“คิดว่ามือปราบอย่างเรากระจอกนักหรือไร?พวกเจ้ากล้าข่มขู่เจ้าหน้าที่บ้านเมือง วันนี้ข้าจะจับตัวไปขังคุกให้หมด”มือปราบหนึ่งในสองประกาศก้อง
หัวขโมยถอยไปยืนอยู่ด้านหลังยามนี้เขาจำต้องได้รับการปกป้อง ไม่เช่นนั้นภารกิจคงจะไม่สำเร็จ
ฝ่ายปล้นนักโทษพุ่งเข้ามาพร้อมกันๆมือปราบสองคนผลักหัวขโมยไปยืนอยู่เบื้องหลังแล้วเข้าโรมรันกับคนทั้งสิบตรงหน้า
“ไห่ฮ่าว ช่วยมือปราบเร็วเข้า!”
“หลินเต๋อ ไปดูแลนักโทษเร็ว!”
เด็กหญิงทั้งสองต่างสั่งคนของตนการต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด ฝีมือของมือปราบทั้งสองคนล้วนไม่ธรรมดาเมื่อได้องครักษ์ช่วยอีกสองคนไม่ถึงหนึ่งเค่อก็ทำให้คนที่คิดจะมาชิงนักโทษหนีกระเจิดกระเจิง
“เป็นอย่างไรบ้าง?” ซิวอี้เซิงวิ่งนำหน้ากลุ่มมาถึงน้องสาว
“พวกมันหนีไม่หมดแล้ว เป้าหมายของเราปลอดภัย”
มือปราบหนุ่มหันมาขอบคุณองครักษ์ทั้งสองแล้วดึงแขนเจ้าหัวขโมยเข้าไปในห้องขังเป็นเพราะได้ช่วยมือปราบในการขับไล่คนร้าย พวกเด็กๆ จึงได้รับอนุญาตให้ลงไปดูการคุมขังนักโทษในคุกได้
ชิงเว่ยเว่ยเดินเข้าไปหน้ากรงขังจ้องมองหัวขโมยผู้นั้น
“เจ้าแซ่เยว่หรือ?”
“ใช่ข้าเป็นคนสกุลเยว่แห่งเมืองชิงหลิง”
เด็กหญิงนึกถึงสกุลเดิมของตนเมื่อชาติก่อนนางเองก็สกุลเยว่ แต่มาอยู่ในสกุลในฐานะเด็กหญิงกำพร้า
“เจ้ารู้จักพยัคฆ์ดำหรือไม่?”
คนอยู่หลังกรงขังชะงักมองเด็กทั้งสี่คนที่ยืนรอคำตอบด้วยใจจดจ่อแล้วขมวดคิ้ว
“พวกเจ้าเป็นแค่เด็กเหตุใดจึงตามหาพยัคฆ์ดำ?”
“พวกเราเป็นสายลับ”ซิวอี้เซิงยืดอกตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ไอหยา! จริงหรือ?”
เด็กทั้งสี่พยักหน้าพร้อมกันหัวหน้าซิวจึงเป็นตัวแทนในการเจรจา
“พวกข้าได้รับคำสั่งให้ตามหาพยัคฆ์ดำที่หายไประหว่างเข้าประตูเมืองหลวงข้าสงสัยว่าเจ้าเป็นคนของเขา”
“ผู้ใดใช้เจ้ามา?”
ชิงเว่ยเว่ยสังเกตสีหน้าและแววตาคนตรงหน้าแล้วก็รู้ได้ว่ามีความกังวลปะปนอยู่มาก
“อาจารย์ใหญ่หวังต้าจิ้งพวกเรากำลังตามหาแผ่นหนังแผ่นหนึ่ง”
คนหลังกรงขังหน้าถอดสี “มันคือสิ่งใด?”
ซิวลู่ฉิงทำตาโตบทสนทนานี้เหมือนกับที่เขียนไว้ในนิยายเรื่องจอมยุทธ์สุดขอบฟ้านางรีบกางแขนกันพี่ชายกับชิงเว่ยเว่ย
“ข้าตอบเอง”
ซิวอี้เซิงกับชิงเว่ยเว่ยชะงัก ปากที่กำลังจะอ้าของคนทั้งคู่หุบลงในทันที
เด็กหญิงที่ตั้งตนเองเป็นนักสืบยุทธภพหรี่ตาลงเล็กน้อย“มันคือแผนที่สามส่วนสี่”
คนขโมยซาลาเปานิ่งไปชั่วครู่“ข้าแกล้งขโมยซาลาเปาเพราะคิดจะหลบซ่อนอยู่ในสำนักมือปราบรอให้คนผู้นั้นมาเอาของไปแต่ในเมื่อพวกเจ้าถูกส่งมา เช่นนั้นการมอบให้พวกเจ้าก็นับเป็นการถูกต้องแล้ว”
ชายร่างใหญ่ล้วงเอาถุงผ้ากลมขนาดเล็กในสาบเสื้อออกมาส่งให้ซิวลู่ฉิง
“เจ้ารีบเอาของสิ่งนี้ไปให้หวังต้าจิ้งพยัคฆ์ดำถูกพวกนั้นจับตัวไปแล้ว ข้าหวังว่าเขาจะปลอดภัยวรยุทธ์ของข้าน้อยนิดมีเพียงความสามารถในการหลบหนีที่ถือว่าใช้ได้”
เด็กทั้งสี่ยิ้มกว้างอย่างยินดีภารกิจของพวกเขาสำเร็จลงอย่างเหลือเชื่อ
“ข้าอยากถามอีกข้อ”
“ว่ามา”
“เยว่หลวนคุณคือนามจริงของเจ้าใช่หรือไม่?”ชิงเว่ยเว่ยยังคงสะดุดใจกับแซ่ของเจ้าหัวขโมย
“ไม่ใช่! นั่นเป็นนามของเจ้านายของข้าเขาเป็นคนให้ข้ามาคอยช่วยเหลือพยัคฆ์ดำ”
“เจ้าคิดจะออกไปจากคุกนี่ยังไง?”
“หากข้าหายไปเกินสองวัน พวกเขาต้องมาตามหาที่นี่ อีกไม่นานจะมีคนเอาเงินมาชดใช้ให้ข้าและข้าจะถูกปล่อยตัว พวกเจ้ารีบเอาของไปส่งเถิด”
เด็กทั้งสี่รีบรุดออกจากสำนักมือปราบไปยังเรือนของอาจารย์ใหญ่หวัง
หวังต้าจิ้งกับไต้จี้หลิงตกตะลึงเมื่อได้เห็นแผนที่ถูกส่งถึงมือด้วยฝีมือของเด็กกลุ่มฉีหลิน
“พวกเจ้าได้มาโดยบังเอิญอย่างนั้นหรือ?”
“ขอรับ พวกเราไปช่วยมือปราบป้องกันการชิงหัวขโมยคนผู้นั้นจึงได้ส่งมอบมาให้เรา”
อาจารย์ใหญ่หวังส่ายหน้า “ไม่น่าจะมีเรื่องบังเอิญขนาดนั้นหรือว่าแท้จริงพวกเจ้าก็คือสายลับของสำนักข่าวนกกระจิบ”
เด็กทั้งสี่ทำหน้าเลิกลั่ก หวังต้าจิ้งหัวเราะเสียงดังลั่น
“พวกเจ้าเป็นสายลับจริงๆ ด้วยข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจินวั่งซูจะถึงกับใช้งานเด็กๆ อย่างพวกเจ้าในการหาข่าว”
“มิได้เจ้าค่ะท่านอาจารย์เป็นพวกเราเองที่อยากจะเป็นนักสืบ”ซิวลู่ฉิงเห็นฉีเหยียนกับพี่ชายทำหน้าตกใจก็รีบเอ่ยขึ้นอย่างกล้าหาญ “ข้าภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยทำงานสำคัญ”
“เจ้าอีกแล้วนะ ซิวลู่ฉิงเจ้าช่างรู้เรื่องราวเยอะแยะเหลือเกิน”
“ก็เพราะข้าอยากเป็นนักสืบยุทธภพเจ้าค่ะ”
“ดีๆ พวกเจ้าล้วนเป็นศิษย์ของข้าในเมื่อพวกเจ้ายอมรับว่าเป็นนักสืบก็ดีภายหน้าข้าจะได้มอบหมายงานสำคัญให้พวกเจ้าด้วย”
ไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีถูกตามตัวกลับมาเมื่อได้เห็นแผนที่ลี่เลี่ยงที่บิดาซ่อนไว้กับตา ไต้เส้าจวินถึงกับอุทาน
“ท่านพ่อ นี่เป็นของเลียนแบบที่ท่านว่าหรือขอรับ?”
สายตาชายหนุ่มทั้งสองกวาดตามองแผนที่สามในที่ส่วนนั้นด้วยความตื่นเต้นบนแผ่นที่ส่วนที่เหลือนั้นระบุจุดตั้งกองกำลังในแคว้นรวมทั้งบางจุดที่มีตัวเลขสีแดงในวงกลมปรากฏอยู่
“ตัวเลขในวงกลมนั่นก็คือจุดตั้งของกองกำลังลับที่หมิงฮ่องเต้ทรงซุกซ่อนเอาไว้ในคราวจำเป็นแผนที่แผ่นนี้จึงชื่อว่าลี่เลี่ยงซึ่งหมายถึงอำนาจการควบคุมกองกำลังทหารที่ผู้อื่นไม่อาจจะสั่งการได้นอกจากพระองค์”
“หากแผนที่แผ่นนี้ตกไปอยู่ในมือกบฏหรือผู้นำต่างแดนเห็นที่แคว้นหมิงของเราต้องปั่นป่วนแน่”หวังต้าจิ้งมองร่างที่นั่งเอียงคออยู่บนรถเข็น
“เพราะเหตุนี้ข้าจึงต้องปกป้องมันไว้และต้องรักษาชีวิตไปกราบทูลฮ่องเต้ด้วยตนเอง”
************************

