ตอนที่ 3 ผูกใจรักมั่น
ดูตาเดียวก็รู้ว่าองค์ชายน้อยต่างเมืองสนใจสาวงาม หลินตือรุ่ยถือโอกาสนี้เสนอหน้าแนะนำบุตรสาวของตน ด้วยสีหน้าชื่นมื่นภาคภูมิ
"องค์ชายน้อยให้ความสนใจกับการแจกจ่ายอาหารหรือขอรับ "
"ที่เห็นอยู่นั้นคือบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้าเอง หลินป๋ายซู่ เดิมทีข้าไม่เคยปล่อยปละให้คนในจวนออกมาสร้างเื่ระเกะระกะ แต่เพราะวันนี้คือวันเกิดของนาง"
"บุตรสาวร้องขอมาค่อนเดือน จะใจแข็งปฏิเสธนางต่อไปก็ทำไม่ไหว " ผู้ตรวจการหลินผายมือแนะนำบุตรสาวให้พวกเขารู้จักโดยบังเอิญ
"ที่แท้ก็เป็บุตรสาวของท่าน หากไม่เป็การเสียมารยาท ฉืออู้ขอถือโอกาสนี้คำนับแด่ท่าน" รอยยิ้มเผยให้เห็นได้ง่ายๆ เพียงพบพานหนึ่งครั้งก็อยากรั้งอยู่เคียงกายไปชั่วชีวิต เด็กน้อยผู้คลั่งรักก้าวขาไปข้างหน้าด้วยความหนักแน่น โค้งคำนับผู้ตรวจการหลินอ่อนยวบอย่างนอบน้อม
"ห่ะ เป็เกียรติแล้ว เป็เกียรติแล้วขอรับ เหตุใดองค์ชายผู้สูงส่งคำนับผู้น้อยอย่างข้าได้เล่า" ตือรุ่ยประหลาดใจจนขนพอง รีบย่อตัวต่ำเตี้ยรับท่าทีแสนสุภาพจากเขา
"ไม่ว่าจะวันนี้หรือวันหน้า ข้าจางฉืออู้ต่างต้องหวนกลับมาคำนับท่านด้วยฐานะพ่อตา มิสู้คำนับมันซะั้แ่วันนี้เลยจะเป็ไรไป " ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็ความคิดของเด็กวัยสิบขวบ ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายได้แต่มองหน้ากัน อมยิ้มด้วยความเอ็นดู
"เอาล่ะอาฉือ เราต้องไปกันแล้ว"
"หากลูกชมชอบนางจริงแล้วล่ะก็ ต่อจากนี้จงพิสูจน์ตัวเองแก่ข้า พิชิตใจชาวแคว้นให้สมกับตำแหน่งไท่จื่อ ที่ข้าเตรียมไว้ให้เ้า ถึงวันนั้นแล้ว เ้าจะแต่งสตรีต่างแดนข้าก็ไม่ขัด" จักรพรรดิจางใช้ข้อนี้ยกชูขึ้นมาเป็กุศโลบาย ให้ฉืออู้มีความทะเยอทะยานรุดหน้าอีกเท่าตัว
"องค์ชายขอรับหยกอ่อนน้ำดีของท่าน แลกเป็เงินได้ 1000 ตำลึงทอง เพียงพอที่จะแจกจ่ายอาหารแก่คนทั้งเมือง ส่วนเื่ของอาหารและข้าวปลานั้น ข้าผู้น้อยให้คนจัดเตรียมไว้ให้แล้วขอรับ" สองพ่อลูกจวนจะพ้นจากถนนเส้นนั้น ทหารสองนายเข้าแจ้งเบี้ยบัญชีพอดิบพอดี
"เสด็จพ่อ พิธีกุยเจาจัดขึ้นในวันพรุ่ง ท่านจะรีบร้อนไปเพื่อการใด"
"ท่านสอนข้าเองว่าปากท้องของชาวประชาต้องมาก่อน หากท่านจะแย้งว่านี่ไม่ใช่เขตแดนที่อยู่ในหน้าที่รับผิดชอบของเรา ยิ่งมิถูกมิควร บุรุษผู้มีอำนาจล้นฟ้าคู่ควรแก่การแบ่งปัน ใส่ใจทุกชีวิตแม้สรรพสัตว์มิใช่หรือ" องค์ชายน้อยกล่าววาจาตามตำรายาวเหยียดเป็ต่อยหอย งานนี้เล่นเอาซะบิดาพูดไม่ออก
[ " ข้อเสียของการเลี้ยงบุตรให้ฉลาดปราดเปรื่องเกินอายุมันเป็เช่นนี้นี่เอง..." ] จักรพรรดิจางถูกเ้าตัวแสบกำราบด้วยคำพูดเจื้อยแจ้วราวสอนสั่ง แต่นั่นไม่ทำให้บิดาเคืองโกรธ ซ้ำแล้วสุดเอ็นดู พึมพำพร่ำพูดเพียงในใจไม่ต่อล้อต่อเถียง
"เอ๋อ..."
"หากไม่ถือเป็การก้าวล่วง องค์ชายมิรังเกียจสกุลหลินที่ต่ำต้อย มิสู้ร่วมแจกจ่ายอาหารแก่คนยากกับป๋ายซู่"
"นี่ถือเป็มหากุศลขอรับ อีกทั้งป๋ายซู่นางยังมีอายุไล่เลี่ยกับองค์ชาย บุตรสาวของข้าอาจจะเป็เพื่อนพูดคุยระหว่างที่องค์ชายอยู่ต่างบ้านแดนเมืองก็ได้ขอรับ ...ส่วนเื่ความปลอดภัยอย่าได้กังวล ข้าจะสั่งให้ทหารเล็กๆคุ้มกันแ่า อารักขาแก่องค์ชายเอง" ตือรุ่ยกลัวว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ความเลวร้ายตึงเครียด จึงกล่าวตัดบทให้สองพ่อลูกเบาใจ
"อืม... ไปเถอะ " จักรพรรดิจางพยักหน้าอนุญาตให้เขาได้ทำตามใจ้า
ครึ่งชั่วยามผ่านไป เป็เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมง...
เด็กน้อยทั้งสองพูดจาถูกคอ... ซุกซนตามประสา อาศัย่ชุลมุนแอบปลีกตัวหลบหนี คุณชายฉืออู้ก็ใช่ย่อย เชื่อฟังสตรีเหมือนเต่าได้ผัก... เพียงนางชักชวนประโยคเดียวไม่โต้แย้ง เ้าก้อนแป้งป๋ายซู่จับจูงมือน้อยๆของบุรุษ หลบหลีกทหารผู้ตรวจตรา ไปยังสถานที่สงบเงียบดั่งเนรมิตมุมโปรดของนาง
"เ้าพาข้ามาที่นี่ จะไม่มีผลอะไรตามมาใช่หรือไม่" ฉืออู้ซื่อตรงไม่เคยนอกลู่นอกทาง ไม่เคยทำลายกฎเกณฑ์ใดมาก่อน นี่ถือเป็ครั้งแรกที่เขาเกเรกล้าขัดคำสั่งบิดา
ใต้ต้นสี่ฤดูสูงใหญ่... กลุ่มใบหนาซ้อนชั้นจนแสงแดดส่องลอดไม่ได้ ลมอ่อนพัดไอน้ำเย็นชื้นหอบขึ้นฝั่ง ร่มเงาต้นไม้ง่อนแง่นพลิ้วไหวตามทิศแรงลม ด้านหน้าเป็สุยเหอ-สายลำธารกว้างใหญ่ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง ป๋ายซู่จูงมือฉืออู้อิงหลังแนบลำไม้อย่างใจเย็น
"เมืองหลวงคนหนาแน่น ข้าแค่อยากพาเ้าออกมาสูดอากาศสักหน่อย เวลาที่ข้าเบื่อหรือหลบหลีกท่านพ่อ ข้ามักจะมาที่นี่" ป๋ายซู่เข้าใจวิธีคิดอีกทั้งยังฉลาดพูด ฉายแววเ้าแผนการั้แ่เด็ก นางเพียงอยากอยู่กับเขาสองต่อสอง จึงหาเหตุผลพร่ำพูดแก้ต่างไปเรื่อย
บรรยากาศน่าจรรโลงใจเพียงนี้ แต่ทว่าสีหน้าขององค์ชายฉืออู้มิสู้ดี จนนางสังเกตเห็น
"เป็ถึงองค์ชายมิใช่เหรอ เหตุใดขี้กลัวนัก เก็บความกังวลไว้ในใจเถอะ ท่องเอาไว้ว่า... ทำการใหญ่ใจต้องนิ่ง "
"หากเกิดอะไรขึ้น หลินป๋ายซู่คนนี้จะปกป้องเ้าเอง " แม่หนูตัวน้อยพูดฉะฉานพลางส่งรอยยิ้มให้เขาเบาใจ ทั้งที่ตัวเองอายุน้อยกว่าแท้ๆ ซ้ำยังเป็หญิง ช่างอาจหาญกล้าสอนบุรุษ
"งั้นครั้งนี้รบกวนป๋ายซู่ออกหน้าปกป้องข้า ครั้นเติบใหญ่ ได้ตำแหน่งไท่จื่อมาครอง ข้าจะสร้างคุณงามความดี ทูลขอสมรสจากสองแคว้น สนองบุญคุณนี้แก่เ้า เป็สามีที่ปกป้องภรรยาไปชั่วชีวิตดีหรือไม่" ฉืออู้ตัวน้อยขยันป้อนคำหวาน พวกเขาเกี่ยวก้อยผูกติดคำมั่น มอบของแทนใจ
"ป๋ายซู่ ได้ยินว่าเป็วันเกิดของเ้า ข้ามีสิ่งของติดตัวไม่มาก มีเพียงต่างหูหยกคู่นี้มอบให้เ้าไว้ดูต่างหน้า"
"ส่วนอีกข้าง ข้าจะเก็บไว้กับตัว "
"วันที่ต่างหูหยกได้กลับมาอยู่คู่กันอีกครั้ง นั่นจะเป็วันที่ข้าได้แต่งกับเ้า"
"องค์ชายรอขับ! / คุณหนูหลินขอรับ!" ทหารออกตามหากันจ้าละหวั่น ท้ายที่สุดเ้าตัวแสบทั้งสองถูกตามตัวจนพบ
"ป๋ายซู่... รอข้านะ จางฉืออู้จะกลับมาสู่ขอเ้าเป็แน่" ทหารแบกตัวคุณชายน้อยแยกห่าง ฉืออู้ไม่วายตะเบ็งเสียงดังลั่นป่าสาบานต่อฟ้าดิน ปฏิญาณตัวด้วยคำสัตย์ขอรักใคร่ปรารถนานางเพียงผู้เดียว
เช้าวันรุ่งขึ้น...
เขตวังคึกคัก ประโคมเครื่องประดับโอ่อ่าั้แ่เขตอุทยานหลวงส่วนหน้ายันท้ายวัง แต่ทว่านอกรั้วเขตนั่น เต็มไปด้วยขอทานเกลื่อนถนนไม่ต่างอะไรกับซากศพเดินได้ าาผู้นี้ช่างไม่รู้จักประมาณตน
"พิธีกุยเจาจะเริ่มในอีกไม่ช้า..." เ้าหน้าที่กรมพิธีการตีฆ้องร้องเปล่าั้แ่เช้าตรู่
*พิธีกุยเจา สืบทอดนับร้อยปี เป็กลยุทธ์ผูกมิตรเชื่อมสัมพันธ์ โดยเ้าบ้านผู้จัดงานมีหน้าที่ทำให้แขกบ้านต่างเมืองพึงใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ กระทั่งดำเนินไปถึง่สุดท้ายจึงจะมอบเครื่องบรรณาการ และหารือต่อรองว่าจะก่อศึกหรือสวามิภักดิ์*
"งามจริงๆ สตรีชาวเซิ้งช่างร่ายรำได้ไร้ที่ติ" จักรพรรดิจางนั่งลูบหนวดเคราสำราญใจ ร่วมกินดื่มมองดูสาวงามและศิลปะนานาชนิด เสพสุขเอิบอิ่มให้สมกับการต้อนรับของวั่งเฉิงตี้
"เด็กๆ นำหีบออกมา" เวลาผ่านไปเกือบครึ่งค่อนวัน วั่งเฉิงไท่จู่ใจเย็นมามากพอแล้ว ไม่อาจรีรอให้ล่วงเลย กล่าวตัดบทสั่งทหารนำหีบเงินหีบทองตระเตรียมให้พร้อม
"จักรพรรดิจาง... งานรื่นเริงเดินทางมาถึง่สุดท้ายแล้ว ข้าว่าเราอย่ารอช้ากันเลยดีกว่า อะไรที่ควรหารือ ก็มาเจรจาให้มันลุล่วง"เขากวักมือไล่นักสังคีตให้หยุดบรรเลง
"วั่งเฉิงตี้... ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านเป็กษัตริย์ที่ใจร้อนดั่งเพลิง แต่ไม่คิดว่ามันจะมากมายขนาดนี้..."
"แต่เอาเถอะ ข้าคร้านที่จะขัด เช่นนั้นก็จงเริ่มการเจรจาเถอะ" จักรพรรดิจางตอกกลับด้วยถ้อยทีเหน็บแนม ก่อนจะสั่งให้ฉืออู้นำถุงผ้าเล็กๆ ส่งให้เ้าแคว้นเซิ้ง
"นี่มันอะไรกัน อย่าบอกนะว่านี่คือของบรรณาการที่ซีโฮ่วเตรียมไว้แลกเปลี่ยน... อะฮ่า หากเป็เช่นนั้นจริง ถือเป็การดูถูกกันเกินไปแล้ว!" วั่งเฉิงจองหองชูคอ ยังไม่รู้ว่าข้างในบรรจุอะไร มิวายสรรหาถ้อยคำมาพูดส่อเสียดดักทาง
"โอ่ว... ข้าไม่ยักจะรู้ว่า นอกจากท่านจะเืร้อน ยังโง่เขลาได้ปานนี้ ของที่บรรจุในถุงคือน้ำตาเกล็ดน้ำแข็ง พืชวิเศษที่รักษาได้ทุกโรค สมุนไพรชนิดนี้เป็ดั่งาาแก้พิษทั้งปวง สิบปีมีเพียงหนึ่งต้น ไหนเลยที่ซีโฮ่วจะกล้าดูิ่ผู้อื่นด้วยสิ่งของ" เป็าามิใช่เป็ได้เพราะมีอำนาจไปยึดครองมา แต่ต้องฉลาดล้ำลึก ไหวพริบดี ประโยคที่เปล่งออกมาแต่ละครั้ง ทำวั่งเฉิงเสียหน้าแทบอยากมุดดินหนี
"แคว้นเซิ้งของข้ายิ่งใหญ่ ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับของกำนัล กุยเจาจัดขึ้นก็เพื่อเรียกท่านมาเจรจาต่อรอง ให้สองแผ่นดินผูกมิตรสงบศึก "
"ข้อเสนอของข้านั้นมีไม่มาก เริ่มจากประการที่หนึ่ง ซีโฮ่วสวามิภักดิ์ ส่งเสบียงทั้งหมดในยุ้งฉางแก่แคว้นเซิ้ง อนุญาตให้เหลือไว้กินไว้ใช้ไม่เกิน 100 กระสอบ"
"ประการที่สอง ต้นฤดูหนาว... ให้ส่งชาวซีโฮ่งหนึ่งพันชีวิตไม่ขาดไม่เกิน สังเวยสัญญาพันธมิตร รับใช้ใต้เบื้องบาทาข้า "
"ส่วนประการสุดท้าย ทุกหย่อมหญ้าของซีโฮ่ว ถือเป็หนึ่งเดียวของชาวเซิ้ง จะจัดการเื่น้อยใหญ่นั้นไซร้จะทำโดยพลการไม่ได้ ต้องผ่านการออกความเห็นจากเฉาวั่งเฉิงผู้เดียวเท่านั้น" วั่งเฉิงตี้ชิงกล่าวตัดหน้า ไม่เว้นวรรคให้อีกฝ่ายโต้แย้ง
"มากเกินไปแล้ว!"
"ข้าไม่เห็นด้วยสักข้อ" จักรพรรดิจางบีบจอกสุราแน่น ชักสีหน้าแสดงออกว่าไม่พอใจให้ขุนนางทุกขั้นประจักษ์ตา
"งั้นเลือกเอาก็แล้วกัน ว่าสมยอมข้าแล้วบ้านเมืองสงบสุข ไร้การฆ่าฟัน หรือจะดื้อด้านทะนงตน เปิดศึกากันต่อไป" วั่งเฉิงมิสนใจมิตรภาพ เขาสนก็เพียงแต่อำนาจบาตรใหญ่ ยื่นข้อเสนอที่ออกจะเห็นแก่ตัว
"เฉิงตี้ ถ้าท่านจะเห็นแก่ได้ กระทำการใหญ่ไม่โปร่งใสเป็ธรรม ท่านจะเชิญพวกเรามากุยเจาเพื่อสร้างสัมพันธ์ไปทำไมกัน ในเมื่อสิ่งที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดทั้งสิ้นเป็การบีบคั้นข่มเหง หาใช่วิถึวีรบุรุษผู้กล้าไม่!!"
"หากข้ายอมรับข้อเสนอทั้งสาม นับว่าข้าสังหารชาวซีโฮ่วด้วยเงื้อมมือตน ไม่เพียงเท่านั้นยังกลบฝังพวกเขาด้วยหน้าดินให้ตายทั้งเป็"
"หากต้องเปิดศึก ก็สู้กันให้ตายไปข้าง อย่างน้อยคนของข้าก็เต็มใจหลั่งเืปกป้องาา "
"มิได้ขู่เข็ญขูดรีดเฉกเช่นาาแคว้นเซิ้งกระทำ!!" จักรพรรดิจางจิตใจบริสุทธิ์มากเมตตา ดั่งแสงธรรมค้ำจุนโลก ทว่าจังหวะที่ต้องหนักแน่น เขาพร้อมชนทุกสถานการณ์ กล้าแข็งข้อแม้กระทั่งกับาาวิปลาสอย่างเฉาวั่งเฉิง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ขอเพียงยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ผดุงคุณธรรม ปกป้องประชาชี นั่นคือเจตจำนงที่ชัดเจน
"ฉืออู้ จำเอาไว้ แม้ซีโฮ่วของเราห่างไกลและเหน็บหนาว แต่มิได้ด้อยไปกว่าแคว้นอื่น จงอย่าให้ใครหยามได้ง่ายๆ"
"ทั้งหมดนี้เ้าคงได้ประจักษ์แก่ตาตนแล้ว เช่นนั้นก็หมดเื่ที่จะรั้งกายอยู่ " เ้าแคว้นใหญ่แดนเหนือลูบหลังมือองค์ชายน้อยเบาๆ พร้อมสอนสั่งให้ตักตวงใจคน
"ขอรับท่านพ่อ ข้าจะจำให้ขึ้นใจว่า เฉาวั่งเฉิงผู้นี้ หน้าเนื้อใจเสือ พูดจากลับกลอก ไร้ไมตรี สมควรตราหน้าว่าาาชั่ว!" ฉืออู้ปากแจ๋วใช่ย่อย ไม่ลังเลที่จะก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ชี้นิ้วแสกกลางงาน ด่ากราดเฉิงตี้ ปกป้องบิดาด้วยวาจาเราะร้าย
[" ฉืออู้มิใช่ว่าทุกอย่างจะเป็เหมือนตาเห็น เ้าเริ่มรู้จักทันคนแล้ว ข้าภูมิใจในตัวเ้า ภายภาคหน้าหากไร้ตัวตนของข้า ซีโฮ่วนับว่าผาสุกได้เช่นกัน"] จักรพรรดิจางเผยยิ้มเอ็นดูโอรสน้อย ทั้งที่สถานการณ์ตึงเครียด แววตาที่เพ่งมองประหนึ่งเชยชม ว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น