“ข้าได้ยินว่าโรงเตี๊ยมร่ำสุขกำลังเป็ที่นิยมที่พักสวยงามและราคาประหยัดจึงได้คิดจะมาดูสักหน่อย” สายตาของเฉียวต๋ากวาดไปรอบๆห้องโถงของโรงเตี๊ยมที่เป็ภัตตาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้คนนั่งเต็มแทบทุกโต๊ะ”
“คุณชายเฉียวจะลองชิมอาหารของที่นี่บ้างไม่ล่ะ?รสชาติดีเชียวนะ คนครัวข้าคัดมาอย่างดี” เถียนฮุยผายมือเชิญให้เฉียวต๋านั่ง “ท่านช่างมีดาวโชคนำทางจริงๆเพิ่งมาก็มีโต๊ะเหมาะๆ ว่างรออยู่แล้ว
เฉียวต๋าจำใจต้องทรุดตัวลงนั่ง‘ไหนๆก็คิดจะมาสอดแนมแล้วก็ต้องลองดูว่าอาหารที่นี่เป็อย่างไร?’
เถียนฮุยเรียกเสี่ยวเอ้อให้มารอรับรายการอาหารจากคุณชายเฉียวคนผู้นั้นจึงสั่งอาหารไปสองสามอย่าง เมื่อเขาได้ลองชิมแล้วก็ต้องยอมรับว่ารสชาติอาหารดีและราคาก็ไม่แพงจนเกินไปเฉียวต๋ายิ้มน้อยๆเื่ราคาอาหารและห้องพักในโรงเตี๊ยมเขาพอจะปรับลงได้แต่ฝีมือการทำอาหารเช่นนี้เห็นทีคงต้องมีการแย่งชิงตัวพ่อครัวกันเสียแล้ว
เมื่อลองชิมอาหารไปหลายอย่างแล้วเฉียวต๋ารู้สึกพอใจพออิ่มแล้วก็หันมาหาเหมาฮ่าว
“ข้าอยากไปเยี่ยมเยียนเวยฟางสักหน่อยไม่รู้ว่านางสบายดีหรือไม่?”
เหมาฮ่าวหน้าตึงคนผู้นี้คิดจะไปวุ่นวายกับคู่หมั้นของเขาอีกแล้ว
“นางใช้ชีวิตที่จวนของข้าอย่างสุขสบายคงไม่ต้องให้เ้าเป็ห่วง”
“จริงหรือ?ข้าถามผู้ใดก็ไม่เห็นมีคนบอกว่าท่านมีคู่หมั้น”
“เื่นี้เป็เื่ภายในจวนข้าไม่เห็นจะต้องป่าวประกาศให้ผู้อื่นฟัง”
“ท่านไม่อยากประกาศหรือว่าอันที่จริงตัวท่านหมายจะตบแต่งกับคุณหนูตระกูลโซว่กันแน่?คุณชายเหมา...ในเมื่อท่านเองก็ไม่ได้จริงใจกับนาง และคิดจะเก็บนางไว้เป็อนุข้าว่าเวยฟางคงไม่คิดจะอยู่กับท่านแน่ ส่งนางคืนมาให้ข้าดีหรือไม่?เื่เงินสามหมื่นตำลึงข้าจะคืนให้ท่านเอง”
เหมาฮ่าวใบหน้าอึมครึมเขากำลังคิดจะหาวิธีจัดการกับเื่นี้อยู่หากเฉียวต๋าเข้ามาวุ่นวายเขาเกรงว่าเวยฟางจะคิดวิธีหนีเขาไปได้
“เงินแค่สามหมื่นข้าไม่ได้เดือดร้อนท่านไม่ต้องลำบากหรอก”
ดวงตาของเฉียวต๋าหรี่ลง“ในฐานะข้าเป็สหายเดิมของนาง คงต้องไปสอบถามสารทุกข์สุกดิบดูสักหน่อยจวนของท่านคงไม่รังเกียจ”
เถียนฮุยมองตามหลังคนผู้นั้นแล้วรู้สึกไม่วางใจ“เ้าว่าเขาคิดสิ่งใด?”
จานเจิ้งจอมเ้าเล่ห์ยิ้มน้อยๆเถียนฮุยกับเขาคอยสังเกตเฉียวต๋าก็เห็นว่าคนผู้นั้นเป็พ่อค้าที่ฉลาดมิใช่น้อยนี่คงเป็เพียงการมาดูลาดเลาแต่ยังไม่รู้ว่าในการค้านั้นจะใช้เล่ห์กลเพียงใด?
“ก็คงคิดว่าจะกลับไปลดราคาสู้กับโรงเตี๊ยมของเราน่ะสิคหบดีเฉียวน่าจะเรียกตัวเขากลับมาเมืองหลวงเพราะ่นี้ได้ยินว่าลูกค้าของโรงเตี๊ยมหยกงามลดน้อยลงมากเ้าดูร่ำสุขของเราห้องเต็มทุกวันภัตตาคารก็มีคนเต็มทุกโต๊ะแทบจะต้องต่อแถวกันอยู่แล้ว เฉียวเจินคงจะกลัวผลกำไรหดหาย”
เหมาฮ่าวพยักหน้าเห็นด้วย“เสี่ยวเจิ้งพูดถูก แต่ข้าคิดว่านอกจากเื่กิจการค้าแล้วดูเหมือนเขาจะสนใจคู่หมั้นข้ามากไปหน่อย”
เถียนฮุยตบบ่าเหมาฮ่าวเบาๆ“เ้าหึงแล้วล่ะสิ!”
“ถ้ามีคนมาเกี้ยวภรรยาเ้าเ้าจะได้ทนหรือไม่ล่ะ?”
“อย่าว่าแต่จะทน...ข้าคงจะตะบันหน้าคนผู้นั้นสักหมัดสองหมัด”
“เหอๆ ข้านึกว่าเ้าจะแน่”
“เ้าก็เฝ้าเวยฟางไว้ให้ดีๆ ล่ะระวังจะถูกแอบฉกไป” เถียนฮุยเย้ายิ้มๆ
เหมาฮ่าวได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกไม่สบายใจพลันเขาก็นึกถึงเื่ที่นางแอบไปหมัวมัวฉีที่จวนของเถียนฮุยเขาจึงให้เถียนฮุยพาเขาไปรีดเค้นความจริงจากปากหมัวมัวฉี
หญิงสูงวัยทำหน้าฉงนเมื่อเห็นคุณชายเถียนกลับมาจวนเพราะหลังจากที่เถียนฮุยแต่งงานกับซิวเชี่ยนภรรยาผู้อยู่เื้ักิจการค้าของสกุลซิวได้สร้างคฤหาสน์แห่งใหม่และไปอยู่กันตามลำพังแม้ว่าภายหลังปัญหาในจวนสกุล เถียนจะคลี่คลายนายท่านจะพ้นข้อกล่าวหาทุจริตและได้เลื่อนตำแหน่งขุนนางให้สูงขึ้นคุณชายเถียนก็มิได้กลับมาอยู่จวนเดิมอีก
“คุณชายเรียกหาข้าหรือเ้าคะ?”นางหันไปมองเหมาฮ่าวสหายสนิทของเถียนฮุยที่นั่งอยู่ข้างๆ
เถียนฮุยสั่งบ่าวคนสนิทปิดประตูก่อนจะหันมาหาหมัวมัวฉี
“ข้าไม่อ้อมค้อมนะหมัวมัวข้าอยากรู้ว่าก่อนหน้าที่ท่านจะมาอยู่จวนของข้าท่านเคยทำงานอยู่ที่ใดมาก่อน?”
“เอ๋? จู่ๆคุณชายไยถามเื่นี้เ้าคะ?”
“เพราะข้ารู้มาว่าไม่กี่วันก่อนมีคนผู้หนึ่งแอบมาหาท่านน่ะสิ!”
หมัวมัวฉีหน้าซีด“คุณชายเห็นหรือเ้าคะ?”
เถียนฮุยยิ้มน้อยๆ“พูดมาเถอะว่าคุณหนูผู้นั้นเป็ใครกันแน่?”
เมื่อเห็นท่าทางของหมัวมัวดูอึกอักเถียนฮุยจึงรีบสำทับ“หมัวมัว...ที่ข้าอยากรู้เพราะเื่นี้เกี่ยวพันกับความตายของคนผู้หนึ่งไม่รู้ว่าท่านเคยได้ยินชื่อของเขาหรือไม่?”
หมัวมัวฉีแทบจะกลั้นใจเมื่อได้รอฟังชื่อของคนที่คุณชายกำลังจะเอ่ยออกมา
“เวยเลี่ยง!”
สีหน้าของหมัวมัวฉีซีดเซียว
“ท่านรู้จักคนผู้นี้สินะบอกท่านตามตรงว่าเวยเลี่ยงไม่ได้ตายด้วยอุบัติเหตุที่เขาจมน้ำตายกำลังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนของสำนักมือปราบบุตรสาวของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายพวกเราจึงพานางมาอยู่ในจวนสกุลเหมาที่ข้ามาสอบถามเพราะ้าจะช่วยเหลือนาง”
หญิงสูงวัยถอนหายใจนางหันไปมองคุณชายเหมาที่นั่งอยู่ตรงหน้า “ขอเพียงคุณชายทั้งสองรับปากว่าจะช่วยเหลือคุณหนูข้าก็ยินดีจะเล่าให้ฟัง”
“ข้าสองคนรับปาก”เหมาฮ่าวตอบตกลงโดยไม่ต้องหยุดคิด
“ก่อนหน้าจะมาอยู่สกุลเหมา ข้าเคยทำงานอยู่ในสกุลกุ้ยนายท่านเป็ขุนนางระดับเจ็ด มีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อกุ้ยฟาง ่หลังๆมีคนแวะเวียนมาหานายท่านหลายคนมาแต่ละครั้งก็ทำให้นายท่านสีหน้าเคร่งเครียดกระทั่งตอนหลังเคยมีคนมาหาและทะเลาะกับนายท่านด้วยคืนหนึ่งเกิดเหตุไฟไหม้ที่เรือนนอนของนายท่านกับฮูหยิน ข้านอนเฝ้าคุณหนูจึงได้รีบอุ้มนางออกมาข้างนอกยืนดูบ่าวและสาวใช้ช่วยกันดับเพลิงทว่ามีชายชุดดำกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาคิดจะฆ่าข้ากับ คุณหนูยามนั้นเวยเลี่ยงเข้ามาช่วยเอาไว้ เขาขอให้ข้าปิดเื่นี้เป็ความลับและพาคุณหนูหนีไปเมื่อดับไฟได้แล้วกลับไม่พบศพของนายท่านกับนายหญิง ไม่นานบ่าวและสาวใช้ก็ต้องแยกย้ายกันไปหาที่พึ่งพิงใหม่ข้าไม่กล้ากลับไปบ้านนอกเพราะหวังว่าเวยเลี่ยงกับคุณหนูจะย้อนมาอีกครั้งเ้าค่ะ”
“ก่อนหน้านี้ฟางเอ๋อร์บอกว่านางไม่เคยเข้ามาในเมืองหลวงนี่?” เหมาฮ่าวขมวดคิ้ว
“เ้าค่ะ คุณหนูไม่เคยมามีเพียงเวยเลี่ยงที่เข้ามาหาเงินเท่านั้นเขาบอกกับข้าว่ามีแหล่งเงินให้รีดไถอยู่ที่หนึ่ง”
“จวนสกุลโซว่หรือ?”เถียนฮุยจ้องรอคำตอบเขม็ง
“เ้าค่ะมากี่ครั้งเวยเลี่ยงก็ได้เงินกลับไปทุกครั้ง”
***************************

