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่เธอ
เมื่อเขาเห็นใบหน้าของหานชีเยวี่ย พบว่าผู้หญิงที่ผู้นำชุมชนกู้พามาวันนี้สวยไม่หยอกทำให้เสี่ยวหลี่ว์ที่ยังไม่ได้แต่งงานถึงกับหน้าแดงก่ำ รีบก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะมองเธออีก มือไม้ทั้งสองก็เกร็งไปหมด ไม่รู้จะวางไว้ที่ไหน
หานชีเยวี่ยเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ได้พูดอะไร
เธอรู้สึกว่าวันนี้ที่เธอมาที่นี่คงจะเป็นได้แค่ตัวประกอบทั้งสองเดินผ่านเฉลียง ในไม่ช้าก็มาถึงห้องทำงานของที่ปรึกษาไช่
ห้องทำงานของที่ปรึกษาไช่หันหน้าไปทางทิศใต้ เป็นห้องที่ดีที่สุดในคฤหาสน์ ดูภูมิฐานมาก
แต่หานชีเยวี่ยรู้สึกว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะเป็นห้องทำงาน อย่างน้อยก็ดูไม่ค่อยเหมาะสม
“ผู้นำชุมชนกู้ เชิญนั่ง ปกติไม่มีเรื่องคงไม่มาถึงตำหนักซานเป่า [1] วันนี้มีเรื่องอะไรเหรอ?”
ที่ปรึกษาไช่เป็นชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่าปี เขายิ้มและลุกขึ้นรินน้ำให้ผู้นำชุมชนและหานชีเยวี่ยพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
แค่ประโยคเดียวหานชีเยวี่ยก็รู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างกู้อวิ๋นฉีกับที่ปรึกษาไช่น่าจะดีมาก ไม่ใช่เพียงแค่ความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับลูกน้องทั่วไป
กู้อวิ๋นฉียิ้ม “ที่ปรึกษาไช่วันนี้ผมมาเพราะมีเรื่องดีๆ ” เมื่อเห็นสีหน้าเจ้าเล่ห์ของกู้อวิ๋นฉีมุมปากของที่ปรึกษาไช่ก็ฉีกยิ้มออกมา
“เรื่องดีอะไรหรือ ไหนเล่าหน่อยสิ” เขารินน้ำให้ตัวเอง แล้วกลับไปนั่งที่เดิม
กู้อวิ๋นฉีไม่ได้อ้อมค้อมเขาเล่าเรื่องที่หานชีเยวี่ยได้เจรจาธุรกิจกับโรงงานทอฝ้ายให้ที่ปรึกษาไช่ฟัง
“ที่ปรึกษาไช่คุณอย่ามองหานชีเยวี่ยยังเป็นเด็กนะครับ จริงๆแล้วเธอเป็นเด็กมีความสามารถมาก การศึกษาก็สูงเธอเรียนจบมัธยมปลายด้วย” กู้อวิ๋นฉีชมเชยหานชีเยวี่ยไม่หยุดปาก
ยุคสมัยนี้ถึงจะดูบิดเบี้ยวไปบ้าง แม้ว่าการเรียนในโรงเรียนจะไม่ค่อยจริงจัง แต่การมีวุฒิมัธยมปลายก็ยังถือว่าหาได้ยาก
หลังจากที่ที่ปรึกษาไช่พิจารณาหานชีเยวี่ยอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พูดด้วยความชื่นชม “เยาวชนสมัยนี้มีความกล้าหาญแน่วแน่ น่ายกย่องจริงๆ และก็เป็นเพราะในช่วงหลายปีมานี้คุณทำงานหนักมาโดยตลอด ชุมชนถวนเจี๋ยถึงได้มีเยาวชนที่ยอดเยี่ยมแบบนี้”
หลังจากนั้นเขาก็ให้กำลังใจหานชีเยวี่ยสองสามคำ ไม่มีอะไรมาก แค่บอกให้หานชีเยวี่ยตั้งใจทำงาน สร้างชาติ อนาคตจะต้องสดใสอะไรทำนองนั้นที่หานชีเยวี่ยสามารถติดต่อกับโรงงานขนาดใหญ่ในเมืองได้ หากบอกว่าไม่ตกใจก็คงเป็นไปไม่ได้
ต้องเข้าใจว่าถึงแม้เขาจะเป็นที่ปรึกษาของสหคาม แต่จริงๆแล้วตำแหน่งงานของเขาก็ยังต่ำกว่าผู้จัดการโรงงานขนาดใหญ่เช่นโรงงานทอฝ้าย
ยิ่งไปกว่านั้น สหคามกับโรงงานสีฝ้ายไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันทางธุรกิจ มีหลายครั้งที่ผู้บริหารระดับกลางของโรงงานสีฝ้ายก็ไม่แม้แต่ให้เกียรติเขา
แต่สหายตัวน้อยคนนี้กลับมีความสามารถในการติดต่อกับโรงงานสีฝ้าย แถมยังได้รับคำสั่งซื้อจำนวนมาก ถึงจะเป็นคำสั่งซื้อด้านสวัสดิการแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ที่ปรึกษาไช่ คุณชมเกินไปแล้วค่ะ ฉันแค่คิดจะทำอะไรเพื่อชุมชนถวนเจี๋ยเท่านั้นเอง” หานชีเยวี่ยพูดด้วยท่าทีที่ไม่ต่ำต้อยหรือโอหัง ใบหน้าของเธอแต้มด้วยรอยยิ้มจางๆ อยู่เสมอ ท่าทีไม่สนิทสนมและไม่ห่างเหินเกินไป
“เด็กสาวคนนี้มีจิตใจที่หาได้ยาก ผู้นำชุมชนกู้ สหายในชุมชนคนนี้ของคุณไม่ธรรมดาจริงๆ” ผู้อำนวยการไชมองท่าทีที่สงบนิ่งของหานชีเยวี่ยแล้วพูดกับกู้อวิ๋นฉีด้วยความชื่นชม
กู้อวิ๋นฉีอดไม่ได้ที่จะยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
ใช่แล้ว เยาวชนในชุมชนของเขายอดเยี่ยม!ความคิดของกู้อวิ๋นฉีนั้นที่ปรึกษาไช่ย่อมรู้ดีแต่เพราะข่าวที่กู้อวิ๋นฉีนำมามีประโยชน์พอดี ดังนั้น เขาจึงไม่ได้พูดอะไรเพื่อทำลายความมั่นใจของกู้อวิ๋นฉี
“ที่ปรึกษาไช่ชุมชนของเราทำเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ คุณไม่คิดจะชมเชยพวกเราบ้างเหรอ?” กู้อวิ๋นฉีขยับเข้าไปใกล้ที่ปรึกษาไช่ พูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
ท่าทางแบบนี้ต่างจากท่าทางซื่อสัตย์และจริงใจในวันปกติโดยสิ้นเชิงนี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการที่กู้อวิ๋นฉีมาที่นี่ในวันนี้
ที่ปรึกษาไช่ต่อว่าเขาด้วยรอยยิ้ม“ถอยไปหน่อย น้ำลายแกกระเด็นมาโดนหน้าฉันแล้ว”
“ที่ปรึกษาไช่ ขอเพียงคุณบอกมาคำเดียว ผมจะเช็ดน้ำลายที่กระเด็นมาโดนหน้าคุณออกให้เอง”
พอพูดจบกู้อวิ๋นฉีก็ยื่นแขนออกไปทำท่าจะใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าให้ที่ปรึกษาไช่
ที่ปรึกษาไช่รีบถอยหลังพูดด้วยท่าทีรังเกียจ “ก็ได้ ต้องชมเชยจริงๆ นั่นแหละพรุ่งนี้เราจะจัดประชุมใหญ่ของสหคาม เพื่อประกาศชมเชยชุมชนถวนเจี๋ย!”
“ไม่มีรางวัลเป็นสิ่งของบ้างเหรอ?” กู้อวิ๋นฉีถามอย่างหน้าไม่อาย
แค่ประกาศชมเชยอย่างเดียวมันจะไปมีประโยชน์อะไร? ต้องมีอะไรที่เป็นรูปธรรมบ้างสิ
ที่ปรึกษาไช่จ้องมองเขาแล้วพูดว่า “เรื่องแค่นี้ให้สหคามประกาศชมเชยยังไม่พออีกเหรอ ยังต้องการอะไรอีก?”
กู้อวิ๋นฉียิ้มแห้งๆ ถูมือแล้วพูดว่า “ผมได้ยินมาว่าเบื้องบนจะมอบรถไถให้กับสหคามเราไม่ทราบว่าจะให้ความสำคัญกับชุมชนถวนเจี๋ยของเราเป็นพิเศษได้ไหมครับ? ”
เชิงอรรถ
[1] 无事不登三宝殿 ไม่มีเรื่องคงไม่มาถึงวัดเป็นสำนวนจีน ความหมายคือมักจะไม่ไปหาผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลถ้ามาหาแสดงว่าต้องมีธุระหรือเรื่องสำคัญจริงๆ