บทที่ 45 ลู่เฉิงเหวินไม่ใช่คนเดิมคนนั้นอีกแล้ว
เหลิ่งชิงชิวพูด “ฉันต้องการหมั้นกับคุณ”
สวีเสวี่ยเจียวไม่ชอบอีกฝ่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็ยิ่งไม่ชอบหนักขึ้น เธอสบถพลางส่งเสียง ‘ฮึ’ ออกมา
“ตลกสิ้นดี พี่เฉิงเหวินตามจีบเธอมาตลอดสามปี ตอนนั้นเธอก็แกล้งทำตัวเป็นผู้หญิงใสซื่อบริสุทธิ์มาสามปี หึ ๆ! พอตอนนี้ใคร ๆ ก็อยากได้ตัวพี่เฉิงเหวิน เธอเลยมาเสนอตัวให้ถึงที่เลยสินะ”
เหลิ่งชิงชิวมองหญิงสาวด้วยสายตาเย็นเยียบ “ฉันจำได้แม่นเลยว่าเมื่อก่อนเธอไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยกับลู่เฉิงเหวิน สองวันนี้เป็นอะไรไปงั้นเหรอ? เลิกวิจัยยาแล้วมาคิดแย่งผู้ชายแทนงั้นสินะ?”
สวีเสวี่ยเจียวได้ยินแล้วอารมณ์เดือดพล่าน
เธอเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย “ถ้าฉันต้องการจะแย่ง คนอื่นก็ทำได้แค่มองเท่านั้นแหละ”
เหลิ่งชิงชิวหัวเราะ “ให้หน้าอกของเธอหยุดพักบ้างเถอะนะ สมองจะได้เติบโตขึ้นมาบ้าง”
“เธอก็เหมือนกันนั่นแหละ วันนี้แต่งตัวมายั่วยวนซะเต็มที่ขนาดนั้น อย่าบอกนะว่ารสนิยมการแต่งตัวของเธอเป็นแบบนี้ เธอคิดว่าฉันอ่านความคิดเธอไม่ออกรึไง? คิดว่าถลกขาอ่อนแล้วจะอ่อยพี่เฉิงเหวินได้งั้นเหรอ?”
เหลิ่งชิงชิวหน้าแดงก่ำ “ฉันอยากจะแต่งตัวแบบไหนหรือมีรสนิยมยังไง ก็ไม่จำเป็นต้องไปอธิบายให้ใครฟัง”
“ใช่สิ” สวีเสวี่ยเจียวพูด “ฉันก็ไม่อยากจะฟังคำอธิบายของเธอเหมือนกัน สมองของฉันกำลังอยู่ช่วงพัฒนา แค่ใช้สมองคิดดูก็รู้แล้วว่าเธออยากจะทำอะไร!”
ลู่เฉิงเหวินรีบเข้าไปห้าม “เฮ้ย พอได้แล้ว พอได้แล้ว! อย่าทะเลาะกันอีกเลย พวกเรารีบไปกันเถอะ อย่าทำให้คุณตำรวจเสียเวลาทำงานเลย”
เมื่อพวกเขาเดินออกมา ประกายแสงจากบางสิ่งก็ส่องสว่างเจิดจ้าขึ้น
รถหรูคันหนึ่งมาจอดลงที่หน้าประตู
รถยนต์เบนท์ลีย์คันนั้นขับเข้ามาจอด ก่อนประตูรถจะเปิดออก
ลู่เฉิงเหวินที่เห็นรถคันนั้นแล้วกำลังเครียด แต่ทันใดนั้นเองสวีเสวี่ยเจียวก็เข้ามาคล้องแขนเขาไว้ “ไปได้แล้วพี่เฉิงเหวิน พี่เมิ่งอวิ๋นรออยู่ในรถ”
หน้าของเหลิ่งชิงชิวซีดเผือด เธอกำมือแน่นจนนิ้วมือกลายเป็นสีขาว
หญิงสาวได้แต่มองลู่เฉิงเหวิน โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะหันมาพูดว่าเขาจะกลับพร้อมเธอ และปล่อยให้พวกผู้หญิงเหล่านั้นกลับบ้านของตัวเองไปซะ
แต่ลู่เฉิงเหวินทำให้เธอต้องผิดหวัง
“งั้น... ชิงชิว คุณขับรถกลับบ้านดี ๆ ล่ะ ขอขอบคุณอีกครั้งนะ” พูดจบเขาก็ยิ้มอย่างสุภาพให้เธอ
เหลิ่งชิงชิวมองตามลู่เฉิงเหวิน เธอรู้สึกน้อยใจมาก
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ลู่เฉิงเหวินจะทิ้งคนอื่น ๆ และกลับพร้อมกับเธอ
แต่ตอนนี้ ...ลู่เฉิงเหวินไม่ใช่คนเดิมคนนั้นอีกแล้ว
เขาไม่เหมือนเดิมอีก เปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน
เขามีมารยาทและเกรงใจเธอมาก
อีกทั้งยังไม่คอยตามตื๊อ ไม่พูดคำหวาน ๆ ให้เธอฟังอีก ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ไม่ยึดถือเธอเป็นศูนย์กลาง ไม่วนเวียนรอบตัวเธอโดยไม่รู้จักเหนื่อย และไม่ปริปากบ่นอะไรสักคำอีกต่อไปแล้วเช่นกัน...
สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปด้วย มันทั้งใสสว่าง ขณะเดียวกันก็ยังหนักแน่นและมั่นใจ
ความเจ้าเล่ห์ กะล่อน เจ้าชู้ และเลื่อนลอยไม่มีเหลืออยู่อีก
เขาในตอนนี้ทำให้คนที่อยู่ด้วยรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่มีความคิดอ่านชัดเจน มีเหตุผล และรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร
เหลิ่งชิงชิวเข้าใจแล้วว่า ลู่เฉิงเหวิน ไม่ใช่คนที่พร้อมจะทำตามใจเธอทุกอย่างอีก ไม่ใช่คนที่จะถามว่าเธอร้อนหรือหนาวไหม ไม่ใช่คนที่จะมาให้เห็นหน้าทุกเช้าเย็น และส่งของขวัญมาให้ทุกวันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
เมื่อก่อนเธอได้ทุกสิ่งทุกอย่าง จนถึงขั้นรู้สึกเบื่อด้วยซ้ำที่ถูกคนตามจีบเพียงฝ่ายเดียว ... ทว่าตอนนี้มันไม่มีอีกแล้ว
แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ... เธอกลับรู้สึกคิดถึงเขาขึ้นมา
จู่ ๆ ความรู้สึกอ้างว้างและโศกเศร้าก็ประเดประดังเข้ามาในใจเธอ
เพราะอะไร?
คุณชอบฉันมาตลอดไม่ใช่เหรอ? บอกว่าสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อฉันไม่ใช่รึไง?
แต่ทำไมวันนี้ถึงหักหน้าฉันต่อหน้าคนอื่น ๆ ได้?
สามปีที่ผ่านมามันคืออะไร? สำหรับคุณแล้ว... ความสำคัญของฉันหมดลงไปได้ภายในข้ามคืนเท่านั้นน่ะเหรอ?
เหลิ่งชิงชิวฝืนยืนอยู่ตรงนั้น เธอมองลู่เฉิงเหวินโดยไม่ขยับเขยื้อน
ชายหนุ่มเห็นสายตาซับซ้อนของเธอแล้วรู้สึกขนลุก
เขาเกาหัว ‘แกรก ๆ’ พร้อมหัวเราะฝืน ๆ
“ถ้างั้น... คุณกลับบ้านไปก่อน ผมขอดูอาการของเมิ่งอวิ๋น แล้วค่อยไปหาคุณดีไหม?”
เหลิ่งชิงชิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางเบะปากน้อย ๆ เธอรู้สึกราวกับได้หน้าคืนมาบ้างแล้ว
“คุณกลับไปถึงก็ไม่ต้องรีบร้อน พักผ่อนก่อนเถอะ คืนนี้คงหลับสบายเลยละค่ะ ก่อนอื่นต้องพักให้หายเหนื่อย หลังจากตื่นแล้วค่อยโทรหาฉันก็ได้ค่ะ”
ลู่เฉิงเหวินนิ่งงันและตะลึง
ให้ตายสิ! ... ที่ผ่านมาสามปี เหลิ่งชิงชิวไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยนี่นา!
วันนี้เป็นอะไรไปอีก เธอทำท่าเป็นห่วงฉัน... แล้วยังกำชับให้พักผ่อน!?
พระอาทิตย์จะขึ้นจากทิศตะวันตกแล้วรึไง!?
ชายหนุ่มอ้าปากตอบไม่เป็นคำ ทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างสับสน “อ้อ... ได้ ได้สิ”
จากนั้นเหลิ่งชิงชิวก็ยิ้มอย่างยั่วยวน “ฉันจะรอโทรศัพท์จากคุณนะคะ”
แม้น้ำเสียงจะเย็นเยียบและเฉยเมยเหมือนที่ผ่านมา ทว่าตอนนี้กลับมีความอ่อนโยน นิ่มนวล และคาดหวังเพิ่มขึ้น ทั้งยังให้ความรู้สึกอาลัยอาวรณ์...
สวีเสวี่ยเจียวมองค้อนขวับอยู่ข้าง ๆ เธออยากจะบอกให้คนทั้งโลกรู้ว่าตอนนี้ตนเองอยากจะอ้วกมาก!
เหลิ่งชิงชิวเชิดใส่ จากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปที่รถของตัวเอง
หานเยว่เปิดประตูรถ ส่วนหญิงสาวหันไปส่งยิ้มให้ลู่เฉิงเหวินก่อนจะขึ้นรถ
ชายหนุ่มยืนตัวสั่นสะท้านอยู่กับที่
‘ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรไปอีกฮะ? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้... น่ากลัวมาก!’
‘คงไม่ใช่ตกหลุมรักฉันหรอกนะ? แบบนี้ก็ได้ด้วยเหรอ?’
‘ฉันทำอะไรให้ล่ะ? ทำไมเธอถึง... เปลี่ยนไป?’
สวีเสวี่ยเจียวพูดเสียงเย็นชาอยู่ข้าง ๆ “พี่ยังอยากจะกลับไปเป็นสุนัขตามก้นเธองั้นเหรอ? ไม่มีศักดิ์ศรีบ้างเลยรึไง!?”
ลู่เฉิงเหวินร้องขึ้นมา “พูดอะไรฮะ? ไปได้แล้ว”
หลังจากเข้าไปในรถ เมื่อเฉินเมิ่งอวิ๋นเห็นหน้าชายหนุ่ม เธอก็ร้องไห้ฟูมฟาย พร้อมพุ่งเข้าสู่อ้อมอกของเขาและร้องไห้ไม่หยุด
ลู่เฉิงเหวินยืดคอ กางแขน เพื่อเป็นการบอกว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรทั้งสิ้น เขาขมวดคิ้วมองผู้หญิงคนนี้ด้วยความสับสน