ตอนที่ 5 (3)
จากนั้นจางกงก็หันไปมองคู่หูของเขา และพบว่าอีกฝ่ายกำลังยืนอยู่ตรงทางเข้าลานบ้านไม่ได้เข้ามา จึงถามอย่างสงสัยว่า “ทำไมนายไม่เข้ามาล่ะ ข้างนอกแดดแรงมาก ไม่ร้อนเหรอ”
เสี่ยวจิ่วส่ายหัวด้วยความหวาดกลัว “นายไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับตำนานเมืองเหรอ เพียงเข้าไปในร้านหมั้นหมาย ทุกคนถูกผูกด้ายแดงไว้ ผู้เฒ่าจันทรา[1]หายตัวไป ท่านหงเซี่ยนเลยไม่พอใจ ่นี้แค่เพียงได้ผูกด้าย ส่วนใหญ่ล้วนเป็ชายรักชาย”
“มีััคล้องจองเสียด้วยนะนาย!” จางกงเลิกคิ้ว แล้วก้าวสวบๆ เข้าไปในห้องรับแขกอย่างไม่คิดอะไร
เจี่ยนอินเงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วเวลาก็หยุดชะงักไปสามวินาที
“...” หลังจากผ่านไปสามวินาทีแล้ว จางกงถึงได้เคลื่อนไหว เขาหันไปมองเจี่ยนอินทันที เพราะการจ้องมองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยนี้ จึงทำให้เขาดูดุร้ายขึ้นมา
เจี่ยนอินใเสียจนย่นคอ
จางกงเปิดปากพูดทันทีว่า “ดูสิ เป็ปีศาจอะไรมาจากไหน คิดไม่ถึงว่าจะสามารถตรึงไอ้จางคนนี้ไว้ได้!” ดวงตากลมโตของจางกงเบิกกว้าง แล้วกวาดไปบนร่างของเจี่ยนอินไปมา
เจี่ยนอินรู้สึกแปลกๆ แต่เขารู้ว่า ‘ดูสิ’ ของจางกงนั่น จริงๆ แล้วเขาตั้งใจจะออกเสียงเป็ ‘แม่งเอ๊ย’ คำหยาบที่เอาไว้ด่าคนในภาษาไต้หวัน
เจี่ยนอินพูดเสียงเบาหวิวว่า “คุณตำรวจ...ผมถูกฟ้าผ่า...แล้วก็ถูกรถชน...ตอนนี้จึงจำอะไรไม่ได้เลย...ที่แท้ผมก็เป็ปีศาจเหรอ แต่ผมคิดว่าผมเป็มนุษย์นะ…”
ท่าทางที่น่าสงสารและสมเพชเวทนานั้น ยิงทะลุจิตสำนึกของกลุ่มดาวดวงหนึ่งกับปีศาจระดับสูงตนหนึ่งที่อยู่ในห้องรับแขกทันที
ถูกอัสนีบาตสั่นะเืพิภพฟาด เป็ความผิดของเซียนในแดน์ ส่วนถูกรถชน เป็ความผิดของพ่อบังเกิดเกล้าที่เมาแล้วขับของปีศาจระดับสูง...
เอาล่ะ จะเป็ปีศาจหรือเป็มนุษย์ เ้าหนูก็ไม่สามารถบอกได้จริงๆ ความจำเสื่อมขนาดนั้นแล้วยังจะจำอะไรได้อีกล่ะ
“มาทำอะไรที่นี่” หงเซี่ยนถามจางกง
จางกงถอนหายใจแล้วพูดว่า “ไอ้เ้าพ่อหัวหมาถูกจับกลับไปแล้ว ก็เลยจะมาลงบันทึกให้เ้าหนูเหมือนเคยน่ะครับ เดิมทีต้องถูกเรียกตัวไปที่กรมตำรวจย่อยพิเศษ แต่มีคนโทรมาแจ้งว่ามีปีศาจทะเลตัวหนึ่งกำลังหลงทางและไม่รู้จะกลับบ้านยังไงอยู่ในแม่น้ำเขียว พอคิดว่าอยู่ใกล้ๆ ร้านหมั้นหมายพอดี ก็เลยมาพร้อมกันเลย”
หลังจากจางกงพูดจบก็หันไปะโที่ข้างนอกว่า “เ้าโง่นี่ นายจะไม่เข้ามาจริงๆ ใช่ไหม อยากจะอาบแดดอยู่ข้างนอกรึไง!”
เ้าโง่ที่อยู่ข้างนอกะโกลับอย่างขึงขังว่า “เออสิ พ่อแม่ของฉันยังรอให้ฉันมีลูกอยู่นะ!”
จางกงจนใจ เขามองไปที่หงเซี่ยนก่อน เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหงเซี่ยนไม่ค่อยดี จึงหันไปมองเจี่ยนอินแทน
จางกงคิดว่าเด็กคนนี้มีความคล้ายคลึงกับบิดาผู้ให้กำเนิดในชาตินี้ของหงเซี่ยนมาก ไม่แน่ว่าตัวตนของเขาอาจเป็น้องชายแท้ๆ ของพี่หงที่ระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกก็ได้ สีหน้าพลันดุร้าย หลังจากปรับกล้ามเนื้อและเส้นประสาทบนใบหน้าแล้ว จึงใช้รอยยิ้มที่ตนคิดว่าเป็มิตรมากที่สุดยิ้มให้กับเจี่ยนอินอย่างแข็งทื่อและพูดว่า
“มา เ้าหนู บอกลุงตำรวจหน่อยสิว่า นายพบปีศาจหมานั่นได้ยังไง”
เจี่ยนอินยกมือขึ้นชี้ไปที่หงเซี่ยน แล้วส่ายหัวพูดว่า “ผมไม่รู้อะไรเลย! ผู้าุโหงบอกให้ผมไปแตะ ผมก็เลยไปแตะมัน”
จางกงค่อยๆ ขยับศีรษะอย่างช้าๆ มันแข็งทื่อจนได้ยินเสียงกระดูกคอลั่นเสียง ‘กร๊อบ’ เขายิ้มดุร้ายยิ่งกว่าเดิม และถามด้วยน้ำเสียงที่ตนคิดว่าเป็น้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ว่า “ผู้าุโหง เกี่ยวกับการพบปีศาจระดับสูงชั้นหกนี้ ไม่ทราบว่าคุณจะอธิบายยังไงครับ”
ซ้ายก็ผู้าุโหง ขวาก็ผู้าุโหง ทำให้หงเซี่ยนชักสีหน้า
หงเซี่ยนกอดอก นั่งไขว่ห้างอยู่กับที่ไม่ขยับ และไม่ส่งเสียงอะไรออกมาสักแอะ เพียงแค่เหลือบมองจางกงอย่างเฉยชาแวบหนึ่ง แล้วพูดว่า “จุดอิ้นถาง[2]แดงระเรื่อ ดาวหงหลวน[3]เวลานี้เคลื่อนไหว จางกง ก่อนหน้าที่นายจะมาหาฉัน นายไปทำอะไรมา”
ไม่รู้ว่าเจี่ยนอินฟังผิดหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าคำว่า ‘ทำ’ นั่นของหงเซี่ยน ดูจะออกเสียงหนักไปหน่อย
“ดาวหงหลวนเคลื่อนไหวงั้นเหรอ จะเป็ไปได้ยังไง!” ดวงตาของจางกงเบิกกว้าง “คุณก็รู้ว่าสายอาชีพที่พวกเราทำ การมีความรักเท่ากับละเมิดกฎ์ เป็ไปไม่ได้!”
สายตาของหงเซี่ยนย้ายไปที่นิ้วก้อยของจางกง ดวงตาของจางกงก็ย้ายไปที่นิ้วก้อยของตัวเองด้วยเช่นกัน แต่ว่าจางกงไม่ใช่หงเซี่ยน ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางมองเห็นว่านิ้วก้อยของตนมีอะไรผิดแปลกไป
เสี่ยวจิ่วได้ยินการสนทนาของพวกเขา ก็ชะโงกหัวจากข้างนอกมาดูนิ้วก้อยของจางกงเช่นกัน
เจี่ยนอินเห็นว่าทุกคนกำลังดูนิ้วก้อยของจางกง ก็เลยมองไปที่นิ้วก้อยของจางกงอย่างอยากรู้อยากเห็นด้วย
เชิงอรรถ
^ ผู้เฒ่าจันทรา หรือเทพเจ้าแห่งความรัก เป็นผู้เฒ่าหนวดขาวท่าทางใจดี คอยผูกด้ายแดงจับคู่ให้กับมนุษย์^ จุดอิ้นถาง อยู่บริเวณกึ่งกลางระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง^ ดาวหงหลวน คือ ดาวมงคลนกคู่แห่งรัก หากปรากฏในดวงชะตาของใครก็จะมีเกณฑ์เรื่องคู่ครอง