หลังพูดคุยสัพเพเหระกับผู้คนบนเกวียนจนถึงเย็น แม้จะเล่นเกมนี้มาหลายชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่รู้สึกเหนื่อยไมเคิลกลับรู้สึกเพลิดเพลินไปกับมันมากกว่า
ผู้คนที่นี่ราวกับไม่ใช่เพียงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่เป็มนุษย์ที่มีชีวิตมีความรู้สึก ผลลัพท์ของการพูดคุยนั้นค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็ความรู้สึกโกรธเศร้า ดีใจ ชอบใจ หรือเสียใจ ความรู้สึกเ่าั้ต่างแสดงออกมาให้เห็นทางสีหน้าและการกระทำของอย่างชัดเจน
ก่อนหน้าที่การสนทนาเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนคงเพราะไมเคิลมัวแต่คิดว่าโลกใบนี้เป็แค่เกมจึงกลัวที่จะทำพลาด แต่เมื่อได้ลองปล่อยตัวไปตามสบายดูที่แห่งนี้มันก็ไม่ได้ต่างไปจากโลกแห่งความจริง
ไมเคิลเข้าร่วมเดินทางั้แ่ตะวันตั้งโด่งเหนือหัวจนตอนนี้เคลื่อนผ่านไปจากเดิมราวเจ็ดสิบองศา เป็่เวลาที่ดวงอาทิตย์ยังคงไม่ลับขอบฟ้าส่องสว่างอ่อนๆ ส่งผ่านไออุ่นสู่พื้นดิน
หลังเดินทางมายาวนาน การได้เดินทางอย่างสงบโดยไม่พบเจอปัญหานับว่าโชคดีเป็เพราะระหว่างการเดินทางยามบ่ายนี้ไม่ได้พบเจอกับมอนเตอร์ใดๆระหว่างทางเลยนั่นเอง
เซ็ตจองมองสองข้างทางด้วยสายตาเฉียบคมพลางกล่าวว่า ควรถึงเวลาพักแล้ว
แม้จะเป็คำสั่นๆ แต่ก็สามารถทำให้อัลเฟรโด้เข้าใจ หลังจ้องม้าสามตัวที่วิ่งด้วยความเหนื่อยอ่อนชายชราจึงบังคับเกวียนสู่พื้นที่โล่งข้างทางแม้จะรีบมากเพียงไหน แต่การใช้งานม้าหนักเกินไปย่อมก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี
หลังรถเกวียนจอดเทียบกลางพื้นที่โล่ง เซ็ตเป็คนแรกที่ะโลงไปแม้จะเห็นเช่นนั้นแต่ไมเคิลก็ไม่รู้ว่าตนควรจะทำยังไงต่อ ควระโตามลงไป?หรือว่าควรนั่งรออยู่บนเกวียน?สุดท้ายเขาจึงทำได้แต่นั่งเงียบอยู่บนรถเกวียนที่มีบรรยากาศแห่งความอึดอัดโดยครั้งนี้ไมเคิลรู้ชัดเลยว่า ต้นเหตุของความตรึงเครียดนี้ไม่ได้มาจากเขา
เวลาผ่านไปไม่นานเซ็ตก็กลับมา
“...ที่นี่ปลอดภัย”
สิ้นคำกล่าวนั้นของเซ็ต ใบหน้าของทุกคนต่างดูผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ก่อนพากันลงเดินสูดอากาศภายนอกเกวียน
“อาการเ้าเป็ยังไงบ้างล่ะ เทรวี่?”
“...ข้าดีขึ้นมากแล้วครับ ท่านเซ..ท่านเซ็ต”
เทรวี่กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าที่เคยซีดจางก่อนหน้าขึ้นสี แสดงถึงอาการที่ดีขึ้นทว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเองก็ได้มีใครบางคนหลุดขำออกมา
“ท่านขำอะไร?”
เซ็ตกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพลางหันควับไปยังบุคคลผู้ส่งเสียงขำนั้น
“อ๊ะ ต้องขอโทษด้วยที่เป็คนเส้นตื้น พอดีว่าความสูงมันไม่ให้... แต่ช่างเถอะไม่มีอะไรหรอก”
ไม่เคิลกล่าวขอโทษเชิงแก้ตัวทว่าก็ดูเหมือนเซ็ตจะไม่ได้ให้ความสนใจนัก เป็เพราะเธอได้หันไปพูดคุยกับคาร่าผู้ที่อยู่ใกล้ๆแทน
“...คราวนี้ข้าจะออกไปตามหาสมุนไพรแก้เมาสำหรับเทรวี่ ให้ทุกคนตั้งค่ายระวังภัยและจัดเตรียมอาหารเย็นกันก่อนได้เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดที่เซ็ตกล่าวดวงตาของคาร่าก็เบิกโพลงด้วยความใแสดงท่าทีกระวนกระวายและรีบกล่าวออกมาอย่างเสียงดังว่า
“ไม่ได้นะค่ะ! ถึงจะแค่ชายป่า แต่มันก็ยังอันตราย...”
แต่ก็ต้องหยุดปากลงก่อนเพราะมือของเซ็ตที่ยกขึ้นมาห้ามให้ใจเย็น
“ฟังข้าอธิบายก่อน... ยังไงข้าก็ไม่คิดจะเข้าไปลึกถึงครั้งที่แล้วจะถูกห้ามด้วยเหตุผลเดียวกัน แต่นี่ก็เป็การทำเพื่อเทรวี่นะ...และอีกอย่าง ในครั้งนี้ยังมี ‘เขา’ อยู่ด้วย”
เซ็ตและคาร่าหันมองไมเคิลพร้อมกัน โดยที่ไมเคิลได้แต่เอียงคอสงสัยว่าตนไปเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ด้วย
“ถ้าเช่นนั้น... ดิฉันต้องขอฝากคุณ— ไม่สิดิฉันคงต้องขอฝากเซ็ตไว้กับท่านไมเคิล... ด้วยนะค่ะ”
คาร่าจ้องมองไมเคิลพลางกล่าวจริงจัง
*
เซ็ตและไมเคิลออกห่างจุดจอดเกวียนมาได้ไกลพอสมควร หากมองย้อนกลับไปคงเห็นได้เพียงภาพอันเรือนรางทางด้านเซ็ตนั้นเดินหน้าตรงโดยไม่หวันไหว ผิดกับไมเคิลที่มักจะเหลียวมองหลังอย่างลุกลี้ลุกลน
เมื่อเห็นท่าทีไม่ใส่ใจของเซ็ต ไมเคิลจึงได้ถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
“แบบนี้ดีแล้วหรอ?...ในกลุ่มคนข้างหลังนั่นคงมีคนที่ต่อสู้ได้อยู่ใช่ไหม? แล้ว...ถ้าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่พวกเราไม่อยู่ขึ้นมา...”
เพียงแค่คิดก็ทำให้ไมเคิลรู้สึกใจหายแม้เป้าหมายการคุ้มครองจะมีเพียงเซ็ต แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เหลือขึ้นมาจริงๆเขาคงรู้สึกแย่
แม้จะได้ยินคำถามของไมเคิล แต่เซ็ตก็ยังคงเดินหน้าตรงราวกับไม่แยแส
“ขอบคุณที่เป็ห่วง แต่ในกลุ่มคนข้างหลังไม่มีคนที่ต่อสู้เป็หรอกนะ...”
อ๊ะ ไมเคิลโพลงอย่างใ พลางหันตัวกลับอย่างควบคุมไม่ได้ราวกับ้ากลับไปปกป้องผู้คนที่อยู่เื้ั
“แต่ไม่ต้องเป็ห่วงไป เพราะคาร่ามีนกหวีดอยู่... หากมีเสียงนกหวีดดังขึ้นนั่นก็แสดงว่าเกิดเื่ฉุกเฉิน...”
เท้าที่เกือบจะก้าวเดินของไมเคิลได้หยุดชะงักหลังคำพูดของเซ็ตแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่มั่นใจเต็มร้อย ยังไงก็ตามดูเหมือนว่าคำอธิบายของเซ็ตจะยังคงไม่จบ
“ถ้าตั้งค่ายระวังภัยแล้วก็จะไม่เกิดเื่ร้ายแรงอะไรขึ้นหรอกนะ นอกจากว่าจะเจอเข้ากับเื่ไม่คาดฝันจริงๆ”เขตชายป่าอันเงียบงันมีเพียงเสียงย่ำเท้าของเซ็ตให้ได้ยิน “...เพราะแบบนั้นไงล่ะ พวกเราถึงต้องรีบหาสมุนไพรตัวนั้นให้ได้โดยเร็ว”
เสียงย่ำเท้าของเซ็ตได้หยุดลงเบื้องหน้าป่าดิบชื้นที่ดูรกหูรกตาเป็ผลงานสรรค์สร้างจากธรรมชาติที่ไร้ซึ่งความสมมาตร
ไมเคิลหันมองป่าตรงหน้าตกตะลึงราวมีเสียงกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ให้ได้ยิน
“...น่าจะยากกว่าที่คิดนะ” เซ็ตพึมพำ “ถ้าแยกกันหาคงเร็วกว่า”
ไมเคิลหันหน้าควับมองเซ็ตราว้าทำหน้าถมึงทึงใส่ก่อนรีบกล่าวออกมาอย่างเสียงดัง
“ไม่ได้! ในเมื่อคาร่าฝากมาแล้ว...การดูแลความปลอดภัยของเธอย่อมเป็ความรับผิดชอบของชั้น!”
น้ำเสียงนั้นเสียงแข็งกร้าวราวบุคคลผู้มีอำนาจเหนือกว่าทว่าเซ็ตก็หลุดขำออกมาเล็กน้อยราวกับไม่เห็นด้วยกับคำพูดนั้น
“นั่นสินะ... บางครั้งคาร่าก็ขี้เป็ห่วงเกินไป” เสียงเรียบนิ่งเงียบไปซักพัก“จริงอยู่ที่ข้าไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริง...”
“ถ้าอย่างนั้น...”
“แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยว่า ข้าดูแลตัวเองได้”
ฉับพลัน ใน่วินาทีอันสงบสุขแสนสั่นได้มีงูตัวหนึ่งที่โผล่มาจากที่ไหนก็ไม่อาจทราบได้ พุ่งกระโจนเข้าใส่เซ็ตเผยแววตาชั่วร้ายราวได้เจออาหารอันโอชะ
ใน่เสี้ยววินาทีอันรวดเร็วนั้นไมเคิลใสุดขีดแม้จะพยายามชักดาบออกมาแต่อาจไม่ทันการ
ทันใดนั้นเองเื่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นเ้างูร้ายตัวที่พุ่งกระโจนเข้าใส่เซ็ตนั้นอยู่ๆ ก็ได้ขาดเป็สองท่อนสร้างความตกตลึงแก่ไมเคิลไม่น้อย
“เอาล่ะ... อย่ามัวเสียเวลาไปมากกว่านี้เลยดีกว่า”
เซ็ตกล่าวอย่างไม่ใส่ใจพลางสะบัดดาบหนึ่งที่เพื่อสลัดเืงูที่ติดอยู่บนใบดาบทิ้งความหมายคำว่า ‘ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้จริง’ ที่เซ็ตกล่าวนั้น จริงๆ แล้วหมายถึง ‘ไม่เคยได้ลงมือต่อสู้ในสนามรบที่ต้องฆ่าฟันกันจริงๆ’ ต่างหาก
หลังจ้องมองอย่างโง่งม พลันหน้าต่างข้อความบางอย่างปรากฏขึ้น
หัวข้อเควสย่อย ‘สมุนไพรของเทรวี่’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว...