เวลาผ่านไปไม่นานพวกเขาเดินลึกเขาไปในชั้นที่สองของดันเจี้ยนหุ่นเชิดปีศาจ ผ่านทั้งสัตว์อสูรมากมาย และกลุ่มนักล่าอีกหลายกลุ่มซึ่งพวกเขาก็ไม่ได้ก็ไม่สนใจอะไร และนักล่ากลุ่มอื่นก็ไม่ได้สนใจพวกเขามากนัก แต่ก็มีบ้างที่จ้องมองมาด้วยความประหลาดใจ หรือมีบ้างบางคนที่เข้ามาทักและถามถึงผู้ควบคุม
พวกอิกนัสก็ได้ถามเบาะแสที่อยู่ของหุ่นเชิดเงาปีศาจจากพวกเขามาบ้าง ทำให้พอที่จะคาดเดาได้บ้างว่าหุ่นเชิดเงาปีศาจนั้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่บริเวณส่วนลึกของโถงกลาง
ในระหว่างทางที่พวกเขาเดินไปนั้นพวกเขาได้จัดการกับหุ่นเชิดโครงกระดูกไปสิบเอ็ดตัว,หุ่นเชิดตัวตลกห้าตัว,กล่องปริศนาอีกห้ากล่องแต่มีสัตว์อสูรในกล่องเพียงสี่ตัวและยังจัดการกับเงาภูติ สัตว์อสูรระดับเงินสามดาวไปอีกสี่ตัว ซึ่งทำให้พวกได้รับผลึกอสูรระดับเงินมาถึงยี่สิบสี่ก้อน
ถ้าเอาไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินที่สมาคมนักล่าอสูรก็จะทำให้พวกเขาได้รับเงินก้อนละห้าพันเหรียญทองแดงหรือเท่ากับห้าสิบเหรียญเงิน ซึ่งรวมเป็นเงินทั้งหมดหนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญทองแดงหรือสิบสองเหรียญทองเลยทีเดียว ซึ่งถ้าให้พูดว่ามากขนาดไหนก็คือ สามารถเลี้ยงคนธรรมดาหนึ่งครอบครัวได้เป็นปีเลยทีเดียว แต่ถ้าสำหรับนักล่าแล้ว อาวุธระดับเงินก็ราคาหลายหมื่นเหรียญทองแดงแล้ว ไม่ต้องพูดถึงอาวุธระดับสูงกว่านี้
เมื่อเดินลึกเข้าไปพวกเขาก็พบกับเหยื่อของเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตของลูฟัส สัตว์อสูรหุ่นเชิดเงาปีศาจ สัตว์อสูรระดับเงินสี่ดาว ซึ่งเป็นบอสประจำชั้นที่สอง มีลักษณะเป็นผ้าคลุมสีขาวหม่นลอยอยู่เหนือพื้นดิน บนผ้าคลุมมีลอยเจาะด้านบนเป็นรูของดวงตายสีแดงฉานราวกับโลหิต มีส่วนที่พ้นชายผ้าคลุมออกมาเป็นกรงเล็บขนาดใหญ่ มีนิ้วอันแหลมคมข้างละสามนิ้ว ซึ่งในบริเวณนี้ไร้ซึ้งสัตว์อสูรตัวอื่นแม้แต่เดียวแววตาของลูฟัสเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นมัน เขากระโดดขึ้นไปบนอากาศพร้อมกับร้องตะโกน แล้วแทงลงหอกใส่หุ่นเชิดเงาปีศาจ“ประกายแสงดาวตก”
ปลายหอกที่มีแสงสีม่วงพุ่งเข้าใส่หุ่นเชิดเงาปีศาจราวกับดาวตก เงาหอกจำนวนมากแทงออกไปที่หุ่นเชิดเงาปีศาจ
แต่ด้วยความเร็วของหุ่นเชิดเงาปีศาจที่ว่องไวราวกับเป็นภูตผี ทำให้คมหอกไม่อาจที่จะสัมผัสมันได้เลย มันหลบคมหอกแล้วพุ่งไปด้านซ้ายของลูฟัสอย่างรวดเร็วพร้อมแทงกรงเล็บของมันเข้าใส่ลำตัวของลูฟัส
ลูฟัสที่เห็นว่าตัวเองกำลังจะเสียท่ารีบชักหอกกลับมาแต่ด้วยความเร็วที่สูงของหุ่นเชิดเงาปีศาจทำให้เขาทำได้แค่เอาหอกยันกรงเล็บของมันไว้ ไม่อาจที่จะแทงสวนกลับไป แรงปะทะที่มีส่งผลให้ลูฟัสกระเด็นออกไป
ห้าก้าวคือระยะที่ลูฟัสกระเด็นออกไปแล้วจึงยืนอย่างมั่นคงได้อีกครั้ง ด้วยหุ่นเชิดเงาปีศาจเป็นสัตว์อสูรที่เน้นความเร็ว ทำให้กำลังของมันมีไม่มากนัก ถ้าเป็นสัตว์อสูรระดับเงินสี่ดาวตัวอื่นที่เน้นพละกำลังลูฟัสคนไม่สามารถวัดกำลังกับมันได้เลย อีกทั้งหุ่นเชิดเงาปีศาจเป็นสัตว์อสูรระดับเงินสี่ดาวที่เป็นระดับบอสประจำชั้นด้วยแล้วความเร็วของมันแทบจะใกล้เคียงกับสัตว์อสูรระดับทองทั่วไปเลย
“เขี้ยวทะลวง” ลูฟัสแทงหอกไปอีกครั้ง
หุ่นเชิดเงาปีศาจที่ฟาดกรงเล็บของมันสวนกลับมา แต่ด้วยหอกที่หมุนด้วยความเร็วสูงกรงเล็บของมันเมื่อกระทบกับหอกจึงเบนออกไปส่งผลให้ปลายหอกของลูฟัสเบี่ยงตกลงสู่พื้นเป็นรอยยาว
ลูฟัสที่เห็นอย่างนั้นก็สบโอกาส เขายื่นมืออีกข้างที่ไม่ได้ถือหอกออกไปเกิดเป็นวงจรเวทสีม่วง ศรสายฟ้าหลายสายพุ่งออกไปในพริบตาที่เกิดวงจรเวท“ศรสายฟ้า”
หุ่นเชิดเงาปีศาจที่เห็นอย่างนั้นรีบเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว แตะกระนั้นก็ไม่สามารถหลบศรเวทที่ลูฟัสยิงออกมาได้ทั้งหมด ศรเวทสองดอกพุ่งเข้าใส่ผ้าคลุมของหุ่นเชิดเงาปีศาจจนเป็นรู
ลูฟัสที่รู้อยู่แล้วว่ามันจะหลบได้ก็แทงหอกออกไปยังจุดที่หุ่นเชิดเงาปีศาจหลบออกไป“ดาวตกสายฟ้า”
หุ่นเชิดเงาปีศาจใช้กรงเล็บทั้งสองของมันต้านการโจมตีจากศัตรูไว้ แต่ด้วยความที่หอกพุ่งมาด้วยความเร็วสูง กอปรกับมันพึ่งจะหลบศรเวทมาทำให้มันไม่ทันตั้งตัว หอกที่ห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้าปะทะเข้ากับกรงเล็บของมันส่งผลให้เล็บนิ้วหนึ่งของมันแตกออก
ลูฟัสที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้ดีใจอะไรมากนัก แถมเขายังต้องลอบตกใจอยู่ลึกๆ ที่ท่าไม้ตายของเขาทำความเสียหายได้แค่เล็บของหุ่นเชิดเงาปีศาจ
แต่ลูฟัสก็ไม่ได้หยุดคิดนานนัก เขารีบวาดหอกออกไปทันที “หมาป่าสายฟ้า”
เงาหอกรูปหมาป่าที่มีสายฟ้าห่อหุ้มพุ่งไปทางหุ่นเชิดเงาปีศาจในพริบตา หุ่นเชิดเงาปีศาจรีบหลบโดยการเบี่ยงตัวพุ่งสวนทางกับหมาป่าสายฟ้าที่พุ่งเข้ามา ร่างของมันเฉียดกับหมาป่าสายฟ้าแล้วพุ่งเข้าหาลูฟัสพร้อมกับยื่นกรงเล็บอันแหลมคมแทงออกไปลูฟัสนั้นไม่ทันที่จะหลบกรงเล็บที่แทงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่ลูฟัสกำลังจะพลาดท่าให้กับหุ่นเชิดเงาปีศาจอยู่นั้น อิกนัสที่เห็นอย่างนั้นก็ชักปืนจากเอวแล้วยิงกระสุนถ่วงน้ำหนักออกไป หวังให้กระสุนถ่วงน้ำหนักทำให้กรงเล็บที่พุ่งใส่ลูฟัสช้าลงบ้างก็ยังดี ที่เขาไม่ยิงกระสุนพลังชีวิตออกไปนั้นก็เพราะว่ากระสุนพลังงานที่ยิงของไปคงไม่มีพลังพอที่จะเบี่ยงวิถีของกรงเล็บได้ และจะยิงกระสุนพลังชีวิตลูกใหญ่ก็ต้องใช้เวลาชาร์ตพลังงานนานเกินไป ซึ่งมันคงไม่ทันเวลา
แล้วอีกอย่างก็คือ ในการล่าเหยื่อเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตนั้นผู้ล่าจะต้องทำการล่าด้วยตัวเองเท่านั้น ต้องสร้างความเสียหายให้กับเหยื่อด้วยตัวเองอีกเช่นกัน ทำให้เขาไม่ยิงกระสุนอื่นออกไป แต่ยิงกระสุนถ่วงน้ำหนักซึ่งไม่ได้สร้างความเสียให้หุ่นเชิดเงาปีศาจ หากแต่เป็นการทำให้อีกฝ่ายสูญเสียความเร็ว ตัวเขาคิดว่ามันคงไม่ทำให้ลูฟัสเสียสิทธิ์ในการล่าเหยื่อเมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตในครั้งนี้ เพียงแต่เขาก็ยังไม่แน่ใจนักว่ามันจะเป็นการทำให้ลูฟัสนั้นเสียโอกาสในการล่าเหยื่อเมล็ดพันธุ์ในครั้งนี้หรือป่าว แต่ด้วยอันตรายจากการโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้เขาตัดสินใจยิงออกไป
กระสุนถ่วงน้ำหนักนั้นจะไม่มีตัวกระสุนให้เห็น แต่จะเกิดวงจรเวทขึ้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายของศัตรูในจุดที่เล็งยิงออกไป กระสุนถ่วงน้ำหนักของอิกนัสเกิดขึ้นที่กรงเล็บของหุ่นเชิดเงาปีศาจทันทีที่เล็งออกไป
กรงเล็บของหุ่นเชิดเงาปีศาจล่วงกระแทกพื้นดินก่อนที่จะถึงลูฟัสเพียงแค่คืบเดียว
ลูฟัสที่ได้โอกาสรีบรวบรวบพลังชีวิตแทงหอกออกไปที่ส่วนหัวของหุ่นเชิดเงาปีศาจที่กำลังถูกจำกัดการเคลื่อนไหวอยู่“กระบวนหอกลับที่หนึ่ง ดับแสงจันทรา”
หุ่นเชิดเงาปีศาจที่ขยับตัวได้ไม่ถนัดนักเห็นหอกที่ตวัดออกมา ก็พยายามหลบหอกที่พุ่งเข้ามาแต่ก็ไม่พ้น คมหอกสะบั้นแขนข้างที่ไม่ได้โดนกระสุนถ่วงน้ำหนักเข้าอย่างจัง ทำให้แขนของมันขาดกระจุยออกไป
จากนั้นผลของกระสุนถ่วงน้ำหนักก็สลายไป ทำให้หุ่นเชิดเงาปีศาจลอยขึ้นมาได้อีกครั้ง จากนั้นมันจึงลอยถอยออกไปเว้นระยะห่างจากลูฟัสเพิ่มมากขึ้น
ที่ผลของกระสุนถ่วงน้ำหนักหายไปเร็วแบบนี้ ก็เพราะว่าระดับที่ห่างกันอย่างมากของอิกนัสและหุ่นเชิดเงาปีศาจทำให้ผลของการถ่วงน้ำหนักสลายไปอย่างรวดเร็ว
ลูฟัสที่ใช้วิชาหอกลับออกไปก็ออกอาการเหนื่อยหอบ ด้วยกระบวนหอกที่เขาพึ่งจะใช้ออกไปสูบพลังชีวิตของเขาออกไปอย่างมากมาย ทำให้ในตอนนี้เขาเหลือพลังชีวิตอีกไม่มากนัก อย่างมากเหลืออีกเพียงแค่สามในสิบส่วน ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้เขาใช้กระบวนหอกลับนี้ได้อีกครั้งเดียวเท่านั้น