แสงอาทิตย์ยังคงร้อนแรงแม้เป็่เวลาบ่าย มลพิษจากรถยนตร์ทีคับคั่งบนท้องถนน
ทำให้ผู้คนทีเดินอยู่ข้างทางรีบเร่งก้าวเดินไม่หยุด ชายหนุ่มร่างสูงเดินหลบหลีกผู้คนที่ขวักไขว่สวนกันไปมา
ก่อนถอนหายใจโล่งอกเมื่อสามารถหาที่ว่างหยุดเท้าลงโดยไม่ขวางทางใคร โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นมาตอนนี้เอง
เขาควานมือหาในเป้หยิบออกมาดูชื่อคนโทร'ตี๋' เขายิ้มนิดๆ ตี๋ หรือ เตชิต เป็เพื่อนสนิทั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย
จนเรียนจบก็ยังติดต่อกันมาตลอด เขากดรับสาย
"วา ่นี้ว่างบ้างไหม แวะมาทานข้าวที่บ้านเราหน่อย อากงบ่นคิดถึงนายไม่หยุด น้อยใจว่านายลืมอากงไปแล้ว"
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า วา หรือชื่อเต็มคือ เทวา หัวเราะเมื่อนึกถึงชายชราผู้เป็ปู่ของอีกฝ่าย หรือ คุณ เตช ฟูกิจตะกูล
ที่ไม่รู้ถูกอกถูกใจเทวาที่ตรงไหน เพราะเพียงเจอกันครั้งแรก คุณเตชปู่ของเตชิตก็ถูกชะตาเอื้อเอ็นดูหนักหนา
ชายชรายึดถือเทวาเป็ดั่งหลานแท้ๆของตน ยิ่งรู้ว่าเขากำพร้าทั้งพ่อและแม่มีเพียงป้าแท้ๆที่เลี้ยงดูเขามาจนโต
ท่านบอกให้เขาเรียกท่านอากง ตอนแรกเขาไม่ยอมเพราะเห็นปัญหาล่วงหน้า
แต่สุดท้ายเพราะคำพูดของคุณเตช"วา เธอจะไปกลัวอะไรกับคำคนพวกนั้น ฉันจะอยากนับญาติกับใคร มันก็เื่ของฉัน พวกนั้นไม่เกี่ยว"
เทวาจึงขอเรียกท่านเป็คุณปู่แทนอากง ซึ่งก็เป็อย่างที่เทวาคิดไว้ เมื่อบรรดาลูกหลานของคุณเตชรูเข้า บางคนนิ่งเฉยไม่ใส่ใจ แต่หลายคนไม่พอใจ
แต่ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้า เพราะเกรงคุณเตช ได้แต่ส่งคำว่าร้ายกระทบกระเทียบลับหลัง คอยจับตามองเขาและลามไปถีงเตชิตที่เป็หลาน
คนโตและเพื่อนสนิท
เทวาเข้าใจดีฐานะคุณเตชที่ร่ำรวยเป็มหาเศรษฐีติดอันดับ หนึ่งใน20บุคคลผู้ร่ำรวยที่สุดของประเทศไทยแล้ว
การที่จะถูกลูกหลานท่านมองว่าเขามุ่งหวังทรัพย์สมบัติเป็เื่ปกติ
แต่ตัวเขามองเห็นท่านเป็เสมือนญาติผู้ใหญ่ของตน คอยถามไถ่ทุกข์สุขปกติ เทวาคิดว่าเมื่อบริสุทธิ์ใจเสียแล้ว
คนอื่นจะคิดอย่างไรเป็เื่ที่เขาทำอะไรไม่ได้
"่นี้เรายุ่งเื่ไปสมัครงานกับรอสัมภาษณ์งานหลายที่ ต้องเตรียมตัวเยอะอยู่ เลยไม่ได้ติดต่อไป ฝากขอโทษคุณปู่ด้วย"
"เออ เื่นี้ก็ด้วย อากงให้ถามว่านายสนใจมาทำงานกับอากงไหม"
"อย่าเลยแค่นี้ญาติๆนายก็เกลียดขี้หน้าเราจะแย่ ถ้าวันไหนก้าวเข้าไปทำงานด้วย บ้านนายไฟลุกแน่ๆ"
"พวกปลาซิวปลาสร้อย เสียงนกเสียงกาทั้งนั้น ทำอะไรไม่ได้หรอก เราไม่เอาคนพวกนั้นมาใส่ใจ"
ชายหนุ่มคุยถามสุขภาพชายชราจากเพื่อนอีกพัก ก่อนจะวางสายลง เทวาจึงเก็บมือถือลงเป้
เริ่มออกเดินอีกครั้งพร้อมมองหาที่ว่างเพื่อเรียกรถ แต่เมื่อเขาเหลือบตามองขณะเดินผ่านซอยเล็กๆข้างทางก็ต้องชะงัก
ก่อนจะเดินย้อนกลับมาเพ่งสายตามอง ซอยเล็กนี้มีกองขยะอยู่ทั่วไป กลิ่นเหม็นเน่าโชยคลุ้งไปทั่ว ตรงกองขยะกลางซอย มีก้อนดำๆ
ที่ขนาดไม่ใหญ่นัก แต่เขาคิดว่ามันขยับได้
เทวาอดทนต่อกลิ่นเหม็นที่ปะทะจมูก สาวเท้าเข้าไปก้มดูก่อนจะพบว่า เ้าก้อนดำนี้ คือแมวดำตัวน้อยทีผอมโซจนเห็นกระดูก
ขนทั่วร่างแหว่งวิ่น รอยแผลเก่าที่หายแล้ว มีให้เห็นหลายแห่ง
แผลสดตรงหลังคอเนื้อเปิดเืแดงฉานไหลอยู่ ไม่รู้ว่ามันาเ็มานอนอยู่ตรงนี้ั้แ่เมื่อไร เริ่มสงสัยว่ามันตายแล้วหรืเปล่า
แต่มองเห็น่อกยังขยับขึ้นลงเบาๆ
เทวาตัดสินใจทันทีเขาวิ่งกลับไปที่ร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ มองหาผ้าขนหนูบนชั้นวางของ หยิบรวดเดียว 3 ผืนรีบจ่ายเงินแล้วรีบวิ่งกลับมา
เขานึกภาวนาในใจว่า อย่าพึ่งเป็อะไรนะเ้าตัวเล็ก เมื่อกลับมาถึงกองขยะร่างเล็กจ้อย ยังนอนนิ่งอยู่ที่เดิมเทวารีบเอาผ้าขนหนูที่ซื้อมา
ห่อตัวแมวดำ แล้วค่อยๆอุ้มมันขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
ตอนแรกเทวายังกังวลว่ามันจะดิ้นหรือข่วนเอา เพราะเคยได้ยินคำเตือนจากเพื่อนทีเป็ทาสแมว เกี่ยวกับการช่วยเหลือแมวจรอยู่เสมอว่า พวกมันไม่ไว้ใจมนุษย์ เข้าใกล้ให้ระวัง ข่วน ตะปบ กัด เป็เื่ปกติที่เจอกันบ่อยๆแต่แมวดำน่าจะาเ็จนหมดแรง มันไม่ขัดขืนดิ้นรนเมื่อเขาอุ้มมัน ขึ้นมา เพียงแค่ลืมตามอง พยายามขยับปากร้องก่อนจะหลับตาลงใหม่
เทวาพุ่งมาเรียกแท็กซี่ที่ข้างทาง โชคดีมากที่เขาได้รถคันแรกทันทีที่โบกเรียก และโชคดีเพิ่มที่คนขับแท็กซี่คนนี้เป็คนรักสัตว์
จึงไม่รังเกียจที่จะรับเทวาพร้อมแมวที่าเ็
เมื่อเขาแจ้งให้ไปคลีนิกรักษาสัตว์ที่ใกล้ที่สุด คนขับก็เหยียบคันเร่งพุ่งให้ทันที ประมาณ20นาทีรถก็มาจอดส่งหน้าคลีนิกขนาดใหญ่
พร้อมอวยพรให้ทั้งคนและแมว เทวาขอบคุณคนขับพร้อมรีบจ่ายเงิน ชายหนุ่มอุ้มแมวน้อยพุ่งพรวดเข้าไปในคลีนิก
เทวานั่งรอสัตวแพทย์ของร้านทำแผลให้แมวดำ เมื่อผู้ช่วยร้านสาวน้อยมาติดต่อ เพื่อขอให้เขากรอกประวัติแมว
เขาอ่านป้ายชื่อได้ว่า'นิสา'เขาตอบเธอไปตามจริงว่า เป็แมวที่เขาช่วยมาจากข้างทางยังไม่มีชื่อ
"แล้วคุณลูกค้าตั้งใจ จะรับเลี้ยงมันไว้ไหมคะ พอดีต้องคอยพามาทำแผลด้วยค่ะ"
คำถามนี้เทวาชะงักคิดอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเขาหยุดคิดนานเข้า สาวน้อยนิสารีบเอ่ยต่อ"แมวจรพวกนี้น่าสงสารมากนะคะ ถ้าไม่มีคนใจดีรับเลี้ยง
พวกมันแล้ว ชีวิตพวกมันมักอยู่ได้ไม่เกินสามปี ไหนจะไม่มีข้าวกินต้องอดโซ ถูกคนไม่ชอบสัตว์ไล่ตีเอา ถ้ามีาแก็ติดเชื้อตายเอา"พูดอธิบายไปพลาง
เธอก็มองเขาอย่างมุ่งหวังไปพร้อมกัน สำหรับเทวาแล้วตอนแรกเขาไม่เคยคิดเื่รับเลี้ยงทันเลย ถึงเขาจะมีบ้านก็จริงแ ต่ที่กรุงเทพเขาอยู่คนเดียว
ไม่รู้จะดูแลมันยังไง
"ถ้าไม่ใช่คอนโดไม่น่ามีปํญหาเื่ห้ามเลี้ยงสัตว์ ปล่อยอยู่ในบ้าน มีอาหารเม็ดกับน้ำ แมวก็อยู่ได้แล้วค่ะ ยิ่งอยู่คนเดียวมีแมวเป็เพื่อนจะได้
ไม่เหงานะคะ"
พูดจบนิสาก็รอลุ้นคำตอบของชายหนุ่มตรงหน้า เธอภาวนา'ขอให้เขายอมตกลงรับเลี้ยงแมวดำทีเถอะ'เทวาคิดชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่
แต่เมื่อคิดถึงภาพเ้าเหมียวนอนเดียวดายตรงกิงขยะ เขาก็ตัดสินใจได้ทันที
"เอาเถอะครับช่วยมาถึงขนาดนี้แล้ว งั้นก็มาอยู่ด้วยกันเถอะ ตกลงมันเป็ตัวผู้หรือตัวเมียครับ"
นิสาที่ยืนลุ้นระทึกคอยคำตอบ หายใจโล่งอกทันทีที่ได้ยินว่าเขาจะรับเลี้ยงมันไว้"เป็ตัวผู้ค่ะ"เทวาจึงบอกเธอว่า"งั้นให้ชื่อเ้าตัวนี้ชื่อ มาลำ ครับ"
เนื่องจากเทวาตัดสินใจรับเลี้ยงเ้ามาลำแล้ว แต่เขายังมีปัญหาที่ไม่สะดวกพามาทำแผลทุกวัน โชคดีที่ทางคลีนิกมีบริการรับฝากดูแลด้วย
เขาจึงตกลงฝากมาลำไว้จนหายดี แล้วค่อยพากลับบ้าน
ทางคลีนิกแจ้งว่าเนื่องจากมาลำเป็แมวจรไม่เคยฉีดวัคซีนใดๆเลย จึงมีวัคซีนต้องฉีดหลายตัว ซึ่งทางร้านจะจักการให้ได้
เพียงแต่เขาต้องชำระค่าบริการส่วนนี้ล่วงหน้าเลย จำนวนเงินรมไม่ใช่น้อยๆ แต่เทวาก็ยินดีจ่ายให้ตอนที่เขาชำระเงินเสร็จ คุณผู้ช่วยอีกคนเอาผ้าจนหนูที่
เขาห่อตัวมาลำมาคืนให้ พร้อมแจ้งว่า้าเข้าไปดูมาลำก่อนกลับหรือไม่ เทวาเข้าไปดูเห็นมาลำนอนหลับดูสบายสภาพโดยรวมดูดีทีเดียว เขากล่าว ขอบคุณ ทั้งคุณหมอและผู้ช่วยของร้านสัตว์เลี้ยง
กว่าเทวาจะได้กลับถึงบ้านก็เย็นมากแล้ว เขารู้สึกเหมือนได้กลิ่นคาวเืของเ้ามาลำ ติดจมูกอยู่ตลอดเวลา จึงรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อได้ชำระล้างร่างกายแล้วค่อยรู้สึกสบายตัวขึ้น เขานึกได้ถึงผ้าขนหนูที่คลีนิกสัตวืเลี้ยงส่งคืนมา เทวาก้มลงเปิดเป้เพื่อควานหา ขณะที่เขาก้มๆเงยๆ
อยู่กับเป้ของตนนั้น จี้หยกที่แขวนคอไว้ก็ร่วงตกลงไป
เทวาใจหายวาบจี้หยกนี้เขาแขวนติดตัวั้แ่เกิด เปรียบเสมือนตัวแทนของพ่อ ที่เขาไม่เคยเห็นหน้า เขารีบยกมือขึ้นคว้าแต่ไม่ทัน
ยังโชคดีทีมันตกลงบนกองผ้าขนหนูของมาลำพอดี
ชายหนุ่มหยิบจี้ขึ้นมาสำรวจดูความเสียหาย แต่กลับรู้สึกปวดแปลบที่นิ้ว เขาพบว่าที่ปลายนิ้วชี้มีหยดเืติดอยู่ จึงบีบปลายนิ้วเค้นเื
ออกมาเพื่อดูรอยแผล เทวาเห็นเืแค่ซึมออกมาอีกเพียงนิดหน่อย จึงไม่ใส่ใจอีกหันกลับไปพลิกสำรวจจี่ของตนต่อ
จี้หยกชิ้นนี้เป็หยกขาวล้วน รูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือ ไม่มีการแกะสลักรูปภาพหรือตัวอักษรบนนั้น เป็แค่หยกสีขาว สะอาดที่ว่างเปล่า
เทวาแอบเคยสงสัยว่าหรือจะเป็หยกปลอม เพราะเท่าที่เคยเห็นมา หยกมักมีการแกะสลักเป็รูปร่างต่างๆอย่างสวยงาม เป็รูปเทพเ้าต่างๆ
รูปสัตว์มงคล ั หงส์ หรือแกะตัวอักษรที่มีความหมายดีงาม แต่ของเขาเป็แค่จี้สีขาวว่างๆชิ้นหนึ่ง
แต่ข้อสงสัยนี้หมดไปเพราะหยกของเขาเย็นอย่างยิ่ง มันเย็นจนเหมือนแขวนน้ำแข็งเย็นจัดไว้กับตัว โดยเฉพาะ่หน้าร้อนเมืองไทย
มันทำให้เขาเย็นสบายมากจริงๆ
เทวาเห้นหยกเปื้อนคราบเืจางๆ เพราะเป็หยกขาวรอยเืจึงดูชัดสะดุดตา เขาจึงเอามือถูคราบออกด้วยความเคยชิน แต่ลืมไปว่า
นิ้วตัวเองก็มีแผลเืซึมอยู่เช่นกัน จังหวะนั้นเขาได้ยินเสียงดังเปรี๊ยะลั่นเทวาชะงักทันที เขารีบมองดูกระจกหน้าต่างใกล้ตัว ก็พบว่ามันยังปกติ
เขาไม่วางใจเดินสำรวจกระจกชั้นล่างทุกบาน จนแน่ใจว่าไม่มีกระจกบานไหนแตกร้าวแล้ว ก็กลับมาล้างจี้หยกให้สะอาดแล้วสวมกลับ จากนั้นปิดบ้าน
เตรียมขึ้นนอน เมื่อเดินเข้าห้องนอนเทวากดมือถือ โทรหาญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตนเเอง ป้าเภาหรือนางสาวเภาเป็พี่สาวแท้ๆของแม่เทวา
ที่ครองตนเป็โสดอย่างเหนียวแน่น เลี้ยงดูเขามาั้แ่เกิดก็ว่าได้ เมื่อภาแม่ของชายหนุ่มเสียชีวิตไป นางเภาก็เป็ผู้ปกครองของเทวาแต่เพียงผู้เดียว
ป้าของเขาเป็คนเก่งสร้างตัวลงทุนจนมีฐานะร่ำรวย จึงมีคนให้ความสนใจอยากช่วยจับคู่ให้ หรือเสนอญาติฝ่ายชายของตนไม่หยุหย่อน
ถึงขนาดบางคนคิดใช้เทวาเป็สะพานไปหาป้าเขาก็มี ซึ่งป้าของเขาก็ปฎิเสธทุกรายไป
ป้าเภาไม่เห็นด้วยที่เทวาจะไปสมัครทำงานที่กรุงเทพ"ไปเหนื่อยทำงานให้คนอื่นทำไม ทำงานที่บ้านเราก็ได้นี่ลูก"แต่สุดท้ายก็ยอมแพ้ให้เทวามา
สมัครงานที่กรุงเทพ แต่มีข้อแม้ว่าถ้า6เดือนแล้วยังไม่ได้งานเขาต้องกลับไปช่วยป้า ชายหนุ่มพูดคุยประจำวันกับป้าอยู่พักใหญ่ และเมื่อป้าย้ำข้อตกลงหก
เดือนกับเขาเรียบร้อยนางจึงวางสายไป
เทวาเปิดดูอีเมล์ตนเองอีกครั้ง เมื่อไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเขาก็ปิดไฟนอน เทวาหลับสนิทไปนานแล้วห้องนอนทั้งหมดมืดสนิท ทุกสรรพสิ่ง
อยู่ในความหลับใหล เว้นแต่จี้บนอกของชายหนุ่ม ที่ค่อยๆเปล่งแสงสว่างสีทองออกมาทีละนิด แสงสีทองบิดโค้งกลางอากาศราวกับมีชีวิต พุ่งวนเวียน
อยู่รอบร่างกายของเทวาพักใหญ่ ราวกับลังเลเล็กน้อยก่อนจะพุ่งเข้าไปในร่างของเขา แล้วพุ่งกลับออกมาใหม่
ลำแสงเล็กๆมุดเข้าออกร่างของเทวา คล้ายทำการสำรวจอยู่หลายรอบ ครั้งสุดท้ายมันพุ่งออกจากจุดกัวใจ จากนั้นหยุดชะงักจาก
ลำแสงเล็ก มันคล้ายรวบรวมกำลังเปลี่ยนเป็ลูกบอลแสง ขนาดเท่าเม็ดลำไยส่องแสงเจิดจ้าบาดตา
มันขยับช้าๆก่อนจะพุ่งเข้าปากของเทวา แสงสว่างนั้นประหลาดมาก แม้จะเข้าไปในร่างชายหนุ่มแล้วแต่กลับสามารถเห็นผ่านิั
ว่ามันเคลื่อนที่ ผ่านลำคอชายหนุ่มลงไป จนท้ายที่สุดหยุดอยู่บริเวณท้องน้อยแล้วแสงก็ดับหายไป จี้หยกก็หยุดการเรืองแสงกลายสภาพเป็หยกขาว
ธรรมดาเหมือนเดิม