บทที่ 12
เทพยุทธ์ครุฑพ่าห์
มีดวงเดือนพุ่งแหวกอากาศส่งเสียงดังปะทะแรงลมฟังน่ากลัว ปราณก้มหลบว่องไวมีดวงเดือนบินเฉี่ยวร่างแล้วหมุนคว้างวนเป็วงกลมกลับมาหาอีกครั้ง!!!
“ฮะฮะฮ่า เ้าหนู!!!ต่อให้เ้าหลบยังไงมีดวงเดือนของข้าสองคนก็จะตามเ้าไปตลอดเมื่อใดที่กำหนดเป้าหมายแล้ว มันจะจัดการจนกว่าเป้าหมายจะตาย ฮ่าๆๆๆๆ”
ปราณไม่มีแรงมากพอที่จะออกแรงต่อสู้ ทำได้เพียงหลบหลีกวิถีโค้งของมีดเพราะแรงที่มีได้ทุ่มให้กับการปล่อยออร่าพลังไปจนหมด ไม่มีแม้แต่แรงที่จะยกแขน ปราณกัดฟันแน่นกลิ้งตัวหลบไปมาท่ามกลางเสียงหัวเราะของครุยุทธ์ลึกลับทั้งสองที่ควบคุมวิถีโค้งของมีดวงเดือนได้อย่างแม่นยำเพื่อให้ฟันร่างของเด็กน้อย...
ร่างเล็กเคลื่อนที่หลบช้าลงทุกขณะใบมีดเริ่มบินเฉี่ยวร่างถี่ขึ้นแต่ปราณก็ยังกัดฟันฮึดสู้ต่อไป ‘ข้า...ข้าจะต้องตายแล้วใช่ไหม?’ ในที่สุดปราณก็หมดแรงดวงตาค่อยๆหรี่ลงแล้วก็สลบเหมือด
วิถีมีดบินวนโค้งกลับมาแววตาครุยุทธ์นักฆ่าเป็ประกายงานของเขาใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว...
ฉับพลันทันใดเสียงก้องกังวานทำลายความเงียบก็ดังขึ้นรอบๆ
“สุบรรณ์ปัดเป่า!”
สิ้นเสียงนั้นก็เกิดแรงลมรวมตัวควบรวมเป็เส้นสีแดงพุ่งเข้าสกัดเส้นทางวิถีโค้งของมีดวงเดือนก่อนที่จะถึงร่างเด็กน้อยได้อย่างแม่นยำจนมีดวงเดือนกระเด็นหลุดแยกออกจากกันทันที
ครุยุทธ์ทั้งสองหันมองรอบด้านพร้ะโกนก้องร้องถาม“เ้าเป็ใคร? ช่างกล้าดี...มาหาเื่เราครุยุทธ์คู่มีดวงเดือน”
ทั้งคู่กางมือออกแสงออร่าจากมือค่อยๆจางลง มีดวงเดือนคลายตัวและบินวนกลับยังมือเ้าของอย่างรวดเร็ว
เสียงหัวเราะเย้ยหยันทุ้มต่ำชวนขนหัวลุกดังกลบความเงียบ“หึหึหึ เป็แค่เด็กน้อยฌานยุทธ์เถื่อนที่ไร้งานนี่เอง หึหึหึ!!!”
ครุยุทธ์คู่ดาบวงเดือนหันหลังชนกันมองไปรอบๆ ะโถามเสียงก้อง “เ้า...เ้าเป็ใคร? ปรากฏร่างออกมาเดี๋ยวนี้กล้าจริงก็อย่าหดหัวอยู่สิ!!” หันมองดูรอบๆ ตัว แววตาหวาดระแวง
“คนที่สามารถหยุดวิถีบินของมีดวงเดือนได้ต้องอยู่ในขั้นปรมาจารย์ยุทธ์ขึ้นไป เ้า...เ้าเป็ใครกัน?” ครุยุทธ์ที่ดูแก่กว่าเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
“หึหึหึ เ้าจำเป็ต้องรู้ด้วยหรือนักยุทธ์เถื่อนถ่อยแบบพวกเ้า ...”
สิ้นเสียงกังวานก็ปรากฎออร่าสีแดงเพลิงรูปร่างพญาครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่โตกว่า10 เมตร กำลังขยับปีกเหนือท้องฟ้า ความยาวของปีกซ้ายไปขวาร่วม 30 เมตร จนทำให้บริเวณนั้นสว่างไสวไปทั่ว แรงลมปลิวตามแรงกระพือใจกลางออร่าสีแดงเพลิง ปรากฏชายร่างสูงใหญ่สวมชุดคลุมลอยอยู่บนท้องฟ้า...
“หะหะหะหา!!!! เทพยุทธ์ครุฑพ่าห์!”
ะโพร้อมกันด้วยความใเหงื่อกาฬไหลั้แ่หัวจรดเท้า ชุดดำที่สวมใส่เริ่มชุ่มโชกด้วยเหงื่อ
“ทะทะทะทะทำไม กะกะกะกะ...ก้าวขาไม่ออก” หนึ่งในสองเอ่ยเสียงตะกุกตะกักออร่าพญาครุฑกระพือปีกแรงขึ้น แรงลมที่เกิดจากแรงกระพือปีก หอบเอาร่างครุยุทธ์คู่ดาบวงเดือนให้ลอยขึ้นเหนือพื้นดินจนทั้งคู่ตาเหลือก แต่ในมือของทั้งคู่ก็ยังไม่ปล่อยอาวุธประจำกาย
“ครุฑยุดนาค!!!”
แรงกระแทกของคลื่นเสียงที่ทุ้มต่ำทำเอาต้นไม้ใหญ่สั่นไหวออร่าพญาครุฑบินเข้ามาหาทั้งคู่ แล้วกางกรงเล็บคว้าจับขาข้างละคน
ร่างของทั้งคู่ตีลังกาหัวทิ่มมีดวงเดือนที่อยู่ในมือร่วงหล่นทั้งสองถูกหิ้วขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วจนมองลงมาเห็นหลังคาบ้านเป็จุดเล็กๆเท่านั้น
“ปะปะปะปล่อยข้าสองคนไปเถอะครับ!”
“พวกข้าจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว...ปล่อยพวกข้าเถอะครับท่านเทพยุทธ์”
“เ้ามีสิทธิ์ร้องขอชีวิตด้วยหรือ? แล้วเ้าเด็กนั่นได้มีโอกาสพูดแบบเ้าบ้างไหม?”
เสียงดังก้องกังวานปานอสุนีบาตทำให้จิตใจของครุยุทธ์นักฆ่าหล่นไปที่ตาตุ่ม พญาครุฑขยับกรงเล็บยกร่างของทั้งคู่ขึ้นแล้วเหวี่ยงร่างนั้นลงพื้นพสุธาอย่างไม่ปราณี...
กระบวนท่า“ครุฑยุดนาค” ใช้กรงเล็บของพญาครุฑคว้าจับข้อเท้าของศัตรูอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันตั้งตัวแล้วหอบร่างทะยานขึ้นบนท้องฟ้าอันเป็การโจมตีจิตใจ สร้างความหวาดกลัวให้เกิดขึ้น ในขณะเดียวกันกรงเล็บนั้นก็จะค่อยๆดูดซับพลังฌานยุทธ์ของศัตรูให้ลดลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถใช้พลังฌานยุทธ์ได้ชั่วขณะซึ่งนั่นก็เพียงพอต่อการปลิดชีพศัตรูเมื่อศัตรูหมดพลังก็จะใช้กรงเล็บเหวี่ยงให้กระแทกพื้นดิน ความสูงจิตใจที่หวาดกลัวและความเร็วที่เหวี่ยงร่างลงสู่พื้นย่อมเป็การปิดฉากชีวิตด้วยสภาพที่ไม่น่าดู!
“อย่า...!!!!”
ร่างของคนทั้งคู่ไม่สามารถหยุดยั้งความรุนแรงจากการเหวี่ยงนั้นได้...ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะกระแทกพื้นกรงเล็บพญาครุฑก็คว้าจับไว้ได้ทัน ทั้งคู่ลืมตาขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“นี่...พวกเรายังไม่ตาย!”
“ใช่...ใช่...นี่เรายังไม่ตาย”
ดีใจได้ชั่วคราวเสียงก้องกังวานของเทพยุทธ์ครุฑพ่าห์ ก็ดังแหวกอากาศอีกครั้ง
“ข้าจะให้โอกาสเ้าแก้ตัว”
“ดะดะดะได้...ครับท่านจะให้พวกข้าทำอะไรหรือครับ?”
“หึหึหึ ไม่ใช่เื่ยาก...พรุ่งนี้เช้าเ้ารีบไปพบท่านเ้าเมืองรายงานความจริงว่าใครเป็คนใช้เ้าให้มากำจัดยุวาจารย์”
“เออ...คือ...”
“เ้าข้องใจอะไร? หรือว่าจะไม่ทำ!”
“ขืนทำแบบนั้นพวกข้าเกรงว่า...”
“อยากตายเสียเวลานี้เลยไหม? หรือว่าจะทำตามที่ข้าบอก แค่เ้าพูดความจริงทุกอย่างเื่ก็จะคลี่คลายได้ทั้งหมด”
“แต่ว่า...เออ”
“เ้าจะทำได้หรือไม่?”
“เออ...”
“อ้า...”
กรงเล็บพญาครุฑจากพลังฌานขั้นที่ 97 เพียงแค่สะบัดกรงเล็บเบาๆ ร่างชายทั้งสองก็กระทบพื้นตรงหน้าอย่างแรงจนถึงกับเืออก หายใจรวยริน
“ว่ายังไง? อยากตายโดยยังไม่ได้ใช้เงินหรือจะอยากใช้เงินโดยที่ยังไม่ตาย!”
“ข้า...ข้า...ข้ายอมแล้วครับ”
“ข้าทั้งคู่ยอมแล้วครับ...พะ...พะพรุ่งนี้ข้าทั้งคู่จะทำตามที่ท่านเทพยุทธ์สั่งครับ”
“ดีมาก!!!อุ้มเ้าเด็กน้อยกลับเข้าไปนอนในบ้านให้เรียบร้อยแล้วพวกเ้ารีบไสหัวออกไปจากที่นี่และอย่าได้กลับมาให้ข้าเห็นหน้าพวกเ้าอีกข้าหวังว่าพรุ่งนี้ข้าจะได้ยินข่าวดีนะ”
ออร่าแดงเพลิงค่อยจางหายพร้อมการจากไปของเทพยุทธ์ครุฑพ่าห์ แสงสว่างเมื่อครู่จางหาย บรรยากาศรอบกาย กลับมามืดสลัวดังเดิม
**********
“ฟิ้ว....ปุ้ก...ก!!!”
เสียงลูกธนูพุ่งแหวกอากาศปักโต๊ะทำงานของท่านเ้าเมืองในตำแหน่งเดิมตรงกลางของลูกธนูมีกระดาษสีน้ำตาลห่อไว้อย่างดี
**********
เด็กน้อยปราณงัวเงียตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงตามเดิม ‘เมื่อคืนเราฝันไปหรือเนี่ย? แต่ทำไมมันเหมือนความจริงเราสู้กับครุยุทธ์ลึกลับสองคนแล้วก็สลบไป เอ...’
ความสับสนเกิดขึ้นในจิตใจแต่เมื่อมองที่ประตูห้องนอนก็พบว่า ประตูหลุดออกจากบานพับจริง!
เด็กน้อยรีบกระโจนออกจากห้องนอนมองไปทางประตูหน้าบ้าน แน่นอนว่าประตูพังไม่เป็ชิ้นดี มีรอยหักแตกจากขอบประตูผู้คนเริ่มทยอยเดินเข้ามาที่บ้านของปราณ
‘ไม่ใช่ความฝัน!แล้วเรารอดมาได้ยังไงกัน?’ ปราณกำลังสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมประตูบ้านของเ้าพังไม่เป็ท่าแบบนี้มีใครบุกเข้ามาหรือ?” คำถามแรกของท่านป้าร้านผลไม้ตามต่อด้วยคำถามของคนที่เพิ่งเข้ามา ต่างก็รุมกันอยู่หน้าบ้าน วิจารณ์กันต่างๆนานา โดยไม่สนใจเ้าของบ้านที่ยืนงงอยู่ตรงหน้า
ปราณค่อยๆ โผล่ร่างออกมาจากภายในบ้าน “เออ...ก็ไม่มีอะไรมากครับ ข้าแค่ทดลองอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเองอย่าได้กังวลไปเลยครับ ฮ่าๆๆๆๆ”
‘ขืนข้าเล่าความจริง ก็คงพูดกันไม่จบแล้วก็จะมาถามข้ากันอยู่เรื่อยๆบอกไปแบบนี้ดีกว่าี้เีจะเล่าหลายรอบ...เจ็บคอ!’
“เออ...ท่านอาครับ ท่านมาก็ดีเลยครับ วันนี้จะรบกวนท่านช่วยซ่อมประตูบ้านให้ข้าหน่อยนะครับ”ปราณเอ่ยปากบอกกับชายหนุ่มร่างเกร็งผิวคล้ำช่างไม้ประจำหมู่บ้าน
“ฮ่าๆๆๆ ไอ้สิเ้าหนู เื่แค่นี้เล็กน้อยเดี๋ยวบ่ายๆ ก็เสร็จแล้ว”
ปราณพยักหน้าขอบคุณท่านอาจากนั้นก็บอกทุกคนไม่ต้องใ ผู้คนเริ่มเดินจากไปโดยไม่มีใครสงสัยอะไร
“ว่าแต่เมื่อคืน พวกแกได้ยินอะไรไหม?”
“เออ...นั่นสิ! เมื่อคืนเสียงดังลั่นอยู่แถวๆนี้แหละ ข้าว่าต้องเป็ผีแน่ๆ ข้ากลัว เลยปิดบ้านเงียบไม่โผล่ออกมา”
“ก็นั่นสิ ดึกๆ ดื่นๆใครที่ไหนเขาออกมาเดินเพ่นพ่านกัน จะมีก็แต่...”
“เฮ้ยๆๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ยิ่งพวกแกพูดข้ายิ่งนึกภาพตาม”
“ได้ข่าวว่าเมื่อก่อนหมู่บ้านของเราเป็พื้นที่ทำาคนตายเยอะแยะไปหมด...ก็ไม่แน่ว่าอาจจะ...อาจจะ มีิญญามาก่อกวนก็ได้เห็นท่าจะต้องบอกผู้ใหญ่บ้านให้ตั้งลานเคารพแล้ว...คิดแล้วข้าเสียวสันหลัง”
ปราณได้ยินบทสนทนาทั้งหมดที่ค่อยๆแ่เบาไกลออกไป ก็อมยิ้มแล้วส่ายหัว “นี่แหละหนา...หมู่บ้านของเราถึงไม่ได้ไปไหนก็เพราะคนในหมู่บ้านของเรา มัวแต่เชื่อเื่ที่มองไม่เห็นหวาดกลัวจนเกิดมโนไปเอง”
ปราณรีบเดินทางไปยังจวนท่านเ้าเมืองวันนี้เป็วันแรกที่เขาเปลี่ยนสถานะกลายเป็ผู้แนะนำการฝึกพลังฌานให้บรรดาลูกหลานเหล่ามหาอำมาตย์จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน คงต้องให้เวลาเป็เครื่องพิสูจน์
“ทำความเคารพท่านยุวาจารย์!!!”
เสียงะโจากนายทวารดังสนั่นบริเวณนายทหารทั้งหมด ยืนตรงในท่าเรียบอาวุธ หอกยาวขนาด 2 เมตรถูกแนบชิดข้างลำตัวขวา เพื่อแสดงการเคารพ เด็กน้อยยืนอึ้งไปพักหนึ่งสถานะทางสังคมของเขาเปลี่ยนไปโดนสิ้นเชิง เพียงแค่วันเดียวเท่านั้นจากเด็กขี้แพ้ก้าวะโเป็เด็กที่ใครๆ ก็ให้ความนับถือ
‘การเป็นักฌานยุทธ์มีความแข็งแกร่งและความสำคัญมากขนาดนี้เชียวหรือ?’
ระหว่างทางที่เด็กน้อยเดินผ่านบรรดานายทหารที่คุ้นหน้าคุ้นตา ต่างแสดงการเคารพด้วยท่าทางเดียวกันจนเด็กน้อยเริ่มเกร็งและประหม่า ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆยอมรับกับอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างช่วยไม่ได้!
ปราณปรากฏกายในห้องโถง ตรงกลางห้องมีชาย 2 คน นั่งคุกเข่าต่อหน้าบัลลังก์ท่านเ้าเมือง
“ข้าทั้งคู่ผิดไปแล้วครับ!ขอท่านเ้าเมืองได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย ข้าทั้งสองรู้เท่าไม่ถึงการณ์”
“หึหึหึหึ...รู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือ? ช่างน่าขันยิ่งนักมันเป็คำแก้ตัวแบบไร้ความคิดของคนที่ทำผิดแล้วถูกจับได้! ... นั่นไง ยุวาจารย์น้อยของข้ามาแล้ว!”