ซานหลง จักรพรรดิไร้บัลลังก์

    13.อี้หลันสตรีที่เด็ดเดี่ยว

    เมื่อกินเสร็จพวกมันก็เริ่มงานของตนทันทีโดยไม่รีรอ มันจำคำพูดของนายน้อยได้ดี ว่าจะกลับไปรับพี่น้องขอทานของพวกมันมาอยู่ด้วย และในจำนวนคนพวกนั้น ก็มีลูกเมีย หรือญาติมิตรของมันอยู่ด้วยการงานที่มันทำอยู่ตอนนี้ ไม่ต้องให้นายน้อยพูดพวกมันก็พอเดาได้ ว่าทำเพื่ออะไร ไม่ว่าจะเป็นการสร้างที่พักชั่วคราว หรือการสะสมอาหารจำนวนมาก ก็ล้วนทำเอาไว้เพื่อรองรับจำนวนคนที่มากขึ้นในอนาคต แน่ๆ"พี่หม่า ท่านจำบทกวีที่นายน้องพาพวกเราท่อง ได้หรือหรือไม่""จำได้สิ ทำไมหรือน้องรอง""ความหมายมันดีมากๆ ข้าเป็นคงโง่ ข้าจำได้ไม่มากนัก ท่านช่วยท่องให้ข้าฟังอีกได้หรือไม่""ได้สิ...."หม่าเหลียงท่องกวี ที่นายน้อยพาท่องให้พี่น้องของมันท่องตาม ขณะที่เดินขึ้นเขา 5 พี่น้องท่องกันไปตลอดทาง อย่างตั้งใจ กวี นี้พวกมันตั้งใจจะเอาไปสอนลูกหลานในภายหลังใครจะรู้ต่อมาอีกหลายปี กวีบทนี้ถูกแพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง และถูกเรียกขานกันในนามกวีสกุลซาน เพื่อเป็นเกียรติแก่ ซานหลงตะวันบ่ายคล้อยลงมาอยู่เหนือเส้นขอบฟ้าไม่มากแล้ว กิจการงานรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ถึงคนทั้งหมดจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ไม่มีใครปริปากบ่นขึ้นมาเลยสักคน จนซานหลงแปลกใจกับความใจสู้ของคนพวกนี้"เอาละ ทุกคนหยุดมือ"ซานหลงที่กลบดินกองสุดท้ายลงในหลุมที่วางต้นเสาลงไปเสร็จ เอ่ยขึ้น และเรียกทุกคนเข้ามารวมกันที่เพิงพักชั่วคราวที่เพิ่งทำเสร็จ เพื่อกินน้ำกินท่าให้หายเหนื่อย แล้วจัดการสั่งงานต่อ"เหลือเวลาอีกไม่มากก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า หม่าเหลียง เจ้าและพี่น้องช่วยข้า เอาเนื้อหมูไปส่งขาย ที่ร้านอาหารในหมู่บ้าน"“ขอรับนายน้อย” หม่าเหลียงรับปากอย่างไม่อิดออด แล้วพาพี่น้องของมันเดินออกไปแบกเอาเนื้อหมูในตะกร้าใบใหญ่ คนละใบ มาวางเอาไว้ข้างๆ เพิงพัก รอนายน้อย"ท่านแม่ ท่านเตรียมอาหาร สำหรับแจกจ่ายให้คนยากไร้ที่อยู่ลานกว้างกลางหมู่บ้าน ให้ ซูกวนและน้องอีก 2 คน ช่วยท่านแม่ขนของขึ้นรถลาก และเธอสองคนไปกับท่านแม่ด้วย"เขาชี้สั่งงานออกมาอย่างรวดเร็ว"ท่านพ่อ ท่านและจิ๋วเถากับพี่น้องของมัน ขึ้นเขาล่าสัตว์ วันนี้เอาหมูป่าอีก 5 ตัวก็พอเดี๋ยวจะทำไม่ทัน ส่วนคนที่เหลือให้เก็บไม้มาทำฟืนให้ได้มากที่สุด เอาไม้ที่เก็บได้มากองเอาไว้ข้างเพิงที่พักนี้แหละ"เขาจ่ายงานคนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อย ก็ช่วยมารดายกข้าวของขึ้นรถลาก เพียงไม่นานพวกเขาก็ออกเดินทางบนชั้น 3 หออาหารหลัวโหล ของตระกูลเฟิง สาวน้อยวัย 14 มองทอดสายตาลงมายังลานโล่เบื้องล่าง เธอจับจ้องไปยังขอทานน้อย 2 คนที่กำลังร้องรออาหารจากแขกที่เข้ามา ดื่มกินในหออาหารของตระกูล เด็กหญิงอายุราวๆ 4-5 ปี สวมเสื้อผ้าฝ้ายขาดๆ ยื่นชามกระเบื้องเก่าๆ ออกมาเบื้องหน้าร้องขออาหารให้กับน้องชาย เสียงอันแหบแห้งร้องออกมาไม่หยุด แต่ไม่มีผู้ใดมอบอาหารให้เธอเลยสักคน เด็กชายตัวน้อยอายุน่าจะไม่เกิน 3 ขวบปี เกาะแขนพี่สาวเอาไว้แน่น สายตาอ่อนล้าของมันจับจ้องไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาอย่างน่าเวทนาหญิงสาวยืนอยู่ตรงนี้มา 2 ชั่วยามแล้ว นานพอๆ กับที่เด็กทั้งสองคน ที่ออกมาขอทานอยู่เบื้องล่าง ทั้งคู่ยังไม่ได้กินอะไรแน่ๆ เพราะเด็กทั้งสองอยู่ในสายตาของเธอตลอด เธอเองก็เช่นกันหมั่นโถวสีขาวสองลูกกับซุปเนื้อกวาง ยังวางอยู่บนโต๊ะอาหาร ด้านหนังของเธอไม่ไปไหน ความหิวกำลังเล่นงานเธอ แต่เธอก็อดทน เพราะนี่คือความรู้สึกที่เด็กน้อยทั้งสองคนกำลังได้รับ ไม่ต่างจากตัวเธอตอนนี้ จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความเวทนาสงสารอี้หลัน คุณหนูนอกตระกูลเฟิง ที่เธอมาอยู่ที่นี่ก็เพราะว่า มารดาของเธอแต่งงานใหม่กับนายบ้านตระกูลเฟิง ทำให้เธอดำรงอยู่ในสถานะลูกติดมารดา“คุณหนู ท่านไม่กินอะไรสักหน่อยหรือเจ้าคะ” สาวใช้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“เหลียนเอ๋อ เจ้าเอาอาหารของข้าครึ่งหนึ่งไปให้เด็กน้อยสองคนที่อยู่ด้านล่างนั้น” เธอเอ่ยขึ้นแผ่วเบา“คุณหนู ข้าทำแบบนั้นไม่ได้หรอกเจ้าคะถ้านายท่านรู้เข้า ข้าจะต้องถูกตีแน่ๆ” สาวใช้ก้มหน้าตอบกลับอย่างไร้หนทางเธอไม่พูดอะไรออกมาอีก หญิงสาวหันหน้ากลับไปที่หน้าต่างแล้วมองลงไปเบื้องล่างตามเดิม มารดาของเธอตายไปเมื่อ 10 วันก่อน โดยไม่ทราบสาเหตุ แถมยังทิ้งหนี้สินเอาไว้ให้เธออีกมากมาย ตระกูลของพ่อเลี้ยง เสนอทางออกมาให้ โดยการแต่งงานเข้าสกุลเฟิง กับลูกชายคนรองที่ไม่เอาไหนของตระกูล ไหนเลยเธอจะยินดีทำเช่นนั้น ต่อให้ตัวเธอไม่เหลืออะไร และต้องกลายมาเป็นขอทาน เธอก็ไม่มีวันแต่งเข้าสกุลเฟิงเด็ดขาดวันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่เธอต้องใช้หนี้ที่มารดากู้ยืมเอาไว้ ต่อให้ขายร้านนี้ออกไป เงิน 50000 ตำลึงทองเธอก็หามันมาไม่ได้ และที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือ ไม่รู้ว่ามารดาไปกู้ยืมเงินพวกมันมาจริงๆ หรือเปล่า ถึงจะมีลายมือชื่อและตราประทับยืนยัน เธอก็ไม่อยากเชื่อนัก เพราะมารดาของเธอ เธอย่อมรู้จักนิสัยใจคอดีที่สุด“เหลียนเอ๋อ เอาชุดมาให้ข้าเถอะ ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว” เธอเอ่ยขึ้นมาอย่างเด็ดเดี่ยว“คุณหนู ท่านไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ถ้าท่านแต่งกับคุณชายซูเฟิงท่านก็...”“ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะไม่มีวันแต่งเข้าสกุลเฟิง ถึงข้าจะต้องไปเป็นขอทานก็ตาม”“คุณหนูท่านโตแล้วน่าจะคิดได้...”“ไม่ต้องพูดแล้ว..ทำหน้าที่ของเจ้าเถอะ” เธอพูดตัดบทเหลียนเอ๋อ จำใจเดินออกไปเอาชุดผ้าฝ้ายธรรมดามาให้ หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ ผลัดเปลี่ยนชุดอันหรูหราออกมาใส่ เสื้อผ้าฝ้ายธรรมดา มือน้อยๆ ของเธอยืนออกไป หยิบเอาถ้วยกระเบื้องธรรมดา ที่มีหมั่นโถวอยู่สองลูก เดินลงไปจากหออาหารหลัวโหล ทันที โดยไม่เอ่ยอะไรออกมาอีกสักคำเหลียนเอ๋อ สาวใช้ตระกูลเฟิงมองดูเธอจากไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูก เธอเลือกทางนี้เอง ตอนนี้คุณหนูผู้สูงศักดิ์ กลายเป็นแค่ขอทานธรรมดาเท่านั้น สถานะของเธอกับขอทาน มันต่างกันมากนักเบื้องล่าง ขอทานน้อยผู้หิวโหย เอามือคำท้องที่ปวดแสบด้วยความทรมาน ในใจเต็มไปด้วยความท้อแท้สิ้นหวัง ทันใดนั้นเอง ร่างงามระหงในชุดผ้าฝ้ายตัวใหม่เอี่ยมก็ยืนอยู่เบื้องหน้าของเธอ กลิ่นหอมจางๆ โชยออกมาจากร่างระหงนั้น ทำให้ทั้งสองสูดดมมันอย่างเคลิบเคลิ้ม เธอยื่น หมั่นโถวให้เธอกับน้องชายคนละอัน“กินสิ ข้าให้พวกเจ้าคงหิวมาก”“ขอบคุณ...ขอบคุณพี่สาว” เด็กหญิงร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ“น้องพี่รีบกินมัน...ขอบแล้วคุณที่สาวซะ” เธอหันไปพูดกับน้องชาย ทั้งสองนั่งลงกับพื้นก้นหมั่นโถวที่ได้มาทั้งน้ำตาอี้หลัน นั่งลงข้างๆ พวกเธอทั้งสอง มองดูเด็กน้อยกัดกินหมั่นโถว ด้วยความสงสาร“ขอบคุณครับพี่สาว ของคุณ” เด็กชายตัวน้อยพูดออกมาทั้งๆ ที่หมั่นโถวยังเต็มอยู่ในปาก“พี่สาวมาเป็นหรือขอรับครับ” เด็กชายมองถ้วยกระเบื้องเปล่าในมือของเธอถามออกมาอย่างไร้เดียงสา“น้องพี่ อย่าพูดจาเหลวไหล..” พี่สาวเอามืออุดปากน้องชายเอาไว้ทันที อี้หลัน ยิ้มออกมาแล้วตอบคำถามของเด็กน้อย“ใช่จ้ะ ที่เพิ่งมาใหม่ ขอฝากตัวด้วยนะ”“อ่า!! พี่สาวเป็นขอทานจริงๆ หรือคะ” เด็กหญิงถามออกมาด้วยความตกใจ อี้หลัน พยักหน้าตอบ“ไม่ได้การละ พี่สาว หน้าตาสะสวยของพี่จะทำให้พี่ลำบาก ต้องพลางมันเอาไว้ให้มาก” เด็กหญิงเอามือของเธอถือกับพื้นดินจนดำ แล้วป้ายเข้าที่น่าอันขาวเนียนของอี้หลัน และป้ายไปตามเสื้อผ้าและเนื้อตัวของเธอ ทำให้ใบหน้าคุณหนูผู้สูงศักดิ์เต็มไปด้วยคราบดิน ไม่ต่างจากขอทาน เธอไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างไร เธอรู้ดีว่าเด็กทั้งสองคนหวังดี และก็เป็นห่วงเธอ หากมีขอทานหน้าตาสะสวย คงไม่พ้นถูกใครสักคนฉุดเอาไปข่มขืนเป็นแน่แต่งตัวให้ อี้หลัน เสร็จเด็กทั้งสองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“พี่สาวชื่ออะไร ข้าชื่อเซียวหลิน น้องชายข้าชื่อเซียวเฟิง” เด็กหญิงแนะนำตัว“พี่สาวชื่ออี้หลัน” อี้หลันตอบออกมาพร้อมรอยยิ้ม ไม่ว่าจะมอมแมมเพียงไหน เวลาเธอยิ้มออกมาก็ยังน่ารักเหมือนเดิม“ทำไม่พี่สาวถึงมาเป็นขอทาน ท่านไม่มีพ่อแม่หรือ” เด็กน้อยถามออกมา“พวกท่านตายหมดแล้ว” อี้หลันตอบออกมาแผ่วเบา“ท่านไม่มีบ้านด้วยหรือ” เด็กชายถาม“ไม่มีแล้ว”“ท่านนอนกับข้าก็ได้ ข้าก็ไม่มีบ้าน แต่เรามีผ้าห่มสองผืน มันอุ่นมากเลย” เด็กน้อยตอบออกมาอย่างไร้เดียงสา“ทำไมพวกเจ้าถึงมาเป็นขอทานหรือ” อี้หลันถามบ้าง“พ่อแม่ข้าตายเพราะสงคราม เราไม่มีที่ไป ไม่มีญาติ ท่านลุงหม่าช่วยเราเอาไหว้ ท่านลุงหม่าเป็นขอทาน เราจึงมาเป็นขอทานด้วย” เด็กหญิงตอบ