ยามรุ่งเช้าด้านหน้าของสำนักเก้าัพิทักษ์ธรรม ชายหญิงหนุ่มสาวสามคนกำลังถูกไล่ตะเพิดออกมา กับเป็สุนัขข้างถนน “พวกเ้าออกไปให้พ้นจากสำนักแห่งนี้เสีย นี่เป็คำสั่งของท่านปรมาจารย์าุโ หากยังชักช้า อยู่จะหาว่าพวกเราใจร้ายกับพวกเ้าไม่ได้” เสียงของศิษย์พี่ฝ่ายกระบี่คนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยวาจาแข็งกร้าว มันกำลังขับไล่ศิษย์ชั่วสามคนออกจากสำนักตามคำสั่งของ ฉินฟงนั้นเอง พวกมันทั้งสามประกอบด้วย หลู่ ไกวฉือ หวัง ก้านเหลียง และ ิ เจียวจู คนทั้งสามได้ลักลอบวางแผนที่จะเข้าไปขโมยตำรายาวิเศษของ ปรมาจารย์าุโฝ่ายโอสถ ฟู่เที่ยนซ่าน แต่ทว่าพวกมันดันโดน ฉินฟงในร่างของไท่หยวนอี้มาพบเจอเข้าเสียก่อน จึงถูกจี้สกัดจุด จนหนีไปไหนไม่ได้ จนกระทั่งอาจารย์ของพวกมันมาพบเข้า และด้วยความสัมพันธ์ลึกลับบางอย่างที่ฟู่เทียนซ่าน มีกับ ิ เจียวจู ลูกศิษย์หญิง มันจึงมีท่าทางโอนเอียง จะลงโทษแค่ศิษย์ชายทั้งสองเพียงอย่างเดียว แต่ฉินฟงนั้นหาได้ยอมไม่จึงเกิดมีปากเสียงกันนิดหน่อย จนท้ายที่สุดฟู่เทียนซ่านที่มีตำแหน่งด้อยกว่าจึงต้องยอมถอย และปล่อยให้ฉินฟงเป็คนตัดสินความผิดของพวกมันทั้งสาม คำตัดสินก็คือ ให้ทำลายวรยุทธ์ และขับไล่พวกมันออกจากสำนักในวันรุ่งเช้า หรือก็คือ เวลายามนี้นี่เอง..
“เ้าไม่ต้องมาไล่ข้าเหมือนหมูเหมือนหมา ถึงไม่ไล่ ข้าก็ไม่คิดจะอยู่ไอ้สำนักเฮงซวยพรรค์นี้หรอก มีแต่พวกตาแก่หัวหงอกคอยคุมสำนัก อีกกี่ปีกี่ชาติสำนักนี้ถึงจะกลับมามีชื่อเสียงเหมือนเมื่อก่อนข้าขอสาปแช่งให้สำนักนี้ล่มจม ไม่มีความเจริญ” ิ เจียวจู กล่าวโวยวายด่าทอเสียงดังลั่น จน หลู่ ไกวฉือ กับหวัง ก้าน เหลียงต้องรีบมาดึงแขนนางออกมาก่อนที่จะโดนเหล่าศิษย์พี่ที่เฝ้าประตูเล่นงาน
ทั้งสามออกเดินทางไปเรื่อย ๆ แต่ในระหว่างทาง ิ เจียวจูก็ยังคงบ่น และด่าทอ ไท่หยวนอี้ กับฟู่เทียนซ่านมาตลอด เพราะนางแค้นสองผู้าุโทั้งสองเป็อย่างมาก “แล้วจากนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อดี วรยุทธ์ที่ฝึกมาก็โดนทำลายไปหมดแล้ว ตัวข้าเองก็อยู่ที่สำนักมาั้แ่จำความได้ บิดามารดา ของข้าตอนนี้อยู่แห่งหนตำบลใดข้าก็จำมิได้” หลู่ ไกวฉือกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าที่สิ้นหวังเป็อย่างยิ่ง “ข้าก็เช่นกันไกวฉือ อาจารย์รับข้าเข้าสำนักั้แ่เล็ก ใบหน้าของบิดามารดาข้าเป็เช่นไรข้าก็จำไม่ได้” หวัง ก้านเหลียง กล่าวเสริมขึ้นมาบ้าง “เช่นนั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่ พวกเราสามคนไปปลูกกระท่อมทำไร่ทำนาอยู่กันอย่างสงบสุขสามคน และไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใดอีก” หลู่ไกวฉือ เสนอความคิดขึ้นมา “ สามคนงั้นรึ.? เ้าล้อข้าเล่นใช่หรือไม่ สามคนในฐานะอันใดกัน สามคนพ่อเมียรึ เ้าอย่ามากล่าววาจาบ้า ๆ น่า หากใครรู้เข้าคงจะเอาไปนินทาเป็แน่ข้าไม่เอาด้วยหรอก” หวัง ก้านเหลียงยิ้มเยาะก่อนจะรีบปฏิเสธทันควัน
“เช่นนั้นเ้าจะเอาอย่างไง ให้ข้าอยู่กันสองคนกับน้องเจียวจูใช่หรือไม่ ส่วนเ้าก็ไปตามทางของเ้า ก้านเหลียง” “น่าหัวร่อไกวฉือ เ้าคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าข้ากับน้องเจียวจูนั้นรักกันมาก่อน ส่วนเ้าก็แค่คนมาทีหลัง หากจะมีใครสักคนที่ต้องหลีกทางไปมันผู้นั้นควรจะเป็เ้าเสียมากกว่า” คำพูด ที่ดูเย่อหยิ่ง และแววตาที่ดูเย้ยหยันของ หวัง ก้านเหลียงนั้นทำให้ หลู่ไกว ฉือ ไม่พอใจเป็อย่างมาก หากเป็เมื่อก่อนมันคงใช้ฝ่ามือลมปราณซัดก้านเหลียงจนกระอักเืาเ็ไปแล้ว แต่ยามนี้ ลมปราณกับวรยุทธ์ที่ฝึกมาล้วนถูกทำลายสิ้นไปหมดแล้ว จึงมีเพียงกำปั้นกับพละกำลังเท่านั้นที่พอจะสั่งสอนให้หวัง ก้าน เหลียงรู้สำนึก หวัง ก้านเหลียงนั้นก็หาได้ยอมไม่ มันเองอยู่ฝ่ายโอสถมีวิชาต่อสู้พื้นฐานของสำนักนิดหน่อยซึ่งยามนี้ก็สลายไปหมดแล้วเช่นกัน ทั้งคู่จึงมีแค่มือล้วน ๆ ที่ใช้ต่อกรกัน
ทางด้านิเจียวจูที่นางหงุดหงิดเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว พอมาเห็นผู้ชายสองคนที่มาด้วยกัดกันด้วยเหตุผลไร้สาระนางจึงโมโหหนักกว่าเดิมหลายเท่า “พวกเ้าทั้งสองจะกัดกันไปไย ข้าไม่คิดที่จะอยู่กับผู้ใดทั้งนั้น ทำนาใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบงั้นรึ..ช่างไร้สาระเสียจริง ชีวิตของข้าต้องไม่จบลงเช่นนั้น พวกเ้าได้ยินหรือไม่ ไอ้พวกหน้าโง่!!!!!” ิเจียวจูตวาดเสียงลั่นใส่ผู้ชายทั้งสองที่กำลังตะลุมบอนกันอยู่บนพื้นดิน ก่อนที่นางจะหันหลังกระทืบเท้าเดินจากไปอย่างไม่ไยดี พอก้านเหลียงกับ ไกวฉือ เห็นพวกมันก็เลิกทะเลาะต่อยตีกัน ก่อนจะรีบวิ่งตามมาง้อเจียวจูทันที
ทั้งสามยังเดินทางรอนแรมเรื่อยมาอยู่ราว ๆ สองสามวันก่อนจะมาหยุดพักยังโรงเตี้ยมเก่า ๆ แห่งหนึ่ง และในยามนั้นเองที่ิเจียวจู สังเกตเห็นชายสองคนหน้าตาดุดัน สวมแต่งชุดผ้าสีดำคาดแดง ซึ่งนางจำได้อย่างแม่นยำว่านั้นเป็เครื่องแต่งกายของพวกพรรคมาร แน่นอนว่าพวกมันก็คือคนของพรรคมารที่ออกมาทำธุระบางอย่างภายนอกพรรค ในตอนนั้นความคิดบางอย่างของิเจียวจูก็พลันผุดขึ้นในหัวทันที ในเมื่อสำนักคุณธรรมขับไล่ไสส่งนางออกมา เช่นนั้นเหตุใดนางถึงยังจะต้องแสร้งเป็คนดีมีคุณธรรมต่อกันเล่า หากแม้นพรรคมารทำให้นางสุขสบาย มีอำนาจไปทั้งชีวิตได้ นางก็ควรที่จะเข้าหามันมิใช่หรือ ิเจียวจูไม่รอช้า นางรีบลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาคนของพรรคมารทั้งสองอย่างมิได้เกรงกลัวแต่อย่างใด “นั้นเ้าคิดจะทำอันใดน้องเจียวจู!!” หลู่ไกวฉือกล่าวขึ้นด้วยท่าทางตื่นตระหนก หวังก้านเหลียงนั้นก็ใเช่นกันแต่มิได้กล่าวสิ่งใดออกมา มันรู้จักิเจียวจูมานาน หากนางคิดจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งนางจะต้องวางแผนมาเป็อย่างดี การบุ่มบ่ามทำอะไรโดยมิได้คิดหน้าคิดหลังมิใช่วิสัยของนาง
“เ้าอย่าได้โวยวาย ส่งเสียงดังไปไกวฉือ ดูท่าทีนางไปก่อน เจียวจูคงวางแผนอะไรสักอย่าง และถ้าข้าคาดการณ์ไม่ผิดแผนนี้จะทำให้พวกเราไม่ต้องลำบากเดินระเหเร่ร่อนไปอย่างไร้จุดหมายเช่นนี้” วาจาของหวังก้านเหลียงที่เปล่งออกมาทำให้หลู่ไกวฉือเงียบเสียงไปพลัน ก่อนที่มันจะจับตาดูสิ่งที่ิเจียวจูกำลังจะทำ
พอิเจียวจูไปถึงโต๊ะของคนจากพรรคมารทั้งสอง นางก็เล่นหูเล่นตา และโปรยเสน่ห์มารยาตามที่นางถนัด ซึ่งมันก็ได้ผลเป็อย่างดี หวังก้านเหลียงนั้นจิบน้ำชาแอบมองอย่างใจเย็น ผิดกับ หลู่ไกวฉือที่แสดงสีหน้าหึงหวงออกมาอย่างชัดเจน จนเกือบจะลุกจากเก้าอี้ไปดึงนางกลับมาหลายครั้ง แต่ก้านเหลียงก็ห้ามไว้เพราะมันไม่อยากทำให้แผนของเจียวจูเสีย
ิเจียวจูเจรจาพร้อมยั่วยวนคนของพรรคมารอยู่เพียงไม่นาน ก่อนที่นางจะเดิมยิ้มบาง ๆ กลับมาหา ก้านเหลียง กับ ไกวฉือ “เป็เช่นไรบ้างเจียวจูสำเร็จหรือไม่” ก้านเหลียงกล่าวถาม ิเจียวจูยิ้มที่มุมปากเล็น้อยก่อนจะกล่าวตอบ “แน่นอนศิษย์พี่ ถ้าข้าลงมือมีหรือจะไม่สำเร็จ” พอก้านเหลียงได้ฟังแบบนั้นมันก็หัวร่อออกมาอย่างมีความสุข ส่วน หลู่ไกวฉือนั้นหาได้ตามทันสิ่งที่คนทั้งสองคุยกันไม่มันจึงเอ่ยถามออกมาว่า ิเจียวจูทำอันใดกันแน่ หากแต่ิเจียวจูได้พ่นลมหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่อยที่หลู่ไกวฉือมองแผนนางไม่ออก หวังก้านเหลียงจึงเป็คนอธิบายทุกอย่างให้ฟัง
มันกล่าวว่า ิเจียวจูนั้นเดินไปหาเ้าคนของพรรคมารทั้งสอง เพื่อขอให้พวกมันพอเข้าไปพบกับหัวหน้าสาขาแถวนี้แน่ ๆ เพราะนางอยากจะสวามิภักดิ์พวกมัน พอหลู่ไกวฉือได้ยินก็ในิดหน่อย เดิมที่มันก็หาใช่คนชั่วร้ายอย่างไรไหม เพียงแต่มาหลงเสน่ห์ของนางจิ้งจอกเ้าเล่ห์อย่างิเจียงจูมันจึงหลงผิดคิดทำชั่วจนโดนขับออกจาสำนัก ผิดกับหวัง ก้านเหลียง และิเจียวจูที่มีสันดานชั่วช้าสามานย์ มักใหญ่ใฝ่สูง ละโมบโลภมากมาแต่ไหนแต่ไร การที่จะแปรพักตร์ไปเข้าร่วมกับพวกมารจึงทำได้ง่ายยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ “เ้าเป็อันใดไปรึ ไกวฉือ หากเ้าลำบากใจไม่ต้องตามข้ากับเจียวจูไปเข้าพรรคมารก็ได้นะ ข้าไม่บังคับใจเ้า” หลู่ไกวฉือนิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนที่มันจะกล่าวว่า ไม่เป็อะไรมันเองก็จะเข้าพรรคมารด้วยเช่นกัน พอทั้งสามเจรจากันเสร็จจึงได้ลุกไปหา เ้าคนของพรรคมารทั้งสองที่นั่งรออยู่ เพียงแต่ก่อนจะลุกไป นั้น ิเจียวจูได้บอกว่า นับจากนี้ไปพวกมันทั้งสองคือพี่ชายของนาง ห้ามแสดงพิรุธว่าเป็อย่างอื่นเด็ดขาดมิเช่นนั้นจะเสียแผนเอาได้ หวังก้านเหลียงนั้นนางไม่ห่วงเพราะเจียวจู รู้จักนิสัยมันดี ก้านเหลียงนั้นเฉลียวฉลาดรู้จักปรับตัวตามสถานการณ์ เหตุนี้เองนางจึงเข้ากับมันได้เป็อย่างดี ผิดกับหลู่ไกวฉือ ที่ดูโง่เขลากว่ามาก แถมยังใจร้อนเป็อย่างยิ่ง นางหวั่นใจเป็ที่สุดเกรงว่าแผนที่วางมาจะเสียเพราะมัน
จากนั้นพอิเจียวจูพาทั้งสองไปหาคนของพรรคมารพวกมันก็ให้ทั้งสามคนตามกลับไปที่พรรคมารสาขาย่อยเพื่อกับผู้มีอำนาจสูงสุดในการรับคนเข้าสาขาซึ่งบุคคลที่ว่าก็มิใช่ใครอื่น มันคือ เ้าหวู่เกา หัวหน้าพรรคมารสาขาย่อยที่ฉินฟงเคยอยู่ด้วยมาก่อนนั้นเอง..
จบบทที่ 16
โปรดติดตามบทต่อไป
บทที่ 17 เข้าพรรคมาร แผนชั่วทำลายสำนักเก่า