ชายหนุ่มบอกกล่าวถึงจุดประสงค์ของการกระทำ พร้อมสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีกหนิงอันอันจึงเริ่มกลับมาเป็ปกติ นางจ้องมองดวงตาของพี่ชายที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นทั้งคู่เดินกลับกระโจมหนิงเฟยหลงพยาบาลรักษาน้องสาวเป็อย่างดีใช้ยาฟื้นฟูลมปราณและยาทารักษาอาการาเ็
ปัญหาคือเวลาที่มีอยู่จำกัดแต่ต้องรักษาง่ามมือที่ฉีกขาดของนางให้หายเสียก่อนจึงจะฝึกได้หนิงเฟยหลงจะต้องหาหนทางแก้ไขปัญหานี้
เวลานี้หนิงอันอันได้หลับแล้ว ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่หน้าเตียงยกมือขึ้นััไรผมของนางก่อนจะลูบไปที่ศีรษะ มองดูใบหน้าอันงดงามของน้องสาวนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้“ข้าคงชดเชยให้เ้าน้อยเกินไป ระยะเวลาหลายปีมานี้ข้าไม่ได้ดูแลเ้าให้ดี ต่อไปข้าจะดูแลเ้าให้ดีขอบคุณนะน้องสาวข้า....”
ชายหนุ่มเดินออกมานอกกระโจม มองดูเหล่าองครักษ์ที่กำลังจัดเวรยามรักษาการสายตาของมันลากยาวขึ้นข้างบนแหงนมองบนดวงจันทร์มันรู้สึกว่า่เวลานี้ครอบครัวใกล้จะสมบูรณ์แล้วสิ่งที่เคยขาดหายไปได้กลับคืนมาหมดขาดก็แต่มารดาของมันที่ได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว
ถึงแม้ชายหนุ่มจะผ่านเื่ราวมากมายแต่ก็ยังไม่ควรว่าจุดหมายปลายทางคืออะไรอยู่ดีมันเพียงหวังว่าครอบครัวของมันจะสงบสุข ตระกูลจะเจริญรุ่งเรืองมันแค่อยากจะปกป้องคนที่มันรักก็เท่านั้น คิดเพียงเท่านี้ชายหนุ่มก็หันหน้าไปทางกระโจมของตนตัดขาดความคิดเข้านอน
..........
แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในกระโจม ชายหนุ่มลุกขึ้นล้างหน้าตาเสร็จก็มีองครักษ์ผู้หนึ่งเดินเข้ามาในกระโจม
“นายน้อยไม่ทราบว่าจุดหมายต่อไปของเราคือที่ใดขอรับ”เสียงที่ทรงพลังและเข้มแข็งของชงเป่าดังขึ้นมา
“พวกเราจะยังอยู่ที่นี่อีกห้าวันจึงจะเดินทางไปนครหลวง” หนิงเฟยหลงได้ไตร่ตรองั้แ่เมื่อคืนแล้ว
“เช่นนั้นวันนี้นายน้อยมีภารกิจอะไรหรือ..”ชงเป่าไม่ทันจะกล่าวจบก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“มีสิพวกท่านอยู่ที่นี่ข้ากับท่านพี่จะออกไปเที่ยวเล่นในป่าสมบัติแห่งโชคชะตาเสียหน่อย”เสียงแหลมนี้ไม่ใช่ใครนอกจากหนิงอันอันนั่นเอง
"แต่ในป่านั่นอันตรายมากถ้าอย่างไรเราไปกันหมดนี่ไม่ดีหรือขอรับ" ชงเป่าเกิดความกังวลความอันตรายของสัตว์อสูรในป่านี้เป็ที่ทราบกันดีทั้งมันกับนายน้อยยังได้ประสพมาด้วยตนเอง
ในคราแรกหนิงเฟยหลงไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดน้องสาวแต่มันนึกได้ว่าการที่จะแข็งแกร่งขึ้นจำเป็ต้องผ่านความยากลำบากไม่เช่นนั้นก็คงไม่อาจแข็งแกร่งขึ้นมาได้โดยเฉพาะการผ่านความเป็ตายในครั้งนั้นมาทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
"เอาเถอะพี่ชงเป่า ข้าจะไปกับอันอันและองครักษ์อีกสองคน ท่านกับองครักษ์ที่เหลืออยู่เฝ้าค่ายที่นี่แหละอีกห้าวันข้าจะกลับมา"
"แต่..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ท่านไปทำหน้าที่ของท่านได้แล้ว"สิ่งที่นายน้อยของมันตัดสินใจแล้วยากจะเปลี่ยนแปลงมันเข้าใจดีชงเป่าโค้งคารวะหนึ่งครั้งแล้วออกไปนอกกระโจม
"ท่านพี่ท่านจะพาข้าไปจริงๆใช่หรือไม่?" หนิงอันอันได้ลืมเื่ราวเมื่อวานไปหมดแล้วคงเหลือแต่แววตาที่ซุกซนเหมือนแต่ก่อน
หนิงเฟยหลงเห็นแววตาของน้องสาวก็เริ่มที่จะระแวง“ใช่ ข้าจะพาเ้าไป แต่ต้องสัญญากับข้าว่าจะเชื่อฟังเข้าใจหรือไม่?”ชายหนุ่มทำเสียงหนักแน่นหวังให้น้องสาวตื่นตัว หนิงอันอันพยักหน้ารักคำ
ทั้งสองได้พากันเดินออกจากกระโจมนำพาองครักษ์ติดตามไปสองคนหนึ่งในนั้นคือชงหยง
“นายน้อยท่านเอาจริงหรือ?คราวที่แล้วพวกเราก็เกือบไม่รอดนะขอรับ” ชงหยงเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วง
หนิงเฟยหลงไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใดยังคงเดินนำต่อไปทิ้งให้คำถามนั้นลอยหายไปในอากาศ ชงหยงหน้าบึ้งตึงเดินตามหลังมาอย่างระมัดระวัง
..........
เขตสัตว์อสูรระดับสอง
“นายน้อยนี่เราเข้า...”ชงหยงที่กำลังพูดนั้นได้ถูกห้ามไว้
“อย่าได้ตื่นตระหนกไป”ชายหนุ่มกล่าวเตือนสติ
หนิงอันอันไม่ได้สนใจอันใดมองชมวิวทิวทัศน์พืชพรรณต้นไม้สัตว์ป่านานาชนิดอย่างเพลิดเพลิน ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มไม่ได้ขาดจวบจนได้ยินเสียง...
บรู้ววว!!
หนิงอันอันใ! ะโโหยงเกาะหลังพี่ชาย “นี่มันเสียงใดกัน น่ากลัวเหลือเกิน!” หญิงสาวะโลั่น!
ชงหยงเห็นท่าทีของหนิงอันอันก็อดยิ้มไม่ได้ องครักษ์ทั้งสองหลุดขำออกมานั่นทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวแล้วเขินอายขึ้นมาแก้มแดงระเรื่อทันที
“พวกท่านหยุดหัวเราะกันก่อน จากเสียงเมื่อครู่ คาดว่าข้างหน้านั่นมีหมาป่าสีเทาสักสามตัวไม่ผิดแน่! ข้ากับหนิงอันอันจะออกไปสู้ พวกท่านรออยู่บริเวณโดยรอบอย่าให้สัตว์อสูรเข้าไปได้!” ชายหนุ่มกำชับเสร็จก็คว้าตัวน้องสาวพุ่งทะยานขึ้นบนต้นไม้ใช้ร่างลมหวนก้าวย่างบนกิ่งไม้ไปมาอย่างรวดเร็ว
“นั่นมันอะไรกัน...!! องครักษ์ทั้งสองอดไม่ได้ที่จะต้องตะลึง กิ่งไม้เ่าั้ที่นายน้อยของมันได้เหยียบลงไปแทบจะไม่สั่นไหว แรงกระเพื่อมของสายลมแทบจะไม่มี เหมือนกับว่าจะกลายเป็หนึ่งเดียวกับสายลมไปอย่างนั้น
“พวกท่านรออะไรกัน จะชักชาให้เสียงานหรือ?!” หนิงเฟยหลงอดไม่ได้ที่จะต้องส่งเสียงกลับมาเมื่อเห็นองครักษ์ตนยืนนิ่งอยู่กับที่
ชายหนุ่มไม่ได้สนใจต่อมุ่งหน้าไปยังหมาป่าสีเทาอย่างฉับไว “เอาหละอันอันวิชาที่เ้าศึกษามาเป็วิชากระบี่ใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว แต่ข้าศึกษาเพียงวิชากระบี่วายุเท่านั้น ข้าไม่สามารถเข้าใจในหลักวิชานี้ได้จึงไม่ได้ศึกษาวิชาอื่นอีก” หญิงสาวกล่าวด้วยท่าทีผิดหวัง
“ไม่เป็ไรเ้าทำตามที่ข้าบอกแล้วกัน”หนิงเฟยหลงพาน้องสาวออกห่างจากหมาป่าสีเทาระยะหนึ่ง เพื่อขอดูกระบวนท่าต่างๆของวิชากระบี่ที่นางได้ศึกษามา
ชายหนุ่มจดจำกระบวนท่าต่างๆของกระบี่วายุได้หมดแล้วจึงดัดแปลงเพลงกระบี่จากเดิมที่มีด้วยกันเจ็ดท่า แบ่งเป็รุกสาม รับสาม พลิกแพลงหนึ่งเปลี่ยนเป็ห้าท่า คือ รุกสี่ พลิกแพลงหนึ่งมันคิดว่าท่าตั้งรับไม่จำเป็สำหรับวิชานี้เลยควรจะใช้ความรวดเร็วให้เกิดประโยชน์เป็การโจมตีที่เด็ดขาดแทน
หนิงอันอันยังใช้กระบี่ไม่คล่องมือนัก เนื่องจากวิชาถูกดัดแปลงใหม่และอาการาเ็ก็ยังคงอยู่หนิงเฟยหลงไม่ได้เร่งรีบน้องสาวเท่าใดนัก พยายามให้นางเข้าใจกระบวนท่าที่ดัดแปลงใหม่ให้มากที่สุด